ตอนที่ 381 อุปสรรค
เสียงถอนหายใจยาวดังขึ้นอย่างพร้อมเพรียงกันหลังจากที่พวกเขามั่นใจว่าเธอจากไปไกลแล้ว
โฮโจและเลโอนั่งผ่อนลมหายใจลงกับพื้นเรือ เหงื่อกาฬยังไหลค้างอยู่บนใบหน้า แม้แต่จังหวะการหายใจของพวกเขายังติดขัดเล็กน้อย การเผชิญหน้ากับปีกแห่งผืนฟ้าโดยตรงไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
โฮโจนั้นเคยต่อสู้กับสัตว์อสูรระดับนักสลักไตรมาแล้วที่สุสานของขุนนางพันธุ์ผสม แต่นักสลักไตรตัวนั้นเทียบไม่ได้เลยกับปีกแห่งผืนฟ้าเมื่อครู่ ความกดดันที่เขาได้รับมันต่างกันอย่างสิ้นเชิง กลับเป็นโฮโจเสียอีกที่รู้สึกว่าตนนั้นโง่แค่ไหนกับการนำเธอไปเปรียบกับสัตว์อสูรระดับนักสลักไตร
การที่อีกฝ่ายค่อนข้างใจดีและคุยง่ายกว่าที่คาดนั้นช่วยได้มาก แต่นั่นก็ไม่ได้ลบความระแวดระวังในใจของพวกเขาให้หายไปได้โดยสิ้นเชิง แค่เธอคงอยู่พวกเขาก็ไม่อาจผ่อนคลายได้แล้ว
ความนับถือปนหมดคำจะพูดปรากฏขึ้นในใจของทั้งสามยามมองไปยังเพชฌฆาต ชายคนนี้กลับเป็นคนที่กล้าคุยกับเธอแบบตรง ๆ แถมยังหน้าไม่อายพอจะเข้าไปตีสนิท
“คุณเพชฌฆาตนี่..กล้าดีนะครับ” โฮโจพูดขึ้น เขาลุกขึ้นมาจับพวงมาลัยอีกครั้ง แม้ปากจะพูดไปอย่างนั้นแต่สติของเขาแทบไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแล้ว
เพชฌฆาตหลุดหัวเราะ “ขอบคุณที่ชมนะครับ ผมเองก็ไม่ได้กล้าอะไรขนาดนั้นหรอกครับ”
“ไม่ได้ชมนะคะนั่น” ไลล่าหลุดหัวเราะตาม หลังจากพายุฝนจากไปแล้วเธอก็ดูจะอารมณ์ดีขึ้นไม่น้อย เธอไม่เคยเจอกับปีกแห่งผืนฟ้ามาก่อนดังเช่นคนอื่น ๆ ในหมู่ทั้งหมดเธอนั้นกดดันมากที่สุด
โฮโจตรวจสอบเรือแผนที่แห่งทะเลคร่าว ๆ ให้มั่นใจว่าไม่มีสิ่งใดเสียหาย เมื่อครู่แม้จะไม่เกิดการต่อสู้แต่การเร่งใช้พลังงานและม่านอาคมนั้นก็อาจทำให้วงจรอาคมขัดข้อง
โชคยังดีที่ตัวเรือยังคงสมบูรณ์พร้อม เรือแผนที่แห่งทะเลนั้นถูกสร้างและดัดแปลงโดยกลุ่มการค้าอิสึกะ คุณภาพรวมถึงความทนทานย่อมประเสริฐตามความแพงของราคา
ผ่านไปสามวันอย่างรวดเร็ว บางทีอาจเป็นเพราะซอเด็ตนั้นอาละวาดที่พื้นที่แถบนี้มาก่อนพวกเขาจึงไม่พบกับโจรสลัดหรือสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งใด ๆ มีเพียงสัตว์อสูรระดับนักสลักไม่กี่ตัวที่พวกเขาจัดการได้อย่างง่ายดาย
เดินทางไปอีกเพียงไม่กี่ชั่วโมงพวกเขาก็จะเข้าสู่น่านน้ำภูเขากลับด้าน จุดมุ่งหมายของพวกเขา ราชินีฉลามสูบชีวิต อาศัยอยู่ในเขตรอบนอกของน่านน้ำแห่งนี้
พรของลาคีซนั้นหมดลงตรงจุดนี้ โฮโจขมวดคิ้วแน่นหลังจากที่สมบัติตรวจจับของเรือนั้นมอบข่าวไม่พึงประสงค์ให้แก่เขา “ตรวจพบพลังจิตวิญญาณจำนวนมากจากด้านใต้เรือ โจรสลัดครับ”
นี่เป็นครั้งที่สองที่ทั่วทั้งเรือเข้าสู่สภาวะเตรียมต่อสู้เต็มกำลัง ตลอดเวลามานี้เรือแผนที่แห่งทะเลนั้นไม่ได้ปกปิดพลังของตนอยู่แล้ว และระดับพลังที่แผ่ออกมานั้นอยู่ในระดับเดียวกันกับพวกนักสลักโท หากอีกฝ่ายกล้าบุกเข้ามาโจมตีเช่นนี้นั่นหมายความว่ามีความเป็นไปได้ที่อีกฝ่ายจะเป็นถึงอริยะ
ม่านอาคมถูกกางออก ไลล่าปักคทาของตนลงกลางเรือ เสริมพลังให้แก่ม่านอาคมและสหายร่วมเรือ ทางด้านเลโอเองก็เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการป้องกันและรักษามากกว่าการโจมตี เธอจึงพยายามเสริมการป้องกันไปอีกชั้นและเติมพลังจิตวิญญาณให้ไลล่า
หน่วยต่อสู้หลักอย่างเพชฌฆาตนั้นกำดาบตัดเศียรแน่น สายตาคมกริบจับจ้องไปยังผืนน้ำเบื้องหน้าที่เริ่มแยกออก เขาไม่รีรอให้เรือของอีกฝ่ายผุดขึ้นจากน้ำ ดาบตัดเศียรถูกตวัดออกพร้อมกับเหรียญทองไกอาที่สลายหายไป
คลื่นดาบของเพชฌฆาตขณะนี้ใหญ่กว่าที่เคย นอกจากมันจะมีประกายพลังศักดิ์สิทธิ์แฝงอยู่แล้วมันยังมีความเร็วที่มากกว่าเก่าก่อนหลายเท่า นี่คือผลลัพธ์จากข่ายพลังบนเรือแผนที่แห่งทะเลและไลล่า
การเสริมพลังจากสามแหล่งแม้ไม่ได้ทำให้เพชฌฆาตไปถึงระดับอริยะได้แต่ก็มากพอจะเอาชัยนักสลักโทแทบทั้งปวง การโจมตีเพียงครั้งเดียวย่อมไม่ใช่นิสัยของเพชฌฆาต เขาตวัดฟันดาบอย่างต่อเนื่อง คลื่นดาบนับสิบสายพุ่งเข้าใส่วัตถุที่แหวกคลื่นขึ้นมาโดยไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายตอบโต้ใด ๆ
พลังจิตวิญญาณของเพชฌฆาตนั้นแทบไม่ลดลงแม้แต่น้อย แม้แต่ความเหนื่อยล้ายังถูกกำจัดไปด้วยพลังของสองนักบวช แม้กระนั้นเขาก็ยังไม่ประมาทแต่อย่างใด บนมือซ้ายคือสร้อยคอที่ทำจากเพชรเลอค่า เขาพร้อมสังเวยมันเพื่อยกระดับพลังของตนขึ้นสู่อริยะหากมีอะไรผิดปกติ
คลื่นดาบเหล่านั้นแหวกฝ่าท้องทะเล เข้าปะทะกับม่านอาคมของเรืออีกฝ่ายที่แหวกขึ้นมาจากผืนน้ำ เสียงปะทะดังสนั่นหวั่นไหวพร้อมกับเสียงของรอยปริแตกจำนวนมหาศาลที่เริ่มแพร่กระจาย
เห็นดังนั้นโฮโจก็โล่งอกไม่น้อย หากเรือของอีกฝ่ายไม่สามารถทนรับการโจมตีต่อเนื่องของนักสลักโทผู้โดดเด่นเช่นเพชฌฆาตได้ มีความเป็นไปได้สูงที่กัปตันโจรสลัดจะไม่แข็งแกร่งจนถึงระดับอริยะ
ทางกราบเรือทั้งสองด้านของแผนที่แห่งทะเลคือเข็มแหลมสองแท่งหน้าตาคล้ายเข็มนาฬิกา มันคืออาวุธหลักประจำเรือที่โฮโจควบคุมพร้อมช่วยสนับสนุนเพชฌฆาต
ม่านอาคมของอีกฝ่ายพังทลายออกในคลื่นดาบคลื่นที่สิบ เผยให้เห็นเรือขนาดกลางที่มีโจรสลัดนับสิบคนจับจ้องมาทางพวกเขา หนึ่งในนั้นคือหญิงร่างใหญ่เผ่ามนุษย์ที่แผ่พลังในระดับนักสลักโทออกมา
ธงโจรสลัดของอีกฝ่ายโบกไสวลู่ลม ตัวเรือที่ม่านอาคมแตกสลายไปไม่ปรากฏร่องรอยความเสียหายใด ๆ เมื่อโผล่พ้นผิวน้ำ ทางฝั่งโจรสลัดเองก็เปิดฉากการโจมตีของตน กระสุนปืนใหญ่สี่ลูกถูกยิงออกมาจากตัวเรือพร้อมกับโจรสลัดระดับนักสลักเอกคนหนึ่งที่กระโดดลงทะเล
กระสุนปืนใหญ่ทั้งสี่ไม่มีอะไรต่างจากกระสุนปกติ หากแต่เมื่อกัปตันโจรสลัดชี้ไปที่กระสุน จากกระสุนธรรมดา ๆ พลันขยายขนาดขึ้นหลายเท่า กระสุนทั้งสี่บัดนี้มีขนาดใหญ่ยิ่งกว่าเรือทั้งลำ มันตัดผ่านนภาด้วยความเร็วที่ไม่ตกลงแม้แต่น้อย
เลโอวาดคทาของตน ลำแสงศักดิ์สิทธิ์พุ่งเข้าปะทะกับกระสุนปืนใหญ่ทั้ง 4 แม้พลังทำลายจะไม่สูงส่งหากก็มากพอจะสลายความเร็วและแรงปะทะ เมื่อมันปะทะเข้ากับข่ายอาคมของเรือ มันก็ถูกหยุดลงก่อนจะตกลงสู่พื้นทะเลโดยไม่อาจสร้างความเสียหายใด ๆ
ผิวน้ำสาดกระจายเมื่อกระสุนปืนใหญ่ทั้ง 4 ตกกระทบผิวน้ำ โจรสลัดระดับนักสลักเอกที่กระโดดลงน้ำก่อนหน้าวิ่งไถมาตามผิวน้ำ เขาอาศัยจังหวะที่น้ำกระเซ็นกระโดดเข้าประชิด ในมือของโจรสลัดผู้นั้นคือปืนพกมือแบบยิงได้ทีละนัด
ปัง!
เสียงลั่นไกดังสนั่นตัดกับขนาดอันเล็กจ้อยของปืนพก สิ่งที่ปืนกระบอกนั้นยิงออกมากลับไม่ใช่กระสุน แต่เป็นสมอเรือที่ไร้โซ่ กัปตันโจรสลัดชี้ไปที่สมอเรือ จากสมอขนาดทั่วไปกลายสภาพเป็นสมอที่ใหญ่ราวกับบ้านทั้งหลัง
โจรสลัดระดับนักสลักเอกผู้นั้นถ่มน้ำลายของตนตามติดสมอไป เมือกนั้นเมื่อสัมผัสก็ขยายขนาดตาม กลายเป็นเมือกเหนียวที่รัดสมอคล้ายโซ่ เมื่อสมอสัมผัสกับม่านอาคมของเรือ เมือกเหนียวนั้นก็เข้ารัดพันม่านอาคมทั้งเรือ เกาะติดแน่นราวกับใยแมงมุม
สมอทิ้งตัวลงสู่ก้นทะเลด้วยความเร็วผิดปกติ ทั่วทั้งแผนที่แห่งทะเลพลันสั่นคลอนจากน้ำหนักมหาศาลที่ถ่วงรั้งตัวเรือในพริบตา ดาบตัดเศียรของเพชฌฆาตตวัดปล่อยคลื่นดาบอย่างต่อเนื่องหากเมือกเหนียวเหล่านั้นกลับไม่หมดสภาพหลังขาดออก เพียงยืดขยายและคืนกลับสู่สภาพเดิม
เลโออ้าปากกว้าง คำแห่งพลัง อวยพร ที่สลักอยู่บนลิ้นเรืองแสงเจิดจ้า หากเธอกลับไม่ได้เลือกอวยพรเพชฌฆาต เมือกเหนียวนั้นเป็นดาวข่มของการโจมตีประเภทตัด เธอจึงเลือกเป้าหมายอวยพรเป็นไลล่าทางด้านข้าง
บริเวณหัวใจของไลล่าเปล่งแสงเรืองรอง พลังศักดิ์สิทธิ์ของเธอแพร่กระจายออกมาพร้อมกับพลังจิตวิญญาณที่แม้จะไม่หนาแน่นนักหากก็อ่อนโยน
ม่านพลังที่ถูกเมือกเหนียวปกคลุมราวกับได้รับการชำระล้าง เมือกเหนียวพลันสูญสิ้นพลัง คล้ายกับมันกลายเป็นสิ่งมีชีวิตและรู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำ ความเมตตาเข้าปกคลุมม่านพลัง สลายทุกการโจมตีที่สัมผัส
คำแห่งพลังที่ไลล่าเรียนรู้อย่างถ่องแท้ เมตตา พลังที่ได้รับความเมตตาจะถูกยกเลิกผลไปเพราะมิอาจหักใจทำร้ายผู้ใดได้ เมื่อใช้มันคู่กับคำแห่งพลังอีกคำหนึ่งของเธอ อากาศ ที่ทำให้อากาศกลายเป็นบริสุทธิ์จนสามารถฟื้นฟูพลังจิตวิญญาณและสภาพจิตใจได้ ผลลัพธ์ของมันจึงกลายเป็นเขตแดนอันแข็งแกร่ง
แม้เธอจะเป็นเพียงนักสลักเอก แต่เพราะความสำเร็จในมันตราโบราณของเธอจึงทำให้ความเชี่ยวชาญในคำแห่งพลังของเธอนั้นสูงส่งเหนือปกติ คล้ายกับว่าเธอสามารถผสานคำได้แม้มันจะไม่ใช่การผสานคำที่แท้จริง
โจรสลัดระดับนักสลักเอกสีหน้ากลับกลายเป็นซีดเผือดเมื่อการโจมตีที่สามารถจมเรือมาแล้วหลายสิบลำกลายเป็นไร้ผล พริบตาต่อมาลูกธนูหลากสีพลันพุ่งทะลวงศีรษะของโจรสลัดผู้นั้นอย่างรวดเร็ว พลังศักดิ์สิทธิ์ที่อาบย้อมลูกธนูช่วยให้ความเร็วและพลังของมันเร็วขึ้นจนเขาไม่ทันรู้ตัว
การโจมตีระลอกแรกจบลงอย่างรวดเร็ว ฝั่งโจรสลัดเป็นฝ่ายที่สูญเสียนักสลักเอกไปหนึ่งคนในขณะที่ฝั่งเรือแผนที่แห่งทะเลนั้นยังครบถ้วนสมบูรณ์ รอยย่นที่หน้าผากของกัปตันโจรสลัดหญิงบ่งบอกอย่างชัดเจนว่าเธอกำลังประเมินอีกฝั่งใหม่
คลื่นดาบของเพชฌฆาตฟันออกอีกครั้ง ในครั้งนี้เรือของอีกฝั่งนั้นไร้ซึ่งม่านพลังอีก เป็นกัปตันโจรสลัดหญิงเองที่ต้องออกหน้าป้องกันการโจมตีนี้ เธอหลับตาข้างหนึ่งของตน แล้วจึงควักมันออกมาจากเบ้า ดวงตาที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดจับจ้องไปยังคลื่นดาบด้วยสายตาอาฆาต
คลื่นดาบถูกความอาฆาตเข้ากลืนกิน จากคลื่นดาบไร้สีแกร่งกล้ากลับสูญสลายกลายเป็นควันสีดำน่ารังเกียจ
เธอยืนกอดอกอยู่บนดาดฟ้าเรือ ดวงตาข้างนั้นถูกยัดกลับเข้าสู่เบ้า เธอเดาะลิ้นอย่างขัดใจ อีกฝั่งนั้นมีพลังศักดิ์สิทธิ์ที่คำแห่งพลัง ดวงตาอาฆาต ของเธอแพ้ทาง
เธออ้าปากขึ้นน้อย ๆ เตรียมเอ่ยบางสิ่งหากเพชฌฆาตกลับไม่คิดเสวนาด้วยแม้แต่น้อย ในครั้งนี้คลื่นดาบที่ใหญ่และรุนแรงหลายเท่าถูกตวัดฟันออก เบื้องหลังเพชฌฆาตคือเหรียญทองไกอาหลายสิบเหรียญที่สูญสลาย
กัปตันโจรสลัดหญิงควักดวงตาขวาของเธออีกครั้ง ในครั้งนี้เธอชี้ไปที่ดวงตาเพื่อขยายขนาดของมันสวนกลับ นักดาบฝั่งนั้นใช้วิธีขยายขนาดการโจมตีเพื่อให้ดวงตาของเธอไม่สามารถจับจ้องได้ทั่ว
ดวงตาโชกเลือดข้างนั้นขยายขนาดจนมีขนาดไม่ต่างจากหัวคน ลำแสงอาฆาตแผ่ออกเข้าปกคลุมคลื่นดาบ หากก่อนที่ดวงตานั้นจะสามารถจับจ้องคลื่นดาบได้ถนัดถนี่ ศรจำนวนมหาศาลที่เปล่งประกายสีทองพลันพุ่งสวนเข้ามา
กัปตันโจรสลัดหญิงสะบัดมือหลบศรได้อย่างง่ายดายหากศรนั้นกลับไม่คลาดไป พวกมันหักเลี้ยวขึ้นและลงตามเส้นทางที่ถูกมอบหมายไว้ แสงสีทองและม่านศรบดบังคลื่นดาบจนมิด
กว่าที่กัปตันโจรสลัดหญิงจะแก้ไขอะไรได้ คลื่นดาบนั้นก็พุ่งฝ่าม่านศร สะบั้นเรือขนาดกลางจนขาดออกเป็นสองซีกพร้อมกับศีรษะของกัปตันโจรสลัดที่หลุดลงจากบ่า เสียงกรีดร้องของเหล่าโจรสลัดระดับต่ำที่แยกย้ายกันหลบหนีคือสัญญาณจบการต่อสู้
ทั้งสี่ไม่มีความคิดจะติดตามสังหาร พวกเขาไม่มีเวลามากถึงเพียงนั้น เพียงเร่งความเร็วออกจากพื้นที่แถบนี้ ก่อนที่จะมีศัตรูหน้าใหม่บุกเข้ามาเป็นมือที่สาม