บทที่12
ลูกค้าประจำ
หยางป๋อยังคงมาซื้อน้ำเต้าหู้กับปาท่องโก๋ในตอนเช้าทุกวันทั้งสองคนค่อยๆสนิทสนมกันมากขึ้น จากที่เคยซื้อกลับไปกินที่บ้านตอนนี้เว่ยเถียนเถียนได้จัดโต๊ะเก้าอี้ให้เขานั่งกินที่ร้านแล้วจางเสวียอี้ก็ดีใจมากที่ได้พบกับคุณลุงทุกวัน พอได้พูดคุยกันมากขึ้นเด็กน้อยก็ยิ่งชื่นชอบเขา
เช้าวันหนึ่งในขณะที่หยางป๋อนั่งกินน้ำเต้าหู้และปาท่องโก๋จางเสวียอี้ก็เดินเข้ามาหาพร้อมรอยยิ้ม
“คุณลุงหยางครับเล่าเื่ในค่ายทหารให้ฟังหน่อยได้ไหมครับ” จางเสวียอี้ถามด้วยความตื่นเต้น
หยางป๋อยิ้มและวางถ้วยน้ำเต้าหู้ลง“ได้สิ ชีวิตในค่ายทหารนั้นมีหลายอย่างที่น่าสนใจเสวียอี้อยากจะฟังเื่อะไรก่อนล่ะ”
จางเสวียอี้ตาเป็ประกายนั่งลงข้างๆ เขา “ในค่ายทหารมีอะไรบ้างครับคุณลุง”
หยางป๋อเริ่มเล่า“ในค่ายทหาร พวกเรามีกิจวัตรประจำวันที่ต้องทำกันทุกวันเราตื่นเช้ากันั้แ่ฟ้ายังไม่สางจากนั้นเราก็ทำการฝึกซ้อมร่างกายวิ่งออกกำลังกายและฝึกการใช้อาวุธต่างๆ”
“ฟังดูหนักนะครับ” จางเสวียอี้ฟังด้วยความสนใจ
“ใช่พวกเราฝึกหนักแต่ก็สนุกและท้าทายมากการฝึกนั้นทำให้มีความแข็งแกร่งทั้งร่างกายและจิตใจ”หยางป๋อพูดพลางนึกถึงวันที่ฝึกหนักในค่าย “นอกจากการฝึกทางร่างกายแล้วเรายังต้องเรียนรู้การวางแผนการรบและการทำงานร่วมกับคนอื่นอีกด้วย”
เว่ยเถียนเถียนที่กำลังจัดน้ำเต้าหู้ยิ้มและร่วมสนทนาไปกับพวกเขาด้วย“แล้วมีเหตุการณ์อะไรที่น่าจดจำบ้างไหมคะ”
“มีหลายเหตุการณ์ที่น่าจดจำอย่างครั้งหนึ่งเราได้รับภารกิจให้คุ้มกันเสบียงไปยังกองกำลังที่ประจำอยู่ติดชายแดนเราต้องเดินทางข้ามเขาผ่านหุบเขาที่อันตรายและเผชิญกับโจรที่ดักซุ่มโจมตี”
“แล้วคุณลุงทำยังไงครับ”จางเสวียอี้ถามด้วยความตื่นเต้น
“พวกเราก็สู้เต็มที่ยังไงละสู้จนพวกโจรต้องถอยไปเลย” หยางป๋อเล่าด้วยความภูมิใจ
“ผมอยากเป็คนเก่งเหมือนคุณลุงบ้าง”จางเสวียอี้กล่าว เขาฟังเื่ราวทั้งหมดแล้วก็รู้สึกประทับใจมาก
หยางป๋อยิ้ม“ถ้าอยากเก่งก็ต้องตั้งใจเรียนและฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ ไม่มีอะไรที่ได้มาง่ายๆทุกอย่างต้องใช้ความพยายาม”
“คุณลุงหยางพูดถูกทุกสิ่งต้องใช้ความพยายาม” เว่ยเถียนเถียนที่ยืนอยู่พูดกับย้ำลูกชายด้วยเช่นกัน
จางเสวียอี้พยักหน้า“ผมจะตั้งใจเรียนและฝึกฝนอย่างที่คุณลุงบอกครับ”
หยางป๋อมองจางเสวียอี้ด้วยความภูมิใจ“ดีมากเสวียอี้ ลุงเชื่อว่าเสวียอี้จะทำได้”
“ขอบคุณครับคุณลุง” จางเสวียอี้ยิ้มกว้าง
“แม่ก็จะสนับสนุนลูกเต็มที่”เว่ยเถียนเถียนยิ้มอย่างภูมิใจ
หยางป๋อเห็นภาพนี้แล้วรู้สึกอบอุ่นในใจยิ่งเห็นสองแม่ลูกมีความขยันและตั้งใจมากเท่าไรก็ยิ่งอยากจะสนับสนุนให้พวกเขามีชีวิตที่ดีขึ้น
จากวันนั้นเป็ต้นมาความสัมพันธ์ระหว่างหยางป๋อกับเว่ยเถียนเถียนและจางเสวียอี้ก็ดูแน่นแฟ้นมากขึ้นหยางป๋อเองก็รู้สึกว่าทุกเช้าของเขามีความหมายและสดใสเมื่อได้มาพบกับคนที่เขารักและห่วงใย
เช้าวันหนึ่งหยางป๋อมาที่ร้านตามปกติเหมือนทุกวันแต่เมื่อมาถึงก็รู้สึกแปลกใจเมื่อเห็นว่ามีคนมามุงดูหน้าร้านเต็มไปหมดจึงรีบแหวกฝ่าฝูงชนเข้าไปด้วยความกังวลจนกระทั่งได้เห็นภาพที่ทำให้หัวใจของเขาแทบหยุดเต้น
เว่ยเถียนเถียนนั่งกองอยู่กับพื้นใบหน้าถูกตีจนช้ำ ดูหมดแรงและเ็ปอย่างหนักลูกชายของเธอจางเสวียอี้นั่งร้องไห้อยู่ข้าง ๆ น้ำตาไหลลงอาบแก้มในขณะที่มือเล็ก ๆของเขาจับแขนของแม่แน่น
หยางป๋อมองไปรอบ ๆร้านแล้วเห็นว่าข้าวของถูกพังระเนระนาด หม้อและจานถูกทำลายน้ำเต้าหู้ที่เคยเต็มหม้อหกนองพื้นจนเปียกชุ่มไปทั่วพื้นไม้เปื้อนด้วยน้ำขาวข้นผสมกับเศษขยะและเศษข้าวของแตกเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อยโต๊ะและเก้าอี้ที่เคยนั่งกินอาหารอยู่ทุกเช้าก็ถูกคว่ำและแตกหัก
เขารีบไปประคองเธอขึ้นมาอย่างเบามือพยายามไม่ให้เธอเจ็บมากกว่าเดิมจากนั้นจึงหันไปหาจางเสวียอี้ที่ยังคงร้องไห้อยู่ข้าง ๆแล้วถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความห่วงใย “เสวียอี้ เกิดอะไรขึ้น”
จางเสวียอี้พูดไปร้องไห้ไปน้ำตาไหลอาบแก้มอย่างไม่หยุด เสียงของเด็กชายสั่นเครือและเต็มไปด้วยความหวาดกลัว“พ่อ...พ่อมาขู่เอาเงิน แล้วก็ทำร้ายแม่ครับ”
ได้ยินดังนั้นแล้วหยางป๋อก็รู้สึกถึงความโกรธที่พุ่งขึ้นมาในใจใบหน้าของเขาแข็งกร้าวและดวงตาเต็มไปด้วยความโกรธที่ไม่อาจปกปิดได้เขามองเว่ยเถียนเถียนที่ยังคงมีใบหน้าช้ำและเห็นแววตาของเธอที่เต็มไปด้วยความทุกข์และความเ็ปหยางป๋อรู้ว่าเขาต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อปกป้องเธอและลูกชายของเธอจากความรุนแรงนี้
“เถียนเถียนคุณไหวไหม” หยางป๋อถามเบา ๆ พร้อมทั้งพยุงเธอขึ้นมา
หญิงสาวพยักหน้าแม้ว่าจะยังคงมีความเ็ปบนใบหน้า“ฉันไหวค่ะ ขอบคุณคุณมาก”
จากนั้นเขาก็ทำแผลให้เธอด้วยความอ่อนโยนโดยที่มีจางเสวียอี้เป็ลูกมือไปหาอุปกรณ์ทำแผลมาให้เธอแสดงสีหน้าทรมานเมื่อเขาแตะบริเวณที่ถูกทำร้าย
“เจ็บไหม” เขาถามเบา ๆ
เว่ยเถียนเถียนพยักหน้าเล็กน้อย“นิดหน่อยค่ะ ไม่เป็ไร”
เมื่อทำแผลเสร็จหยางป๋อจึงหันไปหาผู้ที่มาซื้อน้ำเต้าหู้และถามว่า“มีใครเห็นเหตุการณ์บ้างไหมครับผมรบกวนให้ไปเป็พยานให้หน่อยจะพาเ้าของร้านไปแจ้งความ”
ทันใดนั้นสองคนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ก็ยกมือขึ้น “ฉันเห็นทั้งหมด ฉันจะไปเป็พยานให้” หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งกล่าว
“ฉันด้วยฉันเองก็เห็นว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง” หญิงสาวอีกคนตอบ
“ขอบคุณพี่ ๆ น้า ๆมากครับ พวกเราจะไปสถานีตำรวจตอนนี้เลย” หยางป๋อขอบคุณพวกเขาด้วยความซาบซึ้ง
เขาพาเว่ยเถียนเถียนและจางเสวียอี้พร้อมกับพยานทั้งสองไปยังสถานีตำรวจเมื่อพวกเขามาถึงตำรวจที่ประจำสถานีเห็นหยางป๋อก็จำได้ว่าเขาเป็ทหารจึงรีบลุกขึ้นมาต้อนรับ“สวัสดีครับหัวหน้าหมู่ มีอะไรให้พวกเราช่วยเหลือไหมครับ”
“ผมพาเพื่อนมาแจ้งความเนื่องจากถูกสามีทำร้ายร่างกายและนี่ก็ลูกชายของเธอกับพยานอีกสองคนจะมาให้การเพิ่มเติมครับ” หยางป๋อกล่าวอย่างสุภาพ
ตำรวจพยักหน้าและเรียกเ้าหน้าที่มาเพื่อจดบันทึกและสอบปากคำเว่ยเถียนเถียนพร้อมกับพยาน“ขอเชิญคุณแม่และเข้ามาข้างในครับ และพยานทั้งสองด้วย”
ระหว่างที่เว่ยเถียนเถียนให้การกับตำรวจหยางป๋อนั่งรออยู่ข้างนอกกับจางเสวียอี้ เขามองเด็กชายที่นั่งเงียบ ๆแล้วเอ่ยปลอบใจ “ไม่ต้องห่วงนะเสวียอี้พวกเราจะช่วยกันจัดการเื่นี้ให้เสร็จสิ้นพ่อของเสวียอี้จะได้ไม่มาก่อกวนเสวียอี้กับแม่อีก”
“คุณลุงหยางแม่จะเป็ไรไหม ผมกกลัวว่าพ่อจะมาทำร้ายแม่มากกว่าเดิม” เด็กน้อยกล่าวเขายังคงมีแววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวอยู่
“ต่อจากนี้ไปก็จะไม่เป็อะไรแล้วตอนที่ลุงอยู่ที่นี่จะดูแลเสวียอี้กับแม่เอง” หยางป๋อย้ำ
“แต่ถ้าคุณลุงกลับกองทัพไปแล้วละครับ”จางเสวียอี้ยังคงไม่แน่ใจ
“ถึงตอนนั้นต่อให้ลุงไม่อยุ่พ่อของเสวียอี้ก็จะไม่มารบกวนอีก” หยางป๋อตอบให้เด็กน้อยมั่นใจ
“ครับ”จางเสวียอี้พยักหน้า
เวลาผ่านไปไม่นานเว่ยเถียนเถียนและพยานทั้งสองก็ออกมาจากห้องให้การตำรวจพยักหน้าและกล่าวกับหยางป๋อ “แจ้งความเรียบร้อยแล้วนะครับเราจะจัดการเื่นี้ให้เอง จะดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างเต็มที่”
“ขอบคุณทุกคนมาก ๆที่ช่วยเหลือ” หยางป๋อขอบคุณตำรวจและพยานทั้งสอง
“ไม่เป็ไรพวกเราแค่ทำสิ่งที่ถูกต้อง” พยานทั้งสองยิ้มและตอบ