ณ มหาลัย...
บั้นท้ายกลมงอนและเต้าโตๆที่กระเด้งไปมาตามทางเดินยังคงเรียกสายตาจากชายทุกคนได้เป็อย่างดี ใบหน้าหวานที่แต่้งแต้มไปด้วยเครื่องสำอางบางๆเชิดขึ้น เรียวขายืนรอลิฟต์ที่ชั้นล่าง ก่อนที่เสียงแหลมจากเพื่อนสาวผมทองจะดังขึ้น
“สวัสดีจ้ะเพื่อนสาวววว”
เชอรี่เดินสะบัดผมสีทองของเธอไปมาอย่างอารมณ์ดี ในมือถือกระเป๋าแบรนด์เนมที่ฟ้าใสเคยเห็น จากนั้นจึงชูให้เพื่อนผู้เย่อหยิ่งได้เห็นกันเต็มๆตา
“สวยมะ”
“ก็สวย...”
“อย่ามา เมื่อคืนนี้กูเห็นว่ามึงกดไลค์ แอบในะที่มึงไม่โทรมาถามว่ากูได้มายังไง”
เชอรี่ร่ายยาวพร้อมกับตบแป้งไปด้วย...
“อืม….แล้ว.....มึงได้มายังไงล่ะ”
“อ๊ะ….นี่แหละที่กูอยากได้ยิน เอาไว้เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังตอนเรียนจบก็แล้วกัน”
ฟ้าใสกรอกตาขึ้นฟ้าให้กับความลีลาของเพื่อนสนิท แต่สายตากลมโตของเธอกลับจ้องมองไปยังกระเป๋าหนังสีดำคลับไม่หยุด ความแวววาวของมันน่าดึงดูดเหลือเกิน โดยเฉพาะโลโก้สวยหรูที่ประดับอยู่้า ยิ่งจ้องนานเข้า หญิงสาวร่างอวบอึ๋มก็อยากกระชากกระเป๋าหนังสัตว์มาสูดดมให้รู้แล้วรู้รอด!
เวลาต่อมา...
หลังจากที่เพื่อนสาวทั้งสองได้เรียนจบในคลาสของคาบเช้า ทั้งคู่ก็พากันออกมานั่งทานข้าวที่โรงอาหารของคณะ และไม่วายที่ชุดรัดรูปของพวกเธอจะโดนจ้องมองเป็ธรรมดา โดยเฉพาะเวลาที่เดินส่ายก้นโยกย้ายไปตามร้านอาหารต่างๆ...
“ต้องขนาดนั้นเลยหรอ”
เสียงแหลมถาม...
เมื่อฟ้าใสเห็นเชอรรี่หยิบทิชชู่ออกมาวางบนโต๊ะ จากนั้นก็วางกระเป๋าราคาแพงของเธอลงต่อหน้า ตลอดระยะเวลาการเรียนที่ผ่านมา หญิงสาวผมดำไม่เคยจ้องมองกระดานเลย สายตาของเธอมัวแต่แอบมองรูปทรงอันทันสมัยของกระเป๋าหนังจนความรู้ไม่เข้าสมอง
“ก็ต้องขนาดนั้นสิยะ ของมันราคาแพง”
“แล้วเื่ที่แกจะบอก.....มันเื่อะไรล่ะ”
“แหม…ฉันก็นึกว่าแกลืมไปแล้วซะอีก”
“ฉัน….ก็ไม่ได้อยากรู้เท่าไหร่หรอก”
ฟ้าใสเปลี่ยนท่าทางเหมือนกับว่าไม่สนใจ แต่แท้จริงแล้วเธออยากรู้เหลือเกินว่าเพื่อนสาวคนสนิทได้ของแพงขนาดนี้มาได้ยังไง!
“พอดี…มีคนซื้อให้ฉันน่ะ”
“พ่อแม่แกหรอ”
“ฮ่าๆ ยัยฟ้า แกนี่มันตลกเนอะ”
“อะไรของแก แฟนแกก็ไม่มี แกจะให้ฉันคิดว่าใครเป็คนซื้อให้”
“ก็นี่ยังไงล่ะ”
เชอรี่ยื่นโทรศัพท์ให้เพื่อนสาวดู ก่อนที่คิ้วของฟ้าใสจะขมวดเข้าหากัน
“ตาแก่คนนี้....คนในครอบครัวแกหรอ”
“โอ๊ยย ยัยโง่ ก็ไอ่แก่คนนี้คือเสี่ยที่ซื้อกระเป๋าให้ฉันยังไงล่ะ”
“ฮะ!!”
“ชู่วววว แกจะะโทำไมเนี้ย”
สาวผมทองรีบเอามือมาอุดปากเพื่อน เพราะเสียงใเมื่อสักครู่นี้เรียกสายตาจากทุกคนในโรงอาหารได้เป็อย่างดี
“แกอย่าบอกนะว่า...”
“ก็ใช่น่ะสิ”
“ยัยเชอรี่...”
“อะไรของแก”
เพื่อนสาวกอดอกให้กับใบหน้าและน้ำเสียงที่ไม่เห็นด้วยของเพื่อน
“ถ้าคนอื่นรู้เข้า.....แกจะไม่อายหรือไง”
“อาย….อายอะไร มีอะไรต้องแคร์ อีกอย่างนี่มันก็ร่างกายของฉันด้วย”
“แต่….”
“ไม่มีแต่....แกจำยัยมะนาวที่เคยชอบมองแกด้วยหางตาได้มั้ย”
“เออ จำได้ ทำไม”
“ยัยนั่นน่ะตัวแม่ของเหล่าคุณลุงทั้งหลายเลยแหละ”
“จริงหรอ...”
“แกคงไม่คิดว่าเสื้อผ้าและกระเป๋าที่นางถืออวดชาวบ้านนางจะซื้อเองหรอกนะ”
“….”
คำพูดของเพื่อนทำให้ฟ้าใสครุ่นคิด...
ยัยมะนาวเพื่อนสาวร่วมคลาสของเธอ ที่แต่ก่อนนางชอบถือกระเป๋าราคาแพงและมักจะพูดจาดูถูกคนอื่นไปเรื่อย แท้จริงแล้วมันมีเื้ับางอย่างที่ฟ้าใสไม่เคยรู้มาก่อน เธอคิดมาตลอดว่ายัยนั่นเป็แค่ลูกคุณหนูเก็บกดเลยต้องคอยพูดแซะคนอื่นไปทั่วถ้าเื่ที่เพื่อนสาวผมทองพูดมาเป็ความจริง...ยัยมะนาวต่างนุดนั่นก็น่าหมั่นไส้เหลือเกิน!