บ้านของพลอยอยู่ไม่ไกลจากโรงเรียนเท่าไหร่ พวกเราสองคนขึ้นรถเมล์ นั่งไปแค่ไม่กี่ป้ายก็ถึง ในมือผมหิ้วหนังสืออ้างอิงและเอกสารการเรียนที่เธอจะเอาไปด้วย ถึงจะเป็แค่หนังสือ แต่พอรวมๆกันก็หนักเอาการ ถ้าให้เธอถือคนเดียวคงไม่ไหวแน่ พอแบ่งกันถือสองคน ก็เบาแรงไปเยอะพอมาถึงบ้านพลอย ฟ้าก็เริ่มเปลี่ยนสี แสงตะวันเริ่มอ่อนแรงลง เป็เวลาอาหารเย็นของทุกครัวเรือน แม่ของพลอยกำลังวุ่นอยู่ในครัว เสียงน้ำมันกระทบกระทะดังเปรี้ยะปร๊า สะท้อนบรรยากาศอบอุ่นของครอบครัว ผมมองไปยังแผ่นหลังที่กำลังขะมักเขม้นอยู่ในครัวนั้น จู่ๆ ในใจก็พลันคิดถึงแม่ขึ้นมา
"นัทนั่งรอตรงนี้ก่อนนะ เดี๋ยวเอาของไปเก็บก่อน" พลอยถือของรีบพรวดกลับห้องไป ผมมองตามแผ่นหลังเธอไปก็อดขำไม่ได้ สงสัยยัยตัวแสบจะไม่ได้เก็บห้อง เลยยังไม่อยากให้ใครเห็นสภาพห้องตอนนี้
ผมนั่งลงบนโซฟาในห้องนั่งเล่น แต่สายตาก็อดไม่ได้ที่จะเหลือบมองไปยังทางแม่ของพลอย
เผอิญว่าเธอเดินออกมาจากครัวพอดี กำลังยกจานมาวางบนโต๊ะอาหาร ผมเลยรีบละสายตากลับมา
"อ้าว หนูนัทมาแล้วเหรอ มาๆ มานั่งก่อน มาให้ทันเวลาพอดีเลย วันนี้ป้าทำกับข้าวเยอะแยะ กินข้าวเย็นที่นี่เลยนะลูก"
แม่ของพลอยอยู่ในชุดอยู่บ้านสบายๆ ภาพที่เคยเห็นท่านใส่ชุดพนักงานโรงงานดูไม่น่ามองเท่าไหร่ ชุดยูนิฟอร์มที่ไม่สวยงามนั่นไม่ได้ช่วยขับเน้นเสน่ห์ของแม่พลอยออกมาเลยสักนิด แต่พอมาอยู่ในชุดลำลองแบบนี้ กลับทำให้ท่านดูมีสวยขึ้นมาเยอะ
"สวัสดีครับคุณป้า ผมแค่มาช่วยพลอยถือของเฉยๆ เดี๋ยวก็จะกลับแล้วครับ เดี๋ยวคุณแม่ที่บ้านจะเป็ห่วง" ผมเอ่ยปฏิเสธไปตามมารยาท แต่แม่ของพลอยกลับมีท่าทีหนักแน่น "ไม่ได้ๆ อุตส่าห์มาถึงนี่แล้วทั้งที ถ้าป้าไม่เลี้ยงข้าวเลี้ยงปลาให้ดีๆป้าคงรู้สึกผิดไปอีกนาน"
"ไม่ต้องเกรงใจ กินที่นี่แหละดีแล้ว เดี๋ยวป้าโทรบอกคุณแม่หนูเอง"
ทีแรกผมก็ยังอยากจะปฏิเสธ แต่ก็รู้สึกว่าขัดใจท่านไม่ลงจริงๆเลยได้แต่พยักหน้าตอบตกลง คราวนี้แม่ของพลอยถึงได้พอใจ ยิ้มหน้าบาน "ก็ต้องอย่างนี้สิ ถึงจะถูก"
แล้วท่านก็ก้มตัวลงไปหยิบผักในตะกร้า จังหวะที่ท่านก้มลงไปนั้นพอดีหันหลังให้ผม แอ่นตัวลงไป ทำให้เห็นส่วนเว้าส่วนโค้งของร่างกายท่านอย่างชัดเจน ผมเห็นบั้นท้ายงอนของแม่พลอยแล้ว ก็อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายลงคอ ครู่ใหญ่กว่าๆแม่ของพลอยจะลุกขึ้นยืน ผมถึงได้สติกลับคืนมา สิ่งแรกที่ทำคือรีบชำเลืองมองไปรอบๆ เมื่อเห็นว่าพลอยไม่อยู่แถวนี้จริงๆ ก็ค่อยโล่งใจลง รีบยกมือทาบอกตัวเองด้วยความใ พลอยอยู่ในห้อง ถ้าเกิดเธอมาเห็นผมมองแม่เธอตาเป็มันแบบนี้เข้า คงไม่รู้ว่าจะโดนอะไรบ้าง ผมแอบโล่งอกในใจ พร้อมกับรู้สึกผิดต่อพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของตัวเอง แต่ในขณะเดียวกันก็อดชื่นชมรูปร่างของแม่พลอยไม่ได้ ในใจรู้สึกสับสนว้าวุ่น ผมหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดโทรหาแม่ แล้วในใจก็อดไม่ได้ที่จะเอาแม่ของตัวเองไปเปรียบเทียบกับท่าน
"ฮัลโหลครับแม่"
"ว่าไงลูก ยังไม่ถึงบ้านอีกเหรอ เมื่อไหร่จะกลับ" เสียงแม่ดังมาจากปลายสาย แต่ฟังดูเหมือนว่าแม่จะยังไม่ได้อยู่ในครัว คงจะรอให้ผมกลับไปถึงบ้านก่อนแล้วค่อยเริ่มทำอาหาร
"ตอนนี้ผมอยู่ที่บ้านพลอยครับ แม่ของพลอยชวนกินข้าวเย็น ผมคงกลับบ้านช้าหน่อยนะครับ"
"..……"
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่แม่จะเอ่ยปากกำชับด้วยน้ำเสียงคุ้นเคย "อ้อได้สิ แต่ลูกต้องทำตัวให้ดีๆตอนกินข้าวด้วยนะ มารยาทบนโต๊ะอาหารห้ามให้ขาดตกบกพร่อง แม่สอนลูกมาหมดแล้ว อย่าให้ขายหน้าล่ะ ขากลับก็เดินทางระมัดระวังด้วย"
"ครับๆ ผมทราบแล้วครับแม่"
คุยกันสั้นๆสองสามคำ ผมก็วางสาย ส่วนพลอยก็เดินออกมาจากห้องพอดี เธอส่งสายตามาให้ผมทีนึง ตอนนี้พวกเราเข้าใจกันลึกซึ้งถึงขั้นมองตาก็รู้ใจแล้ว แค่แวบเดียวผมก็เข้าใจความหมายในสายตาเธอ เธอถามว่าผมจะอยู่กินข้าวเย็นที่นี่เลยไหม ผมพยักหน้าเบาๆให้ทีนึง พลอยก็เข้าใจได้ในทันที ยิ้มออกมาอย่างดีใจ
"มาๆ กินข้าวกันได้แล้ว พลอย มัวยืนเหม่ออะไรอยู่ตรงนั้นรีบๆ มาช่วยแม่จัดโต๊ะเร็วๆเข้า"
"คุณป้าครับ เดี๋ยวผมช่วยด้วยอีกแรงนะครับ" พอเห็นท่าทางที่พลอยโดนคุณแม่ใช้งาน ผมก็พลันนึกถึงภาพตัวเองตอนเด็กๆ เวลาที่มีแขกมาบ้าน แม่ก็จะสั่งให้ผมทำโน่นทำนี่ ความรู้สึกอบอุ่นคุ้นเคยมันเอ่อล้นขึ้นมาในใจ ด้วยความที่อยากจะทำตัวให้ดี
ด้วยความที่อยากจะเอาอกเอาใจคุณป้า ผมก็เลยรีบเสนอตัวเดินไปยังห้องครัวทันที
"ไม่ต้องๆ ไม่ต้องเลย หนูไปนั่งเถอะ"
แม่ของพลอยยังคงเป็คนใจเร็วเหมือนเดิม รีบร้อนไล่ผมออกมาข้างนอก ผมเลยได้แต่ยืนเก้อๆไปล้างมือในห้องน้ำเสียก่อน พอกลับออกมา ทุกอย่างก็จัดเตรียมพร้อมสรรพเรียบร้อยแล้ว
"มาๆ หนูนัท มานั่งๆ มานั่งข้างๆ พลอยเลย มา กินข้าวกัน"
ผมทำตามที่คุณแม่ของพลอยบอก เลื่อนเก้าอี้ไปนั่งลง มองไปบนโต๊ะอาหาร เห็นมีแค่พวกเราสามคน ก็อดสงสัยไม่ได้ "คุณลุงไม่กลับมากินข้าวเย็นด้วยเหรอครับ"
"อ๋อ พ่อเขาน่ะเหรอ ไปทำงานเมืองนอกโน่น ปีนึงถึงจะกลับบ้านสักทีสองที"
แม่ของพลอยอธิบายพลางเลื่อนจานปลาจานกุ้งมาใกล้ๆผม
"กินเยอะๆนะ นอกจากพลอยแล้ว ก็ไม่มีใครได้กินข้าวฝีมือป้ามานานแล้ว" แม่ของพลอยยิ้มแย้มตลอดเวลา แต่คำพูดของท่านกลับแฝงไว้ด้วยความรู้สึกเหงาๆอย่างบอกไม่ถูก
"ครับๆ ผมกินอยู่ครับ ฝีมือคุณป้าสุดยอดมาก ผมว่าอร่อยมากๆเลยครับ" ผมนึกถึงมารยาทบนโต๊ะอาหารที่คุณแม่เคยสอนไว้ พลางระมัดระวังท่าทีในการกิน พลางไม่ลืมที่จะเอ่ยปากชมเชฟประจำบ้าน
พลอยเห็นผมปากหวานขนาดนี้ ก็อดขำไม่ได้ แซวขึ้นมาว่า "นี่ๆเธอเนี่ย ปากหวานจริงๆเลยนะ"
"ผมพูดจริงๆนะครับ อาหารที่คุณป้าทำอร่อยจริงๆนี่ครับ ช้อนผมแทบจะวางไม่ลงแล้ว"
"ไม่ต้องเกรงใจ ไม่ต้องเกรงใจ กินช้าๆไม่ต้องรีบ ถ้าไม่อิ่มเดี๋ยวป้าเติมให้" แม่ของพลอยมองพวกเราสองคนหยอกล้อกันไปมา ก็ยิ้มแก้มปริออกมา ดูท่านจะเอ็นดูพวกเราไม่น้อย ผมนั่งกินข้าวไปพลาง ในหัวก็คิดอะไรต่อมิอะไรเร็วกว่าปากที่เคี้ยวข้าวเสียอีก พลันนึกขึ้นมาว่าเมื่อก่อนแม่ของพลอยดูเป็คนกระวีกระวาดว่องไวตลอดเวลา ตอนอยู่ที่โรงเรียนท่านแทบจะไม่มีเวลาเปลี่ยนชุด ตอนไปกินข้าวข้างนอกด้วยกันก็ยังรีบๆ กินรีบๆกลับไปทำงานที่โรงงาน แต่ตอนนี้ดูท่านจะสบายอกสบายใจขึ้นเยอะ ผมเลยเอ่ยถาม "คุณป้าวันนี้วันหยุดเหรอครับ เมื่อก่อนผมไม่ค่อยเห็นคุณป้ามีเวลาว่างเลย"
แม่ของพลอยได้ยินผมถาม ก็พยักหน้าเบาๆ แล้วค่อยๆเล่า "เมื่อก่อนป้าทำงานเป็คนงานอยู่ในโรงงานของเล่นแถบชานเมือง โรงงานอยู่ไกลจากตัวเมือง แถมงานแต่ละวันก็หนักหนาสาหัส ตอนนั้นเลยไม่ค่อยมีเวลาจริงๆนั่นแหละ แต่พักหลังๆมานี่ โรงงานของเล่นมันซบเซาลงทุกวันๆ แถมพลอยก็เข้าเรียน ม.ปลาย งานหนักกว่าเมื่อก่อนเยอะ ไม่มีคนดูแลเขาก็ไม่ได้ ป้าก็เลยคิดว่าหรือจะลาออกมาดี จะได้ไม่ต้องไปทำที่นั่นแล้ว"
"ต่อมา ป้าก็เลยฝากคนรู้จักหางานที่เวลาทำงานมันยืดหยุ่นกว่าเดิม ตอนนี้มาเป็แคชเชียร์อยู่ในห้าง งานก็สบายกว่าเมื่อก่อนเยอะ ที่สำคัญคือเลิกงานแล้วกลับบ้านได้เร็ว พลอยกลับบ้านมาก็จะได้อุ่นใจ เออใช่ แล้วป้าได้ข่าวมาว่าตอนนี้โรงงานของเล่นก็ปิดตัวไปแล้วนะ เขาว่าจะให้คนอื่นมาประมูลไปเปิดโรงงานใหม่ สงสัยป้าจะคิดถูกแล้วที่ลาออกมาแต่เนิ่นๆไม่งั้นก็คงตกงานตามคนอื่นๆ ในโรงงานไปแล้ว งานน่ะหายากจะตาย"
"คุณแม่ไม่ต้องกังวลขนาดนั้นก็ได้นี่คะ ถ้ามีอะไรหนูก็ให้นัทช่วยได้นี่นา จริงไหมจ๊ะนัท"
ผมเห็นสายตาของพลอยมองมาที่ผมไม่กะพริบ ก็เลยพยักหน้าเห็นด้วย รีบหันไปพูดกับแม่ของพลอย "ใช่ครับคุณป้า ไม่ต้องห่วงนะครับ ถ้าพลอยมีอะไรลำบากที่โรงเรียนก็ยังมีผมอยู่นี่ครับ"
แม่ของพลอยมองพวกเราด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน แววตาเปล่งประกายแห่งความเมตตา แล้วก็หันสายตามาทางผม "ป้าไม่เคยว่าอะไรเื่ที่หนูสองคนคบกันหรอกนะ แต่ป้าก็พูดซ้ำพูดซากมาเป็ร้อยเป็พันรอบแล้ว ก็ยังอยากจะกำชับอีกสักที พวกหนูอย่าเอาแต่หมกมุ่นเื่ความรักจนเสียการเรียนล่ะ การเรียนน่ะต้องมาก่อน มัธยมปลายน่ะมัน่หัวเลี้ยวหัวต่อ ความกดดันก็เยอะเื่ให้ทำก็แยะ น้อยคนนักที่จะบาลานซ์เื่เรียนกับเื่รักได้ดี ถึงพวกหนูสองคนจะทำได้ดีตอน ม.ต้น แต่ ม.ปลาย เวลามันกระชั้นชิดกว่าเดิมเยอะ พวกหนูต้องเตือนตัวเองไว้ในใจเสมอว่าจะต้องทำตัวยังไง"
ผมกับพลอยพยักหน้าเห็นด้วยอย่างจริงจัง แม่ของพลอยมองพวกเราครู่หนึ่ง แล้วก็หัวเราะออกมา "นี่ป้าก็มัวแต่พูดเพลินไป กินกับข้าวๆเร็วเข้า เดี๋ยวจะเย็นชืดหมด หนูนัท กินเยอะๆนะลูก"
หลังจากทานอาหารเย็นเสร็จ แม่ของพลอยยังคงเป็คนขี้เกรงใจและมีน้ำใจไมตรี รีบร้อนกันไม่ให้ผมช่วยล้างจานท่าเดียว สุดท้ายผมเลยต้องยอมถอย ปล่อยให้ท่านจัดการทุกอย่างในครัวแต่เพียงผู้เดียว ผมกัพลอยนั่งเล่นฆ่าเวลากันอยู่ในห้องรับแขก พลบค่ำตะวันคล้อย เวลาล่วงเลยมามากแล้ว ผมจึงกระซิบข้างหูพลอยเบาๆว่า
"สงสัยคงต้องกลับแล้วล่ะ"
พลอยพยักหน้าหงอยๆมองผมลุกขึ้นยืน แววตาฉายแววอ้อยอิ่งอาวรณ์ ราวกับว่าการพลัดพรากจากกันครั้งนี้เป็ความทุกข์ทนแสนสาหัส
ผมเห็นท่าทีอิดออดของพลอย ก็อดขำในใจไม่ได้ เหลือบมองไปยังห้องครัว เห็นว่าแม่ของพลอยไม่ได้สังเกต จึงหันกลับมาโอบร่างบางของพลอยไว้ในอ้อมแขน ราวกับโรมีโอโอบจูเลียตไว้แนบกาย แล้วโน้มริมฝีปากลงประทับจูบลาบนกลีบปากนุ่มละมุนของพลอย ผมค่อยๆดูดดื่มรสหวานจากเรียวปากอิ่ม พยายามกอบโกยความหอมหวานให้มากที่สุด ลิ้นก็สอดแทรกเข้าไปเกี่ยวพันกับลิ้นเล็กๆ ของพลอย ราวกับจะให้คำมั่นสัญญาด้วยใจ ตอนนี้ผมเจนจัดช่ำชองเกินกว่าที่พลอยจะทานทนไหว พลอยโดนผมจูบเดียวก็แทบละลาย อ่อนระทวยไปทั้งร่าง ซบหน้าลงกับอกผมอย่างขวยเขิน ประหนึ่งดรุณีน้อยแรกแย้มที่เพิ่งจะออกเรือน จูบกันอยู่เนิ่นนาน ผมถึงค่อยๆผละริมฝีปากออก ในตอนนี้ลมหายใจของพลอยเริ่มถี่กระชั้นขึ้น ใบหน้าแดงปลั่ง ดวงตาหวานเยิ้ม เธอกำปั้นน้อยๆ ทุบลงบนอกผมเบาๆ เร่งให้ผมรีบกลับ ผมได้แต่หัวเราะคิกคัก ลูบหลังลูบไหล่ปลอบประโลมขวัญใจ ก่อนจะยอมผละจากบ้านพลอยมาแต่โดยดี