ณ ตึกสูงแห่งหนึ่งใจกลางเขตโนเวนาในประเทศสิงคโปร์ สมาชิกทีมพิเศษของริชาร์ด คือ ไอริส เชอรี่ ไอร์แลนด์ และแม้แต่ตัวริชาร์ดเอง มาพร้อมหน้ากันอยู่บนดาดฟ้าของตึกแห่งนี้ด้วยภารกิจสำคัญบางอย่าง
“ไอริสว่าวางตัวประมาทไปหน่อยนะ บนนี้แม้จะเห็นรอบๆ แต่ก็มีจุดสูงพอๆกันหรือสูงกว่าอีกหลายจุด ที่สามารถมองมาเห็นจุดนี้ได้ นับว่าอันตรายมาก”
ไอริสพูดขณะกวาดสายตามองวิวโดยรอบของตึกที่ตัวเองยืนอยู่ ซึ่งเมื่อไม่กี่วันก่อนมันเป็สถานที่เกิดเหตุสังหารหมู่ โดยทีมซุ่มยิงของ WRAITH ทีม C สามนายถูกยิง มีจำนวนผู้เสียชีวิตสองนายและาเ็สาหัสหนึ่งนาย เ้าหน้าที่เหล่านี้เป็ชุดลอบสังหารสามคนจากสิบสองคนที่มาทำงานลอบสังหาร ปีเตอร์ หว่อง เ้าพ่อเคมีภัณฑ์ชื่อดังของสิงคโปร์ แต่พวกเขาพลาดท่าโดนซ้อนแผน ทำให้พวกเขาต้องาเ็และเสียชีวิต อีกแปดคนที่เหลือแม้ประจำอยู่จุดอื่นบนภาคพื้นก็ถูกตอบโต้จนทำให้ภารกิจผิดพลาดต้องาเ็ตามกันไปอีกหลายคน กระทั่งเบื้องบนมีคำสั่งโอนภารกิจมาให้ริชาร์ดจัดการต่อเพื่อแก้ไขเื่นี้
ไอริสย่อตัวลงให้หัวตัวเองพอดีกับจุดที่ทีมซีคนแรกถูกยิง เธอหันหน้าไปมองที่รอยะุที่ฝังลงบนพื้นแล้วกวาดสายตากลับไปมองด้านตรงข้ามซึ่งมีตึกก่อสร้างตึกนึงที่อยู่ในทิศทางนั้นพอดี แต่ยังไม่ทันที่เธอจะพูดอะไรพลันประตูดาดฟ้าก็เปิดออก ปรากฏตัวชายผิวดำร่างใหญ่คนหนึ่งเดินตรงมาหาพวกเขาและโดยเฉพาะตรงไปหาริชาร์ด
“คุณคงเป็อีริคหัวหน้าชุดซีสินะครับ” ริชาร์ดกล่าวทักทาย
“ครับท่าน ผมอีริค สเตน”
ชายคนดังกล่าวเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงขึงขังเขาคือหัวหน้าของหน่วยซีที่ถูกโจมตีในครั้งนี้นั่นเอง ใบหน้าของเขาในยามนี้ดูเหมือนจะอยู่ในอารมณ์ขุ่นมัวคงเนื่องจากว่าเสียลูกน้องไปและยังถูกโอนภารกิจให้หน่วยอื่นนั่นเอง
“ช่วยเล่าเหตุการณ์ตอนนั้นให้ฟังหน่อยได้มั้ยครับ” ริชาร์ดกล่าว
“ทีมรีคอนของผมเฝ้าอยู่บนนี้เป็สไนเปอร์กับพลชี้เป้าสองคนและผู้ประสานงานคอยช่วยระวังหลังให้อีกหนึ่งคนแต่แล้วผมก็ได้รับการติดต่อจากคนประสานงานว่าพลซุ่มยิงถูกยิงก่อนเป็คนแรก พลชี้เป้าที่หลบซ่อนอยู่เขาพยายามมองหาพลซุ่มยิงศัตรูจึงถูกยิงเป็คนต่อมา ผมบอกให้คนประสานงานที่เหลือคนสุดท้ายหนีลงมาแต่เขาก็ถูกยิงในขณะพยายามเปิดประตูเพื่อหลบหนีครับ” ชายชื่อีริคกล่าว
“เขายิงมาจากตึกนั้น”ไอริสชี้ไปทางตึกที่กำลังก่อสร้าง
“จากการตรวจขีปนวิธีของนิติเวชตำรวจสันนิษฐานว่าพวกเขาน่าจะยิงมาจากดาดฟ้าของตึกที่กำลังก่อสร้างใหม่นั้นครับ”
อีริคกล่าวกับริชาร์ดโดยไม่มองไอริสเลยแม้แต่น้อย เพราะในใจเขาเชื่อว่าสาวน้อยคนนี้รู้ข้อมูลนี้จากการอ่านรายงานของตำรวจมากกว่าจะรู้จริงๆ
“ไม่ใช่ดาดฟ้าค่ะ แต่เป็ชั้นถัดมา พลซุ่มยิงส่วนใหญ่จะพรางตัวเพื่อให้ถูกสังเกตได้น้อยที่สุด ตึกนั้นสูงกว่าตึกนี้ ถ้าขึ้นไปอยู่ชั้นดาดฟ้าตัวจะตัดกับเส้นขอบฟ้าไม่มีทางที่พลชี้เป้าจะมองไม่เห็น แสดงว่าเขาต้องซ่อนพรางในอาคารทำให้พลชี้เป้าตรวจการยากและใช้เวลาตรวจการนานเกินจนเป็เป้าถูกยิงไปอีกคน”
คำพูดไอริสเสมือนไปกระตุ้นต่อมไม่พอใจของอีริคที่ในยามนี้นอกจากจะเครียดเพราะเสียลูกน้องและเสียภารกิจไปอยู่ก่อนแล้วยังต้องมาเสียหน้าเพราะถูกเด็กสาวรุ่นลูกที่ดันรู้เื่มากกว่าย้ำหัวตะปูเข้าไปอีก
“ท่านครับ!!..ผมขอนำภารกิจนี้ ผม้าจะแก้มือแล้วก็แก้แค้นให้คนของเรา ได้โปรดอนุญาตด้วยครับ”
อีริครีบขออนุญาตต่อริชาร์ดในทันที
“ผมเสียใจผู้หมวดแต่มีคำสั่งให้คุณกลับไปรายงานตัวและบรรยายสรุปในทันที ที่นี่ปล่อยให้ทีมของผมจัดการเถอะ” ริขาร์ดยิ้มให้อีริคอย่างเป็มิตร
“ไหนล่ะครับทีมของท่าน!!...เท่าที่ผมเห็นที่นี่มีแต่...นางแบบวัยรุ่นสามคนที่มาหาวิวสวยๆถ่ายภาพเซลฟี่ไปลงไอจีกันเท่านั้น”
อีริคไม่พูดเปล่าเขาพูดพลางกวาดสายตาไปมองทั้งสามสาว ั์ตาเขาแสดงออกว่าไม่เชื่อในฝีมือทีมนี้เลยแม้แต่น้อย
“นี่หล่ะนะ ถ้ากัดเก่งเท่ากับเห่าก็คงไม่เสียลูกน้องไปแบบนี้หรอก”
เสียงของไอร์แลนด์ดังขึ้น และแน่นอนมันเป็คำพูดกระทบกระเทียบแบบไม่มีการรักษาน้ำใจกันอีกแล้ว หลังจากถูกหาว่าทีมนี้เหมือนเป็เด็กสาววัยรุ่นไร้สาระ
“ว่ายังไงนะ!!”
อีริคขึ้นเสียงดังไปทางไอร์แลนด์ในทันที และไม่ได้แค่ขึ้นเสียงเปล่าๆฝ่ามือใหญ่ของเขาพุ่งปราดเข้าหาลำคอของเธอในทันที แต่ฉับพลันนั้นไอร์แลนด์ใช้มือซ้ายปัดมือข้างที่จะพุ่งเข้าขย้ำคอของเธอขึ้นเหนือศีรษะก่อนพุ่งตัวลอดผ่านใต้วงแขนของอีริคไปอยู่ข้างหลังเขาในพริบตา อีริคหมุนกลับตัวมาสายตาเขาคงเกรี้ยวกราดอย่างหมายจะเอาเื่พลันเขาก็เห็นว่าไอร์แลนด์ถือปากกาด้ามหนึ่งไว้ในมือ
“คิดว่าปากกาด้ามเล็กนั่นจะทำอะไรฉันได้เหรอ!!” อีริคตวาด
“พอได้แล้วเลิกทะเลาะกันแบบเด็กๆซะที!!..โดยเฉพาะคุณผู้หมวดคุณหมดหน้าที่ตรงนี้แล้วไปได้แล้ว”
เสียงอันดังของริชาร์ดห้ามทัพของทุกฝ่ายเอาไว้ แม้อีริคในยามนี้จะโมโหอยู่มากแต่เขาก็จำต้องทำตามริชาร์ดซึ่งเป็ ผอ.ฝ่ายยุทธการ อีริคหันหลังเดินตรงไปทางประตูแต่ก็ยังไม่วายปล่อยคำพูดออกมาถากถาง
“ระฆังช่วยไว้นะยัยหนู” เขาพูดพลางหันหน้ามายิ้มเยาะ
“ขากางเกงเปื้อนน่ะ” ไอร์แลนด์บอก
อีริคก้มดูพบกว่า ที่ขากางเกงบริเวณต้นขาด้านในของเขามีรอยขีดยาวราวๆเกือบหนึ่งคืบ ซึ่งน่าจะเกิดจากปากกาของไอร์แลนขีดไว้เมื่อสักครู่ เขามองไปที่ไอร์แลนด์แล้วพบว่าเธอเอาปากกาด้ามนั้นเก็บใส่กระเป๋าเสื้อแล้วดึงมีดคาแรมบิทออกมาจากกระเป๋าเดียวกันนั้นแทน อีริคเข้าใจความหมายที่ไอร์แลนด์จะสื่อในทันที เพราะถ้าเมื่อครู่ที่ดึงออกมาไม่ใช่ปากกาเขาคงนอนจมกองเืบนพื้นเพราะถูกปาดเส้นเืใหญ่ที่ขาไปแล้ว ชายร่างโตขมวดคิ้วแน่นด้วยความโกรธมากขึ้นไปอีกก่อนจะก้าวออกจากประตูไปแล้วปิดกระแทกประตูดังสนั่น
“ไม่มีความเป็มืออาชีพเลยให้ตายสิ...แล้วก็เก็บปืนด้วยเชอรี่”
ริชาร์ดพูดในขณะสายตายังก้มอ่านรายงานของตำรวจอยู่ เชอรี่ที่ได้ยินดังนั้นก็รีบยิ้มกลบเกลื่อนก่อนจะรีบเข้าเซฟปืนพกและเสียบกลับเข้าไปในซองปืนที่เอวเหมือนเดิม เพราะขณะที่กำลังชุลมุนกันเชอรี่ที่กำลังยืนเอามือไขว้หลังเนียนๆอยู่นั้นได้แอบชักปืนพกออกมาถือไว้เพื่อคุมเชิงช่วยเพื่อน
“เป็ไงบ้างไอริส”
ริชาร์ดเอ่ยถามกับไอริสที่ตอนนี้เธอกำลังถือกล้องวัดระยะด้วยเลเซอร์ส่องไปยังทิศทางที่เธอคิดว่ามือปืนซ่อนตัวและยิงมาจากจุดนั้น
“ทีม C สามคน ถูกยิงจากระยะ 1,482หลา ด้วยะุ .408 Cheytac โดยคนยิงไม่เปิดเผยตำแหน่ง นับว่ามือปืนฝีมือดีไช้ได้เลยค่ะ” ไอริสกล่าว
“แค่ใช้ได้เองเหรอ” ริชาร์ดหัวเราะเบาๆ
“M200 cheytec เป็ปืนที่ดี ไอริสเคยเห็นคนยิงนัดแรกถูกเป้าที่ระยะพันหลามาแล้ว ทั้งๆที่เขาไม่ใช่พลซุ่มยิง แต่ปัญหาที่ใหญ่กว่าตอนนี้น่าจะเป็ข่าวที่รั่วไหลจนทีมซีถูกลอบโจมตีมากกว่าค่ะ”
“นั่นก็ถูก...ดังนั้นงานนี้ลุงเลยจะเปลี่ยนแผน เราจะไม่ใช้คนในแต่จะดึงคนนอกมาช่วยงานแทน น่าจะรักษาข้อมูลได้ดีกว่า ลุงพอมีเพื่อนที่ไว้ใจได้อยู่ด้านนอกหลายคนจะ ขอให้เขามาช่วยเราอีกแรงน่าจะดีกว่า ถ้าใช้คนในเดี๋ยวเป็เหมือนคราวที่แล้ว” ริชาร์ดพูดเปรย
“เพื่อนๆที่ว่ารวมคุณพ่อด้วยมั้ยคะ”
ไอริสถามริชาร์ด ในใจเธอก็หวังจะได้รับข่าวของพ่อบังเกิดเกล้าที่จากเธอไปเมื่อปีก่อน โดยเขานำเธอมาฝากไว้กับริชาร์ดที่เป็เพื่อนสนิทกันและบอกเพียงว่ามีธุระสำคัญต้องไปจัดการ โดยในบรรดาเด็กสาวทั้ง 3 คนนั้น ทั้งไอร์แลนด์และเชอรี่เป็เด็กกำพร้าที่อาศัยอยู่คนเดียว มีเพียงไอริสเท่านั้นที่มีพ่อและแม่เป็ครอบครัวที่สมบูรณ์ แต่หลังจากใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้ไม่นาน ทั้งครอบครัวกลับถูกตามล่าโดยกลุ่มมือสังหารไม่ทราบฝ่าย พ่อของเธอจึงต้องฝากเธอไว้กับริชาร์ดเพื่อที่ตัวเองจะได้จัดการกับเื่นี้ได้สะดวก และหากมีอันตรายจะได้ไม่มีผลกระทบกับลูกสาว แต่สุดท้ายไอริสก็เลือกเดินตามรอยเท้าของผู้เป็พ่อของเธออยู่ดี
“ไม่ต้องห่วงไม่มีใครทำอะไรคนอย่างอีธานได้หรอก”
ริชาร์ดกล่าวปลอบใจ ทำให้ไอริสยิ้มออกมาได้เพราะถึงแม้เธอจะเป็ห่วงพ่อของเธอมากแต่ก็วางใจอยู่บ้างว่าพ่อคงไม่เป็ไรเพราะพ่อของเธอนั้นก็เคยเป็อดีตทหารรับจ้างฝีมือฉกาจที่เคยทำงานกับริชาร์ดมาก่อน ก่อนจะวางมือและหันมาใช้ชีวิตสงบอย่างปุถุชนตอนที่เขามีไอริสนี้เอง เทคนิคการยิงปืนของไอริสทั้งหมดนั้นล้วนเรียนรู้มาจากพ่อของเธอ
“ว่าไงเชอรี่มีอะไรให้พวกเรามั้ย”
ริชาร์ดหันไปถามเชอรี่ที่กำลังจิ้มแล็ปท็อปของเธอเพื่อหวังที่จะเปลี่ยนเื่เศร้าเป็เื่งานแทน
“หลังจากที่ปีเตอร์หว่องถูกทีมซีของเราโจมตีเขาก็หนีหายไปกบดานเงียบ ไม่มีรายงานว่าเขาออกจากสิงคโปรเพราะไม่มีบันทึกในด่านตรวจคนเข้าเมืองทั้งทางเครื่องบินและทางทะเล เมื่อหาจากปีเตอร์ไม่ได้หนูก็เลยลองมองหาอะไรที่อยู่ผิดที่ผิดทางแทน แล้วก็เจอว่ามีเครื่องเจ็ทส่วนตัวของบริษัทแอคต้าฟาร์มาซูติคอลลงจอดที่สนามบินเมื่อวานหกโมงเย็นและบินออกไปเมื่ราวๆสักสองทุ่มวันเดียวกันโดยแจ้งปลายทางที่ฟิจิ” เชอรี่รายงาน
“แอคต้าฟาร์มาซูติคอลมันไม่ใช่ของปีเตอร์หว่องนี่นาแล้วมันเกี่ยวกันยังไง” ไอร์แลนด์ถาม
“พอลองเจาะระบบของแอคต้าฟาร์มาซูติคอลก็พบว่าพวกเขามีโครงการที่จะร่วมทุนกับปีเตอร์หว่องในอีกปีข้างหน้า แต่พวกเขาไม่มีสาขาในสิงคโปรและในตารางงานก็ยังไม่มีนัดประชุมกัน ดังนั้น่นี้จึงไม่ควรจะมีเครื่องของแอคต้าบินมาจอดที่สนามบิน เพราะมันไม่มีเหตุผลที่จะมา เดาว่าปีเตอร์หว่องคงอยากหนีการตามล่าไปซ่อน แต่วิธีไหนจะหนีไปได้เนียนๆหล่ะ เขามีทั้งเครื่องบินส่วนตัวและเรือยอชต์แต่ถ้าใช้ของตัวเองมันก็อาจถูกติดตามได้ แต่ถ้าเป็เครื่องบินคนอื่นมันอาจจะถูกสงสัยน้อยกว่า แถมพอคุ้ยลึกลงไปอีกบริษัทแอคต้ายังเช่าเหมาลำเรือยอชต์รอไว้เมื่อสองวันก่อน โดยอ้างว่าใช้จัดเลี้ยงสัมนานอกสถานที่ แต่พอลองแฮคเข้าไปดูรายชื่อพนักงาน พนักงานทุกคนกลับสแกนนิ้วเข้าทำงานกันครบ ไม่มีใครออกไปสัมนาเลย สงสัยเงินเหลือเลยเช่าเรือออกไปลอยลำในทะเลเล่น”
“โอเคงั้นบินไปฟิจิเลย ลุงจะติดต่อคนให้ไปช่วยที่นั่นเขาจะเตรียมของไว้ให้และช่วยงานด้านยุทธการ งานนี้ปิดงานที่หน่วยซีค้างไว้ให้ได้”
ริชาร์ดสั่งงานจบก็ยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาโทรหาใครคนหนึ่ง เพื่อติดต่อให้เขาไปช่วยเหล่าสามสาวที่นั่น
ในทะเลห่าง 2 ไมล์จากหมู่เกาะโลไมวิติของสาธารณรัฐฟิจิ เรือยอชต์ Kando110 เรือสุดหรูจากตุรกีลอยลำอยู่ในทะเลสีคราม ไอริสสังเกตการณ์มันจากชายหาดด้วยกล้อง Tactical Spotting Scope ของ Leupold รุ่น Mark4 กำลังขยาย 20-60 เท่า หน้าเลนส์กว้างถึง 80 มม.กลุ่มเด็กสาวในตอนนี้ทำตัวเป็นักท่องเที่ยว โดยทำทีเหมือนมาเที่ยวชมธรรมชาติและว่ายน้ำ เพราะหมู่เกาะโลไมวิติขึ้นชื่อด้านธรรมชาติที่สวยงามแห่งหนึ่งของฟิจิอยู่แล้ว แต่ความผิดพลาดของการมาทำตัวเป็นักท่องเที่ยวในที่นี้คือการที่เชอรี่ชวนทุกคนใส่บิกินี่ โดยเธอคิดว่ามันจะดูแเีไปกับนักท่องเที่ยวที่มาว่ายน้ำและอาบแดด แต่กลับกันมันกลับเป็จุดเด่นที่ทำให้หนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่แถวนั้นจ้องกันตาเป็มันและทยอยมาขายขนมจีบให้เป็ทิวแถว ทีมสาวน้อยต้องรีบปลีกตัวออกจากชายหาดเพื่อหาจุดเงียบสงบ ไม่งั้นพวกเธอคงไม่สามารถทำงานได้ แต่ในขณะที่กำลังหาจุดซุ่มดูที่โขดหินบนูเาก็พลันมีเสียงชายคนหนึ่งเอ่ยทักขึ้น
“วิวดีนะบนนี้” เสียงชายคนที่ยืนด้านหลังเอ่ยขึ้น
“ไม่ให้ เฟสบุ๊ค อินสตาแกรม ทวิตเตอร์ อะไรทั้งนั้น แล้วก็ไม่ต้องชวนไปดื่มกาแฟด้วย รู้แล้วก็ไปซะ!!” ไอร์แลนด์เอ่ยตอบไปแทบจะทันทีที่ชายคนนั้นพูดจบ
“คุณลุงพวกเธอให้เอาข้าวเที่ยงมาให้”
สิ้นเสียงชายคนนั้นทั้งสามสาวก็พลันหันมองหน้าเขา ประโยคที่เขาพูดนี้คือรหัสของคนติดต่อที่คุณลุงบอกเอาไว้ว่าจะมีชายคนหนึ่งจะมาช่วยงานและเอาอุปกรณ์มาให้ เขาดูชายมาดเซอร์อายุราวๆสามสิบกลางๆ สูงราวๆ 180 กว่า มีผมดำหยักศกที่ดูยุ่งๆเหมือนรังนกและหนวดเคราที่เหมือนสักอาทิตย์จะโกนที แต่งกายด้วยเสื้อกล้ามโชว์ร่างกายที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อที่กำยำและรอยสักที่แขนข้างซ้าย ลวดลายนั้นเต็มไปั้แ่หัวไหล่ยาวไปจนเลยข้อศอก
“คุณคือคนที่คุณลุงส่งมาเหรอ”
ไอร์แลนด์ถามเพื่อความแน่ใจ เพราะเท่าที่เห็นชายคนนี้ดูต่างจากริชาร์ดอย่างมาก
“จอห์นสัน แพทตัน เรียกชั้นว่า บุ๊ค ก็ได้” ชายคนนั้นยื่นมือให้
“เอ่อ.. ชั้นไอร์แลนด์ แล้วนั้น ก็ไอริส กับเชอรี่” ไอร์แลนด์เชคแฮนด์ตอบพร้อมแนะนำเพื่อนในทีม
“ชั้นอ่านประวัติพวกเธอแล้วนึกไม่ถึงว่าเด็กขนาดนี้ เฮียคงฝึกพวกเธอมาดีสินะ ช่างเถอะลงไปข้างล่างก่อน ไปดูของกันแล้วค่อยไปจุดซุ่มใหม่ฉันมีจุดซุ่มที่ดีกว่านี้” บุ๊คกล่าวตัดบทก่อนเดินนำทั้งทีมลงไปจากจุดนั้น
“อึ้งเลยแฮะ...คุณลุงใส่สูทอามานี่ ตาบุ๊คคนนี้ใส่เสื้อกล้ามกับคีบแตะมาเฉยเลย ไม่อยากเชื่อเลยว่าเป็เพื่อนกันนะเนี่ย”
เชอรี่กระซิบข้างหูไอริส ทำให้ไอริสที่พอได้ยินแล้วก็ได้แต่หัวเราะแหะๆ
ห่างจากจุดซุ่มเดิม 600 หลาเหนือขึ้นไปบนูเา ทั้งทีมย้ายมาสู่จุดซุ่มใหม่เพื่อสังเกตการณ์ เรือยอชต์ลำใหญ่สีขาวที่ลอยลำนิ่งสงบอยู่กลางทะเลกว้าง ทั้งทีมมั่นใจว่าบนเรือยอชต์ลำนั้นมีปีเตอร์หว่องเป้าหมายของพวกเธออยู่อย่างแน่นอนเพราะเชอรี่ได้ตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดรอบท่าเรือหมดแล้ว ยืนยันได้ว่าตอนนี้ปีเตอร์หว่องขึ้นไปบนเรือลำนั้น
“นั่นไงเขาอยู่นั่น”
ไอริสรีบขานบอกเพื่อน เธอมองผ่านกล้องตรวจการกำลังขยาย 60 เท่าของเธอเห็นปีเตอร์หว่องปรากฏตัวที่หน้าต่างของเรือแวบหนึ่งให้ก่อนเดินหลบไป
“ไม่แน่ใจว่าบนเรือนั้นมีกี่คนแน่แฮะ”ไอร์แลนด์พึมพำ
“8-12 คนคิดว่านะ” เสียงของบุ๊คชายที่เอาแต่นั่งเล่นบนเก้าอี้ผ้าใบโดยไม่ส่องกล้องดูเลยสักครั้งเอ่ยตอบ
“เดาเอาจากแปลนเรือล่ะสิ”
เชอรี่พูดโดยไม่ได้มองหน้าบุ๊คเพราะตอนนี้เธอจ้องหน้าแล็ปท็อปของเธอซึ่งมันปรากฏแปลนของเรือลำที่ว่าอยู่
“Kando 110 เป็เรือยอชต์ขนาดสี่ชั้น มีห้องนอนรวม 8 ห้องเป็ห้องสวีท 1 ห้อง ห้องนอนกัปตัน 1ห้อง มีห้องผู้โดยสาร 4 ห้อง และห้องพักลูกเรือ 2 ห้องรวมเป็ 8 คน แต่อย่านอนใจเพราะห้องผู้โดยสารและห้องสวีทเตียงมันนอนได้ 2 คน ถ้าให้สันนิษฐานเต็มที่ก็น่าจะราวๆ ไม่น่าเกิน 12 คน เอาหล่ะจบเื่เรือทีนี้เอาไงต่อเื่แผน”
บุ๊คพูดขณะที่หันหน้าไปทางไอร์แลนด์ราวกับเขารู้ว่าเธอเป็หัวหน้าของทีม
“คุณมีเรือสปีทโบ้ทที่นั่งได้หลายๆคนมั้ย ชั้นอยากได้สปีทโบ้ท 1 ลำ MIX 2 เครื่อง อุปกรณ์ดำน้ำแบบสกูบาแล้วก็กล่องกันน้ำขนาดใหญ่”
“ขอห่วงยางอันใหญ่ๆด้วย” ไอริสชูมือบอกด้วยรอยยิ้มร่า แต่พอทุกคนหันมามองเธอ เธอก็ค่อยๆหดมือลงทีละน้อย
“ห่วงยางด้วย” ไอร์แลนด์หันมาบอกกับบุ๊ค
“จะเข้าประชิดเรือเหรอแผนระห่ำดีนี่แม่หนู” บุ๊คหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี
“พอหาได้มั้ยคะ”ไอร์แลนด์ถาม
“แผนมันก็ดีอยู่หรอกแต่อย่าลืมว่าไม่ว่าที่ไหนก็มีตำรวจทั้งนั้นรวมถึงที่นี่ ถ้าบุกเรือนั่นเราจะต้องติดอยู่กลางทะเล เกิดพวกมันเรียกตำรวจมาช่วยเราจะติดกับ เพราะเราต้องหนีขึ้นฝั่งก่อนตำรวจจะทันมาเห็นซึ่งมันเป็ไปไม่ได้ อยู่ในท้องทะเลมันเป็ที่โล่งพวกเขาจะมองเห็นได้แม้เราจะหนีไปไกลเป็สิบไมล์ก็ตามที นั่นยังไม่นับยามฝั่งที่มีเฮลิคอปเตอร์อีก แปลว่าเราต้องหนีขึ้นฝั่งก่อนตำรวจจะเห็นเราอยู่ในสายตา ถ้าจะให้ดีคือต้องทำงานให้เสร็จก่อนตำรวจจะออกจากฝั่ง ไม่ก็ทำยังไงก็ได้ให้พวกมันเรียกตำรวจไม่ได้”
“ถ้าทำตามแผนที่ฉันวางไว้ พวกเราจะมีเวลาไม่จำกัดค่ะไม่ต้องห่วง” ไอร์แลนด์ตอบ
เวลา 2 ทุ่มเรือสปีทโบท Yamaha Marine 212xe เรือเร็ว 10 ที่นั่งเครื่องยนต์ 1,812 ซีซี ทะยานฝ่าน้ำทะเลตัดกับท้องฟ้าที่ไร้หมู่ดาว เพราะคืนนี้เป็คืนพระจันทร์เต็มดวง ปลายทางของเรือลำนี้คือพิกัดที่เรือยอชต์คันงามของเป้าหมายลอยลำอยู่ ไอริสซึ่งอยู่จุดหน้าสุดของเรือใช้กล้อง Pulsar Accolade 2 LRF XP50 pro ส่องไปทางเรือลำนั้นที่เห็นอยู่ไกลๆ กล้องตัวนี้เป็กล้องส่อง 2 ตาแบบไฮเทคที่สามารถวัดระยะด้วยเลเซอร์ ถ่ายภาพ ถ่ายวิดีโอ ทั้งแบบโหมดกลางคืนและโหมดจับภาพความร้อน ทั้งยังสามารถเชื่อมต่อสัญญาณวายฟายเพื่อแชร์ภาพนั้นสู่โทรศัพท์มือถือหรือแล็ปท็อปได้ และตอนนี้มันก็เชื่อมต่อกับแล็ปท็อปของเชอรี่อยู่ ไอริสส่งสัญญาณให้บุ๊คที่เป็คนขับเรือให้จอดเรือ โดยให้เรือของพวกเธออยู่ห่างกับเรือเป้าหมายราวๆพันเมตร
เรือสปีทโบทของเหล่าสาวๆจอดอยู่ห่างจากเรือสำราญของมหาเศรษฐีชาวสิงคโปรนับกิโลเมตร โดยจอดหันหัวให้ชี้ตรงไปทางด้านซ้ายของเรือยอชต์ลำนั้น เพื่อที่หากถูกส่องด้วยกล้องส่องทางไกล พวกเขาจะได้เห็นแค่ทางหัวเรือแต่ไม่เห็นทางด้านท้าย และก็เป็จริงดังคาดไฟที่เรือก็ทำให้พวกเขาสังเกตเห็น ยามคนที่อยู่ตรงมุมกราบซ้ายของเรือยอชต์ใช้กล้องส่องทางไกลแบบสองตาส่องมาทางเรือเร็วที่จอดนิ่งเห็นอยู่ลิบๆ
“มีเรือมาจอดทางท้ายลำห่างไปราวๆ สักพันเมตร”
เสียงยามคนที่อยู่บนชั้น 4 รายงานลงไปให้ยามคนอื่นๆที่อยู่ชั้นล่างทราบ โดยเรือยอชต์ลำนี้ มี 4 ชั้น ชั้นล่างสุดแบ่งเป็ห้องนอนแบบ 4 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ซึ่งเตียงหนึ่งนอนได้ 2 คน แต่โชคดีที่ปีเตอร์หว่องนำลูกน้องมาเพียง 8 คนเท่านั้น รวมทั้งเขาและกัปตันเรือ ณ ตอนนี้ก็เป็ 10 คน ซึ่งเชอรี่เองก็ได้รู้จำนวนคนนั้นแล้วจากการแฮคเข้าไปที่ข้อมูลของบริษัทให้บริการเรือเช่า
“ท่าทางเป็ไงดูอันตรายมั้ย” เสียงตอบกลับจากยามอีกคน
“นายน่าจะมาดูนะจะว่าไงดี มีแต่ขาวๆทั้งนั้นเลยว่ะสาวๆใส่บิกินี่สามคน มีคนนึงน่าจะถูกใจนายคนที่สี่อ่ะ มีกล้ามกับรอยสักด้วย”
เสียงหัวเราะดังลั่นหลายเสียงขึ้นมาในระบบสื่อสาร เพราะมียามคนอื่นที่ฟังอยู่เข้ามาร่วมผสมโรงด้วย หลังจากได้ยินเื่เกี่ยวกับอะไรที่มันขาวๆ
“ยกให้แกเลยว่ะ แล้วอย่างอื่นนอกเหนือจากความขาวล่ะ”
“ก็ไม่น่ามีอะไรมั้ง...เห็นไม่ชัดมันไกล คนที่เหลือรวมตัวกันอยู่หลังเรือมีอยู่ด้านหน้าคนเดียวเอง น่าจะพวกนักวิจัยหรือนักอนุรักษ์ล่ะมั้ง ที่เรือมีพวกโลโก้เป็ทีมวิจัยทางทะเล” ยามคนเดิมรายงานต่อ
“ถ้าพวกนั้นทำท่าเข้ามาใกล้ก็แจ้งด้วยละกัน แต่ถ้าไม่เข้ามาก็คงไม่มีอะไรล่ะมั้ง” ยามคนเดิมเตือนเพื่อนก่อนออกจากสายไป
ตอนนี้ทีมสามสาวบวกหนึ่งหนุ่มกำลังเตรียมของและอาวุธสำหรับใช้ในภารกิจอยู่ท้ายเรือโดยที่ ไอร์แลนด์หยิบ SigSauer MCX Rattler Canebrake ขนาด .300Blackout ขึ้นจากกล่องอาวุธมาตรวจสอบ ลำกล้อง 6.75นิ้วที่ซ่อนตัวอยู่ในกระโจมมือด้านหน้าถูกต่อด้วยที่เก็บเสียงจนตัวมันโผล่พ้นกระโจมมือที่ยาวกว่าออกมา พานท้ายเดิมถูกเปลี่ยนออกเป็พานท้ายพับได้แบบโครงบางทำจากอลูมินั่ม ใต้กระโจมหน้าติดกริปแนวตั้งของ Sig ราง้าติดตั้งศูนย์เล็งจุดแดงรุ่น Romeo8H หน้าเลนส์ 38 มม.เอาไว้ ไอร์แลนด์ขึ้นลำมันก่อนใส่มันลงไปในถุงกันน้ำใบโตที่นอกจากปืนยาวแล้วข้างในยังมีปืนกับเข็มขัดปืนพกสำรองของเธอคือ Ruger 57 อยู่ในนั้นด้วยเช่นกัน เธอตัดสินใจเปลี่ยนคู่มือจาก FN57 กระบอกเดิมมาเป็กระบอกใหม่ที่ใช้ะุขนาดเท่ากันแต่รูเกอร์ปรับแต่งให้ติดออปชั่นได้ง่ายกว่านั่นเอง โดยเธอก็ติด Romeo3max ศูนย์เล็งจุดแดงแบบ reflex sight ให้กับมันด้วย
เชอรี่ที่วันนี้เธอรับบทขนของเยอะที่สุด เธอจึงเลือกเอาอาวุธที่ทำให้เธอเคลื่อนที่คล่องตัวไป มี HK MP7 A1 ติดที่เก็บเสียงของ HK เอง แม๊กกาซีนใช้แบบบรรจุ 30 นัด บนรางติดด้วยศูนย์เล็ง Reflex sight ของ Steiner MRS micro และไม่เพียงไอร์แลนด์เท่านั้นที่เปลี่ยนปืนพกใหม่ เชอรี่เองเธอก็เปลี่ยนจาก HK กระบอกเดิมมาเป็ Sig Sauer X-five Alpha ลำกล้องห้านิ้ว ติดศูนย์เล็ง Romeo1Pro เอาไว้ นอกจากนั้นเธอก็ยังพกอุปกรณ์ะเิไปอีกหลายชิ้นใส่ถุงกันน้ำไว้และยังมีกล่องกันน้ำขนาดเท่ากระเป๋าเดินทางใบเล็กไปด้วยอีก 1 ใบ
“คุณจะทำอะไรน่ะ” ไอร์แลนด์เอ่ยถามเมื่อเห็นบุ๊คทำท่าเตรียมของด้วยเช่นกัน
“ถามได้ก็ไปด้วยไง”
บุ๊คพูดพลางหยิบปืน Kriss Vactor G2 SMG ขนาด .45auto ขึ้นมาตรวจเช็ก ปากกระบอกสวมทับด้วยที่เก็บเสียง 4GSK ของ kriss แม๊กกาซีนแบบ X2 ต่อยาวเพื่อใส่ะุได้มากกว่าเดิม 2 เท่า พานท้ายแบบ DS150 แบบยึดหดได้คล้ายอุปกรณ์ของปืน AR ศูนย์เล็งบุ๊คเลือกใช้ EOTECH เซ็ท HHS 1 คือชุดโฮโลกราฟิกไซส์รุ่น EXPS3 ติดด้านหน้าและถัดมาต่อด้วยอุปกรณ์ช่วยเล็งขยาย G33 ที่ให้กำลังขยาย 1-3 เท่า มีฐานที่สามารถพลิกหลบตัว G33 ออกไปด้านข้างยาม้าใช้แค่ศูนย์โฮโลกราฟิกเพียงอย่างเดียวติดมาในตัว ส่วนปืนพกของเขาคือ Glock 17 ที่ผ่านการโมดิฟายมาทั้งตัวด้วยชุดแต่งของ Killer innovation ดูจากอาวุธและท่าทางของบุ๊คแล้วเขาดูเชี่ยวชาญในสิ่งที่กำลังทำอยู่นี้ไม่ต่างจากสามสาวเลยทีเดียว
“คุณไม่ใช่แค่คนส่งของสินะ” ไอร์แลนด์เอ่ย
“ไม่ใช่และไม่เคยใช่ ฉันอยู่กรีนเบเร่ต์มาั้แ่อายุ 18 เป็ทหารหลายปีก่อนออกมารับจ๊อบให้ CIA เลยเจอริชาร์ดที่นั่นแหละ พอหลังจากเขาถูกจับในจีนฉันก็ออกมาเป็ฟรีแลนซ์ข้างนอก จนได้กลับมาร่วมงานกันอีกครั้ง เขาคงไม่เคยเล่าให้ฟังล่ะสิ” บุ๊คพูดขณะจัดอุปกรณ์ไปด้วย
“ไม่เคยเลย ท่าทางคุณจะฆ่าคนมาั้แ่ก่อนพวกเราหัดเดินอีกด้วยซ้ำมั้งน่ะ” ไอร์แลนด์พูดติดตลก
“งั้นเรียกลุงได้สินะ”
สิ่งที่เชอรี่พูดทำเอาบุ๊คต้องส่ายหน้าด้วยความเซ็ง ท่ามกลางสถานการณ์แบบนี้เขาเองก็อดจะยอมรับไม่ได้ว่าเด็กสาวเหล่านี้แกร่งกว่าที่เขาคิดไว้มาก พวกเธอกำลังจะไปฆ่าคนและอาจจะมีสิทธิ์ถูกฆ่าตาย แต่กลับดูผ่อนคลายราวกับจะไปเดินเที่ยวสวนสาธารณะยังไงยังงั้น
เมื่อเชอรี่ บุ๊ค และไอร์แลนด์เตรียมตัวพร้อม ทุกคนลงน้ำด้วยอุปกรณ์ดำน้ำแบบสกูบา และใช้อุปกรณ์พิเศษช่วยในการว่ายน้ำที่เรียกว่า mix หรือ Underwater Scooter มันคืออุปกรณ์ที่เป็เครื่องยนต์ขนาดเล็กมีใบพัดคู่เพื่อช่วยให้การเคลื่อนที่ในน้ำรวดเร็วขึ้น โดย mix ลำนี้มีความเร็วราวๆ 2 เมตรต่อวินาที การเคลื่อนที่ในระยะทาง 1 กิโลเมตรจากเรือที่พวกเขาอยู่ไปยังเรือยอชต์คันหรูนั้นอาจจะใช้เวลาเพียง 8-9 นาทีเท่านั้น
ไอริสที่อยู่ที่เรือเธอไม่ได้มีหน้าที่แค่ล่อเป้าสายตาเท่านั้น แต่เธอยังมีหน้าที่เบนความสนใจเพื่อให้เพื่อนขึ้นเรือได้ง่ายขึ้น และที่สำคัญงานของไอริสคือค้นหาและกำจัดพลซุ่มยิงตัวปัญหาคนนั้น คนที่จัดการกับทีมซีของพวกเธอเมื่อไม่นานมานี้นั่นเอง
เวลาราวๆเกือบสิบนาทีผ่านไป ไอริสเห็นภาพจากกล้อง pulsar ที่เชื่อมต่อมาที่หน้าจอแล็ปท็อปที่วางอยู่ ภาพเพื่อนร่วมทีมของเธอที่ปรากฎตัวอยู่ที่มุมด้านข้างค่อนมาทางท้ายลำของเรือยอชต์นั้นแล้ว พวกเขากำลังเตรียมตัวขึ้นจู่โจมเรือ
ชายคนหนึ่งท่าทางเหมือน รปภ.ของปีเตอร์ หว่อง ยืนสูบบุหรี่อยู่ที่บริเวณท้ายเรือ ฉับพลันนั้นะุ .45 ACP จาก kriss vactor ของบุ๊คก็เจาะเข้าบริเวณด้านข้างโหนกแก้มขวาทะลุออกบริเวณเหนือกกหูซ้าย เสียชีวิตในทันที ทั้ง บุ๊ค เชอรี่ และไอร์แลนด์รีบปืนขึ้นไปบนเรือและพลักศพของยามคนที่ถูกยิงลงทะเล ท้ายเรือยอชต์มีจุดทางขึ้น 2 ข้างซ้ายกับขวาเลียบไปตามด้านข้างทั้งสองด้านของเรือส่วนตรงกลางด้านท้ายลำนั้นเป็ประตูเพื่อลงไปยังห้องครัวห้องเก็บของและผ่านไปยังห้องเครื่องยนต์
เชอรี่เปิดประตูเข้าไปในส่วนท้ายเรืออย่างแ่เบา เธอผลักประตูห้องน้ำด้านซ้ายเพื่อตรวจเช็กให้แน่ใจ มันว่างอยู่และห้องลูกเรือด้านขวาก็เช่นกัน พลันเธอได้ยินเสียงคนแก้วกาแฟอยู่ด้านหน้าตรงมุมครัว สาวน้อยตัดสินใจเดินก้าวเท้าอย่างเร็วเข้าไป ชายคนที่อยู่ในนั้นได้แค่เพียงหันมามองเธอแต่ยังไม่ทันได้สงสัยอะไร ะุ 4.6x30 มม. 2 นัดเจาะเข้าที่ใบหน้าชายคนนั้นในทันที ร่างเขาล้มฟาดลงกับโต๊ะกาแฟเสียชีวิตในทันที
หลังจากเคลียร์พื้นที่แล้วกล่องกันน้ำใบใหญ่ที่เชอรี่ลงทุนลากมาจากเรือก็ถูกเปิดออกมา มันคือ EOD manpack Jammer อุปกรณ์รบกวนสัญญาณของหน่วยกู้ะเิที่เธอลงทุนเอามาด้วย เชอรี่เอามันมาเพื่อใช้มันรบกวนสัญญาณการสื่อสารจากเรือลำนี้เพื่อไม่ให้ใครบนเรือสามารถติดต่อบุคคลภายนอกได้ โดยเ้าเครื่องนี้หน่วย EOD หรือหน่วยกู้ะเิจะใช้มันปล่อยสัญญาณรบกวนเวลาที่พวกเขาเก็บกู้วัตถุะเิ เพื่อป้องกันไม่ให้คนวางะเิสามารถกดปุ่มส่งสัญญาณให้ะเิที่กำลังกู้อยู่นั้นะเิกลางคันได้ ตัวเครื่องนี้จะทำการรบกวนสัญญาณทุกแบบที่ส่งออกมาและส่งเข้าไปในพื้นที่ที่เครื่องทำงานอยู่ แต่ตัวมันสามารถป้องกันสัญญาณได้เพียงพื้นที่เล็กๆไม่กว้างนัก อาจจะแค่่ตึกเดียวหรือพื้นที่ไม่กี่สิบตารางเมตรแต่นั่นก็เพียงพอแล้วสำหรับการบล็อกสัญญาณแค่บนเรือนี้ มันสามารถรบกวนได้ทั้งสัญญาณโทรศัพท์มือถือ สัญญาณวิทยุต่างๆในหลายย่าน ปัญหาก็คือถ้าเปิดใช้งานมัน ตัวของเธอและเพื่อนๆก็จะติดต่อกันด้วยอุปกรณ์สื่อสารไม่ได้เช่นกัน
นอกจากรบกวนการสื่อสารแล้ว เชอรี่ได้เข้าไปในห้องเครื่องเพื่อติดตั้งะเิขนาดเล็กที่ความแรงไม่มากนัก โดยไม่ได้ใช้มันเพื่อทำลายเรือนี้ แต่ใช้มันเพื่อทำให้เครื่องยนต์เรือเสียหายเรือลำนี้จะได้หนีไปไหนไม่ได้นั่นเอง
ในขณะที่เชอรี่ยังติดตั้งะเิอยู่ รปภ.คนหนึ่งกลับเดินมาตาม รปภ.คนที่หายไปเพราะคิดว่าเขาอยู่ห้องครัวท้ายเรือไอร์แลนด์ที่อยู่ด้านขวาสะกิดบุ๊คให้รู้ตัวก่อนเพราะ รปภ.เดินมาทางเธอในขณะที่ชายคนนั้นเดินลงบันไดมาได้เกือบถึงชั้นล่างส่วนท้ายเรือเขาดันสังเกตเห็นคราบเืที่เปรอะอยู่บนพื้น ไอร์แลนด์ได้ยินเขาหยุดเดินและพลันได้ยินเสียงซ่าของวิทยุสื่อสาร เขาหยิบวิทยุมาเพื่อพยายามแจ้งเพื่อนร่วมงาน แต่ตอนนั้นวิทยุก็ไม่สามารถใช้งานได้แล้วเพราะถูกแจมเมอร์ของเชอรี่รบกวนสัญญาณ
เสียงซ่าที่ดังจากวิทยุทำให้ไอร์แลนด์รู้ตัวว่าศัตรูอาจจะกำลังใช้เครื่องมือสื่อสารทำให้เขาไม่พร้อมกับการใช้อาวุธ สาวน้อยพลิกตัวออกจากที่ซ่อนเข้าประจันหน้ากับเขา ก่อนลั่นะุแบบดับเบิ้ลแท็ปใส่กลางอกชายคนนั้นและซ้ำอีก 1 นัดที่ศรีษะ เป็เทคนิคการยิงแบบ Mosambique Drill เป็การยิงเพื่อสังหารเป้าหมายที่ได้ผลเบ็ดเสร็จเด็ดขาด เรียกว่าคนโดนตายั้แ่ยืนอยู่แล้ว ร่างนั้นล้มกลิ้งมาตามบันไดลงมากองบนพื้น เสียงโครมครามนั้นดังเกินกว่าจะปิดบังไม่ให้ใครรู้ เสียงดังรวมกับวิทยุและโทรศัพท์ที่ใช้การไม่ได้เริ่มสร้างความวิตกให้คนบนเรือ แต่ยังไม่ทันได้ทำอะไรต่อไป พลันมีเสียงะเิดังขึ้นในห้องเครื่องยนต์ 2 ลูกติดๆกัน ความสับสนก็พลันเปลี่ยนเป็ความโกลาหลในทันที เสียงโหวกเหวกดังขึ้นมีการสั่งงานกันอยู่ครู่หนึ่งแต่จู่ๆก็พลันเงียบไป บ่งบอกว่าอาจจะมีใครบางคนที่สามารถส่งสัญญาณสื่อสารแบบทหารได้
ตอนนั้นเองเชอรี่ ไอร์แลนด์ และบุ๊ค แยกกันเคลื่อนที่เข้าไปยังส่วนบนทันที ในชั้นที่ 2 ของเรือเป็โซนของเ้าของเรือ ประกอบด้วยห้องรับรองขนาดใหญ่และห้องนอนใหญ่ด้านใน มีทางขึ้นลงอยู่ตรงกลางลำเพื่อให้สามารถขึ้นจากห้องนอนที่เป็ห้องรับรองด้านล่างถึง 2 ทาง ไอร์แลนด์กับบุ๊คเข้าไปทางประตูซีกขวาส่วนเชอรี่เข้าประตูซ้าย ประตูขวาเป็จุดเชื่อมจากทางเดินที่ขึ้นมาจากห้องด้านล่างและทางยาวเข้าห้องนอนใหญ่ บุ๊คพยักหน้าให้เป็สัญญาณว่าเขาจะดูจุดนี้ไอร์แลนเลยเดินเข้าไปเพื่อเคลียร์ห้องนอนใหญ่ ในขณะที่ประตูด้านซ้ายที่เชอรี่เข้าไปเป็ประตูลงด้านล่างเชอรี่ หยิบแก๊สน้ำตาขึ้นมา 2 ลูกดึงสลักออกแล้วปาลงไปด้านล่างก่อนปิดประตูไว้เพื่อรอ เพราะหากมีคนอยู่ด้านล่างเขาต้องหนีแก๊สน้ำตาขึ้นมาแน่
หลังจากเช็กห้องนอนใหญ่ไม่พบปีเตอร์หว่อง ไอร์แลนด์กลับออกมาพร้อมส่งสัญญาณให้บุ๊คขยับขึ้นชั้นต่อไป บุ๊คโผล่ตัวออกไปทุบกำแพง 2-3 ครั้งเพื่อบอกเชอรี่ว่าจะย้ายขึ้นชั้น 3 ซึ่งเป็ชั้นที่ส่วนหน้าเป็ห้องควบคุมเรือและห้องนอนกัปตัน ส่วนหลังเป็บาร์ขนาดเล็ก ซึ่งจากนี้เป้าหมายอาจจะอยู่จุดใดจุดหนึ่งระหว่างชั้น 3 และ 4 เพราะชั้น 4 ซึ่งเป็ชั้นบนสุดเป็จุดชมวิวที่มีพื้นที่สังสรรค์และอ่างจากูชี่
รปภ.คนหนึ่งที่ชั้น 4 ออกมายืนที่จุดเปิดโล่งบริเวณอ่างจากูชี่บนชั้นสี่เพราะไม่สามารถสื่อสารกับใครได้เขาจึงพยายามจะใช้ปืนยิงพลุขอความช่วยเหลือแทน โดยเขาลืมไปว่าเขาอยู่ในพื้นที่เปิดและห่างออกไป 1 กิโลเมตรมีไอริสมองเขาอยู่ ปืนไรเฟิล Victrix รุ่น Tormento ขนาดะุ .408 Cheytac ถูกยกขึ้นมาในจังหวะที่เหตุวุ่นวายเกิดขึ้นและ รปภ.ละสายตาไปจากเรือของเธอ กล้องเล็ง Kahles K525i กำลังขยาย 5-25 เท่า หน้าเลนส์ 56 มม. เส้นเล็ง TREMOR3 เล็งประทับที่บริเวณตัวของชายคนนั้นอย่างรวดเร็วก่อนลั่นไกออกไปในทันที เพราะไอริสตั้งศูนย์ปืนไว้ที่ 1,000 เมตรพอและจอดเรือไว้ที่ระยะนั้นพอดีจึงเล็งยิงอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องมีการชดเชยอะไรอีก
ะุ .408 cheytac น้ำหนัก 305 แกรน ที่มีความเร็วปากลำกล้องถึง 1,100 เมตรต่อวินาทีพุ่งผ่านที่เก็บเสียง Signum .408 ให้เสียงดังแบบแน่นทึบ เพียงพริบตาเดียวะุนัดนั้นมันก็ทะลวงร่างของชายคนที่พยายามยิงพลุ พลังงาน 8,295 ฟุต/ปอนด์ที่ถ่ายเทเข้าสู่ร่างกายโดยตรงผลักร่างชายคนนั้นให้เสียการทรงตัวร่วงลงในอ่างจากูชี่ น้ำในอ่างนั้นก็พลันแดงฉานด้วยเืสดๆที่ไหลออกมาปะปนกับน้ำที่กำลังพุ่งออกมาจากตัวพ่นน้ำแรงดัน
“สไนเปอร์!!”
เสียงะโจากชายคนหนึ่งที่เป็คนคุ้มกันของปีเตอร์หว่องะโขึ้น ตอนนี้คนคุ้มกันของเขาเหลือเพียง 2 คนเท่านั้น อีกสามคนนั้นเป็กัปตันและลูกเรือที่ไม่เคยต่อสู้ ชายสองคนนี้ดูจะมีความสามารถสูงกว่าคนคุ้มกันคนอื่นเพราะเขาเป็คนที่ให้ทุกคนมารวมตัวกันที่ชั้นสี่ เนื่องจากชั้นนี้นั้นเป็พื้นที่เปิดถ้าจวนตัวสามารถหนีลงได้จากทุกทิศ เช่นะโลงทะเลหรือะโลงที่ชั้นสามทางด้านหัวเรือ ที่สำคัญมันมีทางขึ้นแค่เพียงทางเดียวทำให้คุ้มกันได้ง่าย แต่พวกเขาไม่ทันได้รับมือในกรณีที่อีกฝ่ายอาจมีพลซุ่มยิงเอาไว้ ทำให้ค่อนข้างผิดแผน แต่มันก็ไม่ถึงกับคับขันมากจนถึงขั้นจนตรอก เพราะหนึ่งในสองคนนี้คือพลซุ่มยิงที่ลอบสังหารทีมซีในเหตุการณ์ก่อนหน้านี้นั่นเอง
ในขณะนี้ทีมของไอร์แลนด์รอจังหวะอยู่ตรงชั้นสามทางขึ้นด้านท้ายเรือที่เป็ส่วนของบาร์ โดยเธอกับบุ๊ครอจู่โจมตรงบันได และเชอรี่ประจำตำแหน่งอยู่ที่ห้องบังคับเรือ เพราะจุดนี้มีหน้าต่างที่มองออกไปเห็นหัวเรือซึ่งมีเรือชูชีพจอดอยู่ อีกทั้งจุดนั้นมันยังไม่สูงมาก คนที่อยู่ข้างบนสามารถะโลงมาได้ ดังนั้นมีความเป็ไปได้ที่อาจจะมีคนคิดจะะโจากชั้นบนลงมาเพื่อจะหนีด้วยเรือชูชีพ
แม้การจัดการกับเป้าหมายตอนนี้จะง่ายขึ้นมาก แต่ทว่าปัญหาหลักก็คือตอนนี้มีศัตรูสามคนที่มีอาวุธ และมีพลเรือนบริสุทธิ์อยู่อย่างน้อยสามคนก็คือกัปตันเรือและลูกเรือผู้ช่วยอีกสองคน ซึ่งคนเหล่านี้เป็คนของบริษัทเรือเช่าที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ ที่สำคัญยิ่งกว่าคือพวกเขาไม่รู้ว่าทีม้าแค่ฆ่าปีเตอร์หว่องไม่ได้้าทำร้ายพวกเขา ถ้าพวกเขาคิดว่าพวกเธอเป็โจรสลัดหรือคนร้ายเพราะถูกเป่าหู พวกเขาอาจจะคิดต่อสู้โดยถูกปีเตอร์หว่องติดอาวุธให้ ซึ่งนั่นคือกรณีที่แย่ที่สุดหากต้องยิงใส่ประชาชนที่ไม่รู้เื่พวกเธอจึงยังไม่บุกขึ้นไปตอนนี้ แต่หากรอนานเกินไปอาจจะแย่ยิ่งกว่า เพราะหากทิ้งไว้นานเกินไปเกิดคนเ่าั้มีใครคนใดคนนึงคิดขึ้นได้ว่าพวกเธออาจจะเป็ฝ่ายที่ถูกหน่วยงานลับของรัฐส่งมาเพื่อเก็บเขา พวกกัปตันเรือกับลูกเรือก็มีสิทธิ์จะถูกจับเป็ตัวประกันเพื่อต่อรอง
ในขณะนี้พวกที่รวมตัวอยู่ชั้นสี่ของเรือต่างหลบคุดคู้อยู่ไม่สามารถโพล่ตัวออกไปดูสถานการใดๆได้ เนื่องจากเกรงกลัวการถูกซุ่มยิงจากระยะไกล ปีเตอร์หว่องที่ยามนี้เขาดูหวาดกลัวที่สุดเพราะเขารู้ว่านี่เป็ครั้งที่สองในรอบสัปดาห์แล้วที่เขาถูกตามฆ่า ดังนั้นเขาจึงพยายามอย่างเต็มที่เพื่อหวังให้ตัวเองรอดออกไป
“พวกแกทำอะไรอยู่ทำงานที่ชั้นจ้างพวกแกมาทำสิวะ!!”
คำพูดของปีเตอร์หว่องตวาดใส่ชายอีกสองคนที่เหลือ ซึ่งเป็สองคนสุดท้ายที่จะคุ้มกันเขา ชายคนหนึ่งในคนคุ้มกันเปิดกระเป๋าใบยาวของเขาออกมาปืนไรเฟิล Cheytac M200 ขนาด .408 นอนสงบนิ่งอยู่ในนั้นถูกหยิบขึ้นมาเสียบแม๊กกาซีนเข้าไปในตัวปืนพร้อมขึ้นลำะุหนึ่งนัดเข้ารังเพลิง กล้องเล็ง Nightforce NXS กำลังขยาย 8-32 เท่าหน้าเลนส์กว้าง 56 มม.ถูกเปิดฝาออกเตรียมพร้อม
“มองหามันให้ฉันหน่อย” เขาะโบอกเพื่อน
“ยังไงล่ะ” อีกคนะโตอบ
“ใช้โทรศัพท์มือถือสิ”
สิ้นเสียงชายอีกคนหยิบมือถือออกมาเปิดกล้องและโผล่เพียงมุมของกล้องขนาดแค่ไม่กี่ ซม.ออกไปถ่ายวีดีโอ เขากวาดภาพดูจนพบกับเรือของไอริส จากนั้นก็โยนมือถือตัวเองให้เพื่อนมือสไนเปอร์ได้ดูวิดีโอนั้น
ชายคนที่เป็พลซุ่มยิงตัดสินใจเปิดกล้องส่องสองตาที่มีตัววัดระยะติดมาด้วย เขาส่งสัญญาณให้เพื่อน ก่อนที่เพื่อนเขาจะยกปืนพกยิงขึ้นฟ้า 2-3 นัดเพื่อเบนความสนใจของไอริส ฉับพลันนั้นตัวเขารีบโพล่หัวขึ้นไปด้วยความไวที่สุดก่อนกดปุ่มวัดระยะจากกล้องส่องทางไกลไปยังเรือนั้นแล้วหลุบตัวลงให้เร็วที่สุด ระยะที่เขาเห็นนั้นเรืออยู่ห่างไป 1 พันเมตร หรือ 1 กิโลเมตรพอดี เขารีบปรับปุ่มชดเชยทางระยะของปืนไรเฟิลตัวเองทันที
“ฉัน้าเหยื่อล่อหาอะไรก็ได้ที่ล่อตาล่อใจพอที่มันจะยิงแล้วฉันจะยิงมันสวน”
“อะไรล่ะวะ”
เพื่อนของเขาถาม ชายคนที่เป็พลซุ่มยิงมองรอบบริเวณไปมาแล้วเหลือบสายตาส่งสัญญาณให้เพื่อนดูศพคนที่ตายในอ่างจากูชี่
ร่างส่วนศีรษะจนถึงบริเวณบ่าของชายคนหนึ่งโพล่พ้นกราบเรือชั้น 4 ขึ้นมาเพียงครู่เดียวไม่ถึงเสี้ยววินาที ะุ .408 ก็พุ่งเข้าเจาะกะโหลกของร่างนั้นจนมันสมองกระจาย และในเสี้ยววินาทีเดียวกันนั้นชายคนที่เป็พลซุ่มยิงพร้อมกับปืนไรเฟิล Cheytac ของเขาก็โพล่ที่อีกมุมหนึ่งของเรือเขารีบเล็งกลับอย่างรวดเร็วไปทางสปีทโบ้ทที่จอดนิ่ง
“เสร็จกูล่ะมึง!!”เขาส่งเสียงคำรามในใจ
แต่ทว่าในวินาทีที่เขาคิดว่าจะเจอคู่ต่อสู้อยู่บนสปีทโบ้ทลำนั้น เรือทั้งลำมันกลับว่างเปล่าไร้ผู้คน พลันนั้นเขาก็เห็นแสงสะท้องเพียงแวบเดียวจากผิวน้ำ และกว่าที่เขาจะคิดออกว่านั่นคือแสงจากปากลำกล้องของปืนไรเฟิลเก็บเสียง ะุนั้นก็เจาะเข้าที่บริเวณใบหน้าของเขาเสียแล้ว ตัวไอริสนั้นั้แ่เธอมองเห็นว่ามีคนพยายามใช้กล้องวัดระยะ เธอ เธอก็รู้ทันทีว่าพลซุ่มยิงฝ่ายตรงข้ามคิดจะตอบโต้เธอแล้ว สาวน้อยจึงใช้ห่วงยางที่เตรียมมาลงไปลอยคออยู่ในทะเลแทน โดยฝ่ายตรงข้ามที่มัวแต่คิดว่าเธออยู่บนเรือลำเล็กๆไม่มีทางจะไปไหนได้ เลยไม่ได้คิดถึงว่าเธอเตรียมห่วงยางมาด้วยพอเธอลงไปลอยอยู่ในทะเลข้างลำเรือที่เปิดไฟอยู่ เลยกลายเป็ว่าเธอถูกเงามืดของเรือพรางตัวเองไว้ในขณะที่ศัตรูต้องพยายามอย่างมากในการมองหาเธอ แต่เธอกลับใช้เวลาน้อยกว่าในการมองหาและยิงเขา เพราะเธออยู่ในจุดที่เขาคาดไม่ถึงนั่นเอง
“เสร็จไปอีก 1” ไอร์แลนด์พูด
“แล้วที่เหลือเอาไงปาสตันขึ้นไปแล้วปิดงานเลยมั้ย”
“รอ...”
ไอร์แลนด์ตอบสั้นๆ บุ๊คที่ตอนแรกก็ดูจะแปลกใจแต่เหมือนว่าเขาจะจับจุดอะไรได้สักอย่างเลยตกลงใจจะรอด้วยอีกคนหนึ่ง เวลาผ่านไปอย่างเงียบงั้นอยู่ครู่เดียว ปีเตอร์หว่องก็อดรนทนไม่ได้
“เฮ้ยไอ้พวกบ้า!!...พวกมันจ้างพวกแกเท่าไหร่ฉันจะให้แกสองเท่าแค่แกบอกมันว่าฉันหนีรอดไปได้”
ปีเตอร์หว่องะโออกมาด้วยความกลัว ตอนนี้เขาอยู่ในสภาพจนตรอกเต็มทีแล้ว
“ทำบ้าอะไรน่ะ” คนคุ้มกันที่ตอนนี้เหลือคนสุดท้ายะโถาม
“ก็ทำในสิ่งที่พวกแกทำไม่ได้ไงวะ จ้างมาคุ้มกันเสียเงินเปล่าหุบปากไปได้แล้ว จากนี้ฉันเจรจาเอง”
ปีเตอร์หว่องะโใส่หน้าชายคนนั้นแบบหัวเสีย บุ๊คถึงกับมองหน้าไอร์แลนด์เธอก็มองหน้าเขากลับและพยักหน้า
“เราขอสี่เท่าของค่าจ้าง ทั้งหมดแปดล้านดอลลาห์ห้ามต่อแม้แต่เซ็นเดียว และแกต้องโอนเดี๋ยวนี้เดี๋ยวฉันจะขึ้นไปพร้อมกับโทรศัพท์มือถือและเลขบัญชี ถ้าฉันขึ้นไปแล้วมีใครถือปืนอยู่แม้แต่คนเดียว ฉันกับเพื่อนจะกราดยิงพวกแกด้วยปืนอัตโนมัติให้หมดแม๊ก บอกซิว่าพวกแกเข้าใจ” บุ๊คะโกลับแบบรับมุก
“รู้แล้วๆ”
ปีเตอร์หว่องพูดพร้อมทิ้งปืนและส่งสัญญาณให้ชายอีกคนทิ้งด้วย แต่ชายคนนั้นทำท่าอิดออดไม่ยอม ปีเตอร์ก็ถลึงตาสำทับ
“ทิ้งเร็วไม่งั้นแกจะทำพวกเราตายกันหมด” เขารีบขู่ใส่ชายคนนั้นจนชายคนนั้นจำใจต้องทิ้งปืน
“เรียบร้อยแล้ว เอ่อ..พ..พวกแกขึ้นมาได้”
“ชูมือด้วยประสานมือไว้หลังศีรษะและอย่าทำอะไรโง่ๆ” บุ๊คะโขึ้นไป
“ตกลง”
บุ๊คเดินนำขึ้นไปช้าๆมีไอร์แลนด์เดินตามหลังขึ้นไปทั้งคู่เล็งปืนใส่กลุ่มชายเบื้องหน้าเอาไว้ ทันทีที่ไอร์แลนด์เห็นว่าชายเบื้องหน้าคือปีเตอร์หว่องเธอตบไหล่บุ๊คเบาๆจากด้านหลัง บุ๊คหันปืน vactor ของเขายิงใส่ศีรษะชายอีกคนที่เป็คนคุ้มกันทันที ส่วนไอร์แลนด์ก็ยิงะุอีกนัดจากปืนของเธอเข้าเจาะหว่างคิ้วของปีเตอร์หว่องเป็อันจบงาน
เสียงร้องขอชีวิตของกัปตันเรือและลูกเรืออีกสองคนร้องระงมเพราะพวกเขาคิดว่าจะถูกฆ่าไปด้วย แต่ไอร์แลนด์กับบุ๊คพอกำจัดเป้าหมายเสร็จพวกเขารีบกลับตัวถอนกำลังทันทีไอร์แลนด์ชูมือให้สัญญาณไอริสจากบนดาดฟ้าก่อนรีบลงมา
ทั้งทีมถูกรับกลับโดยไอริสที่เห็นสัญญาณ เธอเลยขับเอาเรือมารับพวกเขาที่เรือยอชต์
“เสียดายไม่น่ารีบยิงเลยน่าจะรอมันโอนเงินก่อน ตั้งสี่ล้านเลยนะ”
บุ๊คบ่นด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้มแบบไม่ได้จริงจังนัก ทำเอาไอร์แลนด์กับเชอรี่ถึงกับส่ายหน้าด้วยความระอากับตาลุงคนนี้ ส่วนไอริสเธอทำหน้างงเพราะไม่รู้ว่าบุ๊คพูดเื่อะไร แต่อย่างไรก็ตามภารกิจนี้ก็สำเร็จไปได้ด้วยดี