บทที่ 0 จุดเริ่มต้นความเปลี่ยนแปลง
"แฮ่กๆ ที่นี่ที่ไหนเนี่ย"
"คุณชายทะทะท่านฟื้นแล้ว"ข้ารับใช้ชายคนหนึ่งพูดพลางไปนั่งข้างๆ ผู้ที่เค้าเรียกว่าคุณชายด้วยท่าทีดีใจ “อะไรของคุณเนี่ยเช็ดขี้มูกก่อนที่จะมาใกล้ฉันเลยนะ" ชายหนุ่มพูดพร้อมด้วยขยับตัวเพื่อรักษาระยะห่างก่อนที่จะมองไปรอบๆห้องราวกับว่าไม่คุ้นชินในที่แห่งนี้
“พูดอันใดหรือขอรับคุณชายบ่าวไม่เห็นเข้าใจ" เด็กหนุ่มที่ดูไร้เดียงสาพูดพร้อมใช้ส่วนแขนเสื้อที่หลวมโคล่งหลังเช็ดส่วนที่ไหลย้อย
"พูดจาแปลกๆั้แ่...เมื่อ..."
"เสี่ยวเฟิง!เสี่ยวเฟิง!เ้าไม่เป็ไรนะ" ทันใดนั้นชายวัยกลางคนรูปร่างผอมสูง ดูสะอาดคนหนึ่งวิ่งตรงมาด้วยความร้อนรนกับใบหน้าที่ร้อนใจแต่ยังคงกลิ่นอายความมีฐานะ นั่งลงข้างๆคอยดูอาการและตรวจสอบคนตรงหน้า
"ทะ ท่านคือ... แล้วเสี่ยวอะไรนะ?" ชายหนุ่มยังคงทำหน้าตางุนงงไม่รู้เื่ราวที่เกิดขึ้นกับตัวเองราวกับไม่ใช่ตัวเอง บรรยากาศรอบข้างทั้งผู้คน สภาพแวดล้อม หรือแม้กระทั่งภาษาที่ใช้
"หมอเหยา มัวทำอะไรอยู่ รีบไปดูลูกข้าซะสิ!"
"ขอรับท่านเสนา" ทันทีที่สิ้นเสียงชายชราที่เต็มไปด้วยนวดเคราที่เพิ่งเรียกชายวัยกลางคนว่าท่านเสนา ก็ได้จับข้อมือของ"ลู่เสี่ยวเฟิง" คุณชายเสเพลผู้ซึ่งเลื่องลือเต็มไปด้วยชื่อเสียงไม่ค่อยดีนักที่บัดนี้เนื้อตัวเปียกปอน ผมเพ้ายุ่งเหยิงไม่เหลือคราบเดิมของเขาสักเท่าไหร่ แต่มันก็ไม่สามารถบดบังความหล่อของเขาได้เลยมาตรวจหาชีพจรด้วยวิธีการแพทย์แผนโบราณ
"ปกติดีขอรับท่านเสนา ให้คุณชายพักรักษาตัวสักสองสามวันก็น่าจะหายดีเพราะคุณชายเองก็ร่างกายแข็งแรงเป็ทุนเดิมอยู่แล้ว เดี๋ยวกระผมจะเขียนใบสั่งยาบำรุงให้แล้วกันขอรับ"
"ดี ดี ขอบใจหมอเหยามาก และข้าเองก็ขอโทษในเื่เมื่อครู่ที่ทำหยาบคายกับท่านด้วยแล้ว"
"ไม่ถือ ไม่ถือ ข้าเข้าใจไว้มีอะไรก็เรียกใช้ข้าได้เสมอ"
"เซียวปั้นเ้าไปส่งหมอเหยาหน่อยไป"
"เชิญทางนี้ขอรับ"
"ส่วนพวกเ้า พาเสี่ยวเฟิงไปเปลี่ยนเสื้อซะ"
"เ้าค่ะนายท่าน" พอพวกสาวใช้สามคนได้ยินคำสั่งจากท่านเสนาบดีดังนั้นจึงได้เดินตรงเข้าไปเพื่อหวังจะพาคุณชายหนึ่งเดียวแห่งจวนอู๋ชินที่เป็ที่รักยิ่งของนายท่านและฮูหยินไปจัดการเปลี่ยนอาภรณ์ชุดใหม่ที่สะอาดกว่าอาภรณ์สีฟ้าครามลายเมฆา ที่บัดนี้แปรเปลี่ยนสีเต็มไปด้วยดินโคลนและเต็มไปด้วยพืชน้ำที่อยู่ในสระบัวหลังจวน”พวกคุณจะทำหน่ะอะไรปล่อยฉันนะ!เสี่ยวฟงเสี่ยวเฟิงอะไร ฉันคือหมอหง ลู่เสี่ยวหง ไม่ใช่คุณชายคุณไรทั้งนั้นแหละหลบไปหน่อย" เขาพูดพลางลุกลงจากเตียงและวิ่งไปอยู่ตรงมุมห้องที่กว้างขวางพร้อมกับทำท่าทางขู่เหมือนกับเม่นที่พองขนเพื่อปกป้องตัวมันเองในขณะที่สาวใช้กำลังจะเข้าไปประชิดตัว
"เ้าพูดอันใดของเ้า พ่อฟังไม่เข้าใจและนั่นเ้ากำลังหาอันใดอยู่ เสี่ยงเฟิง เสี่ยวเฟิง!"
"เฮอะ!อย่าบอกนะว่าเราทะลุมิติมาคงไม่หรอกมั้ง คงมีแต่หนังกับนิยายโบราณเท่านั้นแหละหรือว่า! ที่นี่คือกองถ่าย งั้นก็ต้องมีกล้องสิ อยู่ไหนน้าาา "
"เ้าเป็กระไรเสี่ยวเฟิง อย่าทำให้พ่อใสิ"
"คะคะ คุณชายอย่าจับแจกันแบบนั้นสิขอรับ นั่นมันของหวงคุณชายเลยนะขอรับ"
"แจกันนี่หน่ะหรอ?" เด็กหนุ่มใสซื่อกระวนกระวายกลัวว่าของล้ำค่าของเ้านายจะตกแตกเสียหาย จึงเข้าใกล้เ้านายหวังที่จะยื้อแย่งแจกันกลับไปวางไว้ที่เดิมเพราะดูท่าตอนนี้เ้านายของเขาคงจะกำลัง”ป่วย”อยู่
"ไหนลองสิ ใช้วิธีเดียวกับดูทองคงได้แหละมั้ง"ว่าแล้วชายหนุ่มก็เอาฟันหน้าที่เรียงกันสวยงามกระทำการไม่สมควรโดยการงับไปที่แจกันหยกขาวใสบริสุทธิ์ลายต้นกกสีทอง อย่างหยาบคายโดยไม่สนความสวยงามล้ำค่าของมันจนบ่าวรับใช้ในห้องทั้งหลายต่างตกอกใกับการกระทำนั้นรวมไปถึงกับท่านเสนาบดี “อย่าขอรับคุณชาย บ่าวขอนะขอรับ"
"เดี๋ยวสิฉันยังไม่รู้เลยว่ามันเป็ของจริงรึเปล่า เอ้ แต่ก็ไม่มีรอยนี่หน่างั้นขออีกรอบ"
"อย่า!!" ผู้คนในห้องต่างใกับการกระทำตามด้วยร้องทักเสียงดังอย่างพร้อมเพรียงกันอีกครา ทันใดนั้นก็เกิดการยื้อแย่งแจกันกันเกิดขึ้น “เพล้ง!" เสียงแจกันหล่นลงพื้นกลายเป็เศษชิ้นน้อยใหญ่เต็มทั่วทั้งห้อง ทุกคนในห้องพากันใกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงพาลทำให้บรรยากาศรอบข้างเงียบลงชั่วขณะ แต่เป็ท่านเสนาบดีที่กล่าวทำลายความเงียบนั้น "เสี่ยวเฟิง!!!"