หลังจากการถ่ายแบบที่สะกดทุกลมหายใจจบลง ภายในสตูดิโอที่เคยเงียบกริบใน่ถ่าย ก็กลับมาเต็มไปด้วยเสียงปรบมือ เสียงชื่นชม และการซุบซิบตื่นตะลึงของทีมงานอย่างคึกคัก
“สุดยอดเลยค่ะคุณอัณณ์”
“โห…ขนลุกเลยอะ ผมดูผ่านจอแล้วแทบลืมหายใจ”
“ไม่เคยเห็นใครคุมสัตว์แบบนั้นได้มาก่อนเลย…มันเหมือนคุณอัณณ์ ‘สั่งการ’ สัตว์เ่าั้ได้”
คิรัญเพียงเบือนหน้าเล็กน้อย ยิ้มน้อย ๆ อย่างสุภาพ ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงที่ฟังแล้วอบอุ่นอย่างเป็ธรรมชาติ
“ผมจะควบคุมสัตว์เ่าั้ได้อย่างไรล่ะครับ…ผมก็แค่ทำตัวไม่ตื่นตระหนก และพยายามเป็มิตรกับพวกมันเท่านั้นเองครับ”
เขาพูดพลางหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะก้มศีรษะเล็กน้อย เพื่อหลบซ่อนความสามารถที่แท้จริงของเขา ก่อนที่เขาจะเอ่ยขึ้นเพื่อเบี่ยงเบนประเด็นบทสนทนา
“เป็ผมเองมากกว่าครับ...ที่ต้องขอบคุณทุกคน ทีมงานทุกฝ่ายที่ทำให้การถ่ายทำวันนี้ราบรื่นขึ้นมาก”
คำพูดนั้นไม่ใช่แค่สร้างความรู้สึกดีให้คนฟัง แต่ยังสะท้อนถึง “ตัวตนใหม่” ที่เขากำลังเป็อยู่ ไม่เย่อหยิ่ง ไม่วางมาด จนเกินไป
เจ๊ซินดี้ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ กอดอก เชิดหน้าเหมือนจะพูดว่า "บอกแล้วว่าเด็กเจ๊ไม่ธรรมดา" ก่อนจะเอ่ยเสียงห้าวใส่ทีมงาน
“ก็ทุกคนยังไม่เคย ‘ตัวจริง’ ของอัณณ์ เจอตัวจริงของจริงเข้าเป็ไงละ อึ้งไปเลยละสิ”
เสียงหัวเราะกรูขึ้นเบา ๆ ท่ามกลางบรรยากาศแสนตึงในตอนแรกที่บัดนี้คลายลงเป็มวลของความประทับใจ
คิรัญปรายตามองรอบ ๆ เมื่อเห็นเจ๊ซินดี้กำลังเมาท์มอยอย่างออกรสกับทีมงานสาว ๆ ที่ยกโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดภาพเขาถ่ายกับเสือเบงกอล เขาก็ถอยออกมานิดหนึ่งเขาเดินเข้าไปหาผู้ฝึกสัตว์ที่กำลังตรวจสอบกรงและสภาพของเ้าเสือเบงกอลกับงูเหลือมั์อย่างใกล้ชิด สีหน้าของทั้งสองคนดูจริงจังขณะตรวจเช็กร่างกายของสัตว์นักแสดงหลังถ่ายทำ
คิรัญหยุดยืนห่างออกมาเล็กน้อย ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจือความห่วงใย
“ผมรบกวนฝากเพิ่มอาหารให้เ้าสองตัวนี้ด้วยนะครับ โดยเฉพาะเ้าตัวใหญ่…” เขาพยักพเยิดไปทางงูเหลือม “มันดูเหนื่อยเลยวันนี้”
ผู้ฝึกสัตว์ทั้งสองมองหน้ากันเล็กน้อย ก่อนจะคลี่ยิ้มอย่างแปลกใจปนชื่นชม
“ได้เลยครับคุณอัณณ์…ขอบคุณที่เป็ห่วงพวกมันด้วยนะครับ ผมไม่ค่อยเจอดาราคนไหนพูดแบบนี้เลย”
“มันก็เป็สิ่งมีชีวิตเหมือนกันนี่ครับถึงมันจะพูดไม่ได้…แต่มันก็รู้สึกได้
คิรัญพูดเรียบ ๆ แต่แววตาที่มองสัตว์ทั้งสองกลับอ่อนโยนเกินคำบรรยาย แล้วก่อนที่เขาจะได้พูดอะไรต่อ เสียง กึก กึก กึก ของส้นสูงที่กระแทกพื้นอย่างมั่นใจก็ดังขึ้นมา
กลิ่นน้ำหอมเฉพาะตัว กลิ่นของ “เจ๊ซินดี้” ลอยนำมาก่อนตัว และในวินาทีถัดมา ร่างสูงใหญ่ของผู้จัดการสุดแซ่บก็เดินมาที่เขา
“อัณณ์ มาทางนี้เลยลูก เดี๋ยวเราต้องเปลี่ยนกลับเป็ เวอร์ชั่นคนธรรมดา ก่อนที่ใครจะตกหลุมรักแกไปมากกว่านี้”
เจ๊ซินดี้ลากแขนเขาเบา ๆ ด้วยท่าทางร้อนรนแปลกๆ
คิรัญหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะเดินตามผู้จัดการคนสนิทไป “ผมคงไม่แต่งตัวเวอร์ชั่นนี้ออกไปที่ไหนหรอกเจ๊...เดี๋ยวจะไม่รอดก่อนถึงบ้าน”
เจ๊ซินดี้หลุดหัวเราะพรืด “เออ ก็จริงของแกนะ..ถ้าแกเดินออกไปแบบนี้ รับรองว่ารถจะชนเสาไฟฟ้ากันเป็แถบแน่”
แล้วทั้งคู่ก็หัวเราะเบา ๆ ไปด้วยกัน...ก่อนจะเดินลับเข้าสู่ห้องแต่งตัว
เมื่อมาถึงห้องแต่งตัว คิรัญก็เปลี่ยนชุดกลับอย่างเงียบ ๆ ท่ามกลางบรรยากาศที่ยังคลุ้งกลิ่นน้ำหอมจากเสื้อผ้าในห้องแต่งตัว ชายหนุ่มหยิบเสื้อเชิ้ตซาตินสีดำตัวเดิมขึ้นมา สอดแขนเข้าไปอย่างคุ้นเคย ความนุ่มลื่นของผ้าัักับผิวเนียนเรียบ
เขาค่อย ๆ ติดกระดุมไล่จากล่างขึ้นบน หลังกระดุมถูกกลัดเรียบร้อย ก่อนที่มือเรียวยาวจะเลื่อนขึ้นจัดปกเสื้อให้เข้าทรง แล้วเอ่ยถามผู้จัดการคนสนิทด้วยความสงสัย
“เจ๊เร่งให้ผมแต่งตัวเร็ว ๆ แบบนี้...มีอะไรหรือเปล่าครับ?”
ทันทีที่เอ่ยถามใบหน้าของผู้จัดการสาวสองดูเก็บอารมณ์ไว้เต็มเปี่ยม แต่แววตากลับซ่อนไม่ได้ว่ากำลังตื่นตัวมากแค่ไหน
“ก็คุณธามเรียกแกเข้าออฟฟิศค่ะ” เสียงเอ่ยเธอทุ้ม แต่เต็มไปด้วยนัย
คิรัญหันขวับมาทันที ใบหน้าเงียบกริบ...ดวงตาเย็นเฉียบเหมือนน้ำค้างยามรุ่งเช้า
“คุณธาม...?”
เจ๊ซินดี้พยักหน้าแรง “ใช่ ท่านประธานเรียกแกเข้าบริษัทวันนี้เลย บอกจะคุยเื่ ‘ต่อสัญญา’ ด้วยตัวเอง”
คิรัญขมวดคิ้วทันที ความสงสัยตีขึ้นกลางอก ปกติ “อัณณ์ ธารากรณ์” ในร่างเดิมที่ไม่มีออร่า ไม่มีผลงาน และเพิ่งเป็ข่าวเสียหาย แถมยังโดนตัดหางปล่อยวัดจากบริษัท...จะมีเหตุผลอะไรให้ “ธามทัต อัครเวทิน” เ้าของค่ายบันเทิงชื่อดัง ต้องเรียกเข้าไปด้วยตัวเอง?
เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ
“...แล้วเขาอยากคุยอะไรกับดาราตกอับอย่างผมกันแน่ล่ะ?”
เจ๊ซินดี้พลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจิ้มหน้าจอรัว ๆ แล้วเงยหน้าขึ้นสบตาคิรัญด้วยสีหน้ากึ่งตื่นเต้นกึ่งอึ้ง
“แกรู้มั้ย...ว่าโพสต์ของแกใน Vizzta น่ะ ตอนนี้กลายเป็ไวรัลไปแล้ว”
คิรัญหยุดชะงักเล็กน้อย หันกลับไปมองผู้จัดการสาวด้วยคิ้วที่เลิกขึ้นเล็กน้อยเป็เชิงถาม เจ๊ซินดี้ไม่รอให้เขาถามซ้ำ ยื่นโทรศัพท์ตรงหน้าให้ดูทันที
“คนแชร์กันกระจาย แฮชแท็ก #AnnReturns กับ #AnnXWildPower ขึ้นอันดับหนึ่งเทรนด์โซเชียลั้แ่ชั่วโมงแรกหลังลงเลยนะยะ”
เธอเลื่อนหน้าจอให้ดูต่อ รูปถ่ายกับเสือเบงกอลที่ทีมงานพึ่งโพสต์อย่างเป็ทางการ เพิ่งขึ้นไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมง แต่ยอดไลก์ทะลุหลักแสน ความคิดเห็นพุ่งไม่หยุด
“ใครก็ได้บอกฉันทีว่า นี่คืออัณณ์ ธารากรณ์ คนเดียวกับที่เคยเห็นในข่าวจริงเหรอ?”
“ดวงตาแบบนั้น...เสือยังยอมหมอบ”
“นี่มันศิลปะมีชีวิต ไม่ใช่มนุษย์แล้ว”
“ทำไมอัณณ์ดูเย้ายวนเหมือนจะขย้ำคนได้...ไม่ใช่แค่เสือนะ คนก็ดูน่าจะโดนขย้ำเหมือนกัน”
“แงงงงงง ทำไมรู้สึกว่าเขาน่ากินวะ ไม่ใช่แค่น่ารักแล้วนะ มันไปไกลกว่านั้นแล้วอะ”
คิรัญมองหน้าจอสมาร์ตโฟนที่แสดงยอดวิวและคอมเมนต์จาก Vizzta อยู่ครู่หนึ่ง ภาพของเขากับเสือเบงกอลในลุคเสื้อเชิ้ตซีทรูแนบเนื้อกำลังกลายเป็ไวรัล ยอดแชร์พุ่งเป็หมื่น คอมเมนต์ถล่มไม่หยุด และที่สำคัญ...ทุกคนพูดถึงเขา ไม่ใช่ “ภูวเดช”
เขายกยิ้มมุมปาก อมยิ้มบาง ๆ ก่อนจะวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะแต่งหน้าเบา ๆ แล้วหันไปพูดเรียบ ๆ กับเจ๊ซินดี้ที่ยืนกอดอกมองเขาอยู่
“งั้นคงได้เวลาที่ผมจะเอาคืน...ไอ้ภู แล้วล่ะเจ๊”
เจ๊ซินดี้เลิกคิ้วขึ้นสูงทันที “แล้วแกจะเอาคืนยังไง?”
คิรัญยังคงเสียงนิ่ง แต่ดวงตานั้นกลับฉายแววแน่นิ่งราวใบมีด
“ผมจะไม่ยอมเป็เมียเก็บของคุณธามอีกไงเจ๊...ถ้าไม่มีผมคอยดันไอ้ภูมันจะได้งานใหญ่ที่ไหนบ้าง ผมจะคอยดูแล้วกัน”
เขาหันกลับไปมองตัวเองในกระจก ดวงตาคู่นั้นสะท้อนคนที่ไม่ยอมศิโรราบให้ใครอีกต่อไป
“ผมจะไม่ยอมต่อสัญญากับคุณธามแน่ถ้ามีไอ้ภูอยู่ในค่ายนี้...ถ้ามีมันก็จะไม่มีผม มันก็เท่านั้น”
เจ๊ซินดี้ถึงกับเบิกตากว้าง มองคิรัญนิ่งไปเหมือนเพิ่งเห็นอีกตัวตนหนึ่งที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อน
“อัณณ์…แกพูดจริงเหรอ?”
“จริงสิเจ๊ ผมเคยยอมแลกทุกอย่างเพื่อให้ไอ้ภูได้ขึ้นไปอยู่ข้างบน...ทั้งชื่อเสียง เงินทอง แม้แต่ร่างกายของผมเอง”
“แต่ผลสุดท้าย...ผมก็เป็ได้แค่คนที่ถูกหลอกใช้ เพื่อเป็หนทางให้มันกับไอ้กูร์ได้รักกัน ผมก็จะเอาคืนพวกมันให้สาสม”
เจ๊ซินดี้เงียบกริบ ก่อนจะถอนหายใจแรงอย่างระบาย “…ตายแล้ว ฉันควรจะกลัวแกดีมั้ยเนี่ย?”
คิรัญยิ้มบาง ๆ ไม่ตอบอะไร เขาเพียงแค่หยิบแว่นกันแดดขึ้นมาสวมไว้ ปิดดวงตาเรียบนิ่งคู่นั้นให้เหลือเพียงแค่เงาสะท้อนจากเลนส์ชา
“ไปเถอะเจ๊...ถึงเวลาที่ผมต้องไปพบคุณธามแล้ว”
คิรัญก้าวออกจากสตูดิโออย่างเงียบสงบ ข้างกายคือเจ๊ซินดี้ที่เดินคุมจังหวะตามหลังเป๊ะราวกับเงา
เมื่อมาถึงลานจอดที่อยู่ใต้ร่มเงาของอาคาร ก่อนจะเอ่ยถามผู้จัดการคนสนิทเสียงเรียบ
“แล้วเจ๊จะไปกับผมหรือเปล่าครับ?”
เจ๊ซินดี้หยุดกึก ปรายตามองรถของตัวเองอีกคันที่จอดอยู่ห่างออกไปไม่กี่เมตร ก่อนจะเชิดหน้าขึ้น ตอบเสียงห้าวแต่มั่นใจ
“ไม่จ้ะ เดี๋ยวฉันขับรถของฉันไปเอง เดี๋ยวเจอกันที่บริษัท”
ผู้จัดการคนสนิทพูดจบก็เดินตรงไปยังรถBMW สีชมพูตุ่นรุ่นลิมิเต็ดที่ไม่ว่าจะมองมุมไหนก็รู้ว่าคนขับต้องไม่ธรรมดา
คิรัญยิ้มบาง ๆ ขณะมองรถสีชมพูตุ่นเคลื่อนตัวออกไปจากลานจอด ก่อนจะเปิดประตูรถของตัวเองแล้วขับออกตามไปอย่างเงียบงัน

เอ้า ท่านประธานธาม อยู่ดี ๆ เรียกยัยน้องเข้าไปคุยเื่ “ต่อสัญญา”
หลังจากที่เคยปล่อยน้องร่วงเหมือนเหมือนมะม่วงร่วงจากตะกร้า??
แต่ตอนนี้แยัยน้องคัมแบ็กแล้ว แล้วกลับมาทั้งฟาร์มพร้อมเสือเบงกอลกับงูเหลือม
เจ๊ซินดี้ถึงกับต้องลากเปลี่ยนชุดให้ทัน กลัวยัยน้องไปยั่วอีพี่จนเผลอเซ็นใบสมรสแทนใบสัญญา
และขอเตือนท่านประธานไว้ตรงนี้...ถ้าจะจีบเด็กคัมแบ็ก ก็ต้องจีบให้ไวค่ะพี่
เพราะตอนนี้ยัยน้องเค้า "แซ่บเกินค่าตัว" ไปแล้วค่าาาา
มาลุ้นกันตอนหน้าเธอท่านประธานจะแซ่บหรือเปล่า