บทที่ 16 ยินดีตอนรับสู่เมืองนิวจี
สวัสดีครับผมกาวีชัย กาวะสีหรือกาว ชายผู้เสียชีวิตแล้วได้ไปเกิดใหม่ในต่างโลกในฐานะนักล่าผู้กล้า ตอนผมกำลังเจอดาเมจทางจิตใจอย่างรุนแรงจากเธอที่กลายเป็เขา TRAPโคลอี้ที่ตูเผลอใจเต้นไปตัวผู้ …อ้ากกกก นี้ตูเกือบข้ามGrand Line ไปสู้ New World สะแล้วนะเนี่ย เกือบไปๆฮ่าๆๆๆๆๆ……… ตูอยากตาย
“งั้นไว้เจอกันใหม่น้า”
“อ–อือ วะ ไว้เจอกันใหม่นะ”
โคลอี้เดินโบกมือบ๊ายบายจากไปอย่างร่าเริง ในขณะที่ผมนั่งอยู่บนม้านั่งยาวอย่างหมดสภาพเหมือนิญญาจะออกจากร่างให้ได้
ใช้แล้วครับ ผมยังช็อกไม่หายกับความจริงที่ว่าโคลอี้เป็ผู้ชาย
ขอย้ำอีกครั้ง มันเป็ผู้ชาย!
นี้ตูพึ่งเผลอใจตื่นเต้นมีอารมณ์ขึ้นกับตัวผู้ไปยังไงก็ทำใจไม่ได้หรอกเฮ้ย! ผมนั่งมองโคลอี้ค่อยๆเดินจากไป
ถึงจะมีหน้าตาสาวน้อยน่ารักจนหลงหัวปักหัวปำ แต่ก็เป็ผู้ชาย
ถึงจะมีรูปร่างที่ผอมบางผมยาวสลวยจนเตะตา แต่ก็เป็ผู้ชาย
ถึงจะมีรอยยิ้มที่สดใสเหมือนแสงตะวันจนใจละลาย แต่ก็เป็ผู้ชาย
……พอๆ เลิกคิดได้แล้ว ถ้าคิดมากไปกว่านี้มีแต่ทำให้ค่าจิตใจติดค่าลบเปล่าๆ
แต่ยังไม่เลิกเป็FCหรอกน่ะ
ว่าแล้วผมก็ร่างกายที่ไร้จิติญญาเดินไปยัง<กิล>ที่เป็เป้าหมายหลัก
“ก็สงสัยั้แ่เมื่อก่อน ทำไมกิลมันต้องเป็Bar(บาร์)ด้วยละเนี่ย”
ผมได้มาถึงที่หมายมองร้านBarขนาดใหญ่ที่ป้ายใหญ่แปะไว้บนร้านว่า<กิลประจำเมือง>อยู่บนร้านชั้นสอง พอลองเข้าไปในร้านตัวร้านก็เหมือนร้านBarแบบหนังคาบอยเก่าที่เคยดูสมัยเด็กบางหรือไม่ก็ร้านกิลที่เห็นในอนิเมะต่างโลกที่เห็นกันอยู่ทั่วไป
ผมเดินเข้าในร้านมองหาเคาน์เตอร์กิลเพื่อติดต่อสมัครเป็นักผจญภัย
พอดูรอบๆแล้วเหมือนจะเป็ตามที่คาด ในร้านค่อนข้างครึกครื้นหลายสิบโต๊ะต่างเต็มไปด้วยนักผจญภัยที่ออกมาหาอะกินหรือไม่ก็ดื่มกันั้แ่หัววัน เสียงชนแก้วไม้ดื่มกันอย่างสนุกสนานอาหารและกับแกล้มแสนอร่อย เสียงะโโหวกเหวกคุยกันถึงเื่เควศที่ตนได้ไปทำมาอย่างไม่ยอมใครกับกลุ่มนักผจญภัยด้วยกันเอง
ชั่งเป็ที่ครื้นเครงจริงๆ
“อะ เจอละ”
หลังหาเคาน์เตอร์กิลได้สักพักก็เจอ นี้เล่นไปหลบมุมดูไม่สำคัญจนมองลำบากแทบหาไม่เจออะ นี้ตกลงเป็สำนักงานกิลประจำเมืองจริงๆใช่ไหมเนี่ย!
“สวัสดีค่า! ยินดีตอนรับสู้<สำนักกิลประจำเมืองนิวจี>อะไรให้ช่วยค่ะ”
มีพนักงานต้อนรับเป็เด็กสาวน่ารักยืนอยู่ในเคาน์เตอร์อย่างมืออาชีพ
เธอสวมชุดสูทแบบยุคโบราญเหมือนในหนังยุโรปสมัยก่อนผมทรงบ๊อบหน้าม้าสีน้ำตาลอ่อนและนัยตาสีเขียวอ่อนสดใสจากที่ดูน่าจะอายุพอๆกับผม แต่นั้นไม่ใช่เื่น่าสนใจสำหรับผมในตอนนี้ เพราะในตอนนี้ผมกำลังสนใจกว่าคือสิ่งที่กำลังขยับอยู่บนหัวและด้านหลังเธอต่างหากละ
หูกับหางแมว…สาวน้อยมีหูแมวกับหางแมวเลยนะครับท่านผู้ชม!
น่ารักสุดๆไปเลยครับ ในที่สุดความฝันที่ได้เจอสาวน้อยครึ่งสัตว์มีหูมีหางแบบในอนิเมะที่ดูมาตลอดชีวิตของตูก็เป็จริงแล้วโว้ยยย
‘ไม่มีอะไรค้างคาใจอีกแล้ว’ ผมได้แต่ะโบอกชูนิ้วโป้งจมวงไปลาวาอยู่ในใจตนเอง
“เออ…คุณลูกค้า…?”
ตายละหว่า มัวแต่จินตนาการในโลกตัวเองนานเกินไปจะเธอดูกังวลหวังว่าผมคงไม่ได้ทำหน้าแปลกจนถูกเกลียดใช่ไหม?
“ถ้าไม่ชอบ เดี๋ยวจะไปเรียกคนอื่นมาคุยแทน…”
“ไม่ครับ ครับไม่ได้มีอะไรแค่มัวแต่มองหูกับหางมากไปหน่อย… อ่ะ”
ตายแล้วหว่า ตูเผลอหลุดปากไป!
นั้นไงพอเธอได้ยินก็ทำหน้าลำบากใจกว่าเดิมจนหูกับหางตกเลยเห็นไหมแถมยังทำท่าไม่มั่นใจตัวเองจนหลบหน้าหนีซ้ำอีก ตูนี้มันบ้าจริง
“…คงไม่ชอบสินะคะ หูกับหางนี้สินะคะ”
“เอ๊ะ ทำไมจะไม่ชอบละ มันดูน่ารักออกจะตาย?”
“เอ๊ะ?”
“เอ๊ะ?”
“……”
“……”
จากนั้นพวกเรานิ่งมองหน้าเงียบๆงงกันหลายวินาที
เธอทำตาโตดูใแก้มแดงเล็กน้อยก่อนหันหลังหนีผมไปปรับอารมณ์ แค่พูดตามที่คิดเท่านั้นเองนี้ผมพูดอะไรไม่ดีไปหรือเปล่า?
เมื่อปรับอารมณ์ดีขึ้นแล้วดูจากหางแมวที่แกว่งไปแกว่งเป็สัญญาณบอก ผมคงเสียมารยาทไปสินะแต่ต้องขอโทษนะ…หน้าแดงเมื่อกี่มันน่ารักดีนะ
“ค่ะงั้นขอแนะนำตัวอีกครั้ง สวัสดีคะ ยินดีตอนรับสู้<สำนักกิลประจำเมืองนิวจี> ฉันชื่อ มาฟุโนะ คะเป็พนักงานฝึกหัดมีอะไรให้ช่วยค่ะ”
สักพักเธอหันกลับมาด้วยสภาพเหมือนตอนแรกก้มหัวแนะนำอย่างสุภาพ ผมก็ต้องแนะนำตัวเช่นกัน
“สวัสดีครับ ผมกาวีชัย กาวะสี จะเรียกเล่นว่า กาว ก็ได้ยินดีที่ได้รู้จักครับ”
ผมยกมือไหว้อย่างสุภาพ เธอดูงงแต่ก็ยกมือตามรับไหว้ปรับตัวเร็วดีแหะสมเป็พนักงานต้อนรับ
จากที่ดูงงๆกับการยกมือไหว้? แสดงว่าโลกนี้ไม่ได้มีวัฒนธรรมการไหว้กันหรือว่าจะไหว้เฉพาะ พระ,บาทหลวงหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์อะไรพวกนี้ละมั้ง?
“ยินดีที่ได้รู้จักคะ คุณเป็นักเดินทางเหรอคะ”
“ครับ ผมเป็นักเดินทางครับพึ่งเคยมาที่เมืองนี้เป็ครั้งแรก ที่จริงแล้วผมอยากจะสมัครเป็นักผจญภัยหน่อยต้องทำยังไงบ้างครับ”
“ได้คะ มีหนังสือหรือใบรับรองอะไรติดตัวมาด้วยไหมคะ”
“หนังสือหรือใบรับรองเหรอครับ? ……อะฮาๆๆ”
ซวยแล้วไง ต้องใช่หนังสือหรือใบรับรองด้วยเหรอ?
ตูจะไปมีได้ไงก็พึ่งมาจากต่างโลกเมื่อวานเนี่ย ทำไงดี……ช่วยไม่ได้ใช่วิชาแถแบบพวกพระเอกที่ไปต่างโลกแล้วกัน อะแฮ่ม
“ครับคือว่า พอดีระหว่างทางมาเมืองผมถูกโจรเข้ามาดักปล่นบนูเา ถึงแม้จะหนีรอดมาได้แต่สัมภาระทั้งหมดถูกโจรขโมยไปจนหมดนะครับ”
“อ้อออ”
ดูเหมือนจะหลอกได้สำเร็จนะคราวนี้…
“โกหกสินะคะ”
…หรือจะไม่ บ้าน่าทำไมถึงรู้ได้ละ เมืองนี้มันมีแต่คนที่เป็newtypeหรือไงกันห่ะ!?
“พอดีดีนเด็กชายที่อยู่ในเมืองเป็คนเล่าให้ฉันฟังนะคะเื่ของคุณ จากชุดที่ของคุณที่ไม่เหมือนใครเลยคิดว่าใช่”
“ง–งั้นแสดงว่า…”
“คะ เื่ที่คุณเมาเหล้าแอ๋แล้วไปนอนสลบหมดสภาพกลางลานกว้างจนของที่เอามาด้วยหายไปด้วย ฉันรู้หมดแล้วคะไม่ต้องคิดมาก”
ว่าแล้วเธอก็มองฒอย่างลำบากใจในหลายๆความหมายจากหน้าเธอ
มะ ม่ายช้ายยยย——!
“ค–ครับ …ตามนั้นครับ”
ก็ได้แต่ยอมรับทั้งน้ำตาในใจ ไม่รู้จะแก้ตัวยังไงดีเื่ที่เด็กสามหน่อรู้ไปก็เป็เื่โกหกแต่จะบอกความจริงก็ไม่ได้อีกเลยยอมๆรับไปก่อนจะได้ไม่มีปัญหา แต่ไม่นึกว่าเื่จะเป็อย่างนี้แถมเหมือนบทมันจะเพิ่มขึ้นมาอีกตั้งหาก
ช่วยไม่ได้ยอมรับๆบทนี้ไปก่อนต่อน่าจะช่วยอะไรให้มันง่ายมากกว่าไว้ค่อยมาแก้ทีหลังอาจจะดีกว่า…มั้งนะ?
ว่าแต่ตอนอีกเื่ที่อยากรู้!
“โทษนะครับ ขอถามหน่อยได้ไหม”
“ได้คะ”
“เด็กที่ชื่อดีนบอกเื่…ของผมไปแล้วนี่กี่คนพอจะทราบไหมครับ”
จากสภาพทางสังคมปัจจุบันของผมในเมืองนี้ ‘กลายเป็ขี้เมาหลับกลางลานกว้าง’ ถือว่าแย่มากที่เดียวสำหรับการรู้จักครั้งแรกและยิ่งผมต้องอาศัยอยู่ในเมืองนี้อีกยาว…ถ้ามีแต่คนรู้เื่อย่างนี้ผมจะเอาหน้าที่ไหนไปเจอชาวบ้านกันละคร้าบ~
ดูจากท่าทางดีนแล้วบ่านี้คงพูดมากเล่าไหนต่อไหนไปหลายคนแล้วยังไม่นั้นรวมลาล่ากับแอชอีกสองคน!
ไม่มีทางเื่คงแก้ความเข้าใจผิดกันเลียงตัวไปเลยก็ต้องทำ
“น่าจะเกือบครึ่งเมืองในแล้วมั้งคะยิ่งชอบเทียวเล่นไปทั่วเมือง ถ้ารวมลาล่ากับแอชด้วยคงเกือบทั้งเมืองเลยได้เลยคะ”
……………………ชั่งมันละกัน อะฮ่ะๆๆๆๆๆๆ
“เป็ไรหรือเปล่าคะทำหน้าเหมือนจะร้องไห้?”
“แค่ฝุ่นเข้าตาครับ… ไม่ต้องคิดมากฮ่าๆๆ ว่าแต่เื่สมัครเป็นักผจญภัย?”
ผมรีบเปลี่ยนประเด็นทันทีเธอจะได้ไม่มาสนใจผมที่กำลังอยากจะร้องไห้ เราต้อง อด—ทน—ไว้—!
“คะไม่มีปัญหาอะไรคะ ที่จริงแล้วเื่หนังสือหรือใบรับรองไม่ต้องใช่ก็สมัครได้คะ”
งั้นก็อย่าถามแต่แรกสิเฮ้ย! ทำให้ต้องโกหกแถมตูเจ็บฟรีเลยเห็นไหม!
“ก็ดีแล้วครับ แล้วต้องทำไงต่อ”
“ก่อนอื่นต้องช่วยออกเอกสารนี้ก่อน ไม่ต้องกรอกทั้งหมดก็ได้คะแค่พวกชื่อ–นามสกุล เป็หลักพอคะปากกาอยู่ตรงนั้นคะ”
เธอยื่นใบเอกสารหนึ่งให้ผมกรอกตามช่อง พอมองหารอบๆก็ไม่เจอปากกามีแต่ขนนกที่เสียบไว้กับขวดหมึก…อ่อ— ปากกาขนนกนี่เองว่าแต่ก็ไม่เคยมาก่อน เปิดฝาจุ่มหมึกสองสามทีเตรียมพร้อมจะเขียน
“……”
เอาละคงต้องระวังไม่ให้หมึกหยดเลอะบนเอกสาร… แปะ อะ ยังไม่ทันจะเริ่มเขียนก็ทำเลอะสะแล้ว ครั้งต่อไปต้องระวังให้มากกว่านี้ อะ แปะๆ…
“…คะ ก็อย่างน้อยก็กรอกข้อมูลเสร็จแล้ว”
“ครับ…”
ผมได้แต่ตอบกลับอย่างเขินอาย กว่าจะเขียนแค่ชื่อกับนามสกุลก็ทำใบเอกสารเลอะเทอะไปทั่วแผ่นเหมือนเด็กอนุบาลต้องขอโทษด้วยครับ ก็คนไม่เคยใช่ปากกาขนนกมากก่อนนี่น่าผมไม่ผิดน่ะ
พอมองเอกสารและชื่อที่เขียนลงไปก็ยังแปลกใจไม่หายเพราะภาษาที่ผมเขียนไม่ใช่ภาษาเดินที่ผมเคยใช่ในโลกก่อน ไม่ใช่แค่นั้นั้แ่ผมมาที่โลกนี้ก็เจอแต่อักษรแปลกแบบที่ไม่เคยมีในโลกเก่าแต่ผมสามารถเข้าใจความหมาย อ่านได้ เขียนได้ พูดคุยได้ เหมือนเป็เื่ปกติที่ทำอยู่ทุกวันทั้งที่ไม่เคยเรียนมาเลย
นี้คงเป็ผลของสกิลแปลภาษาหรืออะไรสักอย่างที่จอมมารให้มาแน่ๆดีนะที่มี ไม่งั้นไม่รู้จะศึกษายังไงเพราะคงไม่มีใครมาช่วยสอนภาษาให้
“คะ ต่อไปเราจะทำการเก็บบันทึกข้อมูลต่างๆของบุคคลด้วยอุปกรณ์เวทย์<ลูกแก้วเวทย์>นี้นะคะ”
ว่าแล้วเธอก็หยิบลูกแก้วที่มีฐานรองอยู่มาตั้งตรงหน้าให้ผมดู มันก็เหมือนลูกแก้วทั่วไปที่เห็นไปแค่มีพลังงานอยู่นั้นรู้สึกได้ ก็สมกับเป็ลูกแก้วเวทย์ดีละนะ
“ช่วยเอามือวางบนได้เลยคะ เดี๋ยวจะทำการบันทึกข้อมูลตัวบุคคลของคุณกาวีชัยให้คะ”
“เข้าใจแล้วครับ”
ผมเอามือไปวางตามที่เธอบอก
พอนำไปวางลูกแก้วเวทย์ก็เกิดแสงเหมือนดาวในลูกแก้วหลายดวงหมุนเป็รอบวงกลมไปมาอย่างช้าๆ…ยังกะหมุนดาวน์โหลดข้อมูลคอมสมัยก่อนเลย
“คะ ทำการบันทึกข้อมูลเสร็จเรียบร้อยแล้วคะ รอสักครู่กำลังออกบัตรประจำตัวนักผจญภัยให้นะคะ”
พูดแล้วเดินไปด้านหลังพร้อมหยิบบัตรใส่ไปในเครื่องกลไลอะไรสักอย่างก่อนมันเริ่มทำงานของมัน ดูไปดูมานี้มันยังก็ทำบัตรประชาชนเลยแฮะ
“เสร็จแล้วนี้คะ”
เธอยืนบัตรมาให้ผมดู พอดูแล้วบอกได้เลยนี้มันบัตรประชาชนชัดๆ ทั้งรูปหน้าผมที่ไม่รู้แอบถ่ายตอนไหนและข้อมูล
บัตรประจำตัว: นักผจญภัยเบื้องต้น
ชื่อ: กาวีชัย กาวะ
อายุ: 15
เพศ: ชาย
อาชีพหลัก: –
อาชีพรอง: –
ฉายา: –
สกิล: –
ดูแล้วก็เหมือนกับบัตรนักผจญภัยของโคลอี้เลย แค่ของผมมีแต่ขีด(–)เกือบหมดเลยก็ทำไงได้ก็เป็เพียง<นักผจญภัยเบื้องต้น>ละนะ
จากนี้ไปต่างหากของจริง! ชีวิตในต่างโลกในฐานะนักผจญภัยของผมได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว!
“ค่ะ ค่าทำบัตรนักผจญภัยรวมทั้งหมด 3 เหรียญทองแดงคะ”
“เอ๊ะ ค่าทำบัตร 3 เหรียญทองแดง?”
“ค่า สามเหรียญทองแดง ถ้าเทียบเป็เงินก็ 300 ทัส”
“สามร้อยทัส…หรือครับ”
ซวยละ ต้องจ่ายค่าทำบัตรด้วยเหรอ!?
ไม่เห็นรู้มาก่อนว่าต้องจ่ายตังด้วย แปปนะ เอ๋~ 3 เหรียญทองแดงก็คงเท่ากับแบงค์แดง 3 ใบ ก็เท่ากับ 300 ทัส นิส่วน‘ทัส’คงเป็สกุลเงิน ถ้าแลกกับเงินสกุลบ้านเราต่อเท่าไรกันน่า~ จะแลก 1 ต่อ1 ได้ก็จะดีละน่า~ ~อะฮ่ะฮ่าๆๆ—— ใช่ก็บ้าแล้ว!!!
ตูลืมไปเลย ว่านี้ต่างโลกนี่หว่าเงินโลกเดิมมันใช่กับโลกนี้ไม่ได้!
นั้นไง เธอมองมาทางนี้อย่างสงสัยแล้ว
“เออ หรือว่าจะไม่มีเงินค่ะ?”
“เอ๊ คือมันไม่ใช่อย่างนั้น… ครับผมไม่มีตังครับ”
ผมก้มหัวอย่างหงอยๆยอมรับแต่โดยดี พอได้ยินเธอทำหน้าเหมือนกับว่า ‘ซวยแล้วไงฉัน’ ยังไงยังงั้น
ถึงจะพยายามแถยังไงตังก็ไม่งอกขึ้นมาหรอกบอกความจริงแล้วขอให้ทางช่วยจะดีกว่า ถ้าไม่หาทางจ่ายเงินนั้นเธออาจจะซวยเพราะผมได้ซึ่งผมไม่อยากให้เป็เช่นนั้นเด็ดขาด
“ก็อย่างที่คุณคิดละครับ ตอนนี้ผมไม่มีตังเรื่อยติดตัวเลยพอจะมีทางหาตังให้มาจ่ายค่าบัตรนักผจญภัยบ้างไหมครับ”
“ถ้าจะหาเงินละก็คงต้องไปดูบอร์ดรับสมัครงานตรงนั้น มีทั้งแบบจ้างเป็งานหรือรายเดือนด้วยคะ”
เธอชี้ไปข้างหลังไปยังบอร์ดที่เขียนรับสมัครงานต่างๆตัวใหญ่พร้อมใบจ้างงานทั้งหลายที่แปะอยู่ไว้บอร์ด
“ขอบคุณครับคุณมาฟุโนะ เดี๋ยวผมจะรีบหางเงินมาจ่ายให้เร็วที่สุดนะครับ”
ผมยกมือไหว้ขอโทษก่อนจะรีบไปดูยังบอร์ดเพื่อหางานไปจ่ายค่าบัตรโดยทันที ดูเหมือนการเป็นักผจญภัยของผมยังต้องรอไปก่อน