อย่างไรก็ตาม อวี๋จิ่นลี่ไม่ได้ยอมแพ้ให้กับความยากลำบากเหล่านี้ แม้ที่นี่จะไม่มีเครื่องปรุงรส แต่เขาจะต้องหาเครื่องปรุงมาทำอาหารอร่อยๆ ด้วยตนเองได้แน่นอน เขาไม่ยอมกินแต่เนื้อต้มแบบนี้ทุกวันหรอกนะ ไม่อย่างนั้นอวี๋จิ่นลี่ตายแน่
“แม่ครับ วัตถุดิบพวกนี้ซื้อได้ที่ไหนบ้างเหรอครับ ผมขอออกไปซื้อด้วยได้ไหม” อวี๋จิ่นลี่เอ่ยถาม อาจจะมีเครื่องปรุงบางอย่างที่คนที่นี่ไม่รู้จักก็ได้ อีกอย่างวัตถุดิบก็มีหลายประเภท ผู้คนที่นี่ไม่มีทักษะในการทำอาหารด้วยซ้ำ เป็ไปได้ว่าพวกเขาอาจเคยเห็นมันแต่ไม่รู้จักน่ะสิ
เวลานี้อวี๋จิ่นลี่รู้สึกว่าตนเองนั้นโชคดีสุดๆ ่แรกที่ศิษย์พี่ได้พาเขาไปลิ้มลองอาหารรสเลิศในหวาซย่าทุกชนิดมาแล้ว ตอนนี้เขาไม่เพียงแต่ทำอาหารรสดีกินเองได้เท่านั้น แต่ยังคุ้นเคยกับวัตถุดิบส่วนใหญ่เป็อย่างดี เพราะเขาชอบศึกษากรรมวิธีการทำอาหารต่างๆ
แน่นอนว่า วัตถุดิบส่วนใหญ่ที่เขาคุ้นเคยต้องเป็วัตถุดิบของยุคดาวโลก ส่วนวัตถุดิบในโลกแห่งนี้ อวี๋จิ่นลี่ยังไม่ค่อยจะมั่นใจกับมันมากนัก อย่างไรก็ตามรูปลักษณ์ของวัตถุดิบที่นี่แตกต่างจากยุคดาวโลกมาก เลยต้องลองไปเดินสำรวจที่ตลาดก่อนสักหน่อย
“เสี่ยวลี่ชอบกินอะไรบอกพวกเขาก็ได้จ้ะ ให้พวกเขาไปซื้อมาให้ก็ได้” เฉียวมู่หลานตอบกลับ
“แต่แม่ครับ ผมอยากไปดูด้วยนี่นา” อวี๋จิ่นลี่ทำตาโตจ้องมองเฉียวมู่หลานด้วยั์ตาเปี่ยมความหวัง
เฉียวมู่หลานไม่สามารถปฏิเสธหนุ่มน้อยได้ลง ท้ายที่สุดจึงจำต้องพยักหน้าตอบตกลง
…
นี่เป็ครั้งแรกที่อวี๋จิ่นลี่ได้ออกข้างนอกอย่างแท้จริง ก่อนหน้านี้ที่เขาตามลุงเจียงจากตระกูลอวี๋มาจนถึงตระกูลเจียงนั้นไม่นับ เพราะครั้งนั้นเป็เพียงการไปรับเขา จึงเดินทางค่อนข้างเร็วและเขาแทบจะไม่ได้เห็นอะไรเลย
ครั้งนี้เขาออกมาพร้อมกับป้าหลี่ผู้จัดซื้อของใช้สำหรับตระกูลเจียง และอวี๋จิ่นลี่ก็อดประหลาดใจไม่ได้ เมื่อเห็นว่าโลกนี้เป็อย่างไร
เดิมทีเขามาถึงโลกมนุษย์หลังจากแปลงร่างแล้ว อวี๋จิ่นลี่ก็รู้สึกประหลาดใจกับสถานที่แห่งนี้มาก แต่ไม่คาดคิดเลยว่าเมื่อเทียบกับที่นี่ โลกมนุษย์ยุคของเขาดูล้าหลังกว่าที่นี่ไปเลย
ถ้าหากเขาไม่รู้มาก่อนว่าสิ่งของที่นี่เป็เทคโนโลยีขั้นสูง อวี๋จิ่นลี่คงหลงคิดว่าตัวเองทะลุมิติมายังโลกบำเพ็ญเพียรที่พัฒนาแล้วโลกหนึ่งจริงๆ มนุษย์...เป็สิ่งมีชีวิตที่น่าทึ่งจริงๆ ด้วย
“คุณนายน้อย ปกติแล้วพวกเราจะซื้อของกันที่นี่ค่ะ ที่นี่เป็ตลาดขายอาหารธรรมชาติแห่งใหญ่ที่สุดในดาราหลวง มีของทุกอย่างครบครัน” ป้าหลี่แนะนำให้อวี๋จิ่นลี่ฟังด้วยรอยยิ้ม
อวี๋จิ่นลี่ที่ยังคงตื่นตาตื่นใจกับความล้ำสมัยของโลกแห่งนี้ แต่หลังจากได้ยินคำพูดนั้นของป้าหลี่เข้า ฉับพลันนั้นเขาถึงนึกขึ้นได้ว่ามีสิ่งหนึ่งในโลกนี้ที่เทียบกับยุคดาวโลกไม่ติดเลยสักนิด นั่นก็คือ อาหารรสเลิศ!
อาหารที่นี่ยากเกินกว่าจะพรรณนาออกมาเป็คำพูดได้ ไม่รู้ว่าพวกเขาผ่านอะไรมากันแน่ จึงทำให้สูญเสียส่วนสำคัญที่สุดของวัฒนธรรมการกินไป จนเป็สาเหตุให้ตอนนี้ทุกคนต้องก้มหน้าก้มตากินของต้มสุกแบบมนุษย์ยุคหิน ลามไปจนถึงขั้นต้องกินอาหารเสริม ไม่ได้กินข้าวดีๆ เลยด้วยซ้ำ
อวี๋จิ่นลี่รู้สึกสงสารคนในโลกนี้จับใจในเื่นี้ ขณะเดียวกันก็เห็นใจตัวเองนิดๆ เพราะเขาไม่รู้ว่าวัตถุดิบในโลกนี้จะเหมือนกับที่ดาวโลกไหม และถ้ามันต่างกันจริงๆ...แม้อวี๋จิ่นลี่จะทำอาหารเป็ก็ตาม แต่เขาก็คงไม่สามารถจัดการกับวัตถุดิบของที่นี่ได้
ขอให้วัตถุดิบของที่นี่เหมือนกับดาวโลกทีเถอะ ไม่อย่างนั้นต่อจากนี้คงไม่มีวันได้กินของอร่อยอีกแน่ นั่นมันไม่น่าอนาถเกินไปหรือไง ถ้างั้นหนีกลับไปยุคดาวโลกยังดีกว่า
เมื่อเดินเข้าไปในตลาด สิ่งที่เข้ามาในครรลองสายตาก็คือวัตถุดิบจากธรรมชาติอันบริสุทธิ์นานาประเภท ครั้นมองไปก็ทำให้เกิดอาการเนื้อเต้น
แม้ตลาดแห่งนี้จะพื้นที่กว้างขวาง แต่ผู้คนที่เข้ามาจับจ่ายกลับบางตามาก เพราะส่วนใหญ่จะยืนกระจุกกันอยู่ตรงทางเข้า คอยชะเง้อหน้ามองเข้ามาด้านใน