ทานตะวัน เหมันต์

    ตอนที่ 7 เอาแล้วไง!

            “เมื่อวานไปสมัครงานมาเป็๲ยังไงบ้างล่ะลูก”


            “ศาเคยทำให้แม่ผิดหวังด้วยหรือคะ?”


            แม่หันมายิ้มให้กับฉัน มันเป็๲รอยยิ้มที่สว่างยิ่งกว่าแสงของดวงตะวันยามเช้าเสียอีก ฉันวางตะกร้าผ้าใบ๾ั๠๩์ลงบนโต๊ะก่อนจะหยิบเสื้อผ้าออกมาพับทีละตัว เรียงแยกกันทั่วทั้งบนโต๊ะไม้สีเข้มตามประเภท และขนาด


            แสงยามเช้าเริ่มสาดส่องเข้ามาทางบานเกล็ดของหน้าต่าง เป็๲สัญญาณเตือนถึงเช้าวันใหม่ที่กำลังมาเยือนยังโลกใบนี้อย่างเชื่องช้า และสวยงามในเวลาเดียวกัน


            กิจวัตรประจำวันที่ฉันทำทุกวันในตอนเช้า และตอนเย็นซ้ำๆ กันทุกวันไม่เคยเปลี่ยนไปมาตลอดระยะเวลากว่ายี่สิบปีที่ผ่านมาเลย ถ้าไม่รวมตอนที่ฉันเกิดและกำลังหัดเดินน่ะนะ


            ตื่นเช้ามาสิ่งแรกที่ฉันต้องทำก็คือลงมาเตรียมหุงข้าวเช้า หลังจากนั้นก็เตรียมมื้ออาหารตอนเช้าสองถึงสามอย่าง แยกออกเป็๲ชุดใส่บาตรสำหรับแม่ฉันในทุกเช้า และชุดข้าวเช้า ส่วน๰่๥๹เย็นหลังจากกลับจากเรียน ฉันก็หมกตัวอยู่แต่ในห้องครัวเหมือนเดิมนั่นแหละ ล้างจาน กวาดบ้าน แต่อาหาร๰่๥๹เย็นที่บ้านเราจะไม่ต้องทำเพราะแม่ฉันจะห่อกับข้าวซึ่งเหลือจากโต๊ะของบ้านใหญ่มาด้วยทุกวัน


            ๰่๥๹แรกๆ ฉันก็มีบ้างที่รับไม่ได้กับการต้องมากินเศษกับข้าวเหลือทิ้งซึ่งไม่ได้ถูกนำขึ้นโต๊ะ แต่พอมานึกย้อนดูว่า...ตัวเองไม่ควรก่อเ๱ื่๵๹ให้แม่ต้องมาขายหน้าหรือลำบากใจเหมือนอย่างใน๰่๥๹นั้น ตอนที่ฉันยื้อแย่งตุ๊กตาในห้องโถง ความคิดแบบเด็กไม่โตในวันนั้นมันทำให้แม่ของฉันต้องถูกต่อว่าต่อหน้าคนงานในบ้านทุกคน 'เลี้ยงลูกยังไงถึงเป็๲เด็กที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง' ไม่เพียงแค่ถูกพ่อบังเกิดเกล้าชี้หน้าด่า ไล่อย่างกับหมูกับหมา แม่ของฉันยังถูกนินทาทั้งต่อหน้าและลับหลัง บางครั้งฉันก็แอบเห็นแม่นั่งร้องไห้ตอนกำลังรีดเสื้อผ้าบ้าง ล้างจานบ้าง แต่แค่แม่ไม่เคยพูดออกมาเท่านั้น


            ดังนั้น เ๱ื่๵๹ราวในอดีตมันจึงสอนฉันว่าอะไรควรทำ และอะไรไม่ควรทำจนถึงทุกวันนี้ ยกเว้นเ๱ื่๵๹ที่ฉันกำลังคิดจะทำในตอนนี้เท่านั้น


            “ศานี่ใช่หนังสือของหนูหรือเปล่าลูก”


            “ไหนศาขอดูหน่อยค่ะ อาจจะมีของเพื่อนๆ ติดมา”


            ฉันหยิบหนังสือเล่มหนึ่งจากมือของแม่มา ทั้งปกแล้วก็เนื้อหาด้านในล้วนไม่คุ้นตาเลย และฉันก็จำไม่ได้ด้วยว่าเคยอ่านหนังสือแบบนี้มาก่อน ฉันพลิกหน้าอ่านเนื้อหาภายในนั้นไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายฉันก็วางมันลงไว้บนโต๊ะ


            “สงสัยจะเป็๲ของเพื่อนศา เดี๋ยววันนี้จะติดกระเป๋าเอาไปคืน” ฉันหันไปมองหนังสือเล่มนั้นอีกครั้ง “ศาบอกแม่หรือยังค่ะว่าวันนี้ศานัดเพื่อนเอาไว้พอดีเลย”


            “ถ้าอย่างนั้นก็อย่าลืมเอาไปคืนเพื่อนด้วยล่ะ”


            อันที่จริงทั้งฉันและเพื่อน เราไม่เคยมีใครคนไหนที่ซื้อหนังสือนิยายจีนย้อนยุคแบบเล่มนี้มาอ่านสักคน หนังสือส่วนใหญ่ที่เราซื้อจะเป็๲หนังสือการ์ตูนญี่ปุ่นเสียมากกว่า แนวนี้ตัดออกไปได้เลย หมดสิทธิ์ค่ะ



            หลังจากทำกิจวัตรประจำวันเสร็จเรียบร้อยเหมือนทุกๆ วัน ฉันก็รีบอาบน้ำเตรียมตัวออกจากบ้าน ฉันนัดกับน้ำใสเอาไว้ที่ร้านส้มตำข้างทางตรงหน้าปากซอย


            ก่อนจะออกจากบ้าน ฉันก็ไม่ลืมหยิบหนังสือนิยายเล่มนั้นติดกระเป๋ามาด้วย ในใจฉันลึกๆ ก็คิดเอาไว้แล้วว่าคงไม่ใช่หนังสือน้ำใสแน่นอน แต่ก็ตัดใจทิ้งมันเอาไว้บนโต๊ะแบบนั้นไม่ได้ บางทีน้ำมันอาจจะเปลี่ยนแนวมาอ่านอะไรแบบนี้ก็ได้


            “ศาศาศา”


            “เอ้าแก” ฉันยกมือทักเพื่อนที่กำลังจ้ำข้าวเหนียวเข้าปาก


            สงสัยจะเดินเหม่อคิดเ๹ื่๪๫หนังสือเล่มนี้แน่ๆ เดินมาจนเกือบจะเลยร้านส้มตำสะได้เรา


            “ฉันเห็นแกเดินเลยร้านไป เลยรีบทัก”


            “ของแกหรือเปล่า” ฉันวางหนังสือนิยายในมือลงบนโต๊ะสเตนเลสที่เต็มไปด้วยจานอาหารที่เพื่อนตัวดีกินหมดไปกว่าครึ่งแล้ว “พอดีแม่ฉันเจอมันที่บ้านน่ะ”


            น้ำใสหยิบหนังสือเล่มนั้นไป เธอเปิดอ่านเนื้อหาด้านใน ยิ่งเพื่อนของฉันเปลี่ยนหน้าไปเรื่อยๆ สีหน้าของมันก็ยิ่งแปลกขึ้นทุกที คิ้วทั้งสองข้างเริ่มขมวดเป็๞ปมน้อยๆ กลางหน้าผาก


            “ไม่ใช่ของฉันนะ” น้ำใสส่งหนังสือเล่มนั้นกลับมาตรงหน้าฉัน “ไม่ใช่แนวเลยเพื่อน มีแต่คำแปลกๆ แกคิดว่าฉันจะเสพอะไรแบบนี้หรอ ไม่มีทาง” พูดจบน้ำใสก็กินต่อ


            “แล้วมันของใคร?”


            “ของแม่หรือเปล่า คนแก่อ่ะนะขี้ลืมจะตายไป”


            “ฉันว่าไม่ใช่”


            “แกเลิกคิดมากเ๹ื่๪๫หนังสืออะไรนี่เถอะ จะกินไหม ไม่กินฉันกินนะเพื่อน อย่าลืมว่าหารสอง” น้ำใสชูนิ้วขึ้นสองนิ้ว “หารสอง” เธอย้ำอีกรอบเสียงเข้ม


            “รู้แล้วๆ” ฉันดึงความคิดทั้งหมดมาที่อาหารตรงหน้า ทิ้งหนังสือเล่มนั้นไว้ที่เดิม


            บนโต๊ะสเตนเลสมีทั้งส้มตำปูปลาร้า ตำไทย ลาบแล้วก็น้ำตกหมู อันนี้ของโปรดของฉันเลย แต่น่าเสียดายที่มันก็เป็๞ของโปรดของน้ำใสด้วยเช่นกัน บางครั้งเราจึงมักแย่งกันกินอยู่บ่อยๆ เราสองคนกินไปคุยกันไป ๰่๭๫นี้มีเ๹ื่๪๫มาเล่าสู่กันฟังเยอะมากๆ เพราะเป็๞๰่๭๫ที่เพิ่งเรียนจบกันใหม่ๆ รับใบปริญญากันหมาดๆ แล้วก็หางานทำกันเลย ต่างคนก็ต่างเล่า ต่างคนก็ต่างรับฟังซึ่งกันและกัน


            ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด


            เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ดังขึ้นระหว่างบทสนทนา ฉันมองหน้าเพื่อนสาว ก่อนที่อีกฝ่ายจะส่ายหน้าเป็๞พันวัน ฉันก็เข้าใจในทันทีว่าโทรศัพท์ของฉันนี่เองที่กำลังดังอยู่ในตอนนี้


            “สวัสดีค่ะ คุณแขหรือคะ มีอะไรหรือเปล่า” ปลายสายคือเสียงเข้มๆ ของเลขาสาวจอมวางมาดของคุณพ่อ “ตอนนี้เลยหรือคะ แต่ว่ามันเป็๞วันหยุดนิคะ”


            “งานเข้าสินะเพื่อน”


            “ที่ไหนคะ ได้ค่ะ เดี๋ยวฉันไป” ทางปลายสายกดวางทันทีเมื่อพูดธุระของตนจบ “เดี๋ยวนี้วันหยุดก็ต้องทำงานหรือไงกัน”


            “แกก็ไม่ต้องไปดิ งานบ้างานบออะไรทำวันหยุดกัน ถ้าเป็๞ฉันนะ...”


            “แกจะด่าเ๯้านายกลับไปหรอ?”


            “ใครบอก ก็คงต้องไปนั่นแหละ” น้ำใสมองฉันนิ่ง “เอาหน่าแก เพิ่งได้งานทำ ยืดหยุ่นหน่อย”


            “งั้นวันนี้ฉันไปต่อกับแกไม่ได้แล้วนะ”


            “จ้า เอาไว้เสาร์หน้าก็ได้เพื่อน”


            หลังจากร่ำลากับเพื่อนอย่างน้ำใสเสร็จเรียบร้อยแล้ว ฉันก็รีบตรงดิ่งไปยังสถานที่ที่เลขาของคุณพ่อนัดเอาไว้ทันที ถ้าไม่ใช่เ๹ื่๪๫สำคัญอะไร ฉันจะด่าแม่นั่นให้ดู คิดว่าเป็๞เลขาของคุณพ่อแล้วจะจิกหัวสั่งใครทำงานก็ได้ตามใจงั้นหรอ เดี๋ยวเจอกันนังงูพิษ… แขไข



    โปรดติดตามตอนต่อไป