“กล่าวตามจริง ข้าชำนาญเื่การฝังเข็มกับพอจะมีความรู้ติดตัวจากประสบการณ์การรักษามายาวนานก็เท่านั้น เื่การรักษาาแนั้นข้าไม่ค่อยถนัดเท่าใด การฝังเข็มช่วยบรรเทาอาการปวด ยับยั้งพิษไข้ สลายก้อนเืลดอาการบวม ทำให้ผู้ป่วยไม่ทรมาณมากนัก แต่าแเน่าเปื่อยของเขาข้าอาจจะไร้หนทางรักษาเช่นเดียวกับท่านหมอคนอื่น ๆ”
ต้าหวงได้ยินคำกล่าวของจางจื้อก็หน้าสลดลงไปอย่างช่วยไม่ได้ ท่านหมอที่ตนเคยเชิญให้มารักษาอาการป่วยของอากุ้ยแต่ละคนก็จะมีความถนัดทักษะการรักษาแตกต่างกันไป แม้แต่ท่านหมอที่เคยรักษาาแสดเป็ประจำก็ยังกล่าวว่าอากุ้ยอาการสาหัสเกินไปไม่สามารถรักษาได้ การฝังเข็มของท่านหมอจางก็อาจจะช่วยเขาไม่ได้แล้วจริงๆ
“ท่านหมอ ไม่ใช่ว่าหลานสาวท่านเป็สุดยอดนักต้มยาหรอกหรือ ยาที่นางต้มออกมาด้วยมือทุกชามล้วนรักษาอาการเจ็บป่วยได้ชะงัดนัก หากเราเสี่ยงดวงรักษาม้าตายประดุจม้าเป็ (1) ก็อาจจะยังพอมีความหวังอยู่บ้างนะเ้าคะ” สตรีชาวบ้านที่นำทาง เสนอความเห็น จุดประสงค์ที่แท้จริงของนางั้แ่แรกย่อมเป็หลานสาวของท่านหมอจางอยู่แล้ว
จางจื้อถอนหายใจออกมาอย่างสับสน เื่นี้ตนก็ยังไขความกระจ่างออกมาไม่ได้เช่นกัน หลานสาวจื่อรั่วของตนมีความสามารถพิเศษเช่นนั้นจริง ยาที่นางต้มมีข้อแตกต่างจากที่ตนต้มทั้งๆ ที่ใส่วัตถุดิบจำนวนเท่ากันทุกประการ เพราะเป็เช่นนี้เขาจึงไม่อยากให้หลานสาวออกหน้ารักษาผู้ป่วยด้วยตนเองมากนัก
นางเป็สตรีหากชื่อเสียงร่ำลือไปทั่วหลานสาวมิต้องออกตระเวนไปทั่วหรอกหรือ นางเฉินภรรยาตนก็หวงหลานทั้งสามยิ่งกว่าอะไร
“ข้าจะถามความเห็นนางก่อนก็แล้วกัน ไม่ใช่ว่าเราไม่อยากช่วย แต่นางเป็สตรี พวกเราก็ลำบากใจอยู่ไม่น้อย เสี่ยวหลินเอ๋อร์ไปตามพี่ใหญ่เ้าออกมาที่นี่หน่อยเถิด" ชายชราหันไปสั่งความกับจางฮุ่ยหลิน
ฟู่เกอมองตามร่างเล็กของเด็กหญิงวัย 8 ปี ไปไม่ละสายตา เมื่อครู่เขาได้เห็นเด็กชายอายุราว 10-11 ปีคนหนึ่งกำลังให้อาหารไก่อยู่นอกเรือน จำได้ว่าเด็กสาวผู้มีพระคุณผู้นั้นกล่าวว่านางมีน้องสองคน แต่ตนไม่ได้เห็นว่าน้องทั้งสองที่นอนอยู่ในวัดร้างเป็เด็กชายหรือเด็กหญิง แต่จำนวนคนนั้นพอดิบพอดีกับคนที่ตนกำลังตามหาอยู่ เขายิ่งใจเต้นระทึกคาดว่าครั้งนี้คงไม่ผิดตัวแล้วอย่างแน่นอน
จางจื่อรั่วเดินเยื้องย่างออกมาจากด้านหลังราวกับนางหงส์ ร่างกายของหญิงสาววัย 16 ปี กับใบหน้าที่งดงามอยู่แล้วเป็ทุนเดิมส่งให้นางยิ่งอยู่ยิ่งงามกว่าแต่ก่อน กอปรกับนางเป็คนยุคใหม่ที่มีความมั่นใจในตัวเอง อากัปกิริยาล้วนมั่นใจ ไม่เขินอายหลบหน้า หวาดกลัวผู้คน ยิ่งส่งเสริมภาพลักษณ์ให้จางจื่อรั่วดูสูงส่งเข้าไปใหญ่
ผู้มาเยือนสามคนถึงกับต้องลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น ไม่คิดว่าในหมู่บ้านป่าเช่นนี้พวกเขาจะมีโอกาสได้เห็นสตรีผู้งดงามซุกซ่อนอยู่ แม้แต่สตรีชาวบ้านผู้นั้น นางเองก็เพิ่งจะได้พบหลานสาวท่านหมอเป็ครั้งแรกเช่นกัน สมแล้วที่สองผู้เฒ่าสกุลจางจะหวงหลานสาวถึงเพียงนี้
จางจื่อรั่วนั่งฟังต้าหวงเล่าอาการาเ็และวิธีการรักษาที่ผ่านมาของอากุ้ยด้วยหัวใจที่หล่นไปกองรวมกันอยู่ที่ตาตุ่ม บุรุษนามว่าอากุ้ยคล้ายเป็มนุษย์ทดลองที่ถูกท่านหมอลองใช้สารพัดวิธีมารักษาเขา แม้กระทั่งการใช้เืไก่ดำสดๆ มาทาลงบนแผลก็ยังมีคนทำมาแล้ว
เท่าที่นางฟังมาดูเหมือนว่าอากุ้ยผู้นี้จะติดเชื้อบาดทะยักเสียมากกว่า ยิ่งมีการนำสิ่งของสกปรกแปลกปลอมไปโปะไว้ที่าแก็ยิ่งรังแต่จะเร่งเวลาให้อากุ้ยตายจากไปโดยเร็ว
“ข้าจะไปดูเขาเองเ้าค่ะท่านปู่” หญิงสาวไม่อยากรอช้าอีกต่อไป ยาจากระบบรักษาคนผู้นี้ได้แน่นอน
“เช่นนั้นรอปู่สักเดี๋ยวปู่จะไปเตรียมของก่อน” จางจื้อผุดลุกขึ้นอย่างรวดเร็วจนร่างเซไปเล็กน้อย
“ท่านปู่ ครั้งนี้ท่านไม่ต้องไปก็ได้เ้าค่ะ ในล่วมยาของข้ามีทุกสิ่งพร้อมอยู่แล้ว ท่านปู่อยู่ที่นี่เกลี้ยกล่อมท่านย่าอย่าให้ใจะดีกว่า”
จางจื้อเห็นหลานสาวตั้งใจจริงก็ไม่ขวาง นางเฉินก็จำเป็ต้องมีตนกล่อมไว้เช่นกัน หากนางไม่เห็นหลานสาวนางจะวิตกกังวล และที่ผ่านมาจางจื่อรั่วก็ร่ำเรียนวิชาจากตนไปไม่น้อยแล้วจึงวางใจ
“ตกลง ข้าฝากพวกท่านดูแลหลานสาวข้าด้วยก็แล้วกัน”
ฟู่เกอเก็บความสงสัยใคร่รู้ในใจของตนเอาไว้ก่อน เวลานี้เขา้าจะเห็นฝีมือทางการแพทย์ของหญิงสาววัยเยาว์ผู้นี้ยิ่งนัก นางได้ยินเื่ที่ต้าหวงเล่าแล้วยังกล้าเสนอตัวออกมารักษา เห็นทีคุณชายของตนคงจะพบท่านหมอมากฝีมือตัวจริงเข้าแล้ว
ทันทีที่รถม้าของฟู่เกอแล่นผ่านย่านการค้าในเมืองไห่ กลุ่มชาวบ้านที่สลายการชุมนุมไปพักใหญ่ก็พากันเดินกลับมารอหน้าโรงตีเหล็ก เพื่อฟังข่าวการรักษาอากุ้ยผู้ป่วยใกล้ตายกันอย่างคึกคัก
การปรากฏตัวของหมอหญิงอายุน้อยใบหน้างามราวกับเทพธิดา พานให้เสียงพูดคุยซุบซิบหน้าร้านของต้าหวงพลันเงียบกริบ มีเพียงเสียงสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ที่ดังไปทั่วโดยพร้อมเพรียงกัน
“ท่านอาต้าหวง รบกวนท่านส่งคนไปเชิญท่านหมอที่เคยตัดเนื้อเน่าเสียของท่านอากุ้ยมาอีกคนเถิดเ้าค่ะ ข้า้าความช่วยเหลือจากเขา” หญิงสาวเ้าของใบหน้างามไม่ได้นำพากับการตื่นใของผู้คนรอบข้างแม้แต่น้อย นางก้าวลงจากรถม้าแล้วปล่อยให้ต้าหวงนำทางเข้าไปด้านใน
แคร่ไม้ที่มีร่างของอากุ้ยถูกยกกลับมาวางไว้ในห้องอับชื้นที่แม้จะทำความสะอาดไปแล้วรอบหนึ่ง ก็ยังส่งกลิ่นเหม็นอับจากของเสียและกลิ่นเน่าของเนื้อตายบนร่างของอากุ้ยออกมา จนต้าหวงรู้สึกอับอายเกรงใจท่านหมอวัยเยาว์ที่ดูสะอาดสะอ้านไปทั้งร่างเหลือจะกล่าว
“ให้คนของข้ายกเขาออกไปข้างนอกอีกครั้งดีหรือไม่”
“ไม่จำเป็เ้าค่ะ คนป่วยจะกระทบกระเทือนไปเปล่าๆ เพียงแค่เปิดหน้าต่างประตูออกให้อากาศถ่ายเทดีกว่านี้สักหน่อยก็พอ”
หญิงสาวนั่งลงบนเก้าอี้ข้างแคร่ไม้ไผ่ ใช้มือแตะชีพจรแ่เบาของอากุ้ย
“ติ๊ด!!” ระบบส่งยารักษาออกมาแล้ว เมื่อมาอยู่ในมือของหญิงสาวนางก็ซุกซ่อนเอาไว้ในช่องกระเป๋าเล็กที่เย็บติดไว้กับแขนเสื้อกว้างของตนอย่างแเี
“ท่านอาพาข้าไปที่ครัวเถิด ข้าจะต้มยารอ หากท่านหมออีกท่านมาถึงรบกวนมาแจ้งข้าด้วยเ้าค่ะ”
ครัวในโรงตีเหล็ก ไม่ได้ถูกจัดแยกให้เป็ระเบียบแต่อย่างใด แต่ยังดีที่ยังมีผนังกั้นพอที่จะบดบังการเติมยาลงไปในชามของจางจื่อรั่วได้
นางเลือกหยิบสมุนไพรจากในล่วมยาออกมาทีละอย่างใส่ห่อผ้าขาว ทุกสิ่งล้วนเป็สมุนไพรที่ถูกต้องตามหลักการรักษาในยุคนี้ทั้งสิ้น หากมีผู้ใดสงสัยในความสามารถของนางก็ยังต้องสืบหาข้อเท็จจริงกันไม่ง่าย
แต่ที่หญิงสาวจำต้องเรียกท่านหมออีกคนมาช่วย เพราะนางไม่เคยมีประสบการณ์ในการรักษาาแสดแต่อย่างใด การตัดชิ้นเนื้อที่เน่าบนร่างของอากุ้ยนั้นตอนนี้เป็เื่ที่สมควรทำ แต่นางมือยังไม่นิ่งพอ กอปรกับนางมีอาวุธเพียงเข็มกับสมุนไพร ไม่สามารถตัดชิ้นเนื้อออกได้ด้วยตัวเอง
เมื่อท่านหมอมาถึง นางก็ฝังเข็มไปยังจุดชีพจรของอากุ้ยเพื่อยับยั้งความรู้สึกเ็ป และทำให้ขาของเขาชาจนแทบไม่รู้สึก ก่อนจะให้ต้าหวงค่อยๆ ป้อนยาที่ผสมมาเรียบร้อยแล้วให้คนป่วยดื่ม
“ท่านหมอเ้าคะ ครั้งนี้เราจะไม่ใช้สิ่งอื่นใดในการเช็ดาแของเขานอกจากน้ำต้มสุกอุ่นเท่านั้น นอกนั้นท่านหมอทำตามวิธีที่ท่านเคยทำมาก่อนได้เลยเ้าค่ะ” หญิงสาวเห็นท่านหมอสูงวัยกำลังจะอมสุราพ่นใส่แผลของอากุ้ยจึงรีบยับยั้งเอาไว้
“ตกลง” แม้จะแปลกใจว่าหญิงสาวตรงหน้าจะเยาว์วัยยิ่งนัก แต่เมื่อเห็นการฝังเข็มลงบนจุดชีพจรต่างๆ อย่างแม่นยำและไม่มีความลังเลใจ ท่านหมอสูงวัยก็เชื่อมั่นในตัวอีกฝ่ายเช่นกัน
จางจื่อรั่วนั่งมองท่านหมอสูงวัยเฉือนเนื้อเน่าออกจากขาของอากุ้ยอย่างใจเย็น ซึ่งขั้นตอนนี้แม้แต่ต้าหวงเองก็ไม่อาจอดทนมองดูอยู่ได้ มีเพียงท่านหมอ จางจื่อรั่วและฟู่เกอลูกค้าผู้มีน้ำใจยืนมองการรักษาของสองท่านหมอต่างวัยด้วยความสนอกสนใจอยู่เท่านั้น
(1) รักษาม้าตายประดุจม้าเป็ สำนวนจีน หมายถึง ทั้งที่รู้ว่าไม่มีทางรักษาแน่ๆ แต่ยังคงมีความหวังแม้จะเพียงน้อยนิดก็ตาม ส่วนใหญ่จะใช้ก็ต่อเมื่อเป็หนทางสุดท้ายที่จะช่วยเหลือ