ตอนที่ 21 ยังไม่ตัดใจ!
จิ้งเยี่ยเห็นฮองเฮาลงไปหารือเื่ประลองก็เข้าใจทันที การแข่งขันครั้งนี้ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องดำเนินต่อ มิรู้วันนี้มีองครักษ์ลับกี่นายติดตามตนมา ดูจากก่อนหน้านี้ที่ตนถูกลอบสังหาร มีเพียงอ้านจิ่วปรากฏตัวเท่านั้น เป็ไปได้ว่าน่าจะเหลืออีกฝ่ายแค่คนเดียวแล้ว
เวลานี้ไม่รู้อ้านจิ่วจัดการเสื้อผ้าชุ่มเืตัวนั้นที่อาจกลายเป็เป้าหมายได้ง่ายแล้วหรือไม่ อีกอย่างยาสลบที่อีลั่วเสวี่ยลงมือผิดพลาด มิรู้จะส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวของเ้าตัวเพียงใด
เกรงว่าการประลองหลังจากนี้ ได้แต่ต้องให้เขาลงสนามแล้ว อีกอย่างหากไม่ให้คนออกมา รัชทายาทจะต้องคิดหาวิธีจับอ้านจิ่วไว้ไม่ปล่อย บีบให้คนผู้นั้นปรากฏตัวเป็แน่ เมื่อครู่รัชทายาทยังพูดเสียมากมายปานนั้น ในที่สุดก็ทำให้ฮ่องเต้เห็นด้วยกับการประลองครั้งนี้ แท้จริงแล้วจุดมุ่งหมายคืออ้านจิ่ว
เพียงแต่พูดยากว่าเป้าประสงค์ที่รัชทายาทมีต่ออ้านจิ่วในตอนนี้คืออะไร ก่อนหน้าเขาให้ความสำคัญต่อคนมีวรยุทธ์ยอดเยี่ยม อยากเอามาเป็ของตน กลับถูกอ้านจิ่วปฏิเสธซึ่งหน้า ทำให้รัชทายาทไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน อีกฝ่ายคงไม่คิดเก็บอ้านจิ่วไว้อีกกระมัง อาจคิดหาวิธีพาเ้าตัวไปจากข้างกายตน จากนั้นค่อยลงโทษ
ั้แ่ต้นจนจบจิ้งเยี่ยเพียงดื่มสุราอย่างใจเย็น ยกจอกขึ้นดื่มทักทายพี่น้องคนอื่นๆ โดยรอบที่ไม่ได้เจอกันนาน สำหรับสายตาของรัชทายาทหย่งหยวนที่มองมานั้น เขาได้แต่ทำเป็มองไม่เห็น
อีลั่วเสวี่ยเห็นจังหวะเหมาะก็ลุกขึ้นเดินไปหาจิ้งเยี่ยอีกครั้ง ครานี้นางเดินไปตรงหน้าซู่ชิงอ๋องอย่างเปิดเผยต่อสายตาทุกคน ภายใต้คำอนุญาตของฮ่องเต้ที่ว่า แต่ละคนสามารถเดินไปทักทายกันได้ ถึงอย่างไรก็เป็งานเลี้ยงในครอบครัว บรรยากาศจึงค่อนข้างสบายๆ ดังนั้นการกระทำนี้ของชายารัชทายาทที่เข้าใกล้จิ้งเยี่ยจึงไม่ได้โดดเด่นอะไรนัก
“พี่เยี่ย ลั่วเสวี่ยคารวะท่านหนึ่งจอก เป็ข้าเสียมารยาท ลั่วเสวี่ยบอกเื่เมื่อครู่กับรัชทายาทแล้ว เขาพูดว่าคนชุดดำผู้นั้นต้องเป็องครักษ์ลับของพี่เยี่ยแน่นอน ฝ่ายนั้นเห็นลั่วเสวี่ยไม่ระวังโผไปทางท่าน จึงเข้าใจผิดคิดว่าข้า้าทำร้ายพี่เยี่ยถึงได้ปรากฏตัว หาได้มีเจตนาจะล่วงเกินลั่วเสวี่ย” หญิงสาวยกจอกสุราขึ้น ขณะพูดใบหน้าก็แดงเรื่อเล็กน้อย แววตามีความเขินอายอยู่บ้าง “เอาเป็ว่าเื่ทั้งหมดลั่วเสวี่ยเข้าใจผิดไปเอง พี่เยี่ยโปรดยกโทษให้ด้วย”
“ชายารัชทายาทกังวลเกินไปแล้ว แค่ลูกน้องตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ไม่คู่ควรให้ท่านต้องมาขอโทษข้าด้วยเื่ของเขา อันที่จริงพระชายาไม่จำเป็ต้องใส่ใจ” จิ้งเยี่ยยิ้มน้อยๆ แล้วยกจอกสุราขึ้นชนกับนางทีหนึ่ง “จอกนี้ถือว่าข้าคารวะชายารัชทายาท ตอนงานมงคลของรัชทายาทกับพระชายาไม่ทันได้ไปร่วมพิธี ตอนนี้จึงขออวยพรจากใจ ให้รัชทายาทกับชายาครองรักกันตราบนิรันดร์”
อีลั่วเสวี่ยเผยสีหน้าผิดหวังอย่างไม่ปิดบัง “ขอบคุณพี่เยี่ย แต่อย่างไรข้ายังต้องมาขอโทษอยู่ดี องค์รัชทายาทให้ความสำคัญต่อองครักษ์ลับผู้นั้นของท่านมาก บอกว่าเมื่อครู่ลั่วเสวี่ยตำหนิเขาอย่างไม่มีเหตุผลเช่นนั้นไร้มารยาทมากจริงๆ หวังว่าพี่เยี่ยจะให้อภัยข้าที่ไม่รู้ความ”
จิ้งเยี่ยอมยิ้มมุมปาก แววตากลับดำทะมึนลึกล้ำ “เสด็จพี่กับพระชายาเกรงใจเกินไปแล้ว เื่นี้ข้ากับองครักษ์ผู้นั้นไม่ได้เก็บมาใส่ใจ ขอให้เสด็จพี่กับพระชายาลืมเื่นี้ไปเถิด”
หลังอีลั่วเสวี่ยเดินจากไป ซู่ชิงอ๋องก็เก็บรอยยิ้ม ดูท่ารัชทายาทหย่งหยวนจะยังไม่ตัดใจจากอ้านจิ่ว วันนี้เขาคิดจะแย่งชิงองครักษ์ลับกับตนโดยไม่ลังเลอย่างนั้นหรือ