ทั่วทั้งลานฝึกเงียบงันตกตะลึงด้วยความโง่งม ไม่ทราบสิ่งที่พวกมันได้ยินเมื่อครู่เป็เื่จริงรึฝัน คำกล่าวที่ว่า คิดรับเป็ศิษย์สายตรงนั้น ออกมาจากปากรองเ้าตำหนักชั้นเรียนฝึกหัด ท่ามกลางความเงียบงัน อาจารย์คุมสอนจึงเอ่ยปาก
“ ท่านรองเจ้าตำหนัก ไฉนจึงรีบร้อน...มิใช่ท่านออกปากไว้เองว่าให้รอปีนึงรึท่าน ? ” ยิ่งกว่าความตกใจของมันก็คือความคิดริษยาเล็กน้อย ไม่ว่าอาจารย์คนใดของชั้นเรียน ยามนี้อยากได้ฮ่าวเทียนผู้เปี่ยมพรสวรรค์เป็นศิษย์ทั้งสิ้น จู่ๆเจ้าคนนี้ก็คิดมาฮุบไป เทียนอวิ๋นกล่าวตอบ
“ อาจารย์หวัง เรื่องนี้ใช่ว่าข้าอยากกลับคำนัก แต่เป็นเรื่องที่ฝ่ายในกับท่านเจ้าตำหนักไตร่ตรองแล้ว เราทุกคนคืออาจารย์ของเขา เพียงข้ารับเข้าเป็นศิษย์สายตรงสืบทอดวิชาเท่านั้น... ” จากนั้นเทียนอวิ๋นเดินมาข้างกายอาจารย์คุมสอบ กล่าวกระซิบ
“ มันจะเป็นตัวแทนตำหนักเราเข้าร่วมประลองยุทธ์ ” นี่...อาจารย์คุมสอบได้ฟังดังนั้นจึงไม่อาจเอ่ยคำใดได้อีก มันสงบใจเดินจากไป ครู่หนึ่งจึงกลับมาพร้อมเอกสารต่างๆของฮ่าวเทียน
“ ฮ่าวเทียน เจ้ามานี่ ” ฮ่าวเทียนเดินมาด้วยความสับสนงุนงง
“ อาจารย์เทียนอวิ๋นคือเทพยุทธ์ที่พลังฝีมือสูงสุดในตำหนักเรา บัดนี้คิดรับเจ้าเป็นศิษย์สายตรงของท่าน เจ้าจะยินยอมรึไม่ ? ” ฮ่าวเทียนในใจเต็มเปี่ยมด้วยความตื้นตัน ไม่อาจกลบฝังสีหน้าดีใจของมันได้
“ ศิษย์ยอมรับ เป็นโชควาสนาของศิษย์แล้ว ศิษย์ฮ่าวเทียนคารวะท่านอาจารย์! ” ฮ่าวเทียนโขกศรีษะให้แก่เทียนอวิ๋นทันที เทียนอวิ๋นได้แต่ยอมรับโชคชะตานี้ไม่อาจต่อต้าน
“ บัดนี้ เจ้าคือศิษย์สายตรง ต่อไปทั้งชีวิตอุทิศให้การฝึกตน สืบทอดพลังและสายเลือดของข้า ภายภาคหน้าจงอย่าได้ลืมเลือนว่าตำหนักแห่งนี้ให้ความสำคัญและเลี้ยงดูเจ้าดีเพียงใด ไม่อาจไม่ทดแทนคุณ ” ฮ่าวเทียนรีบตอบรับทันที
“ ศิษย์เชื่อฟังท่านอาจารย์เป็นที่สุด! ” เทียนอวิ๋นแม้ไม่เต็มใจรับภารกิจนี้นัก แต่ในใจมันก็ยอมรับนับถือในตัวเด็กหนุ่มอยู่ไม่น้อยทีเดียว
“ เจ้าดีใจยังเร็วไป นรกของจริงกำลังรอเจ้าอยู่ บทเรียนของข้าไม่มีคำว่าสุขสบาย มีเพียงความยากลำบากนานับประการจะพาเจ้าไปสู่จุดสูงสุด พรุ่งนี้ อาจารย์จะมารับเจ้า ”
ฮ่าวเทียนรับคำอาจารย์ของมันทันที ก่อนมองดูร่างนั้นเดินจากไป เหล่าเพื่อนร่วมชั้นถาโถมเข้ามายกยอปอปั้นมันยังกับเป็นคนละคน มีเพียงเว่ยซินที่สีหน้าย่ำแย่นัก
“ ฮ่าวเทียน ยามนี้เจ้ายิ่งใหญ่เพียงนี้แล้ว... ” ฮ่าวเทียนจับสองมือของนางไว้พลันกล่าว
“ จะอยู่ที่ใดฝึกฝนอันใดไม่แตกต่างกัน สหายย่อมเป็นสหายวันยังค่ำ ข้าให้สัญญา เวลาว่างเว้นของข้าจะกลับมาหาเจ้า ดีรึไม่?” เว่ยซินได้ยินดังนั้นจึงวางใจ
“ เจ้าสัญญาแล้วนะ! ”
อีกด้านหนึ่งเทียนอวิ๋นที่กำลังวางแผนฝึกฝนทดสอบศิษย์คนแรกในชีวิตมันก็ไม่อาจสงบใจลงได้ เห็นได้ชัดว่ามารในตัวของเด็กหนุ่มมันไม่อาจรับมือแม้แต่น้อย นี่หากไม่ใช่สวรรค์ประทานภารกิจนี้มาให้ มันพบเจอที่อื่นใด ด้วยสายเลือดแห่งแสงต้องรีบลงมือสังหารเด็กหนุ่ม ตัดไฟแต่ต้นลมเป็นแน่...
แน่นอนว่ามีคนประจบยินดีฮ่าวเทียน ยิ่งต้องมีคนหมั่นไส้เกลียดชัง หยางเว่ยเทียนยามนี้มีแต่ไฟริษยาในใจ
“ เ้าเด็กไร้หัวนอนปลายเท้านั่น มันที่แท้ประสบโชคลาภใดมากันแน่ถึงโชคดีเพียงนี้ คิดแล้วน่าหงุดหงิดนัก ” เด็กหนุ่มเขียนจดหมายฉบับหนึ่งขึ้น ก่อนให้สุนัขของมันนำจดหมายฉบับนี้ไปส่งแก่ครอบครัวตน...
เช้าวันถัดมาฮ่าวเทียนรอวันนี้ด้วยใจจดจ่อ ทว่าคนแรกที่มันพบเจอกลับไม่ใช่อาจารย์ของมัน เป็เว่ยซินมารออยู่หน้าชั้นเรียน
“ ฮ่าวเทียน เ้าต้องไปแล้ว ข้าเสมือนขาดเพื่อนที่สำคัญคนนึงไป เ้าต้องสัญญาว่าจะไม่หักโหม ปลอดภัยกลับมา บทเรียนของอาจารย์เทียนอวิ๋นคงยากเย็นดังปีนป่าย์...” เว่ยซินกล่าวด้วยความเป็ห่วงนัก
“ เว่ยซินเ้าดีกับข้าจริงๆ แต่ไม่ต้องเป็ห่วง ข้าไม่ตายง่ายๆแน่ ยังมีหลายสิ่งบนโลกนี้ที่ข้าต้องกระทำ ยามนี้ ท่านอาจารย์เป็ผู้เดียวที่จะช่วยข้าไปถึงฝั่งฝันนั้น แม้ภายนอกท่านดูดุร้าย แต่ใจจริงข้าััได้ ท่านอาจารย์ใจดีโอบอ้อมอารีย์นัก...” ไม่ทันสิ้นบทสนทนา เทียนอวิ๋นก็มารับศิษย์ของมันด้วยตัวเอง และจากไป เว่ยซินมองดูแผ่นหลังของฮ่าวเทียนจากไปช้าๆด้วยไม่เข้าใจความรู้สึกที่เกิดขึ้นนี้ของตน
“ ท่านอาจารย์ ดูว่าเรากำลังจะออกนอกเขตสำนัก ท่านที่แท้จะพาข้าไปที่ใด ? ” ฮ่าวเทียนถามด้วยความสงสัย พลันได้ยินอาจารย์ตอบกลับ
“ ฮ่าวเทียน...เ้าแม้ชัดเจนว่ามีจิตมาร กลับแตกต่างจากพวกมารที่อาจารย์พบเจอนัก เ้ามีใจคุณธรรมสูงส่ง จิตใจตั้งมั่นสมชายชาติบุรุษ อาจารย์สายเืและพลังธาตุแสงจากา เ้าจะสืบทอดได้ต่อเมื่อเข้าสู่ระดับก่อตั้งแล้วเท่านั้น ดังนั้นยามนี้ต้องเร่งฝึกฝนโดยเร็ว...อาจารย์จะพาเ้าไปที่เขาหมื่นบรรพชน ” เขาหมื่นบรรพชน ที่นั่นเต็มไปด้วยสิงห์สาราสัตว์มากมาย ทั้งสัตว์ป่าธรรมดาไปจนสัตว์อสูริญญาชั้นสูง เต็มไปด้วยอันตรายไม่อาจคืบคลาน
“ ท่านอาจารย์ไม่ต้องห่วงไป ศิษย์ควบคุมปราณทมิฬได้ดั่งใจ ไม่มีวันทำร้ายผู้อื่น และหากไม่จำเป็แก่ชีวิต ไม่อาจใช้ออก อีกทั้งพลังนั้นถูกผนึกไว้ ถึงข้าอยากใช้เพียงไร ก็นำมาได้เพียงบางเบา...”
“ เรามาถึงแล้ว ที่นี่ จะเป็ที่ฝึกฝนเ้า 1 ปี ต่อจากนี้... ” ฮ่าวเทียนหันขวับด้วยความตกตะลึง
“ เอ้ะ ท่านอาจารย์คล้ายว่าข้าฟังผิดไป ท่านกล่าวว่า 1 ปี ? ” เทียนอวิ๋นไม่สนใจคำ พลันกล่าว
“ 1 ปีจากนี้ เ้าอาศัยอยู่ที่นี่กับข้า ไม่อาจคิดเองทำเอง ตั้งใจฟังคำสั่งอาจารย์ ฝึกฝนจนกว่าครบเวลาจึงกลับไปยังสำนัก ” ฮ่าวเทียนเมื่อครู่ยังดีใจตัวแทบแตก ยามนี้กลับห่อเหี่ยวตกตะลึงหน้าซีดราวกับผีดิบ
“ แต่ แต่ข้าต้องกลับไปยังสำนัก มีสิ่งอื่นมากมายที่นั่น อีกทั้ง...อีกทั้ง” มองดูทัศนียภาพตรงหน้าเป็ยอดเขาสูงชัน ้ามีกระท่อมขนาดกลางหลังหนึ่ง ครอบคลุมด้วยเกราะปราณสีทองอร่าม เทียนอวิ๋นกล่าวต่อ
“ เ้าไม่ต้องกล่าวอันใดอีก ฮ่าวเทียน แม้อาจารย์ยอมรับเ้าเป็ศิษย์ แต่ด้วยสายเืที่อาจารย์ถือครอง ต่อต้านจิตมารของเ้าถึงขีดสุด 1 ปีนี้ เ้าต้องแสดงให้อาจารย์เห็นว่าจะไม่ตกไปสู่หนทางแห่งมาร อาจารย์ไม่เคยคิดรับศิษย์สายตรงมาก่อน เ้ายามนี้เป็เหมือนลูกบุญธรรมข้าก็มิปาน อย่าได้ทำให้อาจารย์ผิดหวัง เ้ารับคำอาจารย์ได้รึไม่? ”
ฮ่าวเทียนแม้ยังสับสนกับ่เวลา ทว่ายามมองดูสีหน้าของเทียนอวิ๋นที่มองดูมันอย่างลึกซึ้งอ่อนโยน กลับทำให้มันนึกถึง่เวลาที่มันอยู่กับท่านปู่ของมันขึ้นมา
“ ท่านอาจารย์ ศิษย์ขอสาบาน จะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง ทุ่มเท่ฝึกฝน! ” เทียนอวิ๋นได้ยินดังนั้นก็คลายใจ จากนั้นจึงพาฮ่าวเทียนเข้าสู่กระท่อม สอนสิ่งต่างๆสำหรับการใช้ชีวิตในป่าใหญ่ให้ ทว่าฮ่าวเทียนโดยมากเรียนรู้ด้วยตัวเองมาแต่เล็กแล้ว จึงแทบไม่จำเป็
“ ฮ่าวเทียน หมัดทะลวงฟ้าเ้าฝึกถึงขั้นใดแล้ว ? ” ฮ่าวเทียนแสดงพลังออกครอบคลุมสองแขนพลันกล่าว
“ ท่านอาจารย์ ข้าไม่ได้อ่านคัมภีร์เสียเนิ่นนาน คาดว่าอยู่ในระดับที่ 2 ขอรับ ” ยามนี้สีหน้าของเทียนอวิ๋นไม่สู้ดีนัก เห็นได้ชัดว่ามันทะลวงไปถึงขั้นที่ 4 ของคัมภีร์แล้ว ทั้งระดับพลังปราณก็กำลังก้าวสู่ปราณริเริ่มขั้นที่ 4 เช่นกัน พร์ที่ผิดแผกนี้ทำให้เทียนอวิ๋นได้แต่ทอดถอนใจ ....
“ นี่ข้าทำถูกแล้วใช่ไหม ์ ท่านที่แท้กำลังเล่นตลกอันใดแน่....”
วันถัดมาฮ่าวเทียนแบกรับการฝึกร่างกายอย่างไม่ลดละ เหงื่อไหลท่วมจนเสื้อผ้าบิดน้ำออกมาได้ ก็ยังตั้งใจฝึกฝน กระบวนท่าใดที่เทียนอวิ๋นสอน หลักโคจรปราณ กระทั่งหลักเกณฑ์ฟ้าดินช่วยส่งเสริมความเข้าใจยุทธ์ มันก็ร่ำเรียนราวกับปีศาจ เหมือนว่าสิ่งเหล่านี้มันมีอยู่กับตัว แค่รำลึกขึ้นมาก็พร้อมใช้งาน เวลาผ่านไปเพียงสามวันเท่านั้น เทียนอวิ๋นไม่มีพื้นฐานใดจะสอนฮ่าวเทียนอีก
“ ฮ่าวเทียน เ้าเข้าใจพื้นฐานท่าร่างของตระกูลอาจารย์รวดเร็วนัก ดูท่าอาจารย์คิดไม่ผิด ตรรกะทั่วไปไม่อาจนำมาใช้กับเ้า... จากวันนี้ไปฝึกฝนร่วมกับอาจารย์ ทุกเย็นต้องต่อสู้กับอาจารย์ด้วยใช้พลังฝีมือที่อาจารย์ได้สอนไป เชี่ยวชาญเมื่อใด ข้าจะสอนวิชาทรงพลังยิ่งขึ้นแก่เ้ามากขึ้นเรื่อยๆ ” วันวานผ่านพ้น ที่สุดแล้วฮ่าวเทียนทะลวงด่านพลังปราณริเริ่มขั้นที่ 4 อย่างไม่ยากเย็น เวลาจมดิ่งเข้าสู่ภวังค์ฝึกยุทธ์ ฮ่าวเทียนแทบไม่รู้เดือนตะวัน มุ่งหน้าสะสมดูดกลืนสรรพวิชาอย่างบ้างคลั่ง คล้ายว่าจะกลืนกินแทนข้าวเสียด้วยซ้ำ เทียนอวิ๋นทั้งภูมิใจและตื่นตระหนกไปกับมันในเวลาเดียวกัน....
คืนวันหนึ่งหลังประมือกับเทียนอวิ๋น ฮ่าวเทียนยามนี้ร่างกายกำยำ หน้าตาหล่อเหลาเปล่งประกาย ทั่วร่างแม้เต็มไปด้วยาแ แต่รัศมีของมันกลับเปล่งประกายอ่อน คล้ายคลึงอาจารย์ของมันเข้าไปทุกวัน...
“ ฮ่าวเทียน เ้ากำลังคิดถึงสิ่งใดอยู่ ? ” ฮ่าวเทียนลุกขึ้นคำนับอาจารย์ก่อนกล่าว
“ ข้าจากสำนักมาร่วมเดือนแล้ว ที่นั่นมีความทรงจำที่ดีและร้าย แม้เป็่เวลาไม่นาน ข้ากลับคิดคำนึงถึงสถานที่นั้น... ”
เทียนอวิ๋นเหม่อมองดวงจันทร์ที่กำลังเผยขึ้นช้าๆก่อนกล่าว
“ เด็กน้อยเอ๋ย ข้าฝึกฝนอยู่กับเ้าทุกเมื่อเชื่อวัน มองดูตัวเ้าตลอดเวลา แม้ผ่านพ้นเวลาแค่เกือบเดือน แต่เ้าไม่อาจหลบลี้สายตาอาจารย์ มิใช่กำลังคำนึงถึงนาง์น้อยคนใดอยู่หรอกรึ ?” แค่กๆๆ ฮ่าวเทียนถึงกับสะอึกไอ
“ ท่านอาจารย์ ข้าเข้าใจว่าท่านมุ่งฝึกตนสู่มรรคายุทธ์แท้จริง ไม่สนใจเื่ราวรักใคร่เสียอีก ดูท่าข้าเข้าใจท่านผิดไป ?”
เทียนอวิ๋นเหม่อมองท้องฟ้าอยู่เนิ่นนานก่อนตอบคำเด็กหนุ่ม
“ หึ ข้าเองคราหนึ่งก็เคยมีรักกับคนอื่นเขา ความรักเป็ทั้งพลังที่ร้ายกาจและจุดอ่อนใหญ่หลวงของใจคน หากคิดมีมัน ในโลกนี้เ้าต้องมีพลังเพียงพอที่จะปกป้องมันด้วย ” ฮ่าวเทียนหันไปมองอาจารย์มันที่กำลังเหม่อลอยไปไกล
“ ทุกสิ่งอย่างบนโลกนี้ เ้าอยากได้สิ่งใด ปกป้องสิ่งใด ทุบทำลายสิ่งใด ย่อมต้องขวนขวายมาด้วยตัวเอง ตัวเ้าเองเท่านั้นที่จะกำหนดทุกสิ่ง มิใช่โชคชะตาน่าหัวร่อพวกนั้น !” ฮ่าวเทียนจดจำคำสอนของเทียนอวิ๋นไว้ขึ้นใจ
“ ศิษย์จะจดจำคำสอนท่านไม่ลืมเลือน ” จากนั้นเทียนอวิ๋นผายมือแหวกมิติ หยิบเอาสิ่งของบางอย่างออกมา
“ หัตถ์พิฆาตหกกงล้อ เป็อาวุธคู่กายอาจารย์เมื่อครั้งอายุยังเยาว์ มันทุบทำลายป้ายสำนักไปมากมาย ยอดฝีมืออันใดล้วนสยบต่อมัน ครั้งนึงอาจารย์ของเ้าเคยสยบโลกหล้าด้วยเกราะมือนี้ จากนี้ไป เ้าจงฝึกฝนด้วยเคล็ดวิชานี้ มันจะยกระดับเ้าไปสู่จุดสูงสุดในยามนี้โดยไม่ยาก จากนี้ไป ข้าจะเคี่ยวกรำเ้าให้หนัก เตรียมตัวให้ดี ! ” ฮ่าวเทียนรับเกราะมือสีทองไว้ ดูไปแล้วมีร่องรอยมากมาย ชัดเจนว่ากรำศึกมามาก เมื่อลองสวมใส่พลังในร่างตนกลับพุ่งทะยานขึ้น หมัดทะลวงฟ้าเองคล้ายว่ารุนแรงขึ้นเป็เท่าตัว ด้วยพลังนี้และเคล็ดวิชาที่อาจารย์จะสอน เด็กหนุ่มตั้งมั่นสุดใจว่าจะไม่ทำให้ท่านปู่มันผิดหวัง กลับไปยังสำนักศึกษาอย่างภาคภูมิ สร้างชื่อเสียงแก่สำนัก ยิ่งใหญ่ดั่งท่านปู่และอาจารย์ของมัน....
จบตอน