เกตุแก้วดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมกอดของคุณหลวงภัสดานั่นทำให้คุณหลวงจับมือของหญิงสาวโอบกอดเอวเขาเอาไว้ เกตุแก้วอุบอิบ
“อิฉัน...” น้ำเสียงอึกอักแผ่วเบาอ้อนวอน
“ว่ายังไง หล่อนเสียตัวให้หลวงธรรมแล้วงั้นรึ?”เกตุแก้วยืนนิ่งสักพัก ก่อนตัดสินใจ ปลดผ้าคลุมไหล่ออก เผยให้เห็นไหล่ขาวนวลเนียนและเนินอกอวบอิ่ม คุณหลวงอารมณ์เริ่มกระเจิง ไม่อาจจะระงับได้อีกต่อไป ในที่สุดคุณหลวงก็ก้มลงจูบผิวนวลเนียนของหญิงสาวอย่างลืมตัวพลางไล้ลิ้นไปตามจุดต่างๆ จนกระทั่งมาถึงเนินหน้าอก เกตุแก้วกระชับอ้อมแขนอย่างลืมตัวคุณหลวงภัสดาค่อยๆ ปลดผ้าถุงที่กระโจมอกหญิงสาวออก
จากนั้นก็ผลักเกตุแก้วล้มไปด้วยกันบนเตียงหญิงสาวหวั่นไหว สั่นสะท้านไปทั้งร่างรู้สึกร้อนวูบวาบด้วยความเขินอายที่โดนคุณหลวงสัมผัสไปทั้งร่างกาย ทางด้านคุณหลวงเมื่อล้มตัวลงนอนทาบทับร่างของเกตุแก้วได้เขาก็ตรึงร่างนั้นให้อยู่ใต้ร่างของเขาอย่างแน่นหนา ราวกับกลัวว่าถ้าจับไว้ให้แน่นเจ้าหล่อนอาจจะหนีหายไปจากเขาก็ได้ แต่เขาจะรู้หรือไม่ว่าเกตุแก้วไม่สามารถหนีเขาไปไหนได้อีกต่อไป ด้วยรสจูบที่ร้อนแรง เรียกร้องนั่นทำให้หญิงสาวอ่อนระทวยเกินกว่าจะมีแรงกำลังขยับตัวได้คุณหลวงภัสดาจูบเกตุแก้วเนิ่นนานก่อนจะถอนริมฝีปากแล้วถามหล่อนเสียงสั่นสะท้าน
“หล่อนเกลียดกลัวฉันรึ? ทำไมหล่อนไม่เคยยิ้ม ไม่เคยหัวเราะเวลาอยู่กับฉัน เหมือนตอนที่หล่อนอยู่กับไอ้หลวงธรรมธรนั่นเลยตอนอยู่กับฉันหล่อนหน้านิ่วคิ้วขมวดไม่รื่นรมย์เหมือนตอนอยู่กับมัน...” เกตุแก้วหันหน้าหนีอีกฝ่ายด้วยความเขินอายความรู้สึกที่แท้จริงนั้นไม่ได้เป็นอย่างที่คุณหลวงกำลังคิดหล่อนอธิบายความรู้สึกต่างๆ ที่มีต่อคุณหลวงภัสดาไม่ถูก เริ่มต้นจากไม่ชอบขี้หน้าไม่อยากเข้าใกล้ ทั้งที่เขาก็ทำร้ายจิตใจหล่อนออกบ่อยแต่....ตอนนี้ทำไมความรู้สึกเกลียดถึงได้แปรเปลี่ยนไป
“อิฉันไม่ได้รักคุณหลวงธรรมธรเจ้าค่ะ”เพียงแค่ได้ยินคำตอบคุณหลวงภัสดาโล่งอกโล่งใจราวกับยกภูเขาลูกใหญ่ออกไปเสียที คุณหลวงโถมจูบเกตุแก้วไล้ลิ้นไปตามร่างบางนุ่มหอมละมุน คุณหลวงไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตนเองได้อีกต่อไป ร่างเกตุแก้วเกร็งและเต็มใจรับสัมผัสจากชายหนุ่มอย่างไม่หลีกเลี่ยง
คุณหลวงภัสดาจูบเกตุแก้วส่วนมือใหญ่ก็ลูบไล้ไปทั่วกายแล้วมาหยุดที่เนินปทุมถันของหล่อนเกตุแก้วสะดุ้งเขินอาย สองมือจับไหล่ของคุณหลวงไว้แน่น ตอนนี้ทั้งสองมิได้มีสิ่งใดปกปิดกายอีกต่อไปเขาค่อยๆ ไล้ริมฝีปากหาความสุขที่ดอกบัวตูมคู่นั้นเกตุแก้วเผลอแอ่นหน้าอกเข้าหาริมผีปากของชายหนุ่มหญิงสาวรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งกายและใจ คุณหลวงเชยชมปทุมถันของหญิงสาวสักพักก็ถอนริมฝีปากแล้วเอ่ยเสียงแหบพร่า
“ฉันไม่ให้หล่อนไปเป็นของใครหล่อนต้องเป็นของฉันคนเดียว...” ไฟในตะเกียงดับลงไปในที่สุด...
รุ่งเช้าเสียงไก่ขันเจื้อยแจ้วปลุกชีวิตทุกชีวิตให้ตื่นขึ้นเพื่อเริ่มต้นวันใหม่ภายในห้องนอนใหญ่ที่เจ้าของเรือนยกให้เป็นห้องนอนของเกตุแก้ว คุณหลวงภัสดานอนหลับอยู่บนเตียงเขาได้ยินเสียงไก่ขันเป็นปกติทุกเช้า เพียงแต่ว่าเช้านี้ไม่เหมือนเฉกเช่นทุกเช้าที่ผ่านมาเพราะนี่ไม่ใช่ห้องของเขาเป็นห้องของคนที่นอนอยู่ข้างๆเขาทั้งคืน เมื่อคิดขึ้นได้ชายหนุ่มก็พลิกตัวจะโอบกอดร่างหญิงสาวที่ทำให้เขามีความสุขและไม่ได้นอนแทบทั้งคืน
คุณหลวงภัสดารู้แล้วว่าเกตุแก้วเป็นคนแรกของเขาชายหนุ่มดีใจที่ได้หล่อนมาครอบครองทั้งตัว แต่ทว่าเมื่อแขนพาดไปตรงที่หล่อนนอน กลับเจอแต่ที่นอนที่ว่างเปล่าคุณหลวงลืมตาพรึ่บทันที ‘หล่อนไปไหน’ คุณหลวงมองไปรอบๆห้องก็ไม่พบ เขาสำรวจไปทั่วห้องพลันก็ใจหายวาบห่อผ้านั่นก็หายไปด้วย รึว่า...รีบออกจากห้องไปทันทีบ่าวหลายคนที่กำลังทำงานกันอยู่บนเรือนต่างมองมาทางคุณหลวงที่มิได้ออกมาจากห้องของตัวเองแต่นาทีนี้คุณหลวงไม่สนใจ สาวเท้าเดินไปหาบุญอิ่มด้วยความใจร้อน
“เกตุแก้วไปไหน?” ถามขึ้นร้อนรน บุญอิ่มทำหน้าเหรอหราเพราะไม่รู้ว่าเกตุแก้วไปไหน
“กูถามว่าเกตุแก้วไปไหน?” ขึ้นเสียงเกรี้ยวกราดอย่างยั้งโทสะไว้ไม่อยู่ บุญอิ่มลนลาน แล้วเสียงๆหนึ่งก็ดังขึ้นจากทางด้านหลังบุญอิ่ม
“ไม่ทราบเจ้าค่ะ แต่เมื่อเช้าพี่เกตุแก้วมาขออนุญาตน้องไปข้างนอกนึกว่าพี่เกตุแก้วมีธุระสำคัญอะไรเสียอีก”ลำเภาตอบผู้เป็นพี่ชายด้วยน้ำเสียงตื่นๆ เพราะไม่รู้เรื่องอะไร
“ใครให้ไป!” ถามขึ้นเสียงห้วนโมโหน้องสาวตนเอง
“พี่ไม่ได้อนุญาตทำไมปล่อยให้ออกไปได้” ต่อว่าเสียงดังหลายความคิดผุดขึ้นทันทีรึว่าหล่อนตัดสินใจไปอยู่กับหลวงธรรมธรนั่นแล้ว ฤา...หล่อนคิดจะหนี ไม่... ไม่มีวัน หล่อนเป็นเมียเขาแล้วเป็นของเขาแล้ว เขาไม่มีวันยอมให้หล่อนไปไหน ยังไม่ทันที่ใครจะตั้งตัวพูดอะไรคุณหลวงภัสดาก็ผลุนผลันเข้าไปผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างเร่งรีบ แล้วออกจากเรือนลงไปที่ท่าน้ำอย่างรวดเร็วลำเภาได้แต่ถอนหายใจเธอไม่รู้หรอกว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นแต่พี่ชายของเธออยู่ในห้องกับพี่เกตุแก้วทั้งคืน...
ขณะเดียวกัน ที่เรือนของคุณหลวงธรรมธรเป็นเรือนที่ปลูกอยู่ริมแม่น้ำเกตุแก้วในชุดเสื้อแขนกระบอกสีเทานุ่งโจงกระเบนสีน้ำตาลหม่นได้รับอนุญาตให้นั่งรอคุณหลวงที่ศาลาบริเวณท่าน้ำ ไม่นานนัก
“แม่เกตุแก้ว มาหาฉันแต่เช้ามีอะไรรึ?”คุณหลวงธรรมธรเอ่ยทักน้ำเสียงแฝงรอยดีใจรึว่าหล่อนตัดสินใจเรื่องที่เขาพูดไปเมื่อวานนี้ แอบคิดไปคนเดียวทว่าเกตุแก้วยื่นห่อผ้าในมือให้คุณหลวงธรรมธร สีหน้าหล่อนนิ่งสนิท
“อิฉันเอามาคืนคุณหลวงเจ้าค่ะ”น้ำเสียงชัดเจน คนฟังมีสีหน้าและความรู้สึกที่ผิดหวังฉายชัดขึ้นทันทีก่อนเอื้อมมือมารับเอาห่อผ้าผืนนั้นไว้
“หล่อนไม่ได้ชอบพอฉันบ้างเลยรึ?”ถามเสียงเศร้า
“อิฉันมิได้ชอบพอคุณหลวงในฐานะคนรักอิฉันชอบพอคุณหลวงในฐานะมิตรที่ดีต่ออิฉัน ตั้งแต่วันแรกที่เราพบกันอิฉันก็รู้สึกได้ว่าคุณหลวงเป็นเพียงคนเดียวที่อิฉันคุยด้วยได้อย่างเปิดเผยและสบายใจ”เกตุแก้วเอ่ยขึ้นจากใจจริง เธอไม่ต้องการให้คุณหลวงธรรมธรมีความหวัง
“ชีวิตของอิฉันหลังจากพ่อแม่ตายไปก็มิได้มีอิสระใดๆเป็นเพียงวัตถุสิ่งของของผู้อื่น ไม่ได้มีอิสระในการคิดหรือตัดสินใจอะไรได้ดอกเจ้าค่ะ เจ้าของเรือนเขาจะให้อิฉันทำสิ่งใด เป็นสิ่งใดก็สุดแท้แต่เขา หากวันใดอิฉันตายไปวันนั้นอิฉันถึงจะได้เป็นอิสระอย่างแท้จริง”น้ำเสียงคนตอบก็เศร้าอย่างเห็นได้ชัดเช่นกัน
“หล่อนตัดสินใจดีแล้วรึที่จะไม่เป็นเมียฉัน?”คุณหลวงธรรมธรถามตรงๆ
“ตัดสินใจดีแล้วเจ้าค่ะให้อิฉันรักและเคารพคุณหลวงอย่างสนิทใจแบบนี้เถิดเจ้าค่ะ” เป็นคำตอบที่มั่นใจยิ่งนักดูเหมือนว่าเกตุแก้วไม่เคยรักเขาเลย คุณหลวงธรรมธรหมดแรงทรุดตัวลงนั่งตรงกันข้ามกับหญิงสาว ยอมรับการตัดสินใจของเธอ เขานั่งนิ่งไปนานก่อนเอ่ยขึ้นเสียงเบาโหวง
“ขอโทษที...” ความผิดหวังแล่นไปทั่วร่าง คุณหลวงชาไปทั้งหัวใจ เกตุแก้วได้แต่นั่งเงียบไม่สามารถปลอบใจอะไรมากไปกว่านี้เธอเป็นของใครไม่ได้อีกแล้วเพราะเธอได้เสียกับหลวงภัสดาไปแล้ว เธอไม่อยากให้คุณหลวงธรรมธรต้องรอเธอต่อไปและสิ่งสำคัญคือเธอไม่ได้รักคุณหลวงธรรมธรแม้แต่นิดเลยการที่ปฏิเสธไปแบบนั้น อย่างน้อยคุณหลวงธรรมธรก็อาจจะได้พบผู้หญิงที่ดีและเหมาะสมกับเขามากกว่าเธอ
“อิฉันมาธุระเพียงเท่านี้” เกตุแก้วพูดพลางลุกขึ้นอย่างรวดเร็วเธอต้องเข้มแข็งแม้จะเหนื่อยเต็มทีก็ตาม
“แม่เกตุแก้ว” คุณหลวงธรรมธรลุกขึ้นตาม
“ฉันรักหล่อน” บอกความในใจอีกครั้งเผื่อหล่อนจะได้ยินบ้าง... เกตุแก้วยิ้มบางๆ แทนคำตอบว่าไม่มีทางเป็นไปได้คุณหลวงธรรมธรจำใจยอมรับความเป็นจริง
“ฉันยังพูดคุยกับหล่อนได้อยู่รึไม่?”ยังอุตส่าห์ถามออกมาเพราะไม่อยากตัดขาดจากเกตุแก้วเพียงเท่านี้เนื่องจากยังทำใจไม่ได้นั่นเอง
“ได้สิเจ้าคะเราเป็นมิตรที่ดีต่อกันได้” เกตุแก้วพูดอย่างอ่อนโยนเดินเข้าไปจับมือคุณหลวงธรรมธรด้วยความสุภาพ ก่อนจะลงเรือแจวออกไปคุณหลวงธรรมธรยืนส่งเกตุแก้วที่ท่าน้ำ เขารู้สึกไม่อยากจะทำอะไรในใจหดหู่ไปเสียหมดหญิงสาวแจวเรือไปได้ไกลพอสมควร
สักพักคุณหลวงธรรมธรก็เห็นคุณหลวงภัสดาแจวเรือมาทางท่าเรือเรือนตนเองมันทำให้คุณหลวงธรรมธรสังสัยเป็นอย่างยิ่งว่าคุณหลวงภัสดามาที่เรือนตนทำไมแต่เช้าอีกอย่างเกตุแก้วก็เพิ่งจะแจวเรือออกไป เมื่อเรือจอดเทียบท่าน้ำเรือนรัชชาภักดิ์คุณหลวงภัสดาก็ไม่ฟังฟ้าฟังฝนพรวดจากเรือก้าวยาวๆ มาทางคุณหลวงธรรมธร
“พลั่ก!!! “ ไปถึงก็ต่อยเข้าที่หน้าคุณหลวงธรรมธรอย่างแรงคุณหลวงธรรมธรทั้งเจ็บทั้งโมโหที่อยู่ๆ หลวงภัสดาก็มาทำร้ายตนคุณหลวงธรรมธรจะยันตัวลุกยืนแต่คุณหลวงภัสดาย่างสามขุมตามเข้าไปกระชากคอเสื้อของคุณหลวงธรรมธรตะคอกถามเสียงดัง
“เกตุแก้วอยู่ไหน? ถามว่าเกตุแก้วอยู่ไหน?” คุณหลวงธรรมธรงงหนักที่อยู่ๆ คุณหลวงภัสดาก็มาถามหาเกตุแก้วกับตน คุณหลวงธรรมธรปัดมืออีกฝ่ายออกอย่างแรง
“เกิดอะไรขึ้นกับเกตุแก้วหล่อนเพิ่งไปเมื่อสักครู่นี้” เมื่อสิ้นเสียงตอบของคุณหลวงธรรมธรคุณหลวงภัสดาก็หยุดชะงักทันที ตามด้วยเสียงถามร้อนรน
“เพิ่งไปเมื่อสักครู่” ทวนคำตอบเหมือนไม่เชื่อ
“หล่อนไปไหน?” คราวนี้คุณหลวงภัสดาได้สติขึ้นบ้างจึงสอบถามความเอากับคุณหลวงธรรมธรอย่างจริงจังคุณหลวงธรรมธรก็เล่าเรื่องที่เกตุแก้วมาหาตนเมื่อเช้าทั้งยังให้ดูห่อผ้าที่หญิงสาวนำมาคืนพร้อมเล่าเรื่องที่พูดคุยกับเกตุแก้วเมื่อสักครู่ให้ฟังคร่าวๆอีกด้วย คุณหลวงเห็นท่าไม่ดีจึงร้อนรนลงเรือไปทันที...