บทที่ 2 ผมกับการทำอาหาร
“…” หยางเฉียง
“…” จิ๋นสือ
“…” ฮุ่ยิ
“พวกเ้าเลิกทำหน้าตาเช่นนั้นได้แล้ว” ลู่เอินหน้าบึ้ง เมื่อเห็นน้องชายทั้งสามทำหน้าพิลึกพิลั่นมองวัตถุดิบชนิดใหม่ของเขา ทำหน้าตาเช่นนั้นหมายความว่าไง นี่มันของดีสุดๆ เลยนะ น้องช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย~
“พี่ใหญ่ ท่านคงไม่คิดจะกินมันจริงๆ ใช่หรือไม่” หยางเฉียงนี่เ้าเลิกทำหน้ากล้ำกลืนเช่นนั้นเสียที ส่วนสาเหตุที่น้องชายทั้งหลายของเขาทำหน้าแบบนี้นั้น ต้องย้อนกลับไปตอนที่พึ่งมาถึงลำธารใหม่ๆ
ในตอนที่พวกเรากำลังกินมันเผาเป็มื้อเที่ยงอยู่นั้นลู่เอินสังเกตเห็นสัตว์น้ำหน้าตาคุ้นเคยอยู่ในน้ำเต็มไปหมด พอกินมื้อเที่ยงเสร็จเลยเดินไปดูใกล้ๆ แล้วบอกให้น้องชายลงไปจับมันขึ้นมาดูสักตัว
“หยางเฉียงน้องพี่ เ้าไม่รู้จักของดีเสียแล้วเ้านี่น่ะมันอร่อยมากสามารถนำไปทำอาหารได้หลากหลายอย่างเชียวล่ะ รับรองถ้าพวกเ้าได้กินจะต้องติดใจอย่างแน่นอน” ไม่พูดเปล่าผมยก ‘กุ้ง' ที่เพิ่งสั่งให้น้องๆ จับมาให้ขึ้นโชว์
พวกเ้าช่างแรงดีเหลือเกินตัวก็ใหญ่อวบอ้วนกว่าโลกที่เขาจากมามากนักไม่ต้องพูดถึงความสด เนื้อมันต้องหวานมากแน่ๆ ไม่คิดว่าในลำธารจะมีกุ้งอยู่ด้วยโลกนี้มันจะอะเมซิ่งเกินไปแล้ว
“พี่ใหญ่ มันจะกินได้จริงๆ หรือ หน้าตามันดู…”
“นี่จิ๋นสือ เ้าไม่เชื่อพี่อย่างนั้นหรือ พี่เคยเห็นภาพมันในตำราแน่นอนว่ามันต้องกินได้” ถึงยังไงเขาก็กุเื่ตำราขึ้นมาแล้ว ก็ใช้มันให้คุ้มค่าไปเลยแล้วกัน
“เอ๊ะ พี่ใหญ่ท่านเคยบอกว่ามันเป็ตำราพืชพันธุ์ไม่ใช่หรือขอรับ หรือข้าจะฟังผิดไป”
“....ก็มันมีอีกเล่มอย่างไรเล่า ไม่สิ มีอีกหลายเล่มเลยล่ะ พวกเ้าไม่ต้องกังวลอันใดพี่ใหญ่ของพวกเ้าผู้นี้มี ความรู้กว้างขวางมากกว่าที่พวกเ้าคิดนัก” หน้าเ้าพวกน้องชายดูเหมือนจะไม่ค่อยคล้อยตามเขาเท่าไหร่ นี่เขาดูไม่น่าเชื่อถือขนาดนั้นเลยหรือ
“เอาล่ะๆ พวกเรามาช่วยกันจับกุ้งไปทำอาหารเย็นกันเถิด” ในขณะที่เท้าของลู่เอินกำลังจะัักับน้ำนั้น
“พี่ใหญ่ ท่านไม่ต้องลงไปเดี๋ยวข้ากับจิ๋นสือจะเป็คนลงไปจับมันมาเอง ส่วนท่านกับฮุ่ยิรออยู่ข้างบนเถิด” เ้าบอกข้าก็พอแล้วไม่จำเป็ต้องดึงคอเสื้อพี่กลับไปขนาดนี้เลย เ้าหยางเฉียงเ้าน้องป่าเถื่อน!
“เฮ้อ~วันนี้พวกเราต้องกินเ้านี่เป็มื้อค่ำจริงๆ สินะ” จิ๋นสือเ้าบ่นอะไรอยู่มาช่วยพี่ก่อนดีมั้ย พี่จะตายแล้วนะ!
“ลองอะไรแปลกๆ ดูบ้างก็ดีเช่นกัน ถึงมันจะดูพิสดารไปเสียหน่อยก็เถอะ” กว่าจะหลุดพ้นจากมือมารของน้อง ชายก็ทำเขาหอบไม่น้อย แรงเยอะเกินไปแล้วเ้าเด็กปีศาจนี่!
พอพูดเสร็จเ้าตัวก็เดินลงน้ำพร้อมกับตะกร้าที่มีกุ้งเพียงตัวเดียวไปทันที ส่วนจิ๋นสือก็ตามพี่ชายคนรองลงไปเช่นกัน ถึงจะเป็ลำธารแต่บริเวณนี้น้ำตื้นเป็พิเศษน้ำมีความสูงถึงแค่ตาตุ่มจึงมองเห็นตัวกุ้งได้อย่างชัดเจนและไม่เป็การยากที่จะจับมันมาถึงจะไม่มีอุปกรณ์เฉพาะในการจับเลยก็ตาม
สถานการณ์ของเราตอนนี้ก็คือ หยางเฉียงกับจิ๋นสืออยู่ในน้ำไปจับกุ้ง ส่วนเขากับฮุ่ยิว่าจะพากันเดินสำรวจแถวๆ นี้ เนื้อดินที่อยู่ใกล้ลำธารมีความชุ่มชื้นเป็อย่างมาก พืชพันธุ์แถวนี้ดูอุดมสมบูรณ์ไปหมด คงมีพืชผักขึ้นอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว
ตะกร้าของพวกเรามีอยู่สี่ใบ หนึ่งในนั้นถูกใส่ของลงไปจนเต็ม ของที่อยู่ด้านในล้วนเป็พืชผักตามทางที่เก็บมาได้ ส่วนใบที่สองมีไก่ป่าอ้วนๆ สองตัวอยู่ในนั้น ใบที่สามหยางเฉียงกับจิ๋นสือนำมันลงไปใส่กุ้ง เหลือแค่ใบ สุดท้ายที่มีลูกพุทราอยู่ไม่เกินยี่สิบลูกเท่านั้น
“พี่ใหญ่ๆ ท่านมาดูลูกไม้พวกนี้สิขอรับลูกสีแดงสด น่าทานมากเลยขอรับ” เสียงฮุ่ยิะโเรียกดังขึ้นไม่ไกลจากเขามากนัก เ้าตัวดูเหมือนจะเจอกับอะไรที่น่ากินจึงร้องเรียกเขาให้ไปดู
“พี่ใหญ่ๆ ท่านดูสิมันกินได้หรือไม่ขอรับ” เ้าตัวชี้ให้เขาดูลูกไม้ที่เ้าตัวพบ
! นี่มัน
“ิเอ๋อร์! น้องพี่เ้าเก่งที่สุดเลย” พื้นที่ตรงหน้าของเขาตอนนี้มันเต็มไปด้วยพืชผักหลากหลายชนิด แทบจะเหมือนกับยกพืชผักส่วนครัวทั้งหมดมารวมกันเลยด้วยซ้ำ
"ว่าแต่เ้าลูกไม้นี่มันกินได้หรือไม่ขอรับ” ตาเป็ประกายวิบวับเชียวนะ สงสัยเ้าตัวจะคิดว่ามันอร่อยเหมือนอย่างพุทราเป็แน่
“ิเอ๋อร์เ้าลูกไม้สีแดงเรียวแหลมนี่มีชื่อว่าพริกมันสามารถกินได้ ส่วนเ้าสีแดงทรงกลมนี่ชื่อว่ามะเขือเทศ” เขาชี้ให้น้องชายดูที่ละอย่าง ลูกไม้สีแดงสดเรียวแหลมสีสันคล้ายโลหิตแดงฉ่านดูสวยงามมีฤทธิ์เผ็ดร้อน หนึ่งในส่วนประกอบสำคัญที่ใช้ในการประกอบอาหารปรากฏอยู่ตรงหน้าลู่เอิน และยังมีมะเขือเทศที่มีรสเปรี้ยวอมหวานที่ใช้เพิ่มรสชาติอาหารและสีสันให้อาหารจานนั้นดูน่ารับประทานขึ้นอีกด้วย ในใจดวงน้อยจึงอดที่จะดีใจจนลิงโลดไม่ได้
“ส่วนต้นพวกนี้ที่ขึ้นเป็กอ กอนี้ชื่อว่าขิง กอที่คล้ายๆ กันนี้เรียกว่าข่า กอที่เหมือนกับหญ้าทางนั้นเรียกว่าตะไคร้ ส่วนต้นนั้นคือกระชาย” ตัวเขาเองไม่ได้คาดหวังว่าจะพบพืชพันธุ์มากมายเช่นนี้ แถมแต่ละอย่างยังเป็สิ่งที่ขาดไม่ได้
นี่มันโชคหล่นทับชัดๆ นี่สินะความรู้สึกของพวกตัวเอกในนิยายที่ข้ามโลกมา เขาเข้าใจแล้วล่ะ
“เรามาเก็บพวกมันกันเถอะ ฮุ่ยิเ้าเก็บพริกกับมะเขือเทศ ส่วนพี่จะเก็บพวกนี้เอง” เมื่อแบ่งหน้าที่กันเสร็จลู่เอินก็หยิบมีดในตะกร้าออกมา เขาเริ่มขุดหัวข่าเป็อันดับแรก ผักพวกนี้สามารถนำกลับไปปลูกได้แถมยังปลูกง่ายอีกด้วย
เนื่องจากไม่มีอุปกรณ์ที่เหมาะสมในการขุด ในตอนแรกจึงทุลักทุเลเล็กน้อย แต่ในที่สุดก็ผ่านไปได้ด้วยดี
“อ๊ากกกก ซี้ด แหวะๆ พี่ใหญ่เหตุใดเ้านี้มันถึงมีรสชาติเช่นนี้ ซี้ด..แสบลิ้น ปากของข้าพองไปหมดแล้ว” ลู่เอินสะดุ้งหันไปมองน้องชายที่ร้องลั่นเสียงดังเห็นเ้าตัวหน้าแดงตาแดงไปหมด ในมือยังถือพริกที่เหลืออยู่อีกครึ่งเม็ด เนื้อตัวสั่นระริกด้วยหวาดกลัวกลับรสััชวนพิศวงที่ตนไม่เคยลิ้มลองมาก่อน
“ิเอ๋อร์เ้ากินพริกเข้าไปงั้นหรือ” ลู่เอินทิ้งขิงแง่งใหญ่ในมือตนเองลง ปรี่เข้าหาน้องน้อยที่ยืนเบะปาก น้ำตาคลอหน่วยจวนจะไหลออกจากตาอยู่รอมร่อ
“ซี้ดดด ปากข้าไหม้เเล้วๆ” สุดท้ายฮุ่ยิก็กลั้นน้ำตาไหวไม่อยู่ น้ำตาไหลพรากๆ ลงเป็ทาง ร้องโวยวายว่าปากตัวเองจะไหม้ทั้งน้ำตา ลู่เอินที่เห็นอย่างนั้นทั้งขำทั้งสงสารรีบนำน้ำในกระบอกไม้ไผ่ยืนให้ดื่ม ซึ่งเ้าตัวก็รับไปดื่มอย่างรวดเร็วจนกลัวว่าน้องชายจะสำลักน้ำ
“ิเอ๋อร์ อ้ามมม" ลู่เอินค้นหาพุทราที่อยู่ก้นตะกร้าขึ้นมาป้อนใส่ปากให้กับน้องชาย
"พุทรามีรสหวานคงสามารถบรรเทาความเผ็ดร้อนให้เ้าได้ไม่น้อย”
“ข้าคิดว่ามันจะอร่อยเสียอีก สีสันดูสวยงามน่ากินมากแท้ๆ ซี้ดดด” ว่าแล้วก็ยัดพุทราเข้าปากอีกลูกจนแก้มป่อง
“พริกใช้ในการปรุงอาหารให้มีรสเผ็ดร้อนอย่างไรเล่า ไม่ใช่มีไว้กินแบบสดๆ อย่างพวกผลไม้” เห็นน้องยังไม่เลิกทำหน้ายับยู่ยี่แล้วก็อดยืนมือไปหยิกแก้มเ้าตัวให้ร้องโอ๊ยสักทีไม่ได้
“เรามาเก็บพวกมันให้เสร็จกันเถิดิเอ๋อร์ จะได้ไปดูที่อื่นว่ามีสิ่งใดอีกหรือไม่”
“ขอรับ!” หลังจากสำรวจบริเวณข้างๆ ลำธารแถวนี้จนหมด ลู่เอินก็ได้วัตถุดิบเพิ่มขึ้นมาหลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือเห็ดที่มีรูปร่างคล้ายคลึงกับเห็ดหอมถึงจะไม่ค่อยแน่ใจว่าเป็เห็นชนิดใด แต่ความรู้สึกของเขามันบอกว่าสามารถกินได้แน่นอน เขาเก็บมันใส่ใบตองแล้วใส่ไว้ในตะกร้าที่ตอนนี้เต็มไปด้วยพืชผักมากมาย
ส่วนหยางเฉียงกับจิ๋นสือก็จับกุ้งได้จนเกือบเต็มตะกร้า พวกมันยังคงดิ้นไปมาดูแข็งแรงจนเขาอดแปลกใจไม่ได้ ดูเหมือนว่ามันจะไม่ใช่แค่เพียงตัวใหญ่กว่าปกติเท่านั้นแต่ยังคงแข็งแรงมากอีกด้วย เข้าป่าคราวนี้ช่างคุ้มค่าจริงเชียว
เนื่องจากตะกร้าทุกใบเต็มไปด้วยวัตถุดิบมากมาย ขากลับเขาจึงทุลักทุเลไม่น้อย
“ถึงบ้านเสียที” พอกลับถึงบ้านปุ๊บ ลู่เอินก็รีบวางตะกร้าบนหลังลงแล้วนอนแผ่หลาบนแคร่ทันที
“น้ำขอรับ พี่ใหญ่” ลู่เอินรับน้ำจากหยางเฉียงยกขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด นั่งพักหายใจหายคออีกสักหน่อยแล้วจึงได้วางแผนจัดการกับวัตถุดิบของตน
“พืชผักพวกนี้เราจะทำอย่างไรกับมันดีขอรับ มากมายเพียงนี้คงกินไม่หมดแล้วแห้งเหี่ยวกินไม่ได้อีกเป็แน่” เขาคิดตามสิ่งที่จิ๋นสือพูด พบว่าสิ่งที่ได้กลับมาวันนี้มากมายเอาการเหมือนที่เ้าตัวบอกจริงๆ แต่ไม่เป็ไรเขามีวิธีจัดการอยู่แล้ว
พวกที่เป็ผักลู่เอินตั้งใจจะใช้ในการทำอาหารส่วนหนึ่ง ที่เหลือจะนำมันไปแช่น้ำเพื่อปลูกในวันพรุ่งนี้ พวกเนื้อสัตว์และกุ้ง กุ้งเขาจะใช้ทำอาหารส่วนหนึ่งเหมือนกันที่เหลือเขาว่าจะลองนำมันไปปล่อยในสระ กุ้งพวกนี้แข็งแรงมากไม่แน่ถ้าโชคดีมันอาจจะปรับตัวได้แล้วไม่ตายไปซะก่อน ส่วนไก่อ้วนตัวใหญ่สองตัวซึ่งน้ำหนักแต่ละตัวคง ไม่น้อยกว่า 5 กิโล เขาคิดว่าจะนำมาตุ๋นหนึ่งตัว แล้วอีกตัวจะนำมันไปหมักเกลือตากแดด
“พวกเ้านำพืชผักพวกนี้ไปแช่น้ำไว้ก่อน พรุ่งนี้พวกเราค่อยนำมาปลูก ส่วนเมล็ดผักพวกนี้คงต้องนำไปตากแดดไว้”
“ขอรับ”
พอหายเหนื่อยดีแล้วลู่เอินก็ลุกขึ้นนำเมล็ดผักที่เก็บได้จากในป่ามาคัดแยกส่วน อันไหนที่ต้องแกะเมล็ดออกจากเปลือกเขาก็ทำจนเสร็จ ถึงตอนนี้จะยังมีแดดอยู่บ้างแต่อีกไม่นานก็คงจะมืดค่ำแล้วจึงคิดว่าจะนำมาตากในวันพรุ่งนี้ทีเดียวเลยดีกว่า
หลังจากเก็บเมล็ดพืชเรียบร้อยแล้วลู่เอินก็เตรียมตัวเข้าครัวทำกับข้าว กุ้งที่จับมาวันนี้ลู่เอินจะนำมาทำเป็กุ้งคั่วพริกเกลือ ส่วนไก่จะตุ๋นเป็ซุป
ลู่เอินเลือกกุ้งมาสี่ตัวใส่ชามใบใหญ่เดินเข้าครัวไป โดยมีจิ๋นสือกับฮุ่ยิที่นำพืชผักไปแช่น้ำเสร็จแล้วเดินตามเข้ามาด้วย เห็นหยางเฉียงที่ั้แ่กลับมาถึงบ้านก็หายไปไหนไม่รู้กำลังล้างมีดที่มีเืไก่ติดอยู่ออก
ที่แท้น้องชายของเขาก็หายมาจัดการถอนขนและชำแหละไก่ในครัวนี้เอง น้องชายผู้นี้ช่างดูเป็ผู้ใหญ่และพึ่งพาได้จริงๆ
“พี่ใหญ่ท่านจะทำอะไรหรือขอรับ มีสิ่งใดให้ข้าช่วยหรือไม่” ลู่เอินส่ายหัวยกยิ้มอย่างเอ็นดู แม้น้องๆ จะขี้้แกล้งไปบ้างแต่ก็มิใช่เด็กไม่รู้ความ ทั้งยังขยันขันแข็งอะไรที่พอจะทำได้ก็ไม่เคยอิดออด ตัวเขาที่เป็พี่รู้สึกภูมิใจยิ่งนัก
“วันนี้พวกเ้าเหนื่อยกันมากแล้ว พักสักหน่อยเถิดส่วนที่เหลือพี่จะจัดการเอง” ลู่เอินดันตัวน้องชายทั้งสามนั่งลงบนเก้าอี้ที่อยู่ในครัวแล้วเริ่มจัดการกับวัตถุดิบตรงหน้า
ลำดับแรกต้องไม่ลืมหุงข้าวก่อน ลู่เอินจัดการก่อไฟทันทีเนื่องจากเคยทำมาแล้วครั้งนี้จึงราบรื่นเป็พิเศษ เสร็จแล้วนำหม้อขนาดกลางตักข้าวสารลงไปซาวข้าวให้สะอาดแล้วล้างออก เติมน้ำใหม่อีกทีให้ท่วมข้าวประมาณหนึ่งข้อนิ้ว ยกขึ้นเตาโดยใช้ไฟแรงพอน้ำเริ่มเดือดให้คนไปเรื่อยๆ จนข้าวเริ่มแตกเม็ด จากนั้นให้นำฟืนที่เหลือ ออกไปใส่อีกเตาหนึ่งให้เหลือแต่เศษถ่านไฟก้อนเล็กๆ แล้วปิดฝาหม้อไว้ตามเดิม
จากนั้นลู่เอินจัดการทำไก่ตุ๋น โดยนำน้ำใส่หม้อขนาดใหญ่ตั้งไฟให้น้ำเดือด ทุบกระเทียมกับรากผักชีใส่ลงไป เนื่องจากในครัวยังไม่มีครก จัดการปรุงรสด้วยเกลือตามด้วยน้ำตาลนิดหน่อยหลังจากนั้นใส่เนื้อไก่ลงไป ปิดฝาหม้อไว้รอจนกว่าเนื้อไก่จะตุ๋นได้ที่
ต่อไปก็จัดการทำความสะอาดกุ้งตัวใหญ่ทั้งสี่ให้สะอาด นำกุ้งมาปอกเปลือกแข็งๆ ด้านนอกออก ผ่าเอาลำไส้ที่หลังออกแล้วล้างทำความสะอาดให้เรียบร้อย เสร็จแล้วนำกระเทียมกับพริกสับมาซอยหยาบๆ
หลังจากเตรียมวัตถุดิบทำกุ้งคั่วพริกเกลือเรียบร้อยแล้ว ลู่เอินนำมันฝรั่งมาปอกเปลือกจัดการทำความสะอาดอีกครั้ง แล้วนำมาซอยจนเป็เส้นฝอยเรียวยาวสวยงาม ในตอนนี้ข้าวที่หุงไว้ก็ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วห้องครัวออกมาพอดี ลู่เอินใช้ผ้าจับหูหม้อยกลงมาจากเตา แล้วนำกระทะขึ้นมาตั้งแทนที่
เทน้ำมันในไหลงกระทะรอให้น้ำมันเริ่มร้อนแล้วเทแป้งใส่ถ้วย นำกุ้งมาคลุกกับแป้งนำไปทอดจนกรอบ แล้วตักขึ้นพักไว้ เทน้ำมันให้เหลืออยู่ในกระทะเล็กน้อยนำกระเทียมลงไปผัดจนเหลืองสวยแล้วต่อด้วยพริกปรุงรสด้วย น้ำตาลและเกลือสุดท้ายใส่กุ้งที่ทอดไว้จนกรอบคั่วให้เข้ากันก็เสร็จเรียบร้อยสำหรับกุ้งคั่วพริกเกลือ
ในตอนนี้ท้องน้อยๆ ของน้องชายทั้งหลายต่างส่งเสียงประท้วงออกมาขออาหารอันน่าอร่อยหอมยั่วยวนเข้ามาเติมเต็มในท้องแล้ว
ลู่เอินล้างกระทะแล้วนำมันไปตั้งใหม่อีกครั้งเพื่อทำผัดมันฝรั่ง ใส่น้ำมันที่ใช้ทอดกุ้งลงไป รอให้เดือดแล้วนำมันฝรั่งสอยลงไปผัดปรุงรสด้วยเกลือกับน้ำตาลเล็กน้อย สุดท้ายหั่นต้นหอมลงไปแล้วตักขึ้นได้เลย
ขณะนี้ไก่ที่ตุ๋นไว้ก็นุ่มได้ที่แล้ว ลู่เอินนำเห็ดที่คล้ายกับเห็ดหอมใส่ลงไปแล้วตุ๋นต่อสักพักก็เสร็จเรียบร้อยสำหรับอาหารในมื้อนี้!
เมื่อหันกลับมาก็เห็นน้องชายทั้งสามกลืนน้ำลายมองมาที่อาหารจนตาวาว
ิเอ๋อร์เ้าเช็ดน้ำลายก่อนดีหรือไม่น้องพี่
“พี่ทำอาหารเสร็จแล้ว พวกเ้าตั้งโต๊ะได้เลย”
หยางเฉียงเดินมายกเอาหม้อไก่ตุ๋นออกไปเป็คนแรก จิ๋นสือเองก็ยกหม้อข้าวเดินตามหลังไป ฮุ่ยิเองก็ช่วยถือถ้วยตะเกียบและช้อนตามไปด้วยอีกคน ส่วนลู่เอินก็เดินถือจานกุ้งคั่วพริกเกลือกับผัดมันฝรั่งตามไปทีหลัง
“พี่ใหญ่อาหารพวกนี้มันคืออะไรหรือขอรับ กลิ่นหอมน่ากินเป็อย่างมากแต่ก็พิสดารเหลือเกิน” ลู่เอินเงยหน้าขึ้นมองน้องๆ ที่ตอนนี้ยังไม่กล้าที่จะนำอาหารเข้าปาก ทั้งๆ ที่เสียงท้องของพวกเ้าตอนนี้ร้องจนแผ่นดินะเืแล้ว
“นี้คือไก่ตุ๋นเห็ด ส่วนด้านนี้คือผัดมันฝรั่ง และนี่กุ้งคั่วพริกเกลือ พวกเ้าลองกินดูมันอร่อยและไม่เป็อันตรายอย่างแน่นอน” ถึงจะพูดอย่างนั้นแต่ก็ยังไม่มีใครกล้าลงมือทานเสียที ลู่เอินจัดการตักกุ้งคั่วพริกใส่ถ้วยตนเองและเริ่มกินอาหารทันที ทำยังไงได้เขาก็หิวเหมือนกันนี่นา
หลังจากเห็นพี่ชายตักอาหารเข้าปากพร้อมกับทำหน้ามีความสุขเต็มเปี่ยมก็อดกลืนน้ำลายไม่ได้ จากนั้นพวกเขาจึงลองคีบอาหารเข้าปากตนเองดูบ้าง
!
เด็กทั้งสามคนตาโตขึ้นมาทันทีจากรสชาติที่พึ่งได้ลิ้มรส
“อร่อยมาก!” หยางเฉียงรู้สึกทึ่งกับรสชาติที่เพิ่งได้ลิ้มลอง รสชาติของน้ำซุปไก่มีรสหวานกลมกล่อมกำลังดี ให้ความรู้สึกนุ่มละมุนลิ้นและสดชื่นอย่างมาก แถมยังไม่รู้สึกถึงกลิ่นคาวของเนื้อไก่แม้แต่น้อย!
“รสดียิ่ง!” จิ๋นสือหลังจากที่ลองกินผัดมันฝรั่งที่ดูเหมือนวัตถุดิบจะปลอดภัยที่สุดพูดออกมา มันฝรั่งที่ถูกซอยจนเป็ฝอยดูดซับรสชาติจากเกลือและน้ำตาลให้รสชาติที่ดียิ่ง ต้นหอมที่ใส่ลงไปผัดร่วมกันยิ่งเพิ่มความหอมที่ไม่ธรรมดาออกมา อร่อยเกินไปแล้ว!
“ปากข้าชาแล้วๆ แต่อร่อยมากเลยขอรับ!” ฮุ่ยิร้องออกมาด้วยความเผ็ดร้อนจากสิ่งที่พี่ใหญ่เรียกว่าพริก เขาจำได้ขึ้นใจว่ามันทำให้เขาน้ำตาไหลจากความทรมานหลังจากกินมันเข้าไป แต่เขาก็อยากลองกินมันอีกครั้งดู พบว่ารสชาติเฉพาะตัวของมันเบาลงไปกว่าครั้งก่อนที่เขากินมันแบบสดๆ มากนัก สิ่งที่พี่ใหญ่เรียกว่ากุ้ง เนื้อมันมีความหวานให้ความรู้สึกนุ่มเด้งเหลือเกิน พอกินรวมกันกับข้าวแล้ว หมดคำบรรยายจริงๆ!
“ถ้ามันอร่อยมากนักพวกเ้าก็กินให้เยอะๆ แล้วกัน อะ พี่ตักให้” ปฏิกิริยาของพวกเขาทำให้ลู่เอินกลั้นเสียงหัวเราะไม่อยู่ หน้าตาแต่ละคนในตอนนี้มันดูตลกสุดๆ ไปเลยล่ะ
“พี่ใหญ่~”
เมื่อเห็นลู่เอินหลุดหัวเราะเสียงใส พร้อมกับตักอาหารใส่จานพวกเขาอย่างเอาใจน้องชายแต่ละคนของเขาก็หน้าแดงก่ำขึ้นมาทันที หรือว่าน้องเขาจะอายกันนะที่โดนหัวเราะ
คิดได้ไม่นานก็โล่งใจเนื่องจากพอหายหน้าแดง ทุกคนก็ก้มหน้าก้มตาซัดอาหารเขาปากด้วยความเร็วโดยไม่มี วี่แววว่าจะโกรธหรือน้อยใจเขาเลย
โต๊ะอาหารตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นของข้าวหอมๆ กับกลิ่นอาหาร ลู่เอินค่อยเติมข้าวและตักอาหารให้น้องทุกคนอย่างทั่วถึง ทั้งโต๊ะก็เต็มไปด้วยบรรยากาศอันอบอุ่นรับรู้ถึงความสุขของสี่คนพี่น้อง
TBC
เอาตอนที่สองมาฝากค่ะ ขอให้สนุกกับการอ่านนิยายกันนะคะะะะ