“อี๋เหนียงวาดภาพได้งามนักเ้าค่ะ” เสียงยกยอด้วยความปลาบปลื้มจนถึงที่สุดของปิ่งจีนั้น เธอได้ยินมาเป็ร้อยรอบแล้ว แต่ก็ไม่เบื่อที่จะได้ยินซ้ำ ๆ เพราะในฐานะนักวาด มันก็ชวนให้ปลื้มอกปลื้มใจที่มีคนมาชอบผลงานใช่ไหมล่ะ
“เอาไว้ข้าจะวาดให้เ้าสักรูปดีมั้ย”
“ได้หรือเ้าคะ! ขอบพระคุณอี๋เหนียงเ้าค่ะ!”
ภาพวาดอันงดงามในยุคนี้โดยเฉพาะภาพวาดของปรมาจารย์ที่มีชื่อเสียง แม้จะมีเงินมากพอก็ใช่ว่าจะเดินดุ่ม ๆ ไปจ่ายเงินแล้วจะสามารถได้ง่าย ๆ หลายภาพเป็ที่้าและเป็ที่ยื้อแย่งกันของเหล่าชนชั้นสูง ขุนนาง หรือกระทั่งคหบดีผู้มั่งคั่ง พวกมันจึงมักมุ่งตรงไปยังโรงประมูล แล้วให้คนที่มีเงินเหลือเฟือไปแย่งกันจ่ายเพื่อให้ได้ราคาแพงที่สุดเอาเองที่นั่น
แต่เธอมั่นใจว่าด้วยฝีมือของเธอบวกกับสีและวัสดุอุปกรณ์ที่ได้มาจากห้างแต้มบุญ จะสามารถทำให้ ‘ราคา’ ภาพวาดของเธอไต่ขึ้นไปอยู่ในระดับที่เทียบเท่าเหล่าปรมาจารย์ในยุคนี้ได้แน่ ๆ
ชีวิตก่อนหน้านี้ ‘การวาดภาพ’ เป็หนึ่งในอาชีพของเธอ ทั้งการรับวาดภาพเหมือน วาดภาพปกนิยาย วาดภาพประกอบ และยังนำผลงานวาดของตัวเองไปเปิดเป็ร้านขายสินค้ากระจุกกระจิกน่ารักอย่างพวกสติ๊กเกอร์ พวงกุญแจ สแตนดี้จิ๋ว สมุด ปฏิทิน โปสการ์ด กระเป๋า และนั่นนู่นนี่อีกมากมาย
แม้จะไม่ถึงขั้นเป็หนึ่งในตองอู แต่ขอโม้หน่อยก็แล้วกันว่าถ้าพูดถึงชื่อ ‘เหลียงซูถิง’ แล้วล่ะก็ คนที่อยู่ในแวดวงนี้ไม่มีทางที่จะไม่รู้จักเธอแน่ ๆ
แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าต่อไปนี้ ‘เหลียงซูถิง’ คนนั้นคงเป็ได้แค่ ‘ครั้งหนึ่ง’ ของใครหลายคนก็อดจะเศร้าหน่อย ๆ ไม่ได้
เหลียงซูถิงนั่งกอดอกมองภาพวาดสีน้ำมันชิ้นแรกที่วาดไปได้ครึ่งหนึ่งของซีรีส์ชุด ‘ห้ายอดพธูแห่งโอวโจว’ ที่เธอตั้งใจว่าจะปล่อยผลงานทั้งในรูปแบบภาพวาดและงานเขียนด้วยความรู้สึกฮึกเหิม
“สตรีในภาพนี้เป็ผู้ใดหรือเ้าคะอี๋เหนียง นางช่างงดงามราวกับไม่มีอยู่จริงเลยเ้าค่ะ” ปิ่งจียังไม่อยากจะเชื่อเลยว่า แค่การตวัดพู่กันสีไปมาจะทำให้เกิดเป็ภาพของสตรีที่งดงามยิ่งกว่าสตรีทุกคนที่นางเคยพบเห็นหรือจะจินตนาการได้มากถึงเพียงนี้ ทั้งยังดูสมจริงราวกับสตรีในภาพมีชีวิตและเคลื่อนไหวอยู่ตรงหน้านางจริง ๆ อีกด้วย
“คนนี้อะเหรอ ชื่อสโนว... เอ้อ... ชื่อไป๋เสวี่ยกงจู่น่ะ เป็องค์หญิงที่งดงามมากที่สุดในแผ่นดิน แต่น่าเสียดายที่เสด็จพ่อขององค์หญิงไปหลงรักนางปิศาจตนหนึ่งเข้าจนแต่งตั้งนางเป็ฮองเฮา ฮองเฮาปิศาจที่ริษยาในรูปโฉมเหนืุ์ขององค์หญิงจึงสั่งให้คนตามฆ่านางให้สิ้น เพื่อที่ตัวเองจะได้เป็สตรีที่งดงามที่สุดในแผ่นดินนี้”
ปิ่งจีอ้าปากค้างกับประวัติขององค์หญิงผู้นี้
“แล้วอย่างไรต่อเ้าคะ องค์หญิงหนีรอดหรือไม่”
“อันนี้เ้าก็ต้องรอให้ข้าแต่งเื่นี้ให้จบก่อนนะ” แล้วเธอก็หัวเราะร่วน
เธอตั้งใจจะเอาเค้าโครงจากนิทานเื่สโนว์ไวท์มาดัดแปลง ต่อหนวด เติมหาง เพิ่มความแซ่บเข้าไปอีกสักหน่อย แล้วเอาไปทำเป็นิยายขายคู่กับรูปภาพที่กำลังวาดอยู่ รูปภาพจะไปอยู่กับคนที่พร้อมจะจ่ายให้ในราคาแพงที่สุด ส่วนนิยายจะต้องไปอยู่ตามบ้านเรือนของประชาชนทั่วทั้งแคว้น รับรองว่าเงินทองจะต้องไหลเข้ากระเป๋าเธอรัว ๆ อย่างแน่นอน เพราะนอกจากจะมีเื่สโนว์ไวท์แล้ว ยังมีเื่ซินเดอเรลล่า ลิตเติ้ลเมอร์เมด โฉมงามกับเ้าชายอสูร และเ้าหญิงนิทรารออยู่!
แต่ถ้าคิดว่าเธอจะแค่ขายภาพกับนิยายเพื่อทำเงินอย่างเดียวล่ะก็ บอกเลยว่าคิดผิด! สินค้าในห้างแต้มบุญมีเป็ล้านอย่าง? เธอก็จะขุดออกมาขายให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้นั่นแหละ
แต่ปัญหาคือ… เธอจะเอาไปขายใครและที่ไหนนี่สิ...
อย่างที่บอกว่าเธอคงไม่สามารถไปเปิดร้านแล้วก็ไปนั่งเป็แม่ค้าขายของหน้าร้านด้วยตัวเองในเมืองหลวง เพราะชื่อเสียงอันฉาวโฉ่ของเธอน่าจะดูดปัญหามากกว่าดูดเงินเข้ามา
แถมตอนนี้เธอยังเป็แค่อนุภรรยาด้วย ซึ่งตามธรรมเนียมนั้นอนุภรรยาไม่สามารถออกนอกจวนได้ตามอำเภอใจ เพราะฉะนั้นการออกไปนั่งเฝ้าร้านทุกวันจึงเป็ไปไม่ได้ เธอจึงต้องให้คนอื่นเป็คนขาย ส่วนเธอทำหน้าที่จัดหาและส่งสินค้าให้เท่านั้น
ถ้าพูดถึงคนที่จะซื้อของแล้ว ก็ย่อมต้องเป็ร้านค้าต่าง ๆ ในเมืองหลวง แต่เนื่องจากจางซูถิงคนเก่าไม่รู้จักใครในแวดวงการค้าเลย เธอก็เลยต้องพึ่งท่านแม่ของร่างเดิม ซึ่งเป็ลูกหลานตระกูลคหบดี มีร้านค้าเป็สินเดิมในเมืองหลวงร้านหนึ่ง และพี่น้องของนางก็ยังทำการค้าอยู่ที่ เมืองเจา ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองหลวงไปประมาณ 4 วันด้วย
เมื่อเช้าเธอให้ปิ่งจีส่งจดหมายไปขอนัดพบ เหวินฉินชิว แม่ของร่างเดิมที่โรงเตี๊ยมใกล้ ๆ ในวันพรุ่งนี้แล้ว เหลือแค่ต้องหาทางออกจากจวนให้ได้โดยไม่มีใครรู้
จะว่าไปแล้ว เป็อนุที่สามีไม่ค่อยเหลียวแลก็มีข้อดีอยู่บ้าง นั่นก็คือไม่มีใครให้ความสนใจหรือมายุ่งวุ่นวายด้วย แม้จะมีอาหารแบ่งให้ครบทุกวัน มีคนนำเสื้อผ้าไปซักให้ตามเวลา มีเบี้ยหวัดให้ตามธรรมเนียม แต่นอกเหนือจากนั้นก็ไม่มีใครมาสุงสิงหรือข้องเกี่ยวด้วย เรือนเล็ก ๆ นี้จึงมีแค่เธอกับปิ่งจีอยู่กันเองแค่ 2 คนเท่านั้น ตอนกลางวันถ้าจะแอบออกไปบางวันแล้วรีบกลับมาให้ทันก็คงไม่มีใครรู้
ก่อนหน้าที่จางซูถิงคนเดิมจะตายไป เซี่ยงมู่หยางยังคงมาหานางบ้างสัปดาห์ละครั้งสองครั้งหลังพระอาทิตย์ตกดินเพื่อปฏิบัติกิจของสามีภรรยา แต่หลังจากที่เธอมาเข้าร่างนี้แทน ก็ไม่รู้ว่าเขาจะโผล่มาเมื่อไหร่ เอาเป็ว่า ยังไงเธอก็ควรจะอยู่เหย้าเฝ้าเรือนใน่เวลาที่เขาอาจจะโผล่มาแบบไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้านั่นแหละ
