เซียนกวีท่องโลกวรรณกรรม (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    ตอนที่ 42 :เด็กรับใช้รายงานตัว

    ตอนที่ 42 :เด็กรับใช้รายงานตัว

     

     “......”

     

    หลินอี้เหลียวหลังมองเฉินห้าวหลานพลางเดินเข้าไปใกล้ประตู

     

    อาจจะเป็นซูหวายจื้อหรืออาจารย์เฉินเอง เขาก็ไม่อาจทราบได้

     

    ภายนอกประตู

     

    หลี่เหวินโป๋มือข้างหนึ่งหอบผ้าห่มเครื่องนอนอีกข้างหนึ่งถือถังไม้ พร้อมทั้งสะพายหีบที่เต็มไปด้วยตำราหนังสือและสมบัติทั้งสี่ของห้องวรรณกรรม

     

    “พวกเขากล่าวไม่ผิดแน่เด็กรับใช้อาจฟังดูแล้วรู้สึกขัดหู แต่ก็ต้องดูว่าเป็นเด็กรับใช้ของใคร...... ”

     

    “ถึงแม้จะไม่ยินดีนักทว่าความสามารถของข้านั้นก็ด้อยกว่าหลินอี้ถึงหนึ่งในสิบเลยทีเดียวอีกทั้งการที่กลายเป็นเด็กรับใช้ของเขานั้นก็ไม่ถือว่าเป็นการเสียหน้าแต่อย่างใด !”

     

    “ถึงอย่างไรเสีย เขาก็สามารถประพันธ์บทกวีบนสลักจารึกได้ถึงสองบทเชียวนะต่อไปภายภาคหน้าจะต้องกลายเป็นบุคคลอันทรงคุณค่าอย่างแน่นอนสำนักศึกษาจะขาดบัณฑิตไปได้อย่างไรกันเล่า”  ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นการเปิดเผยความคิดที่อยากจะเป็นเด็กรับใช้ของหลินอี้ออกมา......

     

    ตึง ตึง !

     

    หลี่เหวินโป๋เคาะประตูอย่างมิหยุดหย่อนเขาเองก็เพิ่งได้คำตอบจากคณบดีว่าหลินอี้พำนักอยู่ที่เรือนศิษย์สายตรง

     

    ดังนั้นเพื่อจะให้เป็นเด็กรับใช้ของหลินอี้ได้ดียิ่งขึ้นเขาจึงตัดสินใจย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่

     

    แกร๊ก!

     

    “ที่แท้ก็เป็นเจ้า ! ”

     

    หลินอี้เปิดประตูหอตำราออกมา จึงเห็นหลี่เหวินโป๋ที่กำลังถือถังและสะพายหีบอยู่ทันที

     

    ความจริงแล้วการสะพายหีบนั้นหมายถึงการเดินทางไปสอบของปัญญาชนสมัยก่อนและสิ่งที่สะพายอยู่บนหลังซึ่งจักสานด้วยไม้ไผ่นั้น ภายในก็บรรจุไปด้วยสมบัติทั้งสี่ของห้องวรรณกรรม

     

    ปัญญาชนจะต้องตระเตรียมให้พร้อม

       

    หลินอี้พอจะเข้าใจวัตถุประสงค์ของการมาในครั้งนี้ของหลี่เหวินโป๋พลางกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่คาดคิด“ข้าคิดว่าเจ้าจะเบี้ยวนัดเสียแล้ว ! ”

     

    สีหน้าหลี่เหวินโป๋แดงก่ำพลางเอ่ย“พวกข้าปัญญาชนย่อมรักษาสัจจะวาจาเสมอ คำพูดต้องน่าเชื่อถือการกระทำต้องเด็ดเดี่ยว ! ”

     

    “ที่แท้ก็คือหลี่เหวินโป๋เองรึ ! ”

     

    ตอนนี้เอง

     

    ขณะที่เฉินห้าวหลานที่กำลังอ้าปากหาวอยู่นั้นก็เดินออกมาจากหอตำราจึงเห็นหลี่เหวินโป๋ที่กำลังยืนตระหง่านอยู่ตรงประตู ก็สะดุ้งโหยงพร้อมกล่าวว่า“เจ้าคิดจะทำการใดรึ ? เหตุใดจึงขนข้าวขนของทั้งหมดย้ายมาที่นี่เล่า? ”

     

    เฉินห้าวหลานรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก

     

    ดูเหมือนว่าหลี่เหวินโป๋กำลังเตรียมย้ายเข้ามาอยู่ในที่พักของเขาในฐานะศิษย์สายตรง

     

    เกิดอันใดขึ้นรึ ?

     

    มีหลี่เหวินโป๋เพียงคนเดียวเท่านั้นหรอกหรือที่โดดเด่นเหนือบรรดาบัณฑิตทั้งปวงน่ะ ?

     

    แต่เมื่อสามปีก่อน หลี่เหวินโป๋สอบราชสำนักไม่ผ่านปีนี้กลับไม่มีคุณสมบัติในการสอบอีก เขามีอภิสิทธิ์อันใดถึงได้รับเลือกเป็นศิษย์สายตรงของคณบดีงั้นรึ?

     

    “ศิษย์พี่ห้าวหลาน ไม่ได้พบกันเสียนาน! ”

     

    หลี่เหวินโป๋มองเฉินห้าวหลานก่อนจะโค้งคำนับเล็กน้อยพลางเอ่ย“ข้ามาเป็นเด็กรับใช้ต่างหากล่ะ จึงถือโอกาสเข้ามาอาศัยอยู่ที่นี่ต่อไปภายหน้ารบกวนศิษย์พี่ห้าวหลานชี้แนะด้วย ! ”

     

    เฉินห้าวหลานงุนงงชั่วขณะ

     

    ทันใดนั้นเขาก็หัวเราะร่าขึ้นอย่างกลั้นไม่ได้พลางเอ่ยกับหลินอี้ที่อยู่ใกล้ ๆ “หลินอี้ ตอนนี้เจ้าเห็นแล้วใช่หรือไม่ ! ”

     

    “หลี่เหวินโป๋อาจจะรู้แล้วกระมัง ? ข้าได้เอ่ยถึงเรื่องนี้กับเจ้าแล้ว เขาเป็นศิษย์ที่เก่งกาจลำดับที่สามของสำนักศึกษาผิงโจวเจ้าลองคิดดูสิ แม้แต่เขาเองก็ยอมเสนอตัวเข้ามาเป็นเด็กรับใช้ให้ข้าเจ้ายังจะต้องใคร่ครวญอันใดอีกรึ ? ”

     

    “ต่อไปภายหน้าเมื่อพวกเจ้ากลายเป็นเด็กรับใช้ให้กับข้าแล้วข้าจะไม่ยอมให้พวกเจ้าต้องเสียผลประโยชน์แม้แต่น้อย ! ”

       

    เฉินห้าวหลานรู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมากแล้วอาการง่วงนอนก็หายไปเกินครึ่ง จึงโบกมือพร้อมเอ่ย

    “จะยืนงุนงงอยู่ด้านนอกด้วยเหตุใดเอาข้าวของเข้าไปเก็บที่เรือนนอน พอดีข้าก็กำลังจะไปนอนแล้วช่วยเตรียมอ่างน้ำอุ่นมาให้ข้าและเติมน้ำแร่ลงไป ข้าจะนำมาล้างหน้า......”

     

    “อีกประเดี๋ยวก่อนที่ข้าจะเข้านอนจะต้องตบไหล่นวดเท้าเสียก่อน มิเช่นนั้นจะนอนหลับไม่สนิท ! ”

     

    กล่าวจบ เฉินห้าวหลานก็หันเดินไปทางเรือนนอน

     

    ตั้งแต่ที่เหวินกงของเขาได้รับความเสียหายชื่อเสียงของเขาในสำนักศึกษาก็ลดลง แม้กระทั่งหลี่เหวินโป๋และคนอื่น ๆ จะสามารถกดดันเขาได้แต่พวกเขาก็ไม่กล้าเผชิญหน้ากับเขา

     

    แต่คาดไม่ถึงว่าอำนาจของเขาที่ยังหลงเหลืออยู่นั้นจะสามารถข่มขวัญคนเหล่านั้นให้ตกใจกลัวได้แม้กระทั้งหลี่เหวินโป๋เองก็อาสาเป็นเด็กรับใช้ให้ โดยที่เขามิได้เอ่ยปากแต่อย่างใด

     

    “ศิษย์พี่ห้าวหลาน ท่านไม่ได้ป่วยใช่หรือไม่? ”

     

    หลี่เหวินโป๋ได้ยินเฉินห้าวหลานพูดเป็นต่อยหอยแต่กลับไร้แก่นสารสำคัญ

     

    เขากับหลินอี้ไปเป็นเด็กรับใช้ให้กับเฉินห้าวหลานงั้นรึ?

     

    นี่ยังงัวเงียอยู่ หรือดื่มหนักไปกันแน่?

     

    “ป่วยรึ ? ”

     

    เฉินห้าวหลานหยุดสาวเท้าในทันทีพลางขมวดคิ้ว“หมายความว่าอย่างไร ? มาเป็นเด็กรับใช้ของข้าแล้วยังไม่เต็มใจทำเรื่องพวกนี้งั้นรึ? อุตส่าห์ได้เข้ามาอยู่ในสวนแห่งนี้แล้ว เจ้ากลับยังคิดไม่ได้อีกรึ! ”

     

    “เฮอเฮอ!”

       

    หลี่เหลินโป๋จึงอดที่จะยิ้มไม่ได้ พลางส่ายศีรษะและหันไปมองเฉินห้าวหลาน“ศิษย์พี่ห้าวหลาน นี่ท่านยังไม่ตื่นอีกหรือ ? ข้า หลี่เหวินโป๋ ก็ถือว่าเป็นคนที่หยิ่งทะนงในศักดิ์ศรี ท่านคิดว่าข้าจะมาเป็นเด็กรับใช้ให้ท่านละสิ? ”

     

    “ในหอตำราแห่งนี้นอกจากข้าแล้ว......”

       

    เฉินห้าวหลานกล่าวไปได้เพียงครึ่งหนึ่งสายตาก็นิ่งชะงักพลางชี้นิ้วไปยังหลินอี้เอ่ยว่า“เจ้าคงไม่ได้มาเป็นเด็กรับใช้ให้เขาหรอกนะ ? ”

     

    เฉินห้าวหลานรู้สึกแปลกประหลาดใจเป็นอย่างมากก่อนจะเข้าใจและถอนหายใจ “ใช่ หรือก็คือหลินอี้เป็นบุตรนอกสมรสของคณบดีเจ้ามาเป็นเด็กรับใช้ให้เขา ก็เสมือนกับนกที่ดีย่อมรู้จักเลือกกิ่งไม้พำนักนอน ! ”

     

    “แต่เจ้ายังมองการณ์ไกลได้ไม่ทะลุปรุโปร่งปัญญาของเขาก็มีแค่เท่านี้ หากเจ้าคิดถึงอนาคต เจ้าย่อมหนีคำหัวเราะเยาะของศิษย์ร่วมสำนักไม่พ้น! ”

     

    หลี่เหวินโป๋ชำเลืองมองเฉินห้าวหลานก่อนที่จะเอี้ยวศีรษะมาดูหลินอี้

     

    “บุตรนอกสมรส ? ”

     

    “เรื่องนี้ข้าคงไม่จำเป็นต้องอธิบาย ? ”

     

    หลินอี้อ้ำอึ้งเอ่ยไม่ออก

     

    หากเขาต้องอธิบายเรื่องนี้ละก็ หลี่เหวินโป๋ศิษย์อันดับที่สามแห่งสำนักศึกษาผู้นี้ก็คงมิเข้าใจอยู่ดี

     

    เขามิได้เอ่ยอันใดเพิ่มอีกพลางหันไปกล่าวกับหลี่เหวินโป๋ “ย้ายของเข้าไปในเรือนเถอะเดี๋ยวข้ามีงานที่จะมอบหมายให้เจ้า ! ”

     

    ความจริงแล้ว หลินอี้เองก็มีความคิดที่จะรับเด็กรับใช้เข้ามาทำงานในสำนักศึกษาเช่นกัน

     

    เพราะสามารถช่วยเขาทำงานได้มากโขเลยทีเดียว

     

    ดังนั้นเมื่อตอนที่ยังอยู่หน้าประตูสำนักศึกษาเมื่อเผชิญหน้ากับคำยั่วยุของหลี่เหวินโป๋ เขาจึงเสนอข้อเดิมพันว่าถ้าหากเขาชนะหลี่เหวินโป๋จะต้องทำตามที่เขาสั่ง

     

    พอดีเลย

     

    เขากำลังขาดเด็กรับใช้อยู่หนึ่งคน

     

    เช่นนั้นก็ให้หลี่เหวินโป๋ศิษย์อันดับที่สามแห่งสำนักศึกษาผิงโจวมาเป็นเด็กรับใช้เสียเลยสิ!

       

    “ชู่ ! ”

     

    หลี่เหวินโป๋หายใจเข้าเต็มปอดและพยายามแสร้งว่าตนเองเป็นเด็กรับใช้และนำหีบที่สะพายมาพร้อมสิ่งของสัมภาระเคลื่อนย้ายเข้าไปในเรือนนอน

     

    จากนั้นจึงเดินเข้าไปในห้องของหลินอี้

     

    “สายตาแคบสั้น ! ”

       

    เฉินห้าวหลานมองหลี่เหวินโป๋ด้วยสายตาเหยียดหยามก่อนที่จะหาวขึ้นและหันหลังเดินกลับเข้าเรือนนอนไป

     

    เหวินกงของเขาได้รับความเสียหายอีกครั้งเกรงว่าคืนนี้คงจะต้องเร่งมือเพิ่มขึ้น เพื่อที่จะเขียนบทความอาคมเรียกปีศาจจิ้งจอกได้ดีขึ้น

     

    เช่นนี้จะยิ่งช่วยเร่งการฟื้นฟูเหวินกงได้เร็วขึ้น

    ......

     

    “หลินอี้ ข้าตกปากรับคำเป็นเด็กรับใช้ให้กับเจ้าแต่ไม่ได้หมายความว่าข้าจะยอมทำตามที่เจ้าสั่งทุกประการ......”

     

    เมื่อเข้าไปในห้องแล้วหลี่เหวินโป๋จึงสบถความในใจของเขาออกมา

     

    “โอ้~”

     

    หลินอี้ยิ้มอย่างไม่แยแสพลางเอ่ย“ธุระส่วนตัวของข้าไม่จำเป็นต้องให้เจ้าไปจัดการอีกอย่างข้าเพียงแค่ต้องการให้เจ้าเป็นเด็กรับใช้อยู่ในสำนักศึกษาก็พอเจ้ายังคงสามารถทำกิจส่วนตัวได้ดังเดิม ! ”

     

    หลี่เหวินโป๋ถอนหายใจอย่างกลัดกลุ้มพลางเอ่ย“ต้องการให้ข้าทำอันใด ? ”

     

    “ไม่ใช่เรื่องยากอันใดหรอก ! ”

     

    หลินอี้นั่งลงบนเก้าอี้ก่อนที่จะรินชาสองแก้วและยื่นให้กับหลี่เหวินโป๋พลางกล่าว“ความจริงแล้วข้าไม่เข้าใจเรื่องเส้นทางวรรณกรรมมากนักหรอก ข้าจึงจำเป็นต้องไปหอตำราเพื่อค้นหาตำราที่เกี่ยวข้อง! ”

     

    “เพื่อที่ข้าจะสามารถฝึกฝนวิทยายุทธ์วรรณกรรมในตอนนี้ได้! ”

     

    “และหาตำราที่เกี่ยวข้องกับปีศาจจิ้งจอกมาด้วย! ”

     

    หลี่เหวินโป๋งุนงงไปชั่วครู่พลางหันไปมองหลินอี้“เพียงเท่านี้ใช่หรือไม่ ? ”

     

    หลินอี้พยักหน้า “เพียงเท่านั้นแหละ !”

     

    “ได้ ! ”

     

    หลี่เหวินโป๋ลุกพรวดขึ้น และไม่ได้กล่าววาจาไร้สาระแต่อย่างใดก็พลันหันหลังเดินออกไปจากห้องทันที

     

    นับว่าโชคดีที่ไม่ได้กล่าวดูหมิ่นอันใดเขา

     

    เมื่อเอ่ยถึงบุตรแห่งสวรรค์ผู้เป็นศิษย์ลำดับที่สามนั้นนอกจากจะทำให้เสียเวลาเพียงเล็กน้อยแล้วก็ไม่ได้สร้างความยากลำบากอันใดอีกเลย

      

    ......

     

    หลินอี้ว่างงานไม่มีอันใดทำจึงหมกตัวอ่านตำราอยู่ในห้อง

     

    เมื่อก่อนยามมีเวลาว่าง เขามักจะอ่านตำราและฝึกเขียนตัวอักษรจีนแต่เป็นเพราะภายในห้องนั้นไม่มีสมบัติทั้งสี่ของห้องวรรณกรรมอยู่ มิเช่นนั้นเขาคงกำลังฝึกเขียนตัวอักษรจีน

     

    อย่างไรเสียการฝึกเขียนสามารถช่วยเพิ่มทักษะทางวรรณกรรมและพลังพรสวรรค์ได้

     

    อีกทั้งหนังสือเบ็ดเตล็ดและพงศาวดารที่อยู่ในครอบครองของเขานั้นส่วนใหญ่เป็นนิทานพื้นเมืองซึ่งไม่ได้ช่วยพัฒนาทักษะทางวรรณกรรมอันใดเลย

     

    “หลินอี้ ! ”

     

    “ตื่นนอนแล้วหรือ ? ข้านำของดีมาให้เจ้า......”

     

    ในตอนนี้เอง

     

    เสียงของคณบดีเจิ้งจือชิวก็แว่วขึ้นมาเขาไม่แม้แต่จะเคาะประตู พลางกล่าวอย่างมีกฎเกณฑ์หลักการและเดินเข้ามาภายในเรือนนอนด้วยท่าทางรีบเร่ง

     

    คล้ายกับเรื่องเซียนกวีท่องโลกวรรณกรรม (นิยายแปล) **จบแล้ว** ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    377K 775
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    จอมหมัดราชันย์

    จอมหมัดราชันย์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    123K 157
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.54M 3732
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984