บทที่ 14 : สัญญาโลหิต
เจียงซูผิงกำลังยื่นข้อเสนอแลกเปลี่ยนครั้งสำคัญกับหอการค้าตระกูลตง
“นอกจากยาประสานิญญา ข้าจะสรรหาของดี และจะขายให้เฉพาะหอการค้าตระกูลตงเท่านั้น แต่มันต้องแลกกับการที่ค้าถือหุ้นครึ่งหนึ่งของร้านแห่งนี้”
นางรู้ดีว่า ข้อเสนอนี้เป็ข้อเสนอที่น่าหนักใจ
ในมุมมองของคนอื่น นางช่างดูไม่น่าเชื่อถือ เป็แค่เด็กสาวอายุสิบแปดมาจากไหนก็ไม่ทราบ กลับมีเม็ดยาประสานิญญาแสนล้ำค่า ทั้งยัง้าแม้กระทั่งเป็เ้าของร้านค้าอีกครึ่งหนึ่ง
หากตงเลี่ยงจิงจะปฏิเสธในทันทีก็คงไม่ใช่เื่แปลก แต่นางก็อยากจะขอเสี่ยงวัดดวงดูสักครั้ง
ทว่าสิ่งที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่า คือการที่คู่สนทนาตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว
“ตกลงขอรับ”
กลายเป็ฝ่ายเจียงซูผิงงงงันเสียเอง ทีแรกนางคิดจะให้เถ้าแก่ได้ใช้เวลาทบทวนข้อเสนอสักอาทิตย์ แต่กลับกลายเป็ยอมรับโดยไร้แม้กระทั่งคำถาม จนนางเป็ฝ่ายสงสัยแทน
“ท่านคิดทบทวนดีแน่แล้วหรือ เหตุใดจึงตอบตกลงง่ายๆ”
เถ้าแก่ตงเกาท้ายทอยเขินๆ ก่อนจะสารภาพความน่าละอายของตัวเอง
“ด้วยความสามารถของข้า ยากจะทำการพลิกฟื้นหอการค้านี้ขึ้นมาได้ แต่เพราะได้มาเจอกับคุณหนู เพียงพริบตาเดียวร้านของค้าก็ได้กำไรมากกว่าที่ขายมาตลอดหลายปี ถ้าข้าไม่ยอมให้ท่านเป็หุ้นส่วนร้านนี้ บรรพบุรุษก็คงสาปแช่งข้าแน่นอนขอรับ”
ตงเลี่ยงจิงเจอผู้มีพระคุณราวกับนางฟ้าเหาะมาช่วยร้าน หากไม่รีบรับไว้ ท่านปู่ที่อยู่์คงได้เตะก้นเขาแน่ๆ อีกประการหนึ่งก็เพราะเขายังให้ความสำคัญกับร้านค้านี้จริงๆ จึงไม่อยากให้มันล้มหายตายจากในรุ่นของเขา เมื่อมีโอกาสพลิกฟื้นขึ้นมาใหม่ เขาก็จะขอลองสู้ดูให้เต็มที่
อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงครั้งนี้ไม่อาจทำเพียงปากเปล่า เจียงซูผิงจึงแนะขึ้นมาอีกหนึ่งอย่าง
“เช่นนั้นเพื่อความยุติธรรมกับเราทั้งสองฝ่าย ข้าเสนอให้ใช้สัญญาโลหิตด้วย”
เถ้าแก่ตงชะงักไปทันที
สัญญาโลหิต เป็สัญญาที่ทำมาจากกระดาษชนิดพิเศษ ซึ่งต้องหยดเืของผู้ทำสัญญาทั้งสองลงไปด้วย และมันจะเป็การผูกมัดกระทั่งจิติญญา หากใครบิดพลิ้วหรือละเมิดข้อตกลง บุคคลผู้นั่นย่อมสิ้นชีวิตดับสูญ เป็สัญญาที่ทั้งอันตรายและมีค่า ดังนั้นคิดจะทำเพียงเล่นๆ ไม่ได้
ตงเลี่ยงจิงไม่คิดมาก่อนว่า คุณหนูอายุน้อยจะรู้จักสัญญาโลหิต ที่ร้านค้าส่วนใหญ่เก็บไว้ใช้เฉพาะเจรจาตกลงกับคู่ค้าเ้าสำคัญๆ เท่านั้น เพราะมันมีชีวิตที่ต้องแลกเป็เดิมพัน ต่อให้จะเป็สัญญาที่ฟังดูยุติธรรมก็จริง หากมีไม่กี่คนที่กล้าเรียกร้องขอให้ใช้
ชายหนุ่มจึงถามย้ำถึงความสมัครใจอีกรอบ
“ท่านแน่ใจหรือว่าจะทำสัญญาโลหิต”
เจียงซูผิงพยักหน้า กล่าวย้ำหนักแน่น
“ข้าแน่ใจ ท่านพอมีหรือไม่”
“มีแน่นอนอยู่แล้วขอรับ ข้าจะไปนำมาให้”
หลังเห็นว่าอีกฝ่ายเอาจริง เถ้าแก่ตงก็หายเข้าไปหลังร้าน เพียงไม่นานก็นำม้วนกระดาษที่วางอยู่ในหีบใบหนึ่งออกมา ก่อนยื่นให้กับหญิงสาว พร้อมพู่กันและแท่นหมึก
“เชิญคุณหนูร่างสัญญาได้เลยขอรับ”
คู่สนทนาพยักหน้า เริ่มลงมือขีดเขียนรายละเอียดข้อตกลงซึ่งมีง่ายๆ เพียงไม่กี่ข้อ
...หนึ่ง เจียงซูผิงจะจัดหาของมาขายให้กับหอการค้าตระกูลตงเพียงเ้าเดียว
...สอง เจียงซูผิงมีสิทธิในการตรวจดูสินค้าทุกชิ้นภายในร้าน
...สาม กำไรของร้านและของเจียงซูผิงจะแบ่งครึ่งให้เท่าๆ กัน
ครั้นร่างสัญญาเสร็จสิ้นก็ยื่นกลับไปให้อีกฝ่าย
“เถ้าแก่ลองตรวจทานดูก่อน”
ตงเลี่ยงจิงกวาดสายตาอ่าน แล้วก็สะดุดกับชื่อของผู้ที่ลงนาม
“เจียงซูผิง...เอ๊ะ? นี่ท่านคงไม่ใช่บุตรสาวตระกูลเจียง”
ตระกูลเจียงนับเป็ตระกูลโด่งดัง ด้วยตำแหน่งหัวหน้าตระกูลเป็ถึงท่านราชครู นอกจากนั้น ยังเคยเป็ที่ปรึกษาให้กับฮ่องเต้มาหลายชั่วอายุคนจึงเป็ที่รู้จักมักคุ้นและนับหน้าถือตาของชาวบ้านทั่วๆ ไป
เถ้าแก่ตงคิดไม่ถึงว่า ตนเองจะทำการค้ากับคนใหญ่คนโต โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสถานะที่เขาได้ยินจากปากของหญิงสาว
“ใช่แล้วเ้าค่ะ ข้าคือคุณหนูใหญ่ของตระกูลเจียง”
เคยได้ยินมาผ่านๆ ว่า คุณหนูใหญ่สกุลเจียงร่างกายอ่อนแอ แต่การที่เ้าตัวยาประสานิญญา ซึ่งเพิ่มพลังวัตรให้กับผู้ใช้ปราณมากมายขนาดนี้ เหตุใดจึงมีข่าวทำนองนั้นออกมาอีกเล่า
แม้จะยังมีปริศนามากมายที่อยากรู้ หากเขาก็ไม่กล้าเสียมารยาทกับผู้ที่เป็คู่ค้าคนสำคัญ
“ถ้าเถ้าแก่อ่านแล้วไม่มีอะไรติดขัดก็เริ่มทำสัญญากันเถิด”
“ได้ขอรับ”
ชายหนุ่มตอบตกลง ก่อนจะเริ่มเซ็นชื่อตนเอง ประทับคลั่งประจำตระกูล แล้วสุดท้ายจึงกรีดเืที่นิ้วแล้วหยดลงไป
เจียงซูผิงกระทำเช่นเดียวกัน เพียงแต่นางแค่เซ็นชื่อ ไม่ประทับคลั่งเพราะถือเป็เื่ของนางคนเดียว ไม่เกี่ยวกับตระกูลเจียง ก่อนจะหยดเืที่ปลายนิ้วชี้
กระดาษดูดซึมเืทั้งสองหยดลงไปอย่างรวดเร็ว ก่อนมันจะส่องแสงสว่างเรืองรองกลายเป็โซ่สีเืพุ่งตรงเข้ามาในร่างของผู้ทำสัญญาทั้งสอง
เจียงซูผิงรู้สึกคล้ายมีโซ่ที่มองไม่เห็นผูกมัดจิติญญาของตัวเองเอาไว้แ่า คล้ายบังคับให้นางห้ามละเมิดกฎ มิเช่นนั้นโซ่เส้นนี้จะบีบรัดจิติญญาของนางจนดับสูญ
ไม่นาน แสงสว่างจากกระดาษก็วูบหายดับไป เป็การแสดงให้เห็นว่าสัญญาโลหิตเสร็จสมบูรณ์เรียบร้อย
ถัดจากนั้น คุณหนูใหญ่ก็ปล่อยให้เถ้าแก่ตงนำสัญญาไปเก็บรักษา ก่อนจะหยิบกระปุกยาขึ้นมามอบให้
“นี่เป็ยาประสานิญญาอีกห้าสิบเม็ดที่ข้าเตรียมไว้ ส่วนเงินก็เอาไปลงทุนปรับปรุงร้านค้าให้ดีขึ้นเถิด”
“ทราบแล้วขอรับ”
ครั้นบรรลุจุดประสงค์ของตัวเอง เจียงซูผิงก็ถือโอกาสร่ำลากลับจวน
นับจากนี้ นางจะต้องกลับไปวางแผนการค้าดีๆ โดยยังรักษาสภาพของความเป็คุณหนูผู้อ่อนแอเอาไว้ให้ได้ เพื่อป้องกันมิให้มีผู้ใดสงสัย เพราะในอนาคตนางจะขอร่ำรวยอย่างเงียบๆ มากขึ้นเรื่อยๆ
ถือเสียว่า...มันเป็ของขวัญอายุครบสิบแปดปี ซึ่งนางมอบให้กับเส้นทางทั้งชีวิตที่เหลือต่อจากนี้ก็แล้วกัน
ꕥꕥꕥꕥꕥꕥꕥꕥꕥꕥꕥ
คล้อยหลังจากคุณหนูเจียงหรือหุ้นส่วนใหญ่ของร้านเดินจากไปไม่นาน ยังไม่ทันที่ตงเลี่ยงจิงจะจัดการนำยาประสานิญญาไปเก็บ เขาก็ต้องต้อนรับกับลูกค้าเ้าประจำผู้มาเยือน
“ยาประสานิญญามีมาเพิ่มเติมหรือไม่”
บุรุษร่างกำยำแต่งกายด้วยชุดสีดำตลอดทั้งตัว ทั้งยังสวมผ้าปิดใบหน้าเหลือเพียงดวงตาคมที่ปล่อยรังสีทั้งความน่าเกรงขามและความน่าขนลุก
ทว่าเถ้าแก่ตงก็ยังสวมิญญาพ่อค้า เตรียมเสนอขายตามความจริง
“มาแล้วขอรับ ตอนนี้มีอยู่ห้าสิบเม็ดพอดี”
“ข้าจะขอเหมามันทั้งหมด”
คำสั่งซื้อสั้นๆ พร้อมกับถุงเงินถุงใหญ่ถูกวางบนโต๊ะ ภายในนั้นมีห้าสิบตำลึงทองไม่ขาดไม่เกิน คนทั่วๆ ไปสมควรจะใ แต่เ้าของร้านแห่งนี้กลับนิ่งเฉย นั่นก็เพราะมันไม่ใช่ครั้งแรก
เมื่อหลายวันก่อน คนที่ยอมรับหินลับมีดไปพร้อมกับยาประสานิญญาแจกฟรี ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากบุรุษปริศนาผู้นี้ หลังจากนั้น วันต่อมา เ้าตัวก็กลับมาพร้อมกับขอเหมาเม็ดยาที่มีอยู่ทั้งหมด และโยนเงินหลายสิบตำลึงทองให้โดยตาไม่กะพริบ
...สิ่งหนึ่งที่เขาไม่ได้บอกคุณหนูเจียงว่า เหตุใดถึงขายหมดได้เร็ว ก็คือเื่ที่เขาขายมันให้กับลูกค้ากระเป๋าหนักเพียงเ้าเดียวนี่แหละ
มิหนำซ้ำ ลูกค้าคนนี้ยังเที่ยวมาถามทุกวัน จนวันหนึ่งเผลอพังประตูร้านเข้า เขาเลยต้องแสร้งทำป้ายปิดร้านชั่วคราวเอาไว้เพื่อตัดรำคาญ หากในวันนี้เมื่อมีสินค้ามาเติม เขาก็จำต้องขายไปอย่างช่วยไม่ได้ เพราะตอนนี้เขาไม่ได้บริหารร้านอยู่เพียงลำพัง หน้าที่การทำให้ร้านเติบโตคุณหนูเจียงก็ยังฝากให้เขาดูแลด้วย
“นี่ยาประสานิญญาของท่านขอรับ”
ตงเลี่ยงจิงยื่นกระปุกยาที่ได้มายังไม่ทันอุ่นมือ ก็ต้องปล่อยไปให้อีกฝ่าย
บุรุษชุดดำพยักหน้า ก่อนเดินจากไปด้วยฝีเท้าไร้สุ้มเสียง บ่งบอกถึงผู้ฝึกยุทธ์ที่มีระดับปราณขั้นสูง แล้วจึงหลบหายไปอย่างไร้ร่องรอยเช่นเดียวกับตอนขามา
ทิ้งให้เถ้าแก่ตงได้แต่ถอนหายใจด้วยความเหนื่อยหน่าย
เฮ้อ...จะคิดการใหญ่ช่างลำบากแท้ ต่อจากนี้ เื่ไม่น่าเชื่อคงแวะเวียนมาทุกวัน เขาสมควรต้องทำตัวให้คุ้นชินเสียที
ꕥꕥꕥꕥꕥꕥꕥꕥꕥꕥꕥ
Writer's Talk
ใครเอ็นดูเถ้าแก่ตงกันบ้างคะ เห็นแบบนี้นางก็ฉลาดไม่เบาน้า
เผื่อมีใครอยากสมัครเป็ FC ฮาา รับรองว่าในอนาคตมีบทมากขึ้นแน่ๆ ค่ะ
เพราะต่อจากนี้ได้คุณหนูเจียงมาช่วยเหลือแล้ว
ฝากเถ้าแก่ตงไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะคะ