“ผมกับเอวาต่างก็เคยนอกกายกัน...แต่นั่นเป็นเรื่องของอดีตไปแล้ว”สายตาอันแน่วแน่จากเขานั้นยิ่งพาให้หัวใจแสนบอบช้ำของเธอถูกบิดให้เป็นเกลียวจนเจ็บยิ่งกว่าเดิม
“ผมสัญญาว่าจะไม่มาแตะต้องตัวคุณอีกขอให้ต่างคนต่างอยู่ในที่ของตัวเอง”เสียงทุ้มลึกของเฟลิกซ์เน้นหนักแน่นในประโยคสุดท้ายคำที่เขาเอ่ยออกมานั้นคงไม่ต่างอะไรกับน้ำร้อนที่ถูกสาดเข้ามาซึ่งได้สร้างความแสบร้อนไปทั่วสรรพางค์กายสองมือเรียวกำแฮนด์จักรยานแน่นจนเหงื่อออกชุ่มชื้นไปหมดยี่โถสูดหายใจเข้าลึกข่มอาการสั่นเอาไว้ก่อนเอ่ยออกไป
“ขอบคุณที่อุตส่าห์เสียเวลามาบอกกันถึงที่นี่มันเป็นสิทธิ์ของคุณที่จะคบหาใคร แต่อย่างไรเสียในส่วนของฉันก็ขอยืนกรานคำเดิมว่าเอวาไม่เหมาะสมกับ...”
“ผมอยากเป็นอิสระจากคุณ!” แต่ยังไม่ทันได้พูดจบชายหนุ่มกลับแทรกขึ้นมาทันใด คำพูดอันแสนเลือดเย็นนี้พาให้ยี่โถต้องตัวแข็งทื่อหญิงสาวใจหายวาบไปกับสิ่งที่ได้ยิน นี่ไม่ใช่การสาดน้ำร้อนแล้วแต่เป็นการผลักเธอเข้าสู่กองเพลิงที่กำลังลุกโหมโชติช่วงอยู่ต่างหาก!
“ฉันก็แค่...หวังดี”เธอเจ็บจุกจนแทบไม่มีแรงเปล่งเสียง
“หวังดี?ความพยายามต่างๆ ของคุณ ไม่ได้ทำให้ผมมีความสุขแม้แต่น้อย” น้ำเสียงของเขาเย็นยะเยือกภายใต้ใบหน้าสุดแสนเย็นชา
“...”ไร้ซึ่งคำตอบใดๆ จากยี่โถเพราะตอนนี้คงเหลือแต่เพียงความว่างเปล่าที่เธอกำลังเผชิญอยู่หญิงสาวเริ่มสัมผัสได้ถึงน้ำตาอุ่นๆ ที่กำลังก่อตัวจนกลายเป็นม่านหมอกบังตาเธอพยายามกระพริบตาถี่หวังกลบเกลื่อนความอ่อนแอเอาไว้ แต่นั่นก็ทำได้ยากเหลือเกิน
“ปล่อยผมไปเถอะผมจะทำตามคำสัญญาที่ได้ให้ไว้แต่ถ้าหากคุณยังดื้อดึงเข้ามาก้าวก่ายชีวิตกันอีก...ผมจะทำให้คุณอึดอัดทรมานเหมือนที่ผมรู้สึกอยู่ตอนนี้!”เฟลิกซ์ทิ้งวาจาอันโหดร้ายฝากไว้กับเธอก่อนที่เขาจะเดินหันหลังจากไปหญิงสาวถูกปล่อยให้ยืนอยู่อย่างโดดเดี่ยวจมกับน้ำตาที่กำลังรินไหลทุกถ้อยคำของชายหนุ่มถูกประทับตราเป็นรอยแผลลึกบนหัวใจของเธอและนั่นก็จะกลายเป็นรอยแผลเป็นขนาดใหญ่ที่ไม่อาจลบเลือนออกไปได้ชั่วชีวิต
*****
นับตั้งแต่เหตุการณ์วันนั้นเป็นต้นมายี่โถรู้สึกราวกับกำลังถูกจองจำไว้ตลอดกาลด้วยคุกที่มองไม่เห็นหญิงสาวไม่ได้เข้าใกล้เฟลิกซ์อีกเลย ไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าเขาด้วยซ้ำทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวเธอดูเหมือนว่า จะขัดหูขวางตาไปเสียทั้งหมดอย่างเช่นในเวลานี้ ภาพของร่างกำยำคุ้นเคยของใครบางคนกำลังโน้มตัวมอบจุมพิตดูดดื่มให้กับแฟนสาวหมาดๆอยู่ข้างรถสปอร์ตคันหรูต่อหน้าใครหลายคนที่อยู่บริเวณนั้น คนอื่นๆต่างพากันอมยิ้มให้กับภาพตรงหน้ามีเพียงยี่โถคนเดียวที่ยืนตาขวางจับจ้องไปยังพวกเขามือเล็กกำผ้าเช็ดโต๊ะแน่นจนสั่นเทา เธอไม่อาจคุมจังหวะการหายใจของตัวเองให้ปกติได้
“ไม่รู้ว่าฉันพูดไปกี่รอบแล้วแต่คุณเฟลิกซ์กับเอวาดูเหมาะสมกันจริงๆ นะ”เสียงของเพื่อนพนักงานที่ยืนอยู่บริเวณเคาน์เตอร์หันไปซุบซิบกันแต่ก็ยังหลุดลอดเข้าหูยี่โถอยู่ดี
“อย่าพึ่งพูดสิ!”เสียงของเพื่อนอีกคนกระซิบปรามผู้หญิงคนนั้นเอาไว้ เธอถลึงตาใส่เพื่อนพร้อมกับบุ้ยปากมาทางยี่โถที่เวลานี้สีหน้าของหญิงสาวคงฟ้องความในใจออกมาจนหมดสิ้น
“ยัยยีสต์! แวะไปดูลูกค้าโซนบันไดให้หน่อย! ตอนนี้ไม่มีคนอื่นว่างเลยนอกจากแก!”เอลลี่หันมาบอกยี่โถด้วยน้ำเสียงร้อนรน คิ้วของหญิงชาวจีนขมวดมุ่น ดูหอบน้อยๆจากการวิ่งง่วนตลอดเวลา สองมือยังคงถือถาดอาหารเตรียมไปเสิร์ฟให้ลูกค้าต่อ
“ไม่ใช่โซนของฉันทำเองสิ!”ยี่โถขว้างผ้าเช็ดโต๊ะในมือทิ้งแล้วเดินกระแทกเท้าตรงไปยังห้องพักทันทีทิ้งใบหน้าอันตกตะลึงของเหล่าเพื่อนร่วมงานไว้ข้างหลัง เรื่องของพวกเขาสิ! ใครสนกันล่ะ!
ยี่โถทิ้งตัวลงเอนหลังพิงพนักเก้าอี้สายตาเหม่อมองไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมาย สองมือกำหมัดเข้าหากันจนสั้นเทิ้มเธอกัดฟันแน่นกดข่มความเจ็บปวดในอกข้างซ้ายเอาไว้ ดวงตาคมสวยเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาไม่! เธอจะไม่ร้องไห้เด็ดขาด! ยี่โถพยายามอดกลั้นความอัดอั้นนี้เอาไว้แต่กลับเป็นไปได้ยากเสียเหลือเกิน
หญิงสาวอยู่กับตัวเองได้ไม่นานประตูห้องพักพลันถูกเปิดพรวดเข้ามาด้วยฝีมือของเอลลี่
“ยัยยี่โถ! เมื่อกี้แกพูดอะไรออกมา!” เอลลี่หยุดยืนยกแขนเท้าสะเอวกระชากเสียงใส่เธอทันทีที่เปิดประตูเข้ามาทางด้านยี่โถนั้นทำเพียงหันหน้าไปมองหญิงชาวจีนช้าๆ ไร้ซึ่งการตอบโต้ใดๆ
“นะ...นี่แกร้องไห้เหรอ!”ดวงตาแข็งกร้าวของเอลลี่พลันหรี่ลงทันใดเมื่อได้เห็นสภาพสีหน้าของยี่โถเต็มๆน้ำเสียงของเพื่อนร่วมงานตะกุกตะกักอย่างเห็นได้ชัด
“ฉันไม่ได้ร้อง”ยี่โถตอบกลับเสียงแผ่วเบา แล้วเสมองไปทางอื่นพยายามหลบซ่อนดวงตาแดงก่ำนั้นเอาไว้คนที่ยืนอยู่ข้างเธอได้ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เอลลี่น่าจะรู้อยู่แล้วว่าหญิงสาวเป็นแบบนี้เพราะเหตุใด
“ฉันอ้อมค้อมไม่เป็นหรอกนะแต่ฉันมีคำถามเดียว...เธอคิดว่าตัวเองมีอะไรดีสู้กับคุณเอวาได้บ้างล่ะยีสต์?”น้ำเสียงของเอลลี่ดูจริงจังกว่าปกติดวงตาเรียวเล็กคู่นั้นจับจ้องไปยังยี่โถไม่วางตาหวังรอคอยคำตอบ
“...ฉัน”ยี่โถถึงกลับพูดอะไรไม่ออก พอได้ลองคิดตามดูแล้ว...เธอเองก็ไม่แน่ใจ
“ในสายตาพวกฉันคุณเอวาเป็นคนสวย มั่นใจ ฉลาด อ่อนโยน ไม่ใช้อารมณ์เหนือเหตุผลเรียกได้ว่าเป็นผู้หญิงที่เพรียบพร้อมสมบูรณ์แบบไปเสียทุกอย่าง แล้วเธอล่ะ?” คำขยายความยาวเหยียดจากเอลลี่พาให้ยี่โถเผยยิ้มเยาะมุมปาก
“หึ! สมบูรณ์แบบงั้นเหรอ!” ดวงตาที่กำลังเหม่อลอยของเธอผันเปลี่ยนเป็นแข็งกระด้างขึ้นมาเดี๋ยวนั้น
“ไม่รู้! ก็พูดตามที่เห็น!” เอลลี่ยักไหล่น้อยๆท่าทางไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก
คำว่าสมบูรณ์แบบ ทำให้ยี่โถฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ หลังจากนึกย้อนไปถึงอดีตที่ผ่านมาโดยเฉพาะภาพตัวตนของเอวาตอนอยู่ที่ผับแห่งนั้น...ความมืดมิดหม่นหมองพลันสว่างวาบทันใด!
“ขอบคุณนะเอลลี่!” ยี่โถส่งยิ้มกว้างให้คนตรงหน้า พร้อมกับเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสดใส
“นี่หล่อนบ้าจริงๆใช่ไหมเนี่ย?” หญิงชาวจีนยกมือขึ้นมาทาบอก พลางถอยหลังกรูดเล็กน้อยแถมยังส่งสายตาหวาดหวั่นมายังเธอ
ยี่โถลุกขึ้นยืนพร้อมด้วยสายตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเด็ดเดี่ยวใช่! เธอมันบ้า คอยดูเถอะ! ความบ้านี่แหละจะเป็นตัวกระชากหน้ากากของเอวาออกมาเอง!