บทที่ 25 สายตาที่เปลี่ยนไป
หลิวไป๋ฮวาผู้นี้ไม่ได้กระทำในสิ่งที่มันชั่วช้านั้นเลย ไม่ได้กระทำในสิ่งที่มันผิดคุณธรรมเช่นนั้น ทำไมทุกคนถึงได้เชื่อคำพูดโป้ปดหลอกลวงของเลขาธิการพรรคหมู่บ้านคนนี้โดยไม่ฉุกคิดอะไรเลย
‘แกมันแพศยา เข้ามาในหมู่บ้านได้ไม่เท่าไหร่ก็กล้ามาเป็นชู้กับสามีฉันอย่างนั้นเหรอ!’ น้ำเสียงตวาดกร้าวดังขึ้นแสกหน้า หญิงสาวที่ตัวสั่นงกด้วยความหวาดกลัว ถึงแม้จะโดนกระทำเช่นนั้น ทว่าเธอก็ยังส่งสายตาวิงวอนร้องขอชีวิต แม้จะรู้ดีว่าคงไม่เป็นผล
‘หน้าด้านนัก หาสามีเป็นของตัวเองไม่ได้หรืออย่างไรกัน ชั้นต่ำ!’ ทุกคำด่าทอเหยียดหยามพ่นเข้าใส่โดยที่หลิวไป๋ฮวาไม่มีสิทธิ์โต้แย้งใด ๆ เลย และยิ่งภรรยาของเลขาธิการพรรคหมู่บ้านเห็นท่าทีนิ่งเฉยของหลิวไป๋ฮวา ก็ยิ่งคิดว่าอีกฝ่ายยอมรับในทุกข้าครหา ความเกรี้ยวกราดจึงเพิ่มเป็นทวีคูณ จนในสายตาของหลิวไป๋ฮวาคนนี้มองบุคคลตรงหน้าที่เป็นราวปีศาจร้าย
‘ใบหน้าเช่นนี้งั้นหรือ ที่ใช้หลอกล่อสามีชาวบ้าน’
‘ยิ่งเห็นว่าสามีฉันไม่เล่นด้วยก็ถึงขั้นวางยา มันน่าจับขึงประจานกลางงานยิ่งนัก ทุกคนมองมันให้ดีผู้หญิงชั้นต่ำที่เข้ามาในคราบครูอาสาคนนี้มันมีความคิดชั่วช้ามากเช่นใด มาหลับนอนได้แม้กระทั่งกับผู้ชายที่มีลูกมีเมียแล้วเช่นนี้ จะยังกล้าให้มันอยู่ที่นี่อีกอย่างนั้นหรือ!’
‘อยากรวยทางลัดจนต้องใช้วิธีต่ำช้าเช่นนี้เลยหรืออย่างไรกัน’ ชาวบ้านที่รับเหตุการณ์เช่นนี้ไม่ได้เอ่ยออกมา อีกทั้งใช้สายตาดูแคลนที่จับจ้องไปยังร่างบอบช้ำของหญิงสาว
‘ฮึก ฉะ…ฉันไม่ได้ทำ อึก ฮือ ไม่…’
‘หลักฐานมัดตัวเช่นนี้ยังกล้าพูดจาโกหกอย่างนั้นหรือ หน้าด้านยิ่งนัก!’
‘ลอยหน้าลอยตาเช่นนี้คงต้องสั่งสอนให้หลาบจำ หากสั่นระริก คันคะเยอมากนักก็ให้หาสามีเป็นของตัวเอง ไม่ใช่มายุ่งวุ่นวายกับสามีผู้อื่นเช่นนี้’
สิ้นประโยคตวาดกร้าว ใบหน้าที่มีรอยช้ำเป็นทุนเดิมของหลิวไป๋ฮวาก็สะบัดไปตามแรงกระแทกบนพวงแก้ม สิ่งแรกที่หญิงสาวสัมผัสได้คือมันชาจนแทบจะไร้ซึ่งความรู้สึก ก่อนที่เพียงเสี้ยววินาทีความรู้สึกนั้นจะแปรผันมาเป็นความเจ็บปวด หยดน้ำตาไหลรินลงมาครั้งแล้วครั้งเล่า ริมฝีปากแตกจนได้เลือด แก้มแดงช้ำจากการถูกกระแทกเข้าที่เดิมซ้ำไปซ้ำมา ก่อนกลุ่มผมของหลิวไป๋ฮวาจะถูกดึงทึ้งกลับไปที่เดิม พร้อมกับแรงตบที่กระแทกเข้าใส่ใบหน้างดงามนี้ซ้ำ ๆ ราวกับไม่ต้องการให้หญิงสาวใช้ใบหน้านี้ล่อลวงสามีใครได้อีก
ทั้งที่การกระทำของภรรยาเลขาธิการพรรคหมู่บ้าน เป็นการกระทำที่แสนเลวร้าย ป่าเถื่อน ช่างไร้ศีลธรรม และดูเป็นการทารุณกรรมมนุษย์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่น่ามีใครยอมรับการกระทำโหดร้ายเช่นนี้ได้ ทว่ากลับไม่มีใครคิดจะห้าม พวกเขามุงดูเด็กสาวด้วยสายตาเย็นชา มองราวกับว่าหลิวไป๋ฮวาผู้นี้นั้นไม่ใช่คน ทำไมชาวบ้านถึงได้เปลี่ยนไปราวกับคนละคนเช่นนี้กัน ก่อนวันงานยังเข้ามาพูดคุยกับเธอด้วยความสนุกสนานอยู่เลยไม่ใช่หรืออย่างไรกัน
ความเจ็บช้ำทางร่างกายไม่อาจเทียบเท่ากับความเจ็บช้ำภายในจิตใจของเธอเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งความหวาดกลัวที่จะเผชิญหน้ากับคนพวกนี้มันทำให้หัวใจดวงน้อยที่เคยแข็งกล้านั้นอ่อนแรงลงโดยพลัน หลิวไป๋ฮวาผู้โชคร้ายยังคงโดนทารุณกรรมทางด้านร่างกาย ด้วยการทุบตีจนได้รับความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส จนกว่าคนผู้นั้นจะสาแก่ใจ ก่อนที่พวกเขาจะเดินจากไปโดยทิ้งร่างกายบอบบางที่เจ็บปวดเจียนตายและมีอาการสาหัสนี้เอาไว้ภายในบ้านร้างที่เปรียบดั่งขุมนรกแต่เพียงลำพัง โดยไร้ความช่วยเหลือ
กระทั่งเวลาล่วงเลยผ่านไปเพียงไม่กี่วัน นับว่าเป็นโชคดีที่มีคนเข้ามาพบเธอเข้า และเธอก็ถูกช่วยชีวิตโดยที่ไม่อาจล่วงรู้ได้เลยว่าบุคคลที่เป็นผู้มีพระคุณนั้นคือใคร หลิวไป๋ฮวาถูกพาไปรักษาตัวที่ต่างหมู่บ้าน ไม่ได้รับรู้ว่าสถานการณ์หลังจากนั้นเป็นเช่นไรอีกเลย
เพียงไม่นานเรื่องที่เธอวางยาและหลับนอนกับจางไฉ่หง เลขาธิการพรรคหมู่บ้านถูกแพร่งพรายออกไปให้ชาวบ้านผู้อื่นที่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ได้รับรู้ ยิ่งเป็นเรื่องอื้อฉาวเช่นนี้ข่าวก็ยิ่งไปไวนักจนเพียงไม่นานผู้คนในหมู่บ้านต่างก็รับรู้เรื่องราวที่แสนอัปยศนี้ทั้งหมด ไม่เว้นแม้กระทั่งหมู่บ้านที่อยู่ใกล้เคียงกันก็ตาม ทั้งที่ข่าวที่ถูกกระจายออกไปหาความจริงไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
หลิวไป๋ฮวาเด็กสาวผู้ที่มีความมุ่นมั่นและตั้งความหวังว่าอยากจะเพิ่มโอกาสให้เด็กในแถบชานเมืองได้มีโอกาสในการศึกษาเล่าเรียน จนหญิงสาวต้องดั้นด้นมาจนถึงที่นี่ แม้ว่าจะเป็นการออกนอกกรอบและฝืนคำสั่งของผู้เป็นบิดามากเพียงใด ทว่าเธอก็ไม่เคยคิดที่จะล้มเลิกความคิดนี้เลยสักครั้ง หญิงสาวที่เข้ามาให้การศึกษาและหาวิธีให้เด็กในหมู่บ้านได้ร่ำเรียน จนกลายเป็นที่รัก และที่นับถือ อีกทั้งยังเป็นบุคคลที่ชาวบ้านต่างนึกเอ็นดูและรักใคร่ทั้งที่เพิ่งเข้ามาในหมู่บ้านนี้ได้เพียงไม่นานนั้น
ทว่าในตอนนี้กลับแตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง จากสายตาที่มองมาด้วยความเอ็นดูเหมือนลูกหลานนั้น กลับเต็มไปด้วยความเกลียดชัง มองมาที่เธอด้วยความหวาดระแวงคล้ายกับว่าเธอผู้นี้จะไปแย่งสามีของตน ไม่มีผู้ใดที่กล้าเข้ามาชิดใกล้ ไม่มีผู้ใดที่กล้ามาพูดคุย หรือแม้แต่เด็กน้อยในหมู่บ้านที่เธอเคยสอน ล้วนก็ถูกพ่อแม่สั่งห้ามไม่ให้มาเสวนาหรือยุ่งเกี่ยวกับหลิวไป๋ฮวาผู้นี้ จนกลายเป็นที่รังเกียจของคนในหมู่บ้านเสียแล้ว
จากที่รัก กลับกลายเป็นที่ชังเพียงชั่วข้ามวัน
หญิงสาวจำได้ดีว่าตอนนั้นเธอถูกพาตัวไปรักษาอาการบาดเจ็บปางตายที่นอกหมู่บ้านอยู่นานนับอาทิตย์ แม้จะมีร่องรอย และบาดแผลจากการทารุณ ทว่าก็ดีขึ้นมาก หากแต่นั่นเป็นเพียงสภาพภายนอก แต่ใครจะไปรู้ว่าภายในจิตใจของเธอผู้นี้นั้นย่ำแย่เพียงใด หลิวไป๋ฮวาจำต้องกลับมาที่หมู่บ้านอีกครั้ง ในวันแรกที่เธอเหยียบย่ำเข้ามาในหมู่บ้าน หอบหิ้วจิตใจที่อ่อนแอจนแทบจะแหลกลาญ ทุกคนต่างมองมาด้วยสายตาชิงชัง บางคนถึงขั้นรับไม่ได้ ขว้างปาข้าวของใส่จนได้รับความฟกช้ำเพิ่มขึ้น ได้รับสายตาดูแคลนที่ไม่ว่าหลิวไป๋ฮวาผู้นี้จะเดินไปที่ใดต่างก็ได้รับสายตาเหล่านั้นตอบกลับมา ไม่มีใครให้ความช่วยเหลือ หรือแม้แต่คอยหยิบยื่น แบ่งปันอาหารมาให้กันอีกแล้ว
กว่าจะถึงบ้านร่างกายของเธอก็ชอกช้ำไปมาก…เป็นความเลวร้ายที่ไม่ควรจะจดจำทว่าหลิวไป๋ฮวากลับฝังใจในเรื่องเลวร้ายเช่นนี้ไปเสียแล้ว
หลังจากนั้นเพียงเวลาผ่านไปไม่กี่เดือน สภาพจิตใจที่ไม่ได้ดีขึ้นไปกว่าเดิมก็มาพบพานกับเหตุการณ์ที่อัปยศที่สุดในชีวิตของเธออีกครั้ง ในคืนเดือนมืดที่ยากต่อการมองเห็นในยามค่ำคืน ไม่มีชาวบ้านคนใดออกไปล่าสัตว์ในช่วงเวลานั้น เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่ค่อนข้างอันตราย และอาจจะมีภัยร้ายที่มาจากสัตว์ได้เพราะการมองเห็นนั้นไม่ได้เอื้ออำนวย หลิวไป๋ฮวาได้ใช้โอกาสนั้นในการเดินทางไปยังอีกหมู่บ้านที่อยู่ห่างออกไป อีกหมู่บ้านที่ข่าวฉาวของเธอไม่อาจแพร่งพรายไปถึง เพื่อเข้าไปพบคุณหมอที่เคยทำการรักษาเธอเมื่อหลายเดือนก่อน เนื่องจากไม่กี่อาทิตย์ที่ผ่านมา หลิวไป๋ฮวารับรู้ได้ถึงความผิดปกติด้านร่างกาย อาการที่คล้ายจะไม่สบายปวดศีรษะ หน้ามืด ไม่สามารถทานอาหารได้ อีกทั้งยังอาเจียนทั้งวี่ทั้งวัน จวบจนร่างกายอ่อนเพลีย เป็นเรื่องที่ไม่ปกตินัก หญิงสาวจึงได้ตัดสินใจเดินทางมาหาคุณหมอในทันทีเพื่อตรวจให้รู้ว่าร่างกายของเธอเป็นเช่นไร อาจจะติดโรคร้ายที่มาจากจางไฉ่หงที่ชอบมั่วสุมนั่นหรือเปล่า
ทว่าอาการที่เป็นอยู่ในตอนนั้นกลับไม่ใช้อาการที่มาจากโรคร้ายอย่างที่เธอคิด แต่กลับพบว่าเธอในตอนนั้นกำลังตั้งครรภ์ กับชายเลวทรามที่ทำการข่มเหงเธอด้วยความไม่ยินยอม โลกทั้งใบกลับมาพังทลายอีกครั้ง หยาดน้ำตารินไหลลงมาอาบแก้มหญิงสาวอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลง ความสิ้นหวังพุ่งเข้ามากัดกินจนสภาวะจิตใจเข้าขั้นย่ำแย่อย่างหนัก
เป็นเช่นนี้แล้วหลิวไป๋ฮวาจะใช้ชีวิตที่เหลือได้เช่นไร…