ร่างอวบอัดในชุดแซกสีสดรัดแน่นเสียจนอวดสัดส่วนโค้งเว้าเอมม่าเธอมีฐานะเป็คู่หมั้นของลุคส์นักธุรกิจส่งออกรถอันหนึ่งของฝรั่งเศสเธอก้าวเดินและทักทายทุกคนที่อยู่ที่นี่ด้วยรอยยิ้มตามแบบฉบับ ดวงตาสีมรกตจ้องมองไปยังทุกพื้นที่ภายในคฤหาสน์ที่คุ้นเคยแต่แล้วสายตาก็ต้องสะดุดกับห้องหนึ่ง ที่มีลูกน้องของคู่หมั้นยืนเฝ้ายามอยู่ด้านหน้าหญิงสาวชะงักรีบเดินไปทิศทางของห้องนั้นด้วยความสงสัยทันที
“ห้องนี้มีอะไรทำไมต้องมายืนเฝ้า”เอมม่าถามบอดี้การ์ดด้วยความแปลกใจ
“เป็คำสั่งของเ้านายครับ พวกเรามีหน้าที่ทำตามเท่านั้น”
“แล้วในนั้นมีอะไร!”
“ไม่มีอะไรหรอกครับ”บอดี้การ์ดพยายามตอบเลี่ยง
“ถ้าไม่มีฉันขอเข้าไปหน่อยก็แล้วกัน”เอมม่าพยายามแทรกตัวเข้าไปเพื่อเปิดประตูแต่ถูกกันไว้
เสียงหน้าห้องปลุกให้ร่างบางที่กำลังซบหน้าสะอื้นเงยหน้าขึ้นร่างที่อ่อนระโหยโรยแรงเพราะพิษรักของเขาและการที่ ไม่ได้มีอะไรตกถึงท้องค่อยๆพยุงกายคืบคลานมาหน้าประตู ด้วยหวังว่าจะมีใครสักคนช่วยเธอให้พ้นจากนรกนี้เสียที
ปัง! ปัง!
เธอทุบประตูและพยายามเปล่งเสียงร้องออกมาเท่าที่จะทำได้
“ช่วยด้วย... ช่วยฉันด้วย”เสียงแ่เบาพยายามเปล่งออกไป
เอมม่าชะงักงันเมื่อได้ยินเสียงทุบประตูและเสียงผู้หญิงกำลังร้องขอความช่วยเหลือ เธอมองหน้าบอดี้การ์ดหน้าห้องด้วยความไม่พอใจ
“ใครอยู่ในห้อง!”เอมม่าถามสีหน้าไม่พอใจ
“พวกผมตอบไม่ได้ครับ”
“ถอยออกไป ฉันจะเข้าไปดู!”
“ไม่ได้ครับ!”
ร่างอวบอัดพยายามผลักบอดี้การ์ดออก แล้วเอื้อมมือหมายจะคว้าลูกบิดประตูเพื่อเปิดออกดูว่าใครกันที่อาจหาญมาอยู่ในห้องนี้แต่กลับถูกลูกน้องของคู่หมั้นขวางไว้ไม่ให้เธอทำได้สำเร็จตามความ้า
“ถอยไปซะ ถ้าไม่อยากโดนไล่ออก!”เอมม่าสั่งเสียงดัง
“ถ้าพวกแกถอย ฉันจะไล่พวกแกออก!”ลุคส์สั่งเสียงกร้าว
เอมม่าหันควับไปหาเ้าของเสียง กัดฟันแน่นด้วยความโกรธเดินไปหาเขา ง้างมือขึ้นหมายจะฟาดมันลงบนใบหน้าแต่เขากลับคว้าข้อมือเธอไว้และจ้องมองด้วยความไม่พอใจ
“อย่าคิดจะทำแบบนี้กับผมเอมม่า!”
เ้าของร่างอวบอัดจ้องมองเขานิ่งงันแล้วชักมือตนเองกลับมา ดวงตาเรื่อไปด้วยน้ำใสๆรู้สึกคับแค้นใจ เขาไม่เคยมีท่าทีแสดงออกว่ารักเธอเลยสักครั้ง ไม่เคยพูดจาหวานหูไม่เคยเอาใจใส่หรือดูแลเหมือนคนรักทั่วไป
“ผู้หญิงในห้องนั้นเป็ใคร!”เธอถามเขาเสียงสั่น
“คุณไม่จำเป็ต้องรู้!”
“ทำไมเอมม่าจะรู้ไม่ได้ในเมื่อเอมม่าเป็คู่หมั้นของคุณนะลุคส์!”
“คู่หมั้นก็ไม่มีสิทธิ์มายุ่งเื่ส่วนตัวของผม คุณควรจะรู้จุดยืนของตัวเองนะเอมม่า!”
หญิงสาวจ้องมองเขาด้วยความเสียใจ มืออวบยกขึ้นปิดใบหน้าแล้วสะอื้นออกมา เธอรักเขาแต่ทำไมเขาต้องทำเ็ากับเธอแบบนี้ เธอมาหา มานอนกับเขา แต่เขาก็้าแค่เพียงร่างกายของเท่านั้นไม่เคยแม้กระทั้งพูดจาดีๆ หรือให้เกียรติกันเลย แม้แต่ครั้งเดียว
“แล้วคุณหมั้นกับเอมม่าทำไมคะลุคส์!”
“เพราะคุณเป็ลูกสาวของ อัลเบิร์ด แคลอไรน์”เขาตอบเสียงเรียบสีหน้าไม่ยินดียินร้าย
“ทำไมคุณใจร้ายแบบนี้ ฮือๆๆๆ”
เขาไม่เคยรักผู้หญิงคนนี้ แค่้าชื่อเสียงของตระกูลของเธอเท่านั้น ทุกอย่างที่ทำเพื่อธุรกิจที่เขาต้องฆ่าฟันแย่งชิงกับพี่น้องต่างมารดาในตระกูลมาชีวิตของเขาเผชิญหน้ากับเื่เลวร้ายมามาก กว่าจะมีวันนี้และคนอย่างเขาไม่มีทางเสียเหลี่ยมใครและไม่มีผู้หญิงคนไหนที่สามารถมัดใจเขาได้
เขาเกลียดพ่อ!พ่อเป็สาเหตุทำให้แม่ต้องตาย... ตระกูลอัลเบอร์ทีนต่างแก่งแย่งชิงดีเพื่อให้ได้สมบัติมหาศาลที่บิดาของเขาเป็คนสืบทอดมาจากปู่และย่าอีกทีเขาต้องดิ้นรนเอาตัวรอดจากการถูกผู้หญิงของพ่อพยายามกำจัด กัดฟันทนเพื่อเรียนหนังสือศึกษาทุกอย่างและหาทางป้องกันตัวเองไปพลาง พ่อไม่เคยหันมาสนใจหรือคิดจะปกป้องลูกในไส้ตนเองเลยสักครั้ง
บิดาของเขา้าให้พี่น้องจัดการกันเอง เพื่อจะได้เห็นว่าใครมีความสามารถมากพอที่จะกุมบังเหียนธุรกิจแทนเขาพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องมารดา แต่แล้วก็ทำไม่ได้ เมื่อมารดาต้องจบชีวิตลงความแค้นของเขาดั่งไฟโหมกระหน่ำ พยายามไต่เต้ากัดฟันเก็บความแค้นไว้ในอกก่อนทะยานขึ้นมาเป็ผู้สืบทอดกิจการที่แท้จริงและเมื่อถึงวันนั้นเขาจัดการคิดบัญชีกับทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของมารดาอย่างสาสม
ตระกูลอัลเบอร์ทีนกลายเป็ที่โจษจันด้านความโหดร้ายในการสืบทอดกิจการเขาไม่ได้สนใจอะไรอีกวันที่กลับมาแก้แค้น เืสีแดงสดไหลนองเต็มพื้น ตำรวจเข้ามาตรวจสอบก่อนปิดคดีไปเงียบๆ เพราะเขาใช้อำนาจเงิน
“กลับไปซะเอมม่า!”ลุคส์ออกปากไล่แล้วเดินเข้าห้อง
หญิงสาวมองแผ่นหลังเขาที่หายไปในห้องทรุดกายลงกับพื้นปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อาย โหดร้ายนัก!หัวใจเขาทำด้วยอะไรถึงได้ไม่มีแม้แต่ความปราณี
ทันทีที่ได้ยินเสียงลูกบิดหน้าประตูห้องปรางค์ปรียารีบลุกขึ้นและถอยหนีจนชิดผนังห้องด้วยความกลัวและเมื่อเห็นเขาหัวใจเธอเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกจากร่างกายเธอกำลังสั่นสะท้านออกมาอย่างช่วยไม่ได้เมื่อเวลานี้เขากำลังยืนจ้องมองเธออยู่
ดวงตาสีน้ำทะเลกวาดมองไปทุกสัดส่วนที่แอบซ่อนอยู่ในเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตา ร่างสูงใหญ่ยังคงเดินเข้าหาเธออย่างต่อเนื่องแม้ว่าอีกฝ่ายพยายามหนีและสอดส่ายสายตาหาทางเอาตัวรอด
“เธอพยายามร้องให้คนช่วยอย่างนั้นหรือ?”เขาถามในขณะที่กำลังถอดสูทและเกาะกระดุมเสื้อเชิ้ตออก
ริมฝีปากบางสั่นระริก กายสาวเริ่มสั่นสะท้านด้วยความกลัวพิษรักที่เขามอบให้ยังคงฝังตรึงอยู่ในร่าง รับไม่ได้อีกแล้วใบหน้าเรียวสวยเริ่มซีดเผือด น้ำตากำลังไหลออกมาอาบแก้ม เพราะรู้อยู่แก่ใจว่าเขากำลังคิดจะทำอะไร
ชายหนุ่มชะงักเมื่อปลายเท้าของเขาสะดุดเข้ากับถาดอาหารที่ยังมีอาหารอยู่ครบไม่ได้พร่องแม้แต่นิดเดียว ตวัดสายตาจ้องคนตัวเล็ก
“ทำไมไม่กินอะไร อยากตายหรือไง!”
“ใช่! ฉันอยากตาย”เธอตอบเขาน้ำตาคลอ
“ฉันไม่ให้เธอตายง่ายๆ หรอก เธอต้องอยู่กับฉันจนกว่าจะเปิดปากว่าลุงเธอมันอยู่ที่ไหน!”เขาตวาด
ร่างบางสะดุ้งทันทีที่ได้ยินเสียงตวาดกร้าว เขาก้าวฉับๆ ไม่กี่ก้าวก็ถึงตัวมือกระชากร่างบางเข้าหาแล้วโอบรัดแนบชิดกายแกร่ง
“อย่าทำอะไรฉันเลย พอแล้ว! ฉันเจ็บแล้ว!”หญิงสาวร้องลั่นออกมาดิ้นรนทุบตีเพื่อให้เขาปล่อย
ชายหนุ่มไม่ได้สนใจกับคำทัดทาน ร่างบางถูกลากไปอย่างไม่ไยดีแล้วเหวี่ยงลงบนเตียงกว้างหญิงสาวรีบกระโจนหนีแต่เขากลับรั้งเอวบางไว้ แล้วพลิกกายพร้อมกับกดตรึงร่างงามแนบกับฟูกใบหน้าเรียวสวยส่ายไปมาน้ำตาอาบแก้มหัวใจเธอกำลังเต้นระรัวด้วยความกลัว เธออยากตายไม่อยากมีชีวิตอยู่ให้เขามาย่ำยีอีกแล้ว
“ฆ่าฉันซะได้โปรด...”เธอร้องขอเขาทั้งน้ำตา
ลุคส์ยิ้มเยาะ โน้มกายเข้าหา ร่างสูงใหญ่ใช้ริมฝีปากสำรวจเรือนร่าง แล้ววนมาจุมพิตมือลูบไล้สำรวจทั่วทุกอณูเนื้อนวล เธอสะอื้นออกมา และพยายามดิ้นรนเพื่อให้ตนเองหลุดพ้นจากเขาถึงแม้จะรู้ว่ามันไม่มีประโยชน์เลย
“อี้อ!”เธอร้องออกมาเมื่อกำลังถูกเขารุกรานที่ริมฝีปากด้วยความช่ำชอง
เสื้อเชิ้ตของเขาที่อยู่บนกายเธอหายไปตอนไหนไม่รู้...ช่างเป็ความทรมานที่ใจเธอไม่อยากยินยอม แต่กายกลับทรยศ เสียอย่างนั้น
“ปล่อยฉันเถอะได้โปรด... อย่าทำร้ายฉันอีกเลย”เธออ้อนวอนเขาอีกครั้ง ทันทีที่ริมฝีปากเป็อิสระ
“อยู่เฉยๆ เถอะ!”เขาดุ
เธอไม่สามารถพูดอะไรได้อีกต่อไปแล้ว เมื่อเขากำลังทำความ้าของตัวเอง ทันทีที่เรือนกายแกร่งขยับเธอได้แต่ภาวนาให้มันจบลงเสียที ถึงรู้สึกซาบซ่าน แต่เธอก็ไม่ปรารถนาเป็ของเล่นของผู้ชายใจทรามคนนี้
ร่างสูงใหญ่ถอนกายออกจากร่างบางแล้วนอนลงข้างหญิงสาว เขานิ่งงันไปชั่วครู่ และเหลือบมองเมื่อได้ยินเสียงเธอขยับตัวหันหน้าหนี
ปรารถนาที่เขามีต่อหญิงแปลกหน้าช่างมากมายเหลือเกิน...เขาไม่เคยรู้สึกอิ่มที่ได้ลิ้มลอง
ปรางค์ปรียากระชับผ้าห่มคลุมกายแน่น น้ำตาไหลออกมาไม่ขาดเจ็บจนไม่รู้จะเอ่ยออกมาเป็คำพูดได้เช่นไร ยิ่งนอนร่วมเตียงยิ่งรู้สึกรังเกียจ เธอรีบพยุงกายลุกขึ้นจากเตียงแม้จะปวดร้าวทางกายแต่เธอไม่อยากอยู่ใกล้เขา เวลานี้เธอไม่ได้้าอะไร ้าเพียงแค่ออกห่างจากเขา...
ดวงตาคมหรี่มอง ร่างบางที่เดินโซซัดโซเซหนีไปอยู่ที่มุมห้องรังเกียจเขาอย่างนั้นเหรอ ชายหนุ่มกัดฟันกรอดแล้วรีบผุดลุก ก้าวฉับๆ ตรงเข้าหากระชากร่างมากอดรัด
“ปล่อยฉัน! ปล่อยฉันได้ยินไหม! ฮือๆๆๆ”หญิงสาวตวาด ยกมือทุบตีอีกฝ่ายเป็พัลวัน
ชายหนุ่มกกรามแน่น กล้าดีนัก! เขาก้มลงพรมจูบทั่วใบหน้าโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว
“อื้อ! อย่า! อย่าทำฉัน!” ปรางค์ปรียากรีดร้องจนสลบ
เขาชะงักงันในขณะที่ร่างบางยังหลับตานิ่งอยู่ในอ้อมแขน ชายหนุ่มนิ่งค้างจนกระทั่งได้สติจึงรีบช้อนร่างเธอพาไปวางไว้บนเตียง โทรตามหมอประจำตระกูลเพื่อมารักษา
ไม่นานนักหมอประจำตระกูลเข้ามาทำการตรวจร่างกาย สายตาของหมอไม่เคยพลาดเมื่อร่องรอยบนตัวของหญิงสาวที่นอนบนเตียงนั้นเป็จ้ำเต็มไปหมด ที่เขาเห็นนอกร่มผ้าก็ไม่ใช่น้อยแล้วในร่มผ้าคงมากกว่านี้เขาเองก็ไม่รู้ว่าหญิงคนนี้เป็ใครแต่ช่างโชคร้ายนัก มาเจอกับคุณชายใหญ่ของตระกูลหมอประจำตระกูลจัดการให้น้ำเกลือ และจัดยาไว้ให้สองสามชุด
“ผู้หญิงคนนั้นเป็ยังไงบ้างหมอ?”เขาถามเสียงเข้ม
“เธออ่อนเพลียมาก อาจจะเกิดจากความเครียด ดูจากลักษณะเธอคงไม่ได้ทานอะไรเลยหากเป็เช่นนี้คงจะแย่ครับ แล้วก็... เธอบอบช้ำจากภายใน ยังไงผมขอให้คุณชายระมัดระวังด้วยนะครับ”
ชายหนุ่มชะงักกับคำพูดของหมอ แต่เขาไม่แสดงสีหน้าอะไร
“ขอบคุณมาก กลับไปได้แล้ว” ลุคส์บอกเสียงเรียบ
ร่างสูงใหญ่ยืนกอดอกมองดูร่างซึ่งนอนอยู่บนเตียงโดยมีสายน้ำเกลืออยู่ที่ข้อพับจ้องมองเธออยู่เช่นนั้น เขาผิดหรือ? ไม่! คนอย่างเขาไม่มีวันผิด หากจะผิดก็ผิดที่ผู้หญิงคนนี้บังอาจต่อปากต่อคำเขาและยังกล้าโกหกเขา โทษแค่นี้ยังน้อยไปคนอย่างเขาไม่เคยผิดและไม่รู้จักคำว่าผิดด้วย