เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอมีชีวิตรักที่ดีกว่าเดิม [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 110 ขับออกจากจวน

            หนีเจียเอ๋อร์เบิกตากว้างก่อนส่ายหน้า “ไม่หรอก! หนีจวิ้นหว่านคงมิได้ตั้งใจจะทำเช่นนี้ นางต้องถูกสวีซื่อบังคับเป็นแน่ดังนั้นจึงไม่กล้าลงมือ ถึงได้ทิ้งกริช แล้ววิ่งหนีไปเช่นนี้”

            โจวชิงหวามุ่นคิ้ว “เจ้าคงมิได้คิดจะคืนดีกับนางจริงๆใช่หรือไม่?” 

            หนีเจียเอ๋อร์ถามอย่างมีชั้นเชิงว่า“พวกเราคือพี่น้องร่วมสายเลือดเหตุใดจะคืนดีมิได้เล่า!” 

            ในเมื่ออีกฝ่ายช่วยตนเอาไว้เหตุใดนางจะให้อภัยสักครั้งมิได้... 

            โจวชิงหวาไม่เข้าใจความคิดของหญิงสาวที่มีต่อหนีจวิ้นหว่านเท่าใดนักจึงไม่คิดจะยื่นมือเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องระหว่างพวกนาง

            เห็นได้ชัดว่าก่อนหน้านี้สองพี่น้องยังเป็นไม้เบื่อไม้เมากันอยู่เลย 

            หนีเจียเอ๋อร์กล่าวขึ้นว่า“ชิงหวาข้ารู้ว่าเจ้าหวังดีกับข้า แต่ข้าไม่อยากให้เจ้าทำร้ายนาง หนีจวิ้นหว่านถึงขั้นทรยศมารดาเพื่อบอกให้เจ้าไปช่วยข้า เป็นสวีซื่อต่างหากที่วางแผนหมายจะกำจัดข้า หาใช่นางไม่!”    

            โจวชิงหวาถอนหายใจห่อกริชเอาไว้ ก่อนย้อนถาม “แล้วเจ้าจะทำอย่างไรต่อไป?” 

            หนีเจียเอ๋อร์เลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนตอบเบาๆ “เป็นไปไม่ได้แน่ที่ท่านพ่อจะลงดาบนางและนี่ก็มิใช่ปัญหาหนักหนาสาหัส จนถึงต้องขับสวีซื่อออกจากจวน” 

            พอได้ยินแบบนี้ โจวชิงหวาก็พยักหน้าต่อให้หนีจวิ้นหว่านจะเป็นสตรีที่มีใจอิจฉาริษยา แต่ก็ยังพอมีคุณธรรมอยู่บ้างเช่นกัน 

            ทั้งสองมายังห้องหนังสือเพื่อมอบกริชอาบยาพิษให้นายท่านหนี พลางรายงานว่าหนีจวิ้นหว่านถูกสวีซื่อบีบบังคับให้ลอบสังหารหนีเจียเอ๋อร์ 

            เมื่อได้ยินเช่นนั้น นายท่านหนีก็ยิ่งโมโหรีบมุ่งหน้าไปยังเรือนตะวันออกทันที

            โจวชิงหวาเป็นฝ่ายเก็บกริชขึ้นมาก่อนที่ทั้งเขาและหนีเจียเอ๋อร์จะติดตามนายท่านหนีไป

            พอเห็นเจ้านายเดินเข้ามาด้วยสีหน้าถมึงทึงผู้คุ้มกันทั้งสองต่างก็พร้อมใจกันเปิดประตูให้โดยไม่ต้องสั่ง

            แต่ท่านเจ้าบ้านกลับไม่มีความอดทนมากพอที่จะรอให้พวกเขาเปิดประตูจึงยกเท้าขึ้นถีบในทันใด ประตูไม้พังโครม ก่อนที่นายท่านหนีจะสะบัดชายเสื้อ และก้าวเข้าไปในเรือน 

            ฝุ่นหนาพลันลอยคละคลุ้งจนหนีเจียเอ๋อร์ต้องขมวดคิ้ว

            มุมปากของโจวชิงหวายกยิ้มอย่างพึงพอใจก่อนเดินตามเข้าไป

            สวีซื่อที่กำลังรอฟังข่าวดีผุดลุกขึ้นทันทีที่ได้ยินการเคลื่อนไหว เมื่อเห็นคนทั้งสามมาด้วยกัน ก็เข้าใจได้ทันทีว่าหนีจวิ้นหว่านคงจะทำงานไม่สำเร็จ ไม่เพียงสังหารหนีเจียเอ๋อร์มิได้ ซ้ำยังก่อปัญหาใหญ่ให้ตนอีกด้วย 

            จึงรีบลงมาจากเตียงเตรียมคุกเข่าตรงหน้าสามี แต่ยังไม่ทันทรุดตัวลงบีบน้ำตาขอร้อง นายท่านหนีก็เป็นฝ่ายคว้าแขนของนางขึ้นมาเสียก่อน

            สวีซื่อมองบุรุษตรงหน้าแล้วกะพริบตาด้วยความตกใจ

            เพียะ!

            เสียงฝ่ามือดังขึ้นอย่างชัดเจนสวีซื่อยังไม่ทันเอ่ยปาก ก็ต้องกลืนคำพูดกลับไป เพราะถูกเหวี่ยงลงบนเตียง ทว่าหน้าท้องของนางกลับกระแทกขอบเตียงพอดีทำให้สวีซื่อถึงกับจุกเสียดจนต้องกุมท้องเอาไว้ ในขณะที่ส่วนล่างของนางยังมีน้ำคร่ำไหลออกมา

            สวีซื่อล้มลงบนเตียง น้ำตาหลั่งรินด้วยไม่คิดว่าคนที่กล้าตบตีนางจะเป็นนายท่านหนี

            นางค่อยๆ ประคองร่างตัวเองให้ลุกขึ้นมองบุรุษตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตา กำหมัดแน่น ก่อนทุบลงบนอกเขา พลางส่ายหน้า แล้วพูดเสียงเศร้า“นายท่านข้าเพิ่งแท้งลูกมานะ ท่านทำอย่างนี้ได้อย่างไร?”

            หยาดน้ำตาของนางหลั่งรินราวกับสายฝน 

            แต่ใบหน้าของนายท่านหนีในวันนี้กลับนิ่งสนิท ไม่สะทกสะท้านกับน้ำตาของนางแม้แต่น้อยซ้ำยังสั่งคนรับใช้เสียงเฉียบขาดอีกด้วย “พ่อบ้าน ส่งสตรีชั่วผู้นี้กลับไปยังตระกูลสวี” 

            พ่อบ้านกวักมือเรียกผู้คุ้มกันนอกประตูให้มาทำตามคำสั่ง 

            สวีซื่อหยิบปิ่นทองบนโต๊ะขึ้นมาจ่อกับคอของตน“นายท่านตั้งแต่วันที่แต่งงานกับท่าน สวีซูฉินผู้นี้ ก็ให้สัตย์สาบานแล้ว ว่าชั่วชีวิตนี้ ข้าจะเป็นของท่านต่อให้ตายกลายเป็นผีก็ไม่พรากจาก แต่บัดนี้ท่านกลับไม่ต้องการข้าแล้ว ข้าก็ไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อหากท่านขับไล่ข้าไป วันนี้ สวีซูฉินจะขอตายต่อหน้าท่าน ถ้าท่านดึงดันจะใจร้าย เช่นนั้นก็ส่งศพของข้ากลับตระกูลสวีเถิด” 

            นายท่านหนีมองดวงตาอันโศกเศร้าคู่นั้นอย่างเกรี้ยวกราด“ได้! หากเจ้าตาย ข้าจะส่งศพเจ้าไปยังตระกูลสวีเอง” 

            หนีเจียเอ๋อร์มีสีหน้าเรียบเฉยมองสวีซื่อด้วยสายตาเย็นชา ไร้ซึ่งร่องรอยของอารมณ์ใดๆ ในดวงตาคู่สวย “ท่านแม่ ท่านใช้วิธีนี้กับพี่หญิงเพื่อบีบบังคับให้นางสังหารข้า ใช่หรือไม่?”

            แม้จะเอ่ยถามแต่น้ำเสียงปราศจากความกังขา... 

            ท่าทางของสวีซื่อเปลี่ยนไปแต่ยังคงกระชับปิ่นทองไว้ในมือ สายตาที่มองนายท่านหนีมีแต่ความท้าทาย ด้วยเดิมพันว่าเขาจะต้องยอมประนีประนอมเพราะเห็นแก่หน้าของตระกูลสวี 

            โจวชิงหวายกมือขึ้นกอดอกก่อนโพล่งขึ้นว่า “หากฮูหยินตัดสินใจดีแล้วก็ใช้อาวุธนี้เถอะ มันอาบยาพิษมาแล้ว คงทำให้ท่านไปสบาย โดยไม่ต้องทรมาน”

            ว่าแล้ว ก็ยื่นกริชให้สวีซื่อ 

            ใบหน้าของสวีซื่อซีดเผือดทันทีตัวสั่นเทาจนเผลอผงะถอย มือที่กำปิ่นทองคลายลงเล็กน้อย 

            นายท่านหนีรีบคว้ามืออีกฝ่ายมากระแทกอย่างแรงจนปิ่นทองร่วงหล่น จากนั้นก็ยัดกริชเข้าไปแทนที่ “เจ้ามิใช่อยากฆ่าตัวตาย เพื่อพิสูจน์ความจริงใจให้ข้าเห็นหรอกหรือ?” 

            เห็นได้ชัด ว่าเขาไม่ใส่ใจทั้งความผูกพันฉันสามีภรรยาหรือความสัมพันธ์ของสองตระกูล สวีซื่อจ้องมองกริชที่จ่อเข้ามาใกล้ แล้วกัดฟันพูด “ข้าไปก็ได้!” 

            หนีเจียเอ๋อร์ “ท่านแม่ หากท่านยอมรับความจริงให้เร็วกว่านี้ก็คงรักษาศักดิ์ศรีเอาไว้ได้...” 

            สวีซื่อมองหญิงสาว ดวงตาคู่นั้นเยียบเย็นราวกับงูจับจ้องเหยื่อแต่หนีเจียเอ๋อร์กลับยักคิ้วให้ ทั้งยังส่งยิ้มท้าทายนาง 

            “ไปเสีย!” นายท่านหนีสะบัดแขนเสื้อ

            สวีซื่อหอบหิ้วเสื้อผ้าข้าวของและจากไปอย่างมีศักดิ์ศรี แม้จะเหลือเพียงน้อยนิดก็ตาม

            โจวชิงหวาและหนีเจียเอ๋อร์มองหน้ากันยิ้มให้กับการยอมออกจากจวนไปแต่โดยดีของสวีซื่อ

            ... 

            สองวันถัดมา เพื่อเป็นขอบคุณโจวชิงหวาที่ช่วยชีวิตบุตรสาวและพานางกลับจวนได้อย่างปลอดภัย นายท่านหนีจึงจัดเลี้ยงขอบคุณเขา

            โดยมีเว่ยอี๋เหนียงหนีเจียเฮ่อ และแม่นมโจวมาร่วมงานด้วย 

            ส่วนหนีจวิ้นหว่านกลับปฏิเสธด้วยเหตุผลว่าไม่สบาย 

            แต่นายท่านหนีคิดว่านางเพียงหาข้ออ้างจึงสั่งให้แม่บ้านไปเชิญมาอีกครั้ง ทว่าถูกหนีเจียเอ๋อร์ห้ามไว้เสียก่อน 

            “ท่านพ่อถึงอย่างไรสวีซื่อก็เป็นมารดาของพี่หญิง จะให้มาร่วมงานนี้ นางย่อมรู้สึกลำบากใจเป็นธรรมดาช่างนางเถอะ!”

            นายท่านหนีจึงเชื่อหนีเจียเอ๋อร์แล้วพูดเปลี่ยนเรื่อง “สวีซื่อมิได้มีอันใดเกี่ยวข้องกับตระกูลหนีอีกแล้วดังนั้น นางย่อมต้องตัดขาดกับมารดาเช่นกัน” 

            หนีเจียเอ๋อร์ไม่อาจโต้แย้งจึงปล่อยไปตามที่ควรจะเป็น 

            หลังจากทุกคนนั่งประจำที่นายท่านหนีก็หยิบจอกสุราขึ้น แล้วพูดเสียงเคร่งขรึม “ชิงหวา จอกนี้ข้าขอขอบคุณเจ้า ที่ช่วยชีวิตเสี่ยวเอ๋อร์เอาไว้อีกครั้ง” 

            โจวชิงหวายืนขึ้นยกจอกสุราชนจอกสุราของนายท่านหนี พลางเอ่ยอย่างนอบน้อม “เป็นหน้าที่ของชิงหวาขอรับ” 

            นายท่านหนีพยักหน้าอย่างพอใจหลังจากเทสุราขึ้นดื่มอีกแก้ว ก็ถามขึ้นทันที “ชิงหวา เว่ยอี๋เหนียงกับข้า ต่างก็เห็นว่าเจ้าเป็นผู้ที่มีความรับผิดชอบควรค่าแก่การมอบความไว้วางใจ จึงอยากจะให้เจ้ากับเสี่ยวเอ๋อร์หมั้นหมายกันเจ้าคิดเห็นเช่นไร?” 

            หนีเจียเอ๋อร์เบิกตากว้างตะเกียบในมือร่วงหล่น ใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย 

            แต่ยังไม่อาจปล่อยวางสาเหตุการตายของตนในชาติที่แล้วได้นางจึงกลัวการแต่งงานยิ่งนัก 

            สำหรับโจวชิงหวา เขาเต็มใจรับปากด้วยใจจริงทว่าเมื่อเห็นคิ้วที่ขมวดแน่นของหนีเจียเอ๋อร์ ความสุขก็พลันเลือนหายเขาจะยินดีได้อย่างไร หากนางแสดงท่าทีเช่นนั้น...

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ครั้งนี้ ขอมีชีวิตรักที่ดีกว่าเดิม [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน