ตอนที่9 นางแบบโดยบังเอิญ
โจวหนิงอันมือสั่นเทายิ่งกว่าเดิมโดยไม่รู้ตัวพลางถามกลับคืนด้วยความร้อนใจว่า
“ไม่ต้องห่วง! ฉันได้เงินมาแล้ว! ให้ฉันคุยกับแม่หน่อยสิแล้วจะโอนเงินไปให้เดี๋ยวนี้แหละ!”
ครู่หนึ่งหญิงสาวได้ยินเสียงสะอื้นไห้ของแม่จากปลายสาย พลางกำโทรศัพท์แน่นยิ่งกว่าเดิมแล้วปล่อยให้แม่พูดเสียงอู้อี้ระบายความในใจออกมาอย่างเต็มที่พอััว่าแม่อารมณ์เบิกบานขึ้นบ้างแล้วจึงถามข้อมูลสำคัญว่า
“แม่คะ ถึงผมจะแหว่งไปหน่อยก็ไม่เป็ไรหรอกค่ะ เดี๋ยวมันก็ยาวเหมือนเดิมโชคดีเท่าไหร่แล้วที่แม่ไม่เสียโฉม เอาเถอะบอกเลขบัญชีมาสิค่ะแล้วหนูจะโอนเงินไปให้ คราวหน้าอย่าให้มีปัญหาแบบนี้อีกนะคะแล้วเมื่อไหร่เราจะได้เจอกันคะเนี่ย”
สุดท้ายโจวหนิงอันรู้สึกคิดถึงแม่ทันทีด้วยโหยหาอ้อมกอดอันอบอุ่นจากแม่ั้แ่เด็กเธอไม่เคยนึกโกรธเคืองการกระทำของแม่สักนิดทั้งเข้าใจเป็อย่างดีถึงความรู้สึกต้องแบกรับภาระเลี้ยงดูตนคนเดียวั้แ่เกิดพลางนึกอยากเจอแม่เพราะ้าบอกเื่การแต่งงานของตนในที
ด้านปลายสายจางลี่สูดน้ำมูกเสียงดังแล้วตอบลูกสาวเสียงอู้อี้อย่างไม่ไยดีว่า
“ฉันยังไม่ว่างตอนนี้ยังไงแกก็โอนเงินมาให้เลขบัญชีเดิมนั่นแหละ ถ้ามีมากกว่ายอดหนี้ก็โอนมาให้แม่ใช้หน่อยไว้แม่ว่างแล้วจะไปหา ยังไงก็ทิ้งที่อยู่ไว้ให้ด้วยล่ะ-”
โจวหนิงอันกำลังจะอ้าปากถามแม่ต่อพลันถูกตัดสายอย่างไม่ทันตั้งตัว จนอดพึมพำด้วยความงุนงงไม่ได้ว่า
“แม่นี่ยังไง?! ชอบทำตัวประหลาดซะจริงใจคอไม่คิดถึงฉันบ้างเชียวเหรอ จะปล่อยให้ฉันอยู่คนเดียวแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหนแค่จะบอกว่าแต่งงานแล้วไม่ต้องอยู่หลบซ่อนเหมือนเดิม เฮ้อ!คงต้องรอให้แม่โทรมาอีกทีสินะ เปลี่ยนเบอร์ไปเรื่อยเชียว ไม่รู้จะโทรหาเบอร์ไหนดี”
หญิงสาวนั่งถอนหายใจเฮือกใหญ่อยู่บนเตียงด้วยเข้าใจพฤติกรรมประหลาดของแม่เป็อย่างดี พลางกดเบอร์โทรธนาคารให้เ้าหน้าที่ทำการโอนเงินเข้าบัญชีแม่จำนวนหกพันหยวนเธอยังไม่กล้าโอนให้มากกว่านี้เพราะกลัวมีปัญหาคาดไม่ถึงตามมาประการสำคัญเธอ้าพบแม่ตัวต่อตัวมากที่สุด
จากนั้นสะใภ้รองตระกูลหลงกวาดตาสำรวจสิ่งของจะบรรจุใส่กล่องนำไปไว้คฤหาสน์รุ่งอรุณพลันนึกขึ้นได้ว่าควรโทรบอกสามีก่อนไปชอปปิงเย็นนี้ด้วยไม่แน่ใจว่าเขาจะกลับมารับเธอไปเที่ยวห้างสรรพสินค้าทันหรือไม่
“เอ๋.....พี่จวินหายไปไหนของเขาหรือว่าจะยุ่งเื่คุณปู่อยู่ที่โรงพยาบาล ไม่เป็ไรหรอกยังไงก็มีหลงคุนไปด้วยอยู่แล้วนี่นา”
เมื่อโจวหนิงอันโทรไปหาสามีแล้วเขาไม่รับสายเธอไม่ได้คิดอะไรมากเพราะมีเหตุวุ่นวายก่อนหน้าเป็ที่ประจักษ์ จึงรีบเก็บข้าวของเฉพาะ้านำไปใส่ในกล่องว่างและถุงหลายใบจากนั้นโทรเรียกให้หลงคุนและคนขับรถขึ้นมาช่วยกันยกกล่องและถุงลงไป
หญิงสาวไม่ลืมไปบอกลาเ้าของหอพักพร้อมยกสิ่งของเหลืออยู่ในห้องให้แก่หญิงร่างท้วมผู้ใจดีอีกด้วยสร้างความยินดีให้กับครอบครัวเถ้าแก่เนี้ยเป็อย่างยิ่งโดยเธอได้รับคำชื่นชมมากมายในภาพลักษณ์ใหม่อันสวยงามจนต้องรีบขอตัวเพราะได้รับคำชมมากเกินไป
ครั้นโจวหนิงอันแยกตัวกลับมานั่งบนเบาะหลังรถยนต์สำเร็จหลงคุนอดถามนายหญิงผู้กำลังโบกมือพัดเพิ่มความเย็นให้ใบหน้าของเธอไม่ได้ว่า
“คุณผู้หญิงไปรบกับใครมาเหรอครับดูเหมือนจะใช้พลังงานมากทีเดียว”
โจวหนิงอันได้ยินคำถามจากหลงคุนพลันหัวเราะเบา ๆ มีความสุขในภาพลักษณ์ใหม่ของตนเอง พลางบอกเขาตามจริงโดยไม่ลืมถามถึงสามีด้วยว่า
“เมื่อตะกี้เถ้าแก่เนี้ยพยายามจะเซลฟี่กับฉันไว้เป็ที่ระลึกแถมยังยุฉันด้วยว่าให้ไปสมัครเป็ดาราไอดอล ฉันไม่เอาด้วยหรอก ว่าแต่หลงคุนติดต่อบอสได้ไหมฉันพยายามติดต่อสามีแล้วแต่เขาไม่รับสายเลย”
หลงคุนเหลือบมองคนขับรถแว่บหนึ่งอย่างเข้าใจกันพลางเอี้ยวคอกลับมาตอบคำถามนายหญิงด้วยท่าทีปกติว่า
“สงสัยบอสจะมีงานด่วนครับผมโทรไปก็ไม่ติดเหมือนกัน ถ้าคุณผู้หญิงมีงานอะไรให้ผมทำก็บอกมาได้เลยบอสสั่งให้ผมดูแลคุณผู้หญิงอยู่แล้วครับ”
โจวหนิงอันพยักหน้าเข้าใจโดยไม่คิดสงสัยอะไรพลางบอกแผนการต่อไปก่อนกลับไปยังคฤหาสน์รุ่งอรุณเพราะไม่อยากออกมาอีกครั้งว่า
“งั้นพาฉันไปเที่ยวห้างทีสิฉันต้องซื้ออะไรอีกตั้งหลายอย่าง แต่หลงคุนไม่ต้องเดินตามแจหรอกนะ แค่อยู่ห่าง ๆก็พอ ฉันอยากเดินแบบสบาย ๆ น่ะ”
หญิงสาวกลัวว่าเลขานุการของสามีจะเข้าใจผิดจึงรีบอธิบายในทันทีเธออยากใช้เวลาเดินทอดน่องเลือกชมสินค้าตามลำพัง ด้วยยังไม่คุ้นเคยให้มีคนติดตามยกเว้นคนติดตามเป็สามีถึงจะยอมปรับเปลี่ยนนิสัยเดิม
อนึ่งโจวหนิงอันใช้ชีวิตคนเดียวมาั้แ่เรียนชั้นมัธยมต้นเธอต้องทำอะไรเองคนเดียวมาั้แ่เด็กเพราะแม่ไม่ค่อยอยู่บ้าน ส่วนพ่อหายหน้าไปั้แ่เกิดหรืออาจจะก่อนหน้าเพราะแม่ไม่เคยพูดถึงพ่ออีกเลยฉะนั้นจึงไม่คุ้นชินในการมีคนเดินตามตลอดเวลา
หลงคุนพยักหน้าเข้าใจเพราะเคยสืบค้นประวัตินายหญิงมาก่อนพลางตอบรับคำขออย่างว่าง่ายว่า
“เข้าใจแล้วครับเชิญคุณผู้หญิงเดินตามสบายเลย ผมจะเดินตามห่าง ๆ แล้วกัน”
“ขอบใจ”โจวหนิงอันส่งยิ้มยินดีให้เลขานุการซ้ายอย่างสบายใจ
สักพักหนึ่งรถซีดานหรูแวะจอดเทียบส่งสะใภ้รองแห่งตระกูลหลงยังหน้าห้างสรรพสินค้าชั้นนำของเมืองหลวงโดยเป็ห้างใหญ่โตหรูหราอลังการเพิ่งเปิดทำการได้ไม่กี่เดือน
โจวหนิงอันตาโตใเพราะไม่คิดว่าคนขับรถจะพามาห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ด้วยก่อนหน้าเธอมัวแต่นั่งเหม่อคิดถึงหลายเื่ โดยเฉพาะเพิ่งเปิดอ่านข้อความจากทางร้านเหออี้จึงกำลังงุนงงต่อภารกิจใหม่เพิ่งถูกมอบหมายมาจากทางร้าน
พอรถจอดสนิทหญิงสาวถึงได้มองทิวทัศน์ด้านนอกแล้วเห็นว่าตนอยู่หน้าห้างสรรพสินค้าหรูหราที่สุดในเมืองหลวงพลางถามหลงคุนที่เดินมาเปิดประตูรถรอเพื่อความมั่นใจว่า
“หลงคุนพาฉันมาที่นี่เหรอได้ยินว่าที่นี่สินค้าราคาแพงมากเลยนะ มีแต่ของแบรนด์เนมและสินค้าจากต่างประเทศทั้งนั้นฉันไม่อยากใช้เงินของสามีสิ้นเปลืองขนาดนั้นหรอกนะ”
หลงคุนหัวเราะเบาๆ อย่างอารมณ์ดีเพราะเข้าใจความรู้สึกกังวลของนายหญิง พลางตอบเธอตามจริงว่า
“คุณผู้หญิงเป็ถึงคุณนายรองแห่งตระกูลหลงเชียวนะครับจะให้พาไปห้างเล็ก ๆ ไม่สมฐานะได้ยังไง ไม่ต้องกลัวว่าจะมีเงินไม่พอจ่ายนะครับคุณผู้หญิงอยากซื้ออะไรก็แค่ยื่นการ์ดสีดำที่บอสเอาให้ก็พอแล้วครับรับรองว่าไม่มีปัญหาอะไรแน่ ๆ”
หลงคุนกล่าวจบพลางอดลูบริมฝีปากด้วยความคันปากไม่ได้เขาจำเป็ต้องปิดบังเื่บางอย่างของเ้านายไว้ ด้วยเ้านายยังไม่้าเปิดเผยบางเื่ออกไปในเวลานี้
โจวหนิงอันพยักหน้าเข้าใจแล้วยินยอมลงจากรถยนต์ด้วยท่าทางเขินอายเล็กน้อยเนื่องจากยังไม่เคยลงจากรถยนต์หรูหน้าห้างสรรพสินค้าโดยตรง ทั้งยังมีคนเปิดประตูให้ดั่งเ้าหญิงหรือสตรีชนชั้นสูงพลางก้มหน้าเล็กน้อยเพราะสายตาผู้คนต่างหันหน้ามองตนเป็จุดเดียวแล้วรีบเดินตรงเข้าไปในประตูหน้าห้องสรรพสินค้าโดยไม่ได้สังเกตรอบตัวอย่างถ้วนถี่
อย่างไรก็ตามมีรถสปอร์ตหรูคันหนึ่งแล่นผ่านขณะโจวหนิงอันกำลังเดินเข้าประตูหน้าห้างสรรพสินค้าหญิงสาวสวยสง่านั่งคู่คนขับรถหนุ่มหล่อหรูหราภูมิฐาน เธอทอดตาเห็นโจวหนิงอันพอดีพลางจ้องเขม็งแล้วพูดขึ้นมาอย่างไม่แน่ใจว่า
“เอ๋.....นั่นเหมือนยัยตัวซวยที่คุณจีบหล่อนเอาชนะพนันได้นี่คะแต่คงไม่ใช่หรอกมั้ง ยัยนั่นจะต้องใส่แว่นแล้วก็แต่งตัวเชย ๆ เหมือนป้าข้างบ้านตะหากจะมาใส่ชุดเดรสหรูแบบนั้นได้ไง”
“แหงละ.....หล่อนจะสวยสู้คุณได้ยังไงผมก็แค่อยากเอาชนะไอ้พวกนั้นเฉย ๆ”
กัวเฟยสุ่ย ชายหนุ่มทายาทคนเดียวแห่งตระกูลกัวอับดับสองของเมืองหลวงเขาหัวเราะขบขันเมื่อนึกถึงหญิงสาวผู้ที่ตนสามารถคว้าหัวใจมาครองได้อย่างง่ายดาย แล้วปล่อยทิ้งไม่ไยดีหลังจากชนะพนันทั้งยังบล็อกเบอร์โทรไม่ให้อีกฝ่ายติดต่อได้อีกพลางพูดเอาใจแฟนสาวผู้คู่ควรจากตระกูลไช่อันดับสองแห่งเมืองหลวงทันที
“แหม...พูดเอาใจแบบนี้น่ารักเชียวแบบนี้ต้องให้รางวัลซะแล้ว” ไช่ซินหยูโน้มตัวไปจุมพิตแก้มแฟนหนุ่มทันที
กัวเฟยสุ่ยหัวเราะชอบใจพลางเหยียบคันเร่งเร็วขึ้นด้วย้าจุมพิตแฟนสาวให้ดูดดื่มมากกว่านี้
ด้านโจวหนิงอันเมื่อเดินเข้าไปในห้างโดยมีหลงคุนเดินตามห่างๆ ตามคำสั่ง เธอไปยืนอยู่กลางห้างสรรพสินค้าหรูหราสูงห้าชั้น โดยพื้นที่ส่วนกลางชั้นล่างถูกเนรมิตกลายเป็สวนดอกไม้สดนานาพันธุ์สวยงามมีผู้คนหลั่งไหลเข้ามาถ่ายภาพเก็บความประทับใจเป็จำนวนมาก พลางพึมพำอย่างไม่เชื่อสายตาว่า
“ว้าว! ข้างนอกห้างว่าหรูหราแล้วข้างในยิ่งตกแต่งสวยงามยังกะ์แน่ะ เ้าของห้างเนี่ยลงทุนมากซะจริง เขาไม่กลัวขาดทุนหรือยังไงดอกไม้เยอะแยะขนาดนี้สงสัยจะเอามาจากทั่วโลกกระมัง มีแต่ดอกไม้ราคาแพงทั้งนั้นเลย”
โจวหนิงอันยืนอยู่กึ่งกลางซุ้มประตูโค้งดอกวิสทีเรียสีม่วงอ่อนด้านล่างประดับด้วยกระถางดอกไฮเดรนเยียสีฟ้าอ่อนละลานตา ไล่เรียงเป็ขั้นบันไดสีอันสวยงามตระการตา
หญิงสาวสามารถล่วงรู้มูลค่าของดอกไม้ได้จากรัศมีเปล่งประกายออกมาพลางค่อย ๆ หมุนตัวกวาดตามองซุ้มดอกไม้รอบด้านด้วยประกายตาแห่งความพึงพอใจ โดยไม่รู้ตัวสักนิดว่าอิริยาบถของตนมีช่างภาพปริศนากำลังบันทึกภาพอยู่ด้วยท่าทีชื่นชมความงามอย่างเป็ธรรมชาติทำให้ดึงดูดสายคนผู้คนโดยรอบให้หยุดมองในทันที
“สวย.....สวยจริงๆ นี่แหละนางแบบที่ฉัน้า”
ช่างภาพปริศนาพึมพำอย่างมีความสุขพลางกดชัตเตอร์เก็บภาพหญิงสาวรัว ๆ ด้วยความอิ่มเอมเปรมใจ
จากนั้นโจวหนิงอันนึกขึ้นได้ว่าไม่ควรเสียเวลาชื่นชมดอกไม้นานเกินไปด้วยอยากกลับไปทำอาหารเย็นไว้รอสามีตามหน้าที่ภรรยาที่ดีถึงแม้คฤหาสน์รุ่งอรุณจะมีแม่ครัว หัวหน้าแม่บ้านและคนรับใช้มากมาย แต่เธออยากทำอะไรตอบแทนเขาบ้างพลางกระวีกระวาดจากซุ้มดอกไม้ไปด้วยความอาลัย