ซายะได้เดินถือคาตานะไปยังปากถ้ำ พอเดินออกมา ซายะก็ได้รีบแอบอยู่หลังพุ้มไม้ เพื่อไม่ให้ทหารเจอตัว เนื่องจากในตอนนี้ เป็เวลากลางคืนจึงยากแก่การหาตัว ซายะก็ลัดเลาะไปยังหมู่บ้านเพื่อให้แน่ใจว่า ทหารจักรวรรดิ ได้ไปจากที่นี้แล้ว ซายะก็ได้เดินไปสำรวจบริเวณหมู่บ้าน แต่ที่ซายะใมากก็ คือ ซากศพของชาวบ้านที่กองกันอยู่เป็จำนวนมาก
“โหดร้าย โหดร้ายเกินไปแล้ว ”
ซายะก็ได้ล้มตัวคุกเข่าลงต่อหน้ากองศพ ทันใดนั้น ทหารจักรวรรดิที่รอดักซุ่มอยู่ ก็ได้บุกเข้าล้อมตัวซายะ ซายะก็ได้รีบลุกขึ้นถือ. คาตานะ ทันที
“ดูเหมือนมันจะรอเราอยู่สินะ ”
ซายะก็ได้พุ่งพรวด โดยใช้ดาบฟาดฟันทหารจักรวรรดิ ทหารจักรวรรดิที่ล้อมรอบอยู่ ก็ได้พุ่งเข้า หวังจะฆ่าซายะ ทันทีที่เหวี่ยงดาบ ซายะก็สามารถหลบการเหวี่ยงดาบเ่าั้ได้อย่างง่ายดาบ จากนั้นก็ใช้ดาบสวนกลับ ฟัดไปที่หน้าอกของทหารจักรวรรดิทีละคน จนเกือบหมด ส่วนที่เหลือก็เล็ดรอดหนีไปได้ ซายะก็ได้มองรอบๆและมีอาการเหนื่อยล้าจากการที่เธอต่อสู้กับทหารจักรวรรดิ ด้วยตัวคนเดียว
“รีบหนีออกไปจากที่นี้ดีกว่า ก่อนที่พวกนั้นจะแห่กันมา ขืนสู้ต่อ มีหวัง เราได้หมดแรง และโดนฆ่าตายก่อนแน่ๆ ”
ซายะได้ใช้ดาบพยุงตัว และพยายามเดินไปที่แม่น้ำทันที
ณ ค่ายทหารทางทิศตะวันออกของหมู่บ้าน ในขนาดที่ โกลด์ แม่ทัพอัศวินเวทย์ ของจักรวรรดิ กำลังพักผ่อนอยู่ ทันใดนั้น ก็มีทหารเข้ามารายงาน
“ขออนุญาติ มีรายงานเข้ามาครับ ”
“ ว่ามาเลย มีอะไรเกิดขึ้นงั้นเหรอ ”
ทหารก็ได้อ่านรายงาน
“ ชาวบ้านที่อยู่ในหมู่บ้านนั้น ถูกฆ่าตายหมดแล้วเว้นแต่ มีผู้หญิงคนหนึ่งหนีไปได้ครับ ”
โกลด์ก็ได้เอ่ยถาม
“ แล้วผู้หญิงคนนั้นละ ”
ทหารก็รีบอ่านรายงานทันที
“ กำลังหนีไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ครับ หลังจาก เธอได้ต่อสู้กับทหารของเราที่รอดักซุ้มบริเวณรอบหมู่บ้านครับ ”
“อย่างงั้นเองเหรอ”
“ ครับท่าน จะให้ส่งทหารตามล่าเธอไหมครับ ”
“ ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวฉันลงมือเอง ดูท่าแม่หนูคงจะมีฝีมืออยู่ไม่น้อยสินะ ”
โกลด์ได้สพายดาบ แล้วเดินออกจานเต้นส์ที่พักไป
ซายะได้พยุงตัวเองจนมาถึงแม่น้ำ จากนั้นซายะก็ ได้ นั้งพัก ดื่มน้ำ บริเวณริมแม่น้ำ จากนั้นซายะก็ได้ นั่งกอดเข่า แล้วมองไปบนฟ้า
“ แล้วฉันต้องไปที่ไหนต่อดีละ ฉันเองก็ยังไม่รู้จักโลกภายนอกเลยด้วยซ้ำ ”
ซายะก็ได้ถอนหายใจ ทันที ที่ยังไม่รู้จุดหมายปลายทางเลย ว่า ตัวเองต้องไปที่ไหน ทันใดนั้นจู่ๆก็มี แสง ทะลุต้นไม้ผ่านหัวซายะไปเพียงไม่กี่เซน ซายะรีบลุกขึ้นทันที และหาที่มาของแสงนั้น ทันใดนั้น ก็ มีผู้ชาย รูปร่าง ท้วม ปรากฎตัวออกมา พร้อมกับ ดาบเคลือบด้วยเวทย์ความมืด
“ หนีมาอยู่ที่นี้เองสินะ แม่สาวน้อย ”
โกลด์ได้เดินออกมาจากป่า และ จ้องซายะที่กำลังยืนอยู่
“แกเองสินะ ที่สั่งให้ทหารทั้งหมด ฆ่าพวกชาวบ้านสินะ ”
ซายะได้แสดงสีหน้าโกรธออกมาก
“ใช่แล้ว ข้าเป็คนสั่งให้ทหารฆ่าชาวบ้านทุกคนเอง”
“แกนี้มัน ไอ้ปีศาจ!!”
ซายะยกดาบพุ่งไปที่โกลด์ด้วยความเร็ว แล้วใช้ดาบฟัดแต่ก็ถูกโกลด์สกัดเอาไว้ และ เริ่มตอบโต้ทันที
“ หือ ไม่คิดเลยว่า จะได้เจอคนที่เนตรของจอมมาร ในที่แบบนี้ แต่ก็ยังไม่สามารถได้ควบคุมได้สินะ ”
โกลด์ได้เข้าปะทะ ซายะ เสียงปะดาบ ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่ว ซายะใช้ดาบฟัดไปที่โกลด์ทีใด โกลด์ก็สามารถบล็อกการโจมตีได้ทุกครั้ง และโต้กลับทุกครั้ง แต่ซายะก็สามารถหลบการโจมตีของโกลด์ได้ทุกครั้ง เพราะซายะสามารถมองการโจมตีออกทะลุปุโปร่ง เพราะเนตรของจอมมารที่เธออยู่นั้นเอง แต่ในที่นี้ ซายะนั้น เธอเองไม่ได้รู้สึกตัวว่า ตัวเองกำลังใช้เนตรของจอมมารอยู่นั้นเอง
“ เ้านี้แข็งแกร่ง สามารถบล็อกการโจมตีเราได้ทุกครั้ง ถ้างั้นละก็ ขอลองใช้วิชาดาบจากชาติก่อนเป็ไง ”
ซายะได้ะโออกมา แล้วตั้งท่า โดยการยกดาบชี้ไปที่โกลด์
“ เธอคิดจะทำอย่างไง ถึงได้ยกดาบชี้มาที่ข้าละ ”
“ก็จะลอง ใช้ วิชาดาบกับแกยังไงละ ”
“หา วิชาดาบอย่างงั้น ข้าจะบล็อกมันให้ดูเอง”
“ถ้างั้นแกก็ลองบล็อก ดูสิ เอาละนะ เพลงดาบชิโนคัดสึ กระบวนท่ารุกที่ 3 ดาบผ่ามาร !!! ”
ซายะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วผ่านตัวโกลด์ จากนั้นเอง ดาบและชุดเกราะของโกลด์ได้แตกเป็เสี่ยงๆ แล้วโกลด์ก็ได้ล้มลงไปพร้อมกับาแที่กลางอก
“ นี้เ้าเป็ใครกันแน่ ? ”
ซายะได้หันไปมองโกลด์แล้วตอบกลับไปว่า
“ชื่อ ของ ฉันคือ ซายะ เป็ นักผจญภัย ”
“งั้นเหรอ ข้าจะจำชื่อของเ้าไว้ ซายะ ”
ซายะเดินไปหาโกลด์ที่ล้มอยู่ ซายะได้ยกดาบขึ้น
“ งั้นก็ ลงนรกชะเถอะ!!! ”
ในขณะที่ซายะกำลังจะปลิดชีพโกลด์ จู่ๆก็มีใบมีดน้ำแข็งโจมตีไปที่ซายะ แต่ซายะก็ใช้ดาบปัดใบมีดนั้นทัน
“ ใครอยู่ตรงนั้นนะ เลิกซ่อนตัวอยู่ในป่า แล้วออกมาชะ ”
“ รู้ตัวแล้วสินะครับ. สมแล้วที่เป็ผู้เนตรของจอมมาร มองการโจมตีออกหมดเลยสินะครับ”
จู่ๆก็มีผู้ชายสวมเสื้อคลุมพร้อมกับถือคัมภีร์เวทย์อยู่ที่มือซ้ายพร้อมกับรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยเลห์เหลี่ยม ซายะได้ยืนมองด้วยความตกตระลึง
“ผู้ชายคนนี้ แข็งแกร่งเกินไป ถึงจะไม่ได้สู้กันตรงๆ แต่เราััได้ถึงออร่าที่โเี้ ”
ซายะคิดในใจ
“ ชื่อของผมก็คือ วิชเลี่ยม สตาฟอซ์น เป็สมาชิกของภาคีอัศวินดำแห่งจักรวรรดิทิเฟียน่า และเป็ จอมเวทย์ด้วย ยินดีที่ได้รู้จักนะครับคุณ ซายะ ”
พอวิชเลี่ยมแนะนำตัวจบ แล้วเขาก็แสดงรอยยิ้มที่เลห์เหลี่ยมออกมา
“ รู้จักชื่อของฉันได้ยังไงกัน?”
“ถ้าถามว่ารู้ได้ยังไงงั้นเหรอ ก็ผมดักฟังอยู่ยังไงละ จากหุ่นเชิดของผมเอง”
“หุ่นเชิดเหรอ หรือ ว่า!!! ”
“รู้ตัวแล้วสินะครับ คลายเวทย์”
ร่างของโกลด์ได้กลายสภาพเป็หุ่นฟางตัวเล็กๆทันที แล้วสลายหายไป
“นี้มันอะไรกัน ที่ผ่านมา เป็เพียงแค่หุ่นเชิดของแกงั้นเหรอ ”
ซายะยืนมองและได้หันดาบใส่วิชเลี่ยม
“ ใช่แล้วละครับ ”
ซายะได้พุ่งไปบริเวณหน้าของวิชเลี่ยม จากนั้นก็เหวี่ยงดาบใส่วิชเลี่ยม แต่วิชเลี่ยมใช้บาเรียบล็อกการโจมตีของซายะ ซายะพยายามโจมตีแบบไม่ยั่งด้วยความเร็ว แต่ก็ไม่สามารถสร้างาแให้กับวิชเลี่ยมได้ จนซายะได้หมดแรงลงต่อหน้าวิชเลี่ยม
“นี้เรา โจมตีเต็มที่แล้วนะแต่ไม่มีรอยขีดข่วนเลยแม้แต่น้อย ”
ซายะใช้ดาบปักลงดินเพื่อพยุงตัวเอง
“ เป็การโจมตีที่สุดยอดเลยนะครับ แต่การโจมตีทางกายภาพไม่สามารถทำอะไรผมได้หรอกรวมทั้งการโจมตีด้วยเวทย์ด้วย”
วิชเลี่ยมพูดแบบโดยไม่แสดงอาการอะไรเลยชักนิด สีหน้าที่เขาแสดงมีเพียงอย่างเดียวคือการยิ้ม
“ถึงเวลาปิดฉากละครับ”
วิชเลี่ยมได้เปิดคัมภีร์เวทย์ เหมื่อนกำลังร่ายเวทย์มนต์ที่ทรงอานุภาพ ซายะดูท่าไม่ดี รีบเดินหนีออกมาทันที เพราะซายะไม่เหลือแรงที่จะวิ่งแล้ว
“แบบนี้ เราคงไม่รอดแน่ ”
มีวงเวทย์ขนาดใหญ่ปรากฎบนท้องฟ้า
“ เวทย์ระดับสูง แสงแห่งการทำลาย จงจุติ”
จากนั้นวงเวทย์ที่อยู่บนท้องฟ้าได้หายไป แล้วมีแสงเล็กพุ่งลงสู่พื้นดิน แล้วก็เกิดะเิขนาดใหญ่ขึ้นกลางป่า ะเินั้นมีความรุนแรงมากถึงขั้นเป็หลุมขนาดใหญ่ตรงจุดศูนย์กลาง หลังจากการะเิ บริเวณรอบๆไม่มีต้นไม้เลยแม้แต่เศษซากก็ไม่มีเหลือ และ ซายะก็ได้หายสาปสูญไปในเวลานั้น