“ไม่เลยไม่เลย ที่อาณาจักรเจิ้นสุ่ยมั่นคงได้ทุกวันนี้ก็เพราะบุตรชายของท่านได้ช่วยเหลือพวกเราเอาไว้ต่างหาก”
“ว่าแต่เมืองหลวงเสียหายไปกว่าครึ่งเช่นนี้ท่านคิดจะทำเช่นไร”
“เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วงข้าจะให้ทหารของอาณาจักรเร่งสร้างบ้านเรือนให้กับประชาชนใหม่ ส่วนพระราชวังที่เสียหายคงต้องซ่อมแซมทีหลัง”
“เช่นนั้นให้นักเวทของอาณาจักรกาลเวลาของพวกเราช่วยสร้างใหม่จะเร็วกว่าไหมความสามารถของนักเวทอาณาจักรกาลเวลาของพวกเราคงสามารถสร้างพระราชวังใหม่ได้ทันงานแต่งในครั้งนี้อย่างแน่นอน”
“เช่นนั้นคงต้องรบกวนพวกท่านแล้วส่วนเรื่องวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ พวกเราจะเป็นคนจัดหามาให้พวกท่านเอง”
หลังจากนั้นการซ่อมแซมบ้านเรือนและพระราชวังที่เสียหายไปก็ได้เริ่มต้นขึ้นในวันถัดมาองค์ชายใหญ่ได้นำกองกำลังของอาณาจักรเจิ้นสุ่ยและนักเวทของอาณาจักรกาลเวลาทั้งหมดเข้ายึดอาณาจักรฉางชุนได้ภายในไม่กี่วัน เหล่าเจ้าเมืองทั้งหลายต่างพากันตบเท้าสวามิภักดิ์ต่ออาณาจักรเจิ้นสุ่ยในทันทีหลังจากทราบข่าวว่ากษัตริย์กษัตริย์ฉีถังชุน นำกองกำลังเข้าไปโจมตีอาณาจักรเจิ้นสุ่ยและพ่ายแพ้ และถูกกองกำลังของอาณาจักรเจิ้นสุ่ยจับตัวไว้
เพียงแค่ครึ่งเดือนทุกเมืองในอาณาจักรฉางชุนทั้งหมดก็ยอมจำนนต่ออาณาจักรเจิ้นสุ่ย กษัตริย์ฟางเหวินเทียนใช้มาตรการเดียวกันกับการรวมอาณาจักรเมฆาตะวันตกทำให้ทุกเมืองต่างได้รับผลประโยชน์มากกว่าตอนที่กษัตริย์ฉีถังชุน ปกครองอาณาจักรฉางชุนเสียอีกองค์ชายใหญ่แต่งตั้งให้เป็นเจ้าเมืองฉางชุนแทนกษัตริย์ฉีถังชุน
ทหารอาณาจักรเจิ้นสุ่ยจัดการสร้างบ้านเรือนให้กับประชาชนของพวกเขาด้วยความรวดเร็วส่วนพระราชวังที่เสียหายถูกเหล่านักเวทรื้อถอนและสร้างมันขึ้นมาใหม่ด้วยความรวดเร็วและสวยงามยิ่งกว่าเดิมทั่วทุกเมืองภายในอาณาจักรเจิ้นสุ่ยในตอนนี้ต่างตกแต่งข้าวของเครื่องใช้และตัวอาคารด้วยสีแดงโคมสีแดงถูกนำมาประดับประดาตามอาคารบ้านเรือนโดยเฉพาะภายในพระราชวังถูกจัดและตกแต่งอย่างสวยงามทุกอย่างพร้อมสำหรับงานอภิเษกสมรสขององค์ชายเฟยหลงจากอาณาจักรกาลเวลาและองค์หญิงฟางเซียนธิดาเพียงคนเดียวของกษัตริย์ฟางเหวินเทียนกษัตริย์อาณาจักรเจิ้นสุ่ย
ทุกเมืองและทุกอาณาจักรต่างส่งตัวแทนเข้าร่วมแสดงความยินดีก่อนงานอภิเษกสมรสจะเริ่มต้นขึ้นในอีกสามวันเหล่าผู้คนต่างเริ่มเดินทางเข้ามาภายในเมืองหลวงอาณาจักรเจิ้นสุ่ยจนทำให้ในตอนนี้เมืองหลวงอาณาจักรเจิ้นสุ่ยนั้นคราคร่ำไปด้วยผู้คนโรงเตี้ยมถูกจองจนเต็มทุกที่
เหล่าเจ้าเมืองต่าง ๆ เองก็เริ่มเดินทางมายังอาณาจักรเจิ้นสุ่ยแม้ว่าบางแห่งจะต้องใช้เวลาในการเดินทางหลายวันแต่พวกเขาก็สามารถเดินทางมาถึงได้ทันก่อนกำหนดเวลาข่าวงานอภิเษกสมรสนั้นพวกเขาต่างรับรู้ตั้งแต่หนึ่งปีก่อนแล้วจึงทำให้พวกเขาสามารถเตรียมตัวเดินทางล่วงหน้ามาก่อน
สามวันถัดมา......
งานอภิเษกสมรสจัดขึ้นที่สวนของพระราชวังที่สร้างขึ้นมาใหม่พระราชวังที่สร้างขึ้นมาใหม่นั้นสวยงามเป็นอย่างยิ่งเหล่านักเวทระดับสูงทั้งหลายต่างช่วยกันสร้างอย่างสุดฝีมือมีแขกคนสำคัญและเจ้าเมืองทั้งหมดภายในอาณาจักรเจิ้นสุ่ยเข้ามาร่วมงานกันอย่างพร้อมเพียงทุกคนต่างมาร่วมแสดงความยินดีกับองค์ชายเฟยหลง
ทั่วทั้งอาณาจักรเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองตั้งแต่เช้าส่วนโรงทานและโรงเลี้ยงนั้นมีการจัดเตรียมขึ้นไว้ในทุก ๆ มุมเมืองทั่วอาณาจักรเพื่อคอยต้อนรับพ่อค้าประชาชนที่เดินทางไกลมาจากอาณาจักรอื่น ๆ ทั่วทั้งบริเวณ
องค์หญิงฟางเซียนนั่งอยู่ในห้องของตนเองพร้อมกับคนรับใช้ที่กำลังจัดการแต่งตัวให้กับองค์หญิงฟางเซียนชุดที่นางสวมใส่เป็นชุดที่ถูกตัดโดยช่างฝีมือของอาณาจักรเจิ้นสุ่ยมารดาขององค์หญิงฟางเซียนเดินเข้ามาในห้อง
“เจ้าเป็นเจ้าสาวที่งดงามที่สุดจริงๆ ลูกแม่ ใกล้ถึงเวลาแล้วพวกเราไปกันเถอะ”
เฟยหลงสวมชุดเจ้าบ่าวสีแดงสดใช้ด้ายไหมทองปักลายมังกรหน้าตาหล่อเหลาคมคาย เขานั่งรออยู่ในห้องรับรอง รอการมาขององค์หญิงฟางเซียน พิธีมงคลสมรสเริ่มครึกครื้นขึ้นเมื่อเกี้ยวเจ้าสาวผ่านประตูพระราชวังที่สร้างขึ้นใหม่เข้ามาเกี้ยวหงส์ที่ประดับประดาไปด้วยสีแดงสลับสีทองดูงดงามตระการตาเป็นอย่างยิ่ง
เมื่อเกี้ยวหยุดลงนางกำนัลจึงได้ก้าวมาเปิดม่านที่ใช้บังภายในเกี้ยวออกร่างบางในชุดสีแดงปักด้วยดายสีทองรูปหงส์ตั้งแต่บ่าไหล่จรดชายกระโปรงที่ลากยาวเครื่องประดับศีรษะที่งดงามก้าวออกมาจากเกี้ยวอย่างช้า ๆ เฟยหลงในชุดเจ้าบ่าวสีแดงรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมากเหล่าเชื้อพระวงศ์ และขุนนางน้อยใหญ่ต่างมากันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา
สองหนุ่มสาวเดินขึ้นไปออย่างสง่างามเป็นภาพที่ทุกคนต้องจดจำเมื่อเฟยหลงและองค์หญิงฟางเซียนเข้าสู่แท่นพิธีหน้าท้องพระโรงเพื่อทำพิธีกราบไหว้ฟ้าดินเมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว ขันทีที่ดำเนินรายการจึงได้พิธี
“หนึ่ง.........คำนับฟ้าดิน”
“สอง.........คำนับบิดามารดา”
“สาม.........คำนับซึ่งกันและกัน
พิธีการทั้งหมดถูกจัดการอย่างถูกต้องตามประเพณีและเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จนกระทั่งทั้งสองคนถูกส่งตัวเข้าห้องหองานเลี้ยงได้เริ่มต้นขึ้น ทั่วทั้งเมืองเต็มไปด้วยเสียงประทัดและพลุที่จุดเฉลิมฉลอง
ภายในห้องหอ.....
ด้านในมีกลิ่นหอมอ่อนๆ จากเทียนหอมที่ทำให้ใจของทั้งคู่รู้สึกสงบ ฟางเซียนนั่งอยู่ข้างเตียงด้านข้างมีเฟยหลงที่จับมือของนางเอาไว้หากจะบอกว่าทั้งคู่ไม่ตื่นเต้นคงเป็นเรื่องโกหก เฟยหลงค่อย ๆเปิดผ้าคลุมหน้าของฟางเซียน
สายตาของทั้งคู่จ้องมองหน้ากันและกันเฟยหลงคล้ายจะลืมหายใจไปชั่วขณะ
“เจ้างดงามยิ่งนักฟางเซียน” ก่อนที่ริมฝีปากของทั้งสองจะค่อย ๆ โน้มลงมาจูบกันพลันทำให้หัวใจของทั้งสองเต้นรัวถี่ หลังจากนั้นครู่หนึ่งฟางเซียนจึงได้เอ่ยขึ้นมา
“พวกเรายังไม่ได้ดื่มสุรามงคลกันเลยนะ”ก่อนที่ฟางเซียนจะค่อย ๆเดินไปยังโต๊ะและรินสุรา เขายื่นจอกสุราให้กับเฟยหลงพวกเขาดื่มสุราไปคนละครึ่งจอกก่อนจะสลับจอกกันดื่มจนหมดแก้มของฟางเซียนเริ่มแดงระเรื่อด้วยฤทธิ์ของสุรา
“ข้าขอตัวไปคารวะสุรากับเหล่าท่านผู้อาวุโสก่อนแล้วข้าจะกลับมาหาเจ้า”
“อื่ม..”
ห้องโถงพระราชวังเจิ้นสุ่ยสถานที่จัดงานเลี้ยงที่คราคร่ำไปด้วยแขกนับหมื่นเฟยหลงเดินเข้าไปหาอาจารย์ทั้งสองของเขาพร้อมกับจอกสุรา
“ท่านอาจารย์เชิญดื่ม ทุกท่านเชิญดื่ม”
“ดื่ม”เฟยหลงยกจอกสุราอย่างนอบน้อม ทุกคนเริ่มยกจอกสุราดื่มจนหมด
เฟยหลงออกมาคารวะสุรากับเหล่าราชวงศ์รวมถึงเหล่าขุนนางทั้งหลายรวมถึงเจ้าเมืองและแขกที่มาร่วมงาน ทุกคนต่างมาแสดงความยินดีด้วยความจริงใจและต่างอวยพรให้กับเฟยหลง จนเวลาล่วงเลยมาจนพระอาทิตย์เริ่มจะตกดิน
“เจ้าไปพักผ่อนได้แล้วที่นี่ข้ารับรองเอง” องค์ชายใหญ่เอ่ยขึ้นมาในขณะที่มือของเขาตบไปที่ไหล่ของเฟยหลงพร้อมกับรอยยิ้ม
“เช่นนั้นข้าฝากท่านด้วย”เฟยหลงเดินกลับไปยังห้องหอของเขา แสงเทียนสลัว ๆสั่นทะท้อนใบหน้าอันงดงามของฟางเซียน เฟยหลงเดินเข้ามาใกล้ ๆ เพียงแค่เห็นฟางเซียนในชุดสีแดง หัวใจเขาพลันเต้นไม่เป็นจังหวะ
เขาค่อย ๆ เปิดผ้าแพรสีแดงของฟางเซียนออกใบหน้าที่งดงามสุดจะบรรยายปรากฎตรงหน้าเฟยหลงอีกครั้ง เฟยหลงค่อย ๆ ใช้ปลายนิ้วของเขาเชิดคางของหนิงเอ๋อขึ้นมาพร้อมกับก้มลงจูบฟางเซียนแสงสว่างจากเทียนไขสีแดงสั่นไหวเล็กน้อย เฟยหลงค่อย ๆอุ้มฟางเซียนไปยังเตียงนอนขนตายาวโค้งงอนของฟางเซียนกระพริบสั่นไหว
ร่างของฟางเซียนค่อยๆ ถูกวางลงอย่างทะนุถนอมเฟยหลงปลดสายรัดม่านทำให้ผ้าม่านทิ้งตัวลงมา เงาร่างของฟางเซียนภายใต้แสงเทียนสลัวๆ หัวใจของทั้งสองเต้นแทบไม่เป็นจังหวะเขาเหยียดแขนขวาออกไปและโอบกระชับร่างของฟางเซียนเข้ามาร่างของฟางเซียนสั่นสะท้านเล็กน้อย แต่เขาก็ไม่ได้ต่อต้านหรือขัดขืนแต่ประการใด
นางพริ้มตาลงพักพิงอยู่กับอกของเฟยหลงร่างกายงดงามของฟางเซียนอ่อนนุ่ม ให้ความรู้สึกหอมกรุ่นของหญิงสาวผิวหนังลื่นนุ่มนวล เฟยหลงเริ่มสัมผัสได้ถึงแขนเรียวงามทั้งสองข้างที่ค่อย ๆโอบรัดรอบแผ่นหลังของเขาอย่างแผ่วเบา กลิ่นหอมจาง ๆ รวยรินเข้าสู่จมูกของเฟยหลงเขาโอบรัดไปที่สะโพกของหนิงเอ๋อพลันรู้สึกได้ถึงก้อนเนื้ออันแสนอบอุ่นนุ่มนิ่มที่สัมผัสกับหน้าอกของเขา
ริมฝีปากของฟางเซียนประกบเข้ากับริมฝีปากของเฟยหลงพวกเขาจูบกันอย่างดูดดื่ม
“อ๊า!!!!”
ฟางเซียนเปล่งเสียงออกมาเสียงหอบหายใจของฟางเซียนทั้งกระชั้นถี่หนักหน่วง ใบหน้าจรดลำคอของเฟยหลงพวกเขาปล่อยตัวตามธรรมชาติ ประสาทสัมผัสทั้งห้าล้วนผ่อนคลายทุกอย่างเหมือนสงบดีแต่กลับไม่เป็นเช่นนั้น หลังจากผ่านไปนานเกือบสองชั่วโมงครึ่งเสียงที่สามารถได้ยินคือเสียงลมหายใจแผ่วเบาของทั้งคู่พร้อมกับร่างกายที่เปลือยเปล่าของทั้งคู่ที่นอนอยู่บนเตียงค่ำคืนนั้นทั้งคู่ต่างเติมเต็มซึ่งกันและกันด้วยความรักและความผูกพันธ์ที่ทั้งสองมีให้กัน......
งานเฉลิมฉลองในครั้งนี้ถูกจัดขึ้นเพียงแค่เจ็ดวันเจ็ดคืนเท่านั้นเฟยหลงและฟางเซียนจำต้องเดินทางมายังอาณาจักรกาลเวลาพร้อมกับบิดามารดาของเฟยหลงเพื่อร่วมฉลองอีกครั้ง โดยกษัตริย์เฟยอู่หลานบิดาของเฟยหลงได้ให้นักเวทประจำอยู่ที่อาณาจักรเจิ้นสุ่ยจำนวนห้าร้อยคนงานฉลองที่อาณาจักรกาลเวลานั้นถูกจัดขึ้นถึงสิบห้าวันสิบห้าคืนเลยทีเดียว
หลังจากเสร็จสิ้นงานมงคลสมรสของเฟยหลงฟางเซียนได้มาอยู่ที่อาณาจักรกาลเวลากับบิดามารดาของเฟยหลง และนางเองก็ได้เริ่มต้นเรียนรู้และฝึกฝนพลังเวทย์โดยมีอู๋ซวงเป็นผู้ฝึกสอนให้กับนางโดยตรง เฟยหลงอยู่กับครอบครัวเป็นเวลาสามเดือนจึงได้เดินทางกลับไปยังดินแดนเทพสวรรค์เพื่อฝึกฝนตนเองต่อ