หลังจากเดินทางผ่านป่าและทางลูกรังที่คดเคี้ยว ทั้งสองคนก็พบกับหมู่บ้านเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขา บ้านเรือนสร้างจากไม้และดินเหนียวเรียงรายอย่างเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยบรรยากาศของชีวิตชีวา
หยางลี่เจินมองไปรอบๆ หมู่บ้านด้วยความโล่งใจเล็กน้อย
“ในที่สุด… ก็เจอที่ที่พอจะพักได้สักที”
เหวินเจาเหยียนพยักหน้าเบาๆ “เราจะหาซื้อของกินและม้าสำหรับเดินทางต่อ”
ทั้งสองเดินเข้าไปในตลาดเล็กๆ ของหมู่บ้าน ที่มีร้านรวงเล็กๆ ขายทั้งอาหาร เครื่องใช้ และเสื้อผ้า ชาวบ้านที่เห็นพวกเขาเดินผ่านต่างมองด้วยสายตาสงสัย
หยางลี่เจินและเหวินเจาเหยียนหยุดอยู่ที่ร้านขายของแห่งหนึ่ง ชายวัยกลางคนเ้าของร้านมองพวกเขาด้วยสายตาเป็มิตร ก่อนจะเอ่ยขึ้น
“โอ้ สองสามีภรรยาจากที่ไหนล่ะ? เดินทางมาถึงนี่ได้ไงกัน?”
หยางลี่เจินชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะพยายามยิ้ม “เราแค่ผ่านมา แล้วอยากหาของกินกับม้าสำหรับเดินทางต่อ”
เ้าของร้านพยักหน้าพลางมองเธออย่างพิจารณา “แต่ดูเหมือนแม่นางจะไม่ค่อยสบายดีนะ? สามีเ้าไม่ดูแลดีหรืออย่างไร?”
คำพูดนั้นทำให้หยางลี่เจินเบิกตากว้าง ใบหน้าขึ้นสีเล็กน้อย
“ไม่ใช่แบบนั้น…”
เ้าของร้านหัวเราะเบาๆ “ข้าแค่ล้อเล่นน่ะ อย่าถือสาไปเลย”
เหวินเจาเหยียนที่ยืนอยู่ข้างๆ ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็น “ข้าดูแลนางดีพอ ไม่ต้องให้คนแปลกหน้ามาแนะนำ”
คำพูดนั้นทำให้เ้าของร้านชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะอีกครั้ง “เอาเถอะๆ ข้าก็พูดไปอย่างนั้นเอง ไม่ต้องจริงจังขนาดนั้น”
หยางลี่เจินหลบสายตา เธอรู้สึกทั้งเขินและอึดอัดกับสถานการณ์นี้ แต่ก็แอบสงสัยในคำพูดของเหวินเจาเหยียน
“เขา… พูดแบบนั้นทำไม?” เธอคิดในใจ
หลังจากเลือกซื้ออาหารและม้าสำหรับเดินทางเรียบร้อย ทั้งสองก็เตรียมตัวออกจากหมู่บ้าน หยางลี่เจินที่ยังรู้สึกเขินกับคำพูดของเ้าของร้านอดไม่ได้ที่จะพูดขึ้น
“คุณดูเหมือนจะไม่ปฏิเสธที่เขาพูดว่าเราเป็สามีภรรยากันเลยนะ”
เหวินเจาเหยียนหันมามองเธอ ดวงตาเปล่งประกายเล็กน้อย “เพราะมันคือความจริง”
คำพูดนั้นทำให้หยางลี่เจินนิ่งไป ใบหน้าของเธอแดงขึ้นทันที
“แต่…” เธอพยายามจะโต้แย้ง แต่เขากลับไม่รอฟัง
“อย่ามัวแต่คิดเื่ไร้สาระ” เขาพูดเรียบๆ “ขึ้นม้า เราต้องเดินทางต่อก่อนที่ฟ้าจะมืด”
หยางลี่เจินพยักหน้า แม้ในใจจะยังคงสับสนกับคำพูดของเขา แต่เธอก็ไม่พูดอะไรต่อ
หลังจากจัดการซื้อของและม้าเรียบร้อย ทั้งสองเริ่มออกเดินทางจากหมู่บ้านเล็กๆ แสงแดดยามสายส่องผ่านยอดไม้ สร้างเงาไหววูบวาบบนพื้นดิน เสียงฝีเท้าของม้าดังก้องเป็จังหวะขณะที่พวกเขาเดินทางลึกเข้าไปในเส้นทางที่ทอดยาว
หยางลี่เจินที่นั่งอยู่บนหลังม้ารู้สึกถึงบรรยากาศที่เงียบเกินไป
เธอพยายามหาเื่พูดคุยเพื่อทำลายความเงียบ
“คุณดูสงบนิ่งดีนะ” เธอเริ่มบทสนทนา
เหวินเจาเหยียนที่ขี่ม้าอยู่ข้างๆ หันมามองเธอเล็กน้อย “ข้าต้องสงบ เพราะมันไม่มีประโยชน์ที่จะตื่นเต้นกับสิ่งที่ควบคุมไม่ได้”
“คุณนี่เหมือนจะไม่เคยกลัวอะไรเลย” เธอพูด พลางจ้องมองเขาด้วยสายตาสงสัย
“ข้าเคย” เขาตอบเรียบๆ “แต่การแสดงความกลัวออกมาไม่ได้ช่วยอะไร”
คำตอบนั้นทำให้หยางลี่เจินนิ่งไป เธอรู้สึกเหมือนเขาเป็กำแพงที่เธอไม่สามารถมองทะลุได้
หลังจากเดินทางต่อมาอีกพักใหญ่ หยางลี่เจินเริ่มรู้สึกเจ็บแผลที่หน้าอกจากการเดินทางบนหลังม้า เธอพยายามกลั้นเสียงไม่ให้แสดงความเ็ป แต่เหวินเจาเหยียนสังเกตเห็น
“เ้าเจ็บแผลใช่ไหม?” เขาถาม น้ำเสียงนิ่งแต่แฝงไปด้วยความเป็ห่วง “ไม่สักหน่อย” เธอตอบพยายามไม่แสดงอาการ
“ไม่ต้องฝืน” เขากล่าว ก่อนจะหยุดม้า “พักที่นี่ก่อน”
“แต่เรายังต้องเดินทางอีกไกลไม่ใช่เหรอ?” เธอถาม
“เ้าไม่ใช่คนเดียวที่ต้องเดินทาง” เขาตอบ “แต่ข้าไม่้าให้เ้าเป็ลมหรือทำให้การเดินทางช้าลงเพราะความดื้อของเ้า”
คำพูดนั้นทำให้หยางลี่เจินรู้สึกทั้งอายและขอบคุณ เธอพยักหน้าอย่างไม่เต็มใจ ก่อนจะลงจากม้า
ขณะที่หยางลี่เจินนั่งพักใต้ร่มไม้ เหวินเจาเหยียนส่งถุงน้ำให้เธอ
“ดื่มซะ” เขาพูดสั้นๆ
เธอรับถุงน้ำไปอย่างลังเล “ขอบคุณ…”
เขานั่งลงใกล้ๆ แต่ยังคงรักษาท่าทีสงบนิ่งของตัวเอง
“คุณ…” เธอพูดขึ้นเบาๆ หลังจากเงียบไปพักหนึ่ง
“คุณดูเหมือนจะไม่ใส่ใจใครเลย แต่คุณกลับช่วยฉันทุกครั้ง”
เหวินเจาเหยียนเลิกคิ้วเล็กน้อย “เ้าคือภรรยาของข้า
นั่นคือหน้าที่ของข้า”
คำตอบนั้นทำให้หัวใจของหยางลี่เจินเต้นแรงโดยไม่รู้ตัว เธอหลบสายตา พลางพึมพำเบาๆ “แต่ฉันก็ไม่คิดว่าคุณจะดูแลกันขนาดนี้”
เขาไม่ได้ตอบอะไร เพียงแต่ลุกขึ้นยืนและเดินกลับไปที่ม้า
หลังจากพักผ่อนพอสมควร ทั้งสองจึงออกเดินทางต่อ แสงอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำ บรรยากาศเริ่มเย็นลง
หยางลี่เจินยังคงรู้สึกถึงความอบอุ่นจากคำพูดและการกระทำของเขา แม้ว่าจะดูเ็า แต่เธอเริ่มรับรู้ว่าเขามีด้านที่อ่อนโยนซ่อนอยู่
“ในความสงบนิ่งที่แฝงด้วยความอบอุ่น ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองจะค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปในทางใด?”