เช้าวันรุ่งขึ้นเทวินได้เตรียมตัวเองให้พร้อมต่อสิ่งที่กำลังจะทำ คือการเข้าถึงออร่าแห่งแสงที่แฝงอยู่ในร่างของดอกเตอร์มาติเนส
หลังกินอาหารเช้าด้วยกันเรนิตาที่เคยรับต่อสถานการณ์แบบนี้มาแล้ว แต่ด้วยความรักที่มีต่อเขาเธอก็ยังคงห่วงเขาอยู่ และเขาก็รู้ว่า
เธอเป็นห่วงเขาจึงพยายามที่จะทำให้เธอสบายใจขึ้น
“เรเนียไม่ต้องกังวลนะครับ ตอนนี้คุณอมราเธออยู่ด้วยที่นี้แล้ว เธอจะคอยดูแลเราด้วย”
“จริงเหรอคะ? เธอมาที่นี่ยังงัยคะ?” เรนิตายังคงสงสัย เพราะเธอรู้ว่าการมาของเธอต้องใช้เวลาและเธอเองก็กำลังบำเพ็ญตนอยู่ที่ต้นจันทน์ลูกหอมที่สวนของเธอ “เมื่อคืนนี้ตอนที่คุณหลับไปผมได้กลิ่นหอมจากต้นหางนกยูง จึงรู้ว่าเธอต้องการให้ผมเปิดทางให้เธอมาที่นี่ เธอจะมาช่วยเราครับ”
ขณะที่เขากำลังอธิบายทั้งสองก็ได้กลิ่นหอมที่คุ้นเคย ก่อนเจ้านางไม้หอมจะมาปรากฏร่างที่งดงามในชุดกางเกงที่มีทรงคล้ายกระโปรง
ร่วมสมัยสีชมพูอ่อน ดูเหมือนเป็นคนในยุคนี้
“สวัสดีค่ะ”อมราก็ได้กล่าวทักทายทั้งสองคน
“โอ้สวัสดีค่ะ คุณอมรามาแล้วจริงๆ ด้วย ฉันดีใจจังเลย” เรนิตายิ้มออกมาอย่างดีใจเธอรู้สึกไม่กังวลอะไรแล้ว
“ฉันจะอยู่ด้วยกับพวกคุณค่ะโดยที่คุณสามารถบอกว่าฉันเป็นญาติของคุณเทวินก็ได้นะคะ” อมรากล่าวกับทั้งสองคน
เธอที่ดูหกลมกลืนมากกับความเป็นมนุษย์ และควบคุมกลิ่นหอมที่เป็นทิพย์ได้แล้วตอนนี้ไม่มีใครสังเกตได้ออกเลยว่า เธอไม่ใช่มนุษย์
“ฉันขอบคุณจริงๆที่จะมาอยู่ด้วยกับเรา” เรนิตากล่าวออกมาจากใจจริงพร้อมด้วยรอยยิ้มยินดี
เทวินที่เตรียมพร้อมแล้วก็บอกกับพวกเธอ: “โอเค ตอนนี้ผมคิดว่าจะไปรับพวกเขามาที่นี่ คุณสองคนรอผมอยู่ที่นี่ก่อนนะครับพวกเขาพักอยู่ไม่ไกล คงจะใช้เวลาไม่นานครับ”“ได้ค่ะเรเนียบอกคนของเราทุกคนไว้แล้ว พวกเราจะพยายามรักษาความปลอดภัยของที่นี้ทั้งบริเวณ”
เทวินขับรถของที่บ้านพักไปรับทีมของดอกเตอร์มาติเนส3 คน ศาสตราจารย์วัตสันกับดอกเตอร์เทเลอร์ได้ออกเดินทางแล้วดอกเตอร์พาวเวลมาพร้อมกับโน้ตบุคและเครื่องมือสื่อสารเขาเป็นคนที่คอยประสานงานและติดต่อกับทีมของศาสตราจารย์วัตสัน ทุกคนได้ทำความรู้จักกับอมราแม่จะแปลกใจแต่ก็ได้รับการรับรองจากเรนิตาและเทวินจึงคิดเธอว่าเป็นญาติที่สนิทและใกล้ชิดเมื่อได้ตัดสินใจเป็นแนวร่วมเดียวกันแล้ว ก็พร้อมที่จะก้าวไปข้างหน้าด้วยกันความเชื่อใจกันมีมากกว่าอย่างอื่น จึงได้ยอมรับซึ่งกันและกัน
ตอนนี้ที่บ้านพักรับรองได้มีทีมการ์ดของเรนิตาและเทวินรักษาความปลอดภัยตามจุดต่างๆ เทวินกับดอกเตอร์มาติเนสอยู่ที่ห้องนอน
ชั้นล่างของบ้านพัก แต่ครั้งนี้ได้เปิดประตูห้องไว้ เพียงไม่ให้ใครเข้าไป
ดอกเตอร์มาติเนส: “ฉันไม่เคยทำแบบนี้มาก่อน คุณคงเข้าใจ”
เธอไม่เคยนั่งขัดสมาธิแบบนานๆมาก่อน เขาเข้าใจและคิดว่า หากให้เธอทำตามวิธีของเขาดูจะเหมาะกว่า
“โอเคคุณนั่งบนเตียงนอน หย่อนขาลงมาอย่างสบายๆ เหมือนกับที่คุณเตรียมตัวที่จะนอนหลับนะครับ”
เธอสูดหายใจลึกๆหลับตับลงครู่หนึ่ง เรียกความมั่นใจก่อนจะบอกต่อเขา : “ได้ค่ะ ฉันพร้อมแล้วค่ะ”
เทวินนำเก้าอี้มานั่งอยู่ข้างเตียงอยู่ข้างหน้าเธอในตำแหน่งที่เหมาะสม “โอเค คุณทำใจให้สบาย หายใจลึกๆ ช้าๆ
ให้รู้ว่ามีลมหายใจของตัวเองผ่านเข้าผ่านออกจมูกเพียงอย่างเดียว ไม่คิดถึงสิ่งอื่นๆคิดแค่เพียงลมหายใจเพียงอย่างเดียวเท่านั้น”
เขาบอกและเธอก็ทำตามกระทั่งรู้สึกว่าเธอมีสมาธิพอสมควรเขาจึงพาเธอสู่อีกขั้นตอน
“ประครองลมหายใจไว้แล้วค่อยๆเงยหน้า” เธอทำตามและยังมีสมาธิกับลมหายใจอยู่
“มองเข้ามาที่ดวงตาของผมช้าๆ เปลี่ยนสมาธิจากลมหายใจมาที่ดวงตาของผม อย่าง ช้าๆ ช้าๆ”เขาพูดเสียงเบาลงเรื่อย ๆ
พร้อมกับจ้องมองที่ดวงตาของเธอ แล้วค่อยๆเปล่งแสงสีม่วงเข้มออกมาอย่างช้าๆ
“……” เมื่อถึงสภาวะที่เหมาะสม ดอกเตอร์มาติเนสก็ค่อยๆ หลับตาลงและร่างกายก็นอนลงไปยังเตียงนอน
เทวินที่ดวงตามีประกายแสงอยู่ก็ได้จัดให้เธอนอนในท่าสบายบนเตียงส่วนตัวเขาเองได้กลับมานั่งที่เก้าอี้อย่างช้าๆ
เหมือนกับการนอนหลับลึกแล้วฝันไปเทวินที่นั่งสมาธิอยู่บนเก้าอี้ข้างเตียงนอนนั้นรอจังหวะนี้เพื่อเข้าถึงร่างกายละเอียดของเธอก่อน
แล้วถึงจะพาเธอเข้าสู่ออร่าแสงสว่างนั้น
...................
ท่ามกลางแสงสว่างสีขาวเรืองๆที่มองไม่เห็นสิ่งใด ราวกับอยู่ในก้อนเมฆที่มีแต่สีขาว แต่แสงสว่างสีขาวนั้นไม่สะท้อนและไม่แสบตาดอกเตอร์มาติเนสลืมตาตื่นขึ้น
“ฉันอยู่ที่ไหนคะ!? คุณเทวิน คุณอยู่ที่ไหน?”
“ผมอยู่นี่ครับ”ในหมอกขาวที่มองไม่เห็นใครในตอนแรกก็ค่อยปรากฏร่างของเทวินที่มีแสงประกายม่วงเข้มออกมาเล็กน้อย
“ผมรอให้คุณตื่นมาในออร่าแสงนี้ครับ”
“ออร่าแสง…..ที่แฝงอยู่กับฉันหรือเปล่าคะ?”
“ยังไม่ใช่ครับคือ ผมสร้างออร่านี้ขึ้นเพื่อให้เหมือนกับออร่าแสงที่แฝงอยู่กับคุณ แบบนี้ถึงจะเชื่อมต่อหรือพาเราเข้าไปสู่สิ่งนั้นคุณไม่ต้องกังวลและทำใจให้สบายนะครับ” เขาอธิบาย “อ๋อได้ค่ะ ฉันไม่รู้สึกกังวลมากนัก แต่ความสงสัยมีมากกว่าสิ่งใดๆ ในตอนนี้” ความรู้สึกของเธอตอนนี้เป็นแบบนี้
“ตอนนี้ คุณรู้สึกถึงความเป็นบวกหรือเป็นลบต่อตัวคุณเองครับ?”
เธอนิ่งพิจารณาอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มออกมา“เป็นด้านบวกค่ะ”
“โอเคสิ่งที่เรากำลังจะได้พบเป็นออร่าแสงที่มาดี เป็นด้านบวกตามความรู้สึกของคุณครับผมเองก็รู้สึกได้เช่นเดียวกับคุณ”
“โอ้ค่ะ โอเค ฉันพร้อมแล้ว”
“ดีครับผมจะต้องใช้ร่างกายแสงของตัวเอง อืม...เป็นแบบว่ามนุษย์วาวรที่มีขนสีม่วงเข้มทั้งตัว ตัวโตประมาณ 2 เมตรครึ่ง
เพื่อจะพาคุณเข้าไปสู่อีกออร่าแสงหนึ่ง” เขายิ้มเพื่อให้เธอรู้สึกดีไว้ก่อนกล่าว
“คุณคงจะไม่กลัวร่างกายแสงแท้จริงของผมนะครับเพราะถ้าคุณตกใจ คุณอาจจะตื่นขึ้นและพบว่าตัวเองอยู่บนเตียง
ในตอนก่อนที่คุณจะหลับไป”เขาพยายามที่จะบอกเพื่อไม่ให้เธอตกใจหรือกลัว
“โอ้...ได้ค่ะมนุษย์วานรม่วง น่าสนใจดีนะคะ” เธอทำหน้าตาแปลกๆ ก่อนจะยิ้มออกมาเป็นเชิงว่าเธอโอเค และจะไม่ตกใจกลัว
เขาเห็นเธอพร้อมมากขึ้นแล้วจึงได้เปล่งแสงสีม่วงเข้มออกจากร่างกายและก็ค่อยๆ กลายร่างเป็นมนุษย์กึ่งวานร ไม่มีหาง
มีขนสีทั่วตัวเป็นสีม่วงเข้มดวงตาก็เป็นสีม่วงเข้มเป็นประกายแวววาว
“โอ้....พระเจ้าคุณดูเหมือนกับมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่ยังไม่ได้วิวัฒนาการเป็นแบบที่เราเป็นทุกวันนี้”
“ใช่ครับแต่เป็นวิวัฒนาการไปอีกขั้นของมนุษย์ยุคปัจจุบัน เพียงแต่เป็นร่างกายแสงหากคุณพร้อมแล้วก็เกาะที่หลังผมครับ”
“ได้ค่ะ” เธอเกาะหลังเขาโดยที่ไม่ได้รู้สึกกลัว เพียงรู้สึกนิ่มๆกับขนที่ปกคลุมตัวเขา และยังรู้สึกถึงกล้ามเนื้อแข็งแกร่งของร่างกายแสงนั้นอีกด้วย