ที่แท้ก่อนหน้านี้ เหมิงซานกับซูลั่วบังเอิญเจอกันที่หน้าโรงงานร้าง
เขายังไม่ทันได้ชักปืน ก็ถูกซูลั่วส่งกลับจุดเกิดไปแล้ว
และเรื่องซวย ๆ แบบนี้ก็เกิดขึ้นถึงแปดครั้ง!
มีอยู่ครั้งหนึ่ง หลังจากที่เหมิงซานกลับมาเกิดใหม่ได้ไม่นาน ก็บังเอิญไปเจอกับมู่หรงซ่งฉือ ผู้บัญชาการของเขาเข้าพอดี เขาจึงรีบฟ้องเรื่องเจ็บใจที่โดนซูลั่วเล่นงาน หวังว่าผู้บัญชาการจะช่วยล้างแค้นให้
ผลลัพธ์คือมีเสียงปืนดังขึ้นสองนัด...
เหมิงซานกับมู่หรงซ่งฉือถูกซูลั่วส่งกลับไปพร้อมกัน
ส่วนหนึ่งเป็นเพราะซูลั่วยิงปืนได้ทั้งนิ่ง ทั้งแม่น และเร็ว อีกส่วนก็เพราะความสนใจของมู่หรงซ่งฉือถูกเหมิงซานดึงไปจนหมด สรุปคือ พวกเขาทั้งสองคนโดนซูลั่วเก็บรวดเดียว
เหมิงซานที่กลับมาเกิดใหม่อีกครั้งรู้สึกหดหู่สุด ๆ ทั้งละอายใจต่อผู้บัญชาการ และยิ่งเกลียดซูลั่วเข้าไส้!
ในที่สุดตอนนี้ก็ได้เจอซูลั่ว แถมดูจากสภาพแล้วก็อ่อนแอสุด ๆ
ถ้าไม่ใช่ตอนนี้ จะให้รอตอนไหน?
แต่เขาก็คาดไม่ถึงว่าซูลั่วที่หันหลังให้ กลับเหมือนมีตาอยู่ข้างหลัง สามารถรับรู้การมีอยู่ของเขาได้ในทันที!
แค่นั้นยังไม่พอ ทั้งที่อ่อนแอขนาดนั้น เธอยังกล้ามาโจมตีเขาก่อนอีก?!
แถมยังใช้อุปกรณ์ประหลาด ๆ บนแขนนั่นอีก!
และเหมิงซานก็ถูกส่งกลับไปยังจุดเกิดใหม่อีกครั้ง...
ทางฝั่งซูลั่วเพิ่งจะยิงสวนไป จินแอนนี่ก็เพิ่งจะรู้ตัว เธอยังไม่ทันจะได้เข้ามาช่วย คนคนนั้นก็ถูกซูลั่วจัดการไปเรียบร้อยแล้ว
“เมื่อกี้มีคนมาลอบยิง แล้วโดนเธอยิงสวนไปแล้วเหรอ?”
“อืม เหมิงซานน่ะ”
“เช็ด! นึกว่ามีแต่ฉันที่ล่อปลาเก่ง ที่แท้เธอก็ทำได้เหมือนกันนี่ แถมยังตกได้ปลาตัวใหญ่อีก!”
อันดับของเหมิงซานสูงกว่าซูลั่ว คะแนนต้องเยอะแน่ ๆ และนอกจากตอนที่ซูลั่วบังเอิญยิงโดนมู่หรงซ่งฉือไป คะแนนหลัก ๆ ที่เหลือของเธอก็ล้วนมาจากเหมิงซานทั้งสิ้น
คนอื่นอาจจะสู้ไม่ได้ แต่ซูลั่วมั่นใจว่าคะแนนสุดท้ายของเธอจะต้องทิ้งห่างเหมิงซานไปไกลแน่นอน
สิ่งที่เธอไม่รู้ก็คือ ฉากที่เธอจัดการเหมิงซานแบบเฉียบขาดนั้น เข้าตาพวกอาจารย์อีกครั้ง
อาจารย์เฮอร์เบิร์ตแห่งภาควิชาหน่วยรบเดี่ยวพูดอย่างตื่นเต้น “เซนส์ในการต่อสู้ของเด็กคนนี้สูงมากจริง ๆ! ผมเริ่มอยากจะเห็นตอนเธอขับเมคคายิงปืนแล้วสิ พลังโจมตีก็สูง มีสัญชาตญาณเฉียบคมขนาดนี้ เหมาะที่จะมาเป็นหน่วยรบเดี่ยวจริง ๆ! ”
ก่อนหน้านี้ได้ยินมาว่าซูลั่วสมัครเรียนภาควิชาการบัญชาการ พวกอาจารย์จากภาควิชานั้นที่ปกติจะวางมาดยังไม่ทันได้พูดอะไร อาจารย์ภาควิชาหน่วยรบเดี่ยวกลับมาชิงตัวนักศึกษาตัดหน้าซะแล้ว?
พวกอาจารย์ภาควิชาเมคคาพอได้ฟังก็รู้สึกเซ็ง กู้ซีจึงสวนกลับเฮอร์เบิร์ตโดยตรง “ซูลั่วเขาเคยสมัครเรียนภาควิชาการบัญชาการ ไม่ใช่ภาควิชาหน่วยรบเดี่ยวสักหน่อย อีกอย่างคุณดูเธอสิ สภาพร่างกายน่าจะอ่อนแอไปหน่อย ไม่เหมาะกับภาควิชาหน่วยรบเดี่ยวหรอก”
เฮอร์เบิร์ตมองซูลั่วในจอภาพ ใบหน้าของเธอซีดขาว กำลังพิงกำแพงพักผ่อนอยู่นานแล้ว
เขาขมวดคิ้วพูด “ก็จริง เด็กคนนี้ร่างกายดูบอบบางเกินไปหน่อย ไม่รู้ว่าในอนาคตจะฝึกให้แกร่งขึ้นมาได้หรือเปล่า”
กู้ซี “...”
นี่ยังไม่ตัดใจอีกเหรอ?
ซูลั่วไม่รู้เลยว่าพวกอาจารย์ในห้องควบคุมกำลังพูดถึงเธออยู่ เธออยากจะถามท่านอาจารย์ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่ข้อความที่ส่งไปก็หายเงียบไปเลย
ท่านอาจารย์ก็เป็นแบบนี้แหละ มา ๆ หาย ๆ ตลอด ซูลั่วชินแล้ว
ส่วนข้อความของฉู่ซิงหลาน? ซูลั่วคิดว่าไม่จำเป็นต้องตอบ
ในที่สุดการทดสอบยิงปืนก็จบลง
ซูลั่วลุกไม่ขึ้นแล้ว ต้องให้จินแอนนี่พยุง ทั้งสองคนจึงเดินออกจากสนามไปได้
จินแอนนี่พูดอย่างหาเรื่อง “ซูลั่ว สายตาเลือกผู้ชายของเธอนี่มันแย่จริง ๆ นะ คนแรกก็เจียงเฉิน ไอ้ผู้ชายเฮงซวย คนต่อมาก็เด็กหนุ่มหน้าใสแต่ใจร้าย เธอยอมโสดจนแก่ตายไปเลยดีกว่า”
ทั้งที่เป็นคำพูดแสดงความเป็นห่วง แต่พอออกมาจากปากยัยแมวตัวนี้กลับฟังดูไม่เข้าหูเอาซะเลย
ซูลั่วพยักหน้า “อืม เดิมทีฉันก็ตั้งใจจะโสดจนแก่ตายอยู่แล้ว”
เธอชินกับความโดดเดี่ยวแล้ว อยู่คนเดียวไปตลอดก็ดูเหมือนจะไม่มีปัญหาอะไร
เมื่อได้ยินซูลั่วพูดแบบนั้น จินแอนนี่กลับรู้สึกเศร้าขึ้นมาอีก เธอคิดอยู่สักพักแล้วพูดว่า “ไป! ไปดูคะแนนของเรากัน ให้เธอได้เห็นว่าคุณหนูอย่างฉันคะแนนเยอะกว่าเธอตั้งเท่าไร!”
จินแอนนี่ได้อันดับที่ยี่สิบห้า ซึ่งก็นับว่าเป็นอันดับที่ดี
เธอมีพรสวรรค์สูงมาก แต่แค่เป็นคนชิลล์เกินไป เหมือนแมว ไม่ค่อยแอคทีฟ ถ้านอนได้ก็จะไม่ยอมยืนเด็ดขาด
เธอไล่หารายชื่อของซูลั่วไปพลางพูดอย่างภูมิใจไปพลาง “เห็นไหมล่ะ คุณหนูอย่างฉันก็เก่งไม่ใช่เล่น! เอ๊ะ เหมิงซานได้ที่สามสิบเอ็ด ทำไมฉันยังหาชื่อเธอไม่เจอเลย หรือว่าเธอหลุดจากห้าสิบอันดับแรกไปแล้ว?”
ตอนนี้ซูลั่วอ่อนแรงไปทั้งตัว เวียนหัวตาลาย ได้แต่พิงอยู่บนตัวจินแอนนี่
เธอพูด “เธอลองหาดูข้างบนสิ”
“จะเป็นไปได้ยังไง สภาพโทรม ๆ ของเธอเนี่ยนะ จะมาคะแนนเยอะกว่าฉันได้...เชี่ย! เธอได้ที่สาม!” จินแอนนี่ตกใจจนตาเบิกกว้าง!
อันดับหนึ่งไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็นมู่หรงซ่งฉือ และคะแนนก็นำโด่งไปไกล
อันดับสองคือหลี่หมาน หน่วยรบเดี่ยวที่แข็งแกร่งที่สุดในคณะสวรรค์ขององค์รัชทายาท เป็นคนพูดน้อยแต่แรงเยอะมาก เคยมีประวัติต่อสู้กับคนขับเมคคาโดยที่ตัวเองไม่ได้ใช้เมคคา แถมยังชนะอีกด้วย!
และอันดับของซูลั่ว ก็อยู่ถัดจากหลี่หมาน
เธอแซงหน้าหน่วยรบเดี่ยวอีกสองคนของคณะสวรรค์ ซึ่งก็รวมถึงลูกพี่ลูกน้องที่ชอบวางมาดของจินแอนนี่ไปได้!
ที่สำคัญที่สุดคือ คะแนนของซูลั่วน้อยกว่าอันดับสองอย่างหลี่หมานเพียงแค่สิบคะแนนเท่านั้น!
“เป็นไปไม่ได้!”
เสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธนี้มาจากเหมิงซาน
เขารู้ดีว่าในการทดสอบยิงปืนนี้ ตัวเองเป็นคนที่อ่อนที่สุดในทีม แต่เขาก็พยายามเต็มที่แล้ว
ถ้าไม่ถูกซูลั่วจัดการไปหลายครั้ง เขาอาจจะติดหนึ่งในยี่สิบอันดับแรกได้ด้วยซ้ำ!
และที่น่าโมโหที่สุดก็คือ ซูลั่วที่จัดการเขาไปหลายครั้ง กลับได้อันดับที่สาม!
เมื่อคิดว่าคะแนนของซูลั่วส่วนใหญ่มาจากเขา เหมิงซานก็โกรธจนตัวสั่น!
ซูลั่วเพียงแค่เหลือบมองเขาแวบหนึ่ง
ผู้แพ้ ไม่จำเป็นต้องใส่ใจ
กลับเป็นจินแอนนี่ที่เห็นท่าทีโกรธเกรี้ยวของเหมิงซาน เธอก็พูดขึ้นจมูก “ก่อนแข่ง ใครกันนะที่ปากดีท้าจะมาแข่งกับซูลั่ว? อันดับห่างกันขนาดนี้ ยอมรับได้รึยังว่าแพ้?”
“ซูลั่วต้องโกงแน่ ๆ!”
“นายบอกว่าโกงก็ต้องโกงเหรอ? อะไร นายเป็นกล้องวงจรปิดรึไง?”
เสียงทะเลาะของทั้งสองคนทำให้ซูลั่วรู้สึกปวดหัวจนหูอื้อ ตอนนี้เธออยากจะกลับไปนอนพักที่หอพักเท่านั้น ดังนั้นเธอจึงดึงแขนจินแอนนี่แรง ๆ “ไม่ต้องไปเถียงกับเขาหรอก เรากลับหอกัน”
เหมิงซานพอได้ยินแบบนั้นก็ยิ่งได้ใจ “ซูลั่ว หรือว่าเธอร้อนตัว?!”
เสียงทะเลาะของพวกเขาดึงดูดความสนใจของคนอื่น ๆ มู่หรงซ่งฉือเหลือบมองซูลั่วแวบหนึ่ง สุดท้ายก็กระซิบกับหลี่หมานที่อยู่ข้าง ๆ “ไปเรียกเหมิงซานกลับมา”
“อืม”
เจียงเฉินกับเบลคก็ยืนอยู่ในฝูงชนเช่นกัน อันดับของพวกเขาอยู่ที่หกสิบเจ็ดสิบกว่า ๆ เป็นตำแหน่งกลาง ๆ
เบลคสงสัย “ซูลั่วไม่น่าจะโกงนะ?”
เจียงเฉินทำหน้าเย็นชา “ใครจะไปรู้”
เมื่อคิดว่าอันดับของซูลั่วดีกว่าเขาตั้งมากมาย อารมณ์ของเจียงเฉินก็ดิ่งลงสุด ๆ!
ในตอนนั้นเอง คณบดีเหลยหย่วนและอาจารย์อีกสองสามคนก็เดินเข้ามา
นักศึกษาทุกคนไม่กล้าส่งเสียงดัง คิดในใจว่าเรื่องนี้ไปถึงหูคณบดีแล้ว หรือว่าซูลั่วทำผิดกฎจริง ๆ?
เหมิงซานเองก็แอบหวังให้เป็นแบบนั้น
จินแอนนี่มองซูลั่วด้วยความเป็นห่วง แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็ยังคงยืนอยู่ข้างซูลั่วไม่ไปไหน!
เหลยหย่วนเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าซูลั่ว “นักศึกษาซูลั่ว ได้ยินมาว่าตอนที่เธอสมัครสอบ เดิมทีเธอสมัครเรียนภาควิชาการบัญชาการใช่ไหม?”