บทที่ 25 แดนหน้ากากปีศาจ
ในวินาทีที่ใบหน้าปีศาจปรากฏขึ้น จ้าวคงเฉิงรู้สึกเหมือนท้องฟ้าและผืนดินพลิกกลับด้าน ความวิงเวียนที่ไม่เคยััมาก่อนพลันประดังเข้ามา
เขาขมวดคิ้วแน่นพลางเกร็งร่างกายไว้ จึงค่อย ๆ ทรงตัวได้
ในสายตาของเขา ทุกสิ่งทุกอย่างเบื้องหน้าบิดเบี้ยวราวกับกล้องหมุนที่สับสนอลหม่าน และไร้ร่องรอยใด
‘แย่แล้ว... มันยังใช้ผนึกต้องห้ามได้อีก คราวนี้คงซวยจริง ๆ…’ จ้าวคงเฉิงพึมพำ คำพูดของอู๋เซียงหนานก่อนปฏิบัติการดังก้องขึ้นในหัวอีกครั้ง
‘...ผนึกต้องห้าม ลำดับที่ 176 [แดนหน้ากากปีศาจ]’ ภายในขอบเขตของผนึกต้องห้าม สามารถหลอกลวงประสาทััของสิ่งมีชีวิตทั้งหมดที่มีระดับต่ำกว่าหรือเท่ากับตนเอง สามารถพลิกกลับแิเื่พื้นที่
ภายในแดนหน้ากากปีศาจทั้งบนล่าง ซ้ายขวา และหน้าหลัง ล้วนเปลี่ยนแปลงไปตามความ้าของาาหน้ากากปีศาจ แม้ว่าจะสามารถต้านทานได้ในระดับหนึ่งด้วยจิตสำนึกและประสบการณ์ของตนเอง แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เทคนิคการโจมตีทั้งหมดของบุคคลภายในผนึกต้องห้ามนี้จะได้รับผลกระทบ ทำให้พลังการต่อสู้ลดลงเป็อย่างมาก
ดังนั้น นอกจากหัวหน้าทีมที่อยู่ในระดับเดียวกัน สมาชิกคนอื่น ๆ ทั้งหมดนั้นไม่สามารถต่อสู้กับาาหน้ากากปีศาจได้โดยตรง มิฉะนั้นคงมีแต่เส้นทางแห่งความตายที่รออยู่...
ผนึกต้องห้ามนี้ช่างน่าขยะแขยงอย่างแท้จริง... ในฐานะผู้ที่ได้ประสบด้วยตนเอง จ้าวคงเฉิงััได้ถึงความผิดปกติของผนึกต้องห้ามแห่งนี้
หัวหน้าทีมจัดการกับาาหน้ากากปีศาจจนาเ็สาหัสในเขตผนึกต้องห้ามแห่งนี้ได้จริง ๆ หรือ?
อีกฝ่ายคงเป็สัตว์ประหลาดเหมือนกัน!
จ้าวคงเฉิงสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วหลับตาลง
กร๊าซ!!!
เสียงคำรามดังมาจากทุกทิศทาง จนไม่สามารถระบุตำแหน่งของาาหน้ากากปีศาจได้ พื้นดินสั่นะเื จ้าวคงเฉิงรู้สึกได้ว่าาาหน้ากากปีศาจกำลังเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็ว!
มันจะมาจากทางไหนกัน?
ในความเป็จริง...
บนใบหน้ากากปีศาจที่น่าขนลุกนั้น จ้าวคงเฉิงยืนหลับตาอยู่ตรงนั้นราวกับรูปปั้น สองมือกำดาบเล็งไปข้างหน้า คิ้วขมวดมุ่น
จนไม่ทันสังเกตเลยว่าาาหน้ากากปีศาจได้เคลื่อนตัวไปอยู่ด้านหลังของเขาแล้ว
ในการรับรู้ของจ้าวคงเฉิง ไม่ว่าจะเป็การมองเห็น การได้ยิน การดมกลิ่น หรือการัั ทุกอย่างล้วนเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ราวกับถูกยัดเข้าไปในเครื่องซักผ้าที่ทรงพลัง ข้อมูลที่ผิดพลาดท่วมท้นความคิดของเขา ทำให้ไม่สามารถแยกแยะสิ่งต่าง ๆ ในโลกแห่งความเป็จริงได้
ดวงตาของาาหน้ากากปีศาจจับจ้องจ้าวคงเฉิงที่ยังไม่ทันตั้งตัว ใบหน้าที่ซีดเผือดเผยรอยยิ้มกระหายเื
มันก้มตัวลงเล็กน้อย จากนั้นก็พุ่งทะลุม่านฝนราวกับะุปืนใหญ่ขนาดั์ ร่างเคลื่อนไหวเร็วจนเกิดภาพมายา กรงเล็บอันแหลมคมกรีดผ่านอากาศ พุ่งทะลวงไปยังลำคอของจ้าวคงเฉิง!
ราวกับว่ามันจินตนาการถึงฉากที่เือุ่น ๆ พุ่งทะลักออกมา เปรอะเปื้อนร่างกายของมันจนเปียกชุ่ม
ทว่าในขณะที่กรงเล็บกำลังจะััร่างกายของจ้าวคงเฉิง เหตุการณ์ไม่คาดฝันพลันเกิดขึ้น!
ราวกับว่ามีดวงตาอยู่บนหลัง จ้าวคงเฉิงเอี้ยวตัวหลบอย่างรวดเร็ว กรงเล็บของาาหน้ากากปีศาจเคว้งอยู่กลางอากาศ!
หลังจากนั้น ดาบตรงในมือพลันตัดผ่านสายฝนเป็เส้นโค้งยาว พุ่งตรงไปที่ศีรษะของาาหน้ากากปีศาจ!
เคร้ง——!
เสียงกระทบดังก้องกังวาน าาหน้ากากปีศาจกำดาบของจ้าวคงเฉิงไว้แน่นดั่งคีมเหล็ก จากนั้นก็เหวี่ยงเท้าเตะจ้าวคงเฉิงจนลอยละลิ่วไปเหมือนใบไม้แห้ง!
แต่ถึงอย่างนั้น ก็มิอาจปิดบังความตกตะลึงในดวงตาของมันได้
มันไม่เข้าใจว่าจ้าวคงเฉิงรับรู้การโจมตีของมันได้อย่างไร
จ้าวคงเฉิงล้มลงกระแทกพื้น ร้องครางด้วยความเ็ป พยายามลุกขึ้นอย่างยากลำบาก แต่ก็อดยกยิ้มไม่ได้
น่าประหลาดใจไหม? คาดไม่ถึงล่ะสิ?
จ้าวคงเฉิงใช้ดาบค้ำยันร่างกาย แล้วหัวเราะเย้ยหยัน
ผนึกต้องห้ามนี่มันบิดเบี้ยวจริง ๆ หากเป็เวลาปกติ ฉันคงตกหลุมพรางและตายด้วยน้ำมือแกไปแล้ว แต่น่าเสียดาย...
จ้าวคงเฉิงชูนิ้วขึ้น ชี้ไปยังท้องฟ้า วันนี้ฝนตก
แกสามารถหลอกประสาทััของสิ่งมีชีวิตได้ แต่ไม่สามารถหยุดยั้งน้ำฝนที่ตกลงมาด้วยแรงโน้มถ่วงได้ ยามที่น้ำฝนกระทบบนิัของฉัน มันทำให้ฉันััได้
แกสามารถเปลี่ยนแปลงประสาทััของฉัน ทำให้ฉันรู้สึกว่าน้ำฝนตกลงมาจากทุกทิศทาง... แต่ฉันก็สามารถใช้สิ่งนี้เพื่ออนุมานทิศทางที่แท้จริงได้!
หากรู้ทิศทางมาตรฐานหนึ่งทิศ ทิศทางที่เหลือก็ไม่ใช่เื่ยากอีกต่อไป
จ้าวคงเฉิงยิ้มเยาะ กระอักเืออกมาคำหนึ่ง แล้วยกดาบตรงในมือขึ้นอย่างหยิ่งผยอง ปลายดาบชี้ไปที่าาหน้ากากปีศาจ
ฉันไม่ได้โม้นะ ถ้าฉันมีผนึกต้องห้าม แกคงตายไปแล้วร้อยชาติ!
กร๊าซ!!
าาหน้ากากปีศาจถูกจ้าวคงเฉิงยั่วโทสะจนบ้าคลั่ง พุ่งเข้าใส่จ้าวคงเฉิงที่ยังคงหลับตาต่อไป คาดการณ์ทิศทางที่าาหน้ากากปีศาจจะมาถึง
เคร้ง ๆๆๆ!!
จ้าวคงเฉิงปะทะกับาาหน้ากากปีศาจอย่างดุเดือด อาศัยสัญชาตญาณและประสบการณ์การต่อสู้อันน่าสะพรึงกลัว จ้าวคงเฉิงสามารถต้านทานการโจมตีของาาหน้ากากปีศาจได้หลายกระบวนท่า!
ทว่านั่นเป็เพียงขีดจำกัดของเขา
ภายใต้การโจมตีเต็มกำลังของาาหน้ากากปีศาจ จ้าวคงเฉิงที่เป็เพียงมนุษย์ธรรมดาจึงเริ่มต้านไม่ไหว มันฉวยโอกาสกระแทกตรงหน้าอกของเขาอย่างรุนแรงจนทำให้ซี่โครงหักสองซี่ ทั้งร่างของเขาลอยกระเด็นออกไป
ครานี้จ้าวคงเฉิงใช้เวลาถึงห้าวินาทีกว่าจะยืนหยัดขึ้นได้
หากไม่ใช่เพราะดาบตรงช่วยป้องกันความเสียหายไว้บางส่วน การโจมตีครั้งนี้คงพรากชีวิตเขาไปแล้ว
แค่กแค่ก… เขากระอักเืออกมาหลายครั้ง ทั่วทั้งใบหน้าซีดเผือด
ร่างของาาหน้ากากปีศาจยืนหยัดท่ามกลางสายฝน ดวงตาเย็นเยียบ ค่อย ๆ เดินเข้ามาหาเขา...
ในยามนั้น เสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลังของจ้าวคงเฉิง!
“จ้าวคงเฉิง! จ้าวคงเฉิง!!”
“——จ้าวคงเฉิง!!!”
จ้าวคงเฉิงหยุดชะงัก รู้สึกว่า… เสียงนี้ช่างคุ้นหู
เดี๋ยวก่อน นี่มัน…
เขาอ้าปากเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่หลังจากลังเลครู่หนึ่ง สุดท้ายก็เลือกที่จะเงียบ
แววตาเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน
...
ขณะนี้ ภายนอก [น่านฟ้าไร้แดน]
หลินชีเยี่ยยืนอยู่ใกล้พื้นที่ว่างเปล่าแห่งนั้น สายฝนโปรยปรายทำให้ผมเปียกโชก แต่เขากลับไม่สนใจ พลางะโเสียงดังลั่น
“จ้าวคงเฉิง! อย่าหลบสิ! ผมรู้ว่าคุณอยู่แถวนี้!”
หลังจากะโเสร็จ หลินชีเยี่ยเงี่ยหูฟังสักพัก นอกจากเสียงฝนที่ดังก้องแล้วก็ไร้เสียงอื่นอีก
“บ้าจริง ค้างคาวตัวนั้นเห็นชายสวมเสื้อคลุมต่อสู้กับสัตว์ประหลาดหายไปตรงนี้ แต่ทำไมถึงไม่เจอ... หรือว่ามันตาฝาด?”
หลินชีเยี่ยขมวดคิ้ว เพ่งพินิจโดยรอบ
ทันใดนั้น สายตาก็เหลือบเห็นบางสิ่ง
ห่างออกไปสิบกว่าเมตร มีป้ายประกาศแปลกประหลาดสามแผ่นตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยว
หลินชีเยี่ยเดินเข้าไปใกล้ ใช้มือปัดน้ำฝนบนป้ายออก อ่านข้อความบนนั้นเบา ๆ
“ข้างหน้าห้ามผ่าน? ตั้งป้ายนี้ั้แ่เมื่อไหร่กัน? แล้ว... ทำไมถึงจัดวางแปลก ๆ แบบนี้?”
หลินชีเยี่ยก้มหน้าครุ่นคิด ทันใดนั้นก็เหมือนนึกอะไรบางอย่างออก ดวงตาค่อย ๆ สว่างขึ้น
จ้าวคงเฉิงเหมือนจะเคยบอกไว้ว่า ผนึกต้องห้ามของเขาเป็ผนึกต้องห้ามที่สนับสนุนสนามรบที่ซ่อนอยู่ เหมือนจะเรียกว่า... [น่านฟ้าไร้แดน]?
หลินชีเยี่ยพินิจป้ายประกาศตรงหน้าอย่างถี่ถ้วน มุมปากเผยรอยยิ้ม พลางะโเสียงดังอีกครั้ง
“จ้าวคงเฉิง! ผมรู้ว่าคุณอยู่ในน่านฟ้าไร้แดน! รีบเปิดให้ผมเข้าไปเร็ว!!”
หนึ่งวินาที สองวินาที...
เสียงของจ้าวคงเฉิงดังแว่วมาจากด้านหลังป้ายประกาศ
“บ้าเอ๊ย นายไม่กินข้าวเย็นแล้วออกมาเดินเล่นเหรอ! ไสหัวไปไกล ๆ เลย!!”