“ปาน!ทำไมพูดแกล้งกาญแบบนั้น พี่ปวดหัวมากนะ”
“หนูไม่ชอบให้ใครว่าถ้าหนูไม่ผิดค่ะหนูไม่ยอม!” หญิงสาวพูดจบก็คลำหน้าผากตัวเองพร้อมบ่นอุบอิบ
“เจ็บไม่หายเลย”เสียงบ่นทำให้ชายหนุ่มเดินไปหยิบยามาให้พร้อมกับถามด้วยความสงสัย
“ทำไมโดนประตูล่ะบอกให้หลบด้านในเฉยๆ”
“หนูหลบในตู้เผลอหลับเลยร่วงลงมาค่ะเลยมายืนพิงประตูค่ะ”
“ยัยบ๊องเอ๊ยเจ็บมากไหม ไหนดูหน่อยสิ”พัศนัยยื่นหน้ามาดูหน้าผากที่มีรอยแดงจางๆแล้วค่อยๆทายาให้หญิงสาวตรงหน้าเขาคนนี้ไงที่บอกรอคอยเขามา14ปีตอนนี้ส่งสายตาหยาดเยิ้มมองเขาจนหัวใจเขาสั่นระรัวไปหมดแล้ว
“อย่ามองหรือจ้องใครแบบนี้อีกนะปาน”พูดจบก็ยื่นหน้ามาชิดริมฝีปากบางทันที
“ทำไมคะ”คนถามหน้าแดงก่ำก่อนจะถูกคนตรงหน้าััที่ริมฝีปากเบาๆ
“ก็จะโดนทำแบบนี้ไงครับ”พัศนัยใช้มือช้อนคางมนยกขึ้นเล็กน้อยก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปชิดจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจของอีกคน
“จูบแรกหนู!!!”สองมือดันเขาออกสุดแรงแต่ไม่มีผลอะไรเมื่ออีกคนกำลังปล่อยตามเสียงของหัวใจตัวเองและคนที่แรงน้อยกว่ามีหรือจะต้านทานไหวกว่าจะรู้สึกตัวว่าทำอะไรผิดพลาดไปเพราะไม่หักห้ามใจก็สายเกินไปเสียแล้วหญิงสาวมองคนที่นอนข้างๆกายตอนนี้ด้วยความรู้สึกสับสนไปหมดสักพักคนข้างๆก็หันหน้ามา พร้อมกับพูดบางประโยคจนหญิงสาวแทบแทรกหน้าหนี
“พอแล้วนะพี่เหนื่อยมากไม่มีอีกรอบนะ”พูดจบก็ทำท่าหลับตาทันที
คนฟังถึงกับเอาผ้าห่มคลุมโปงตัวเองพร้อมกับลำดับเหตุการณ์ที่ผ่านเมื่อไม่กี่นาทีนี้เองว่าทำอะไรลงไปบ้างพอนึกได้ก็รู้สึกละอายใจจนพูดอะไรไม่ออกปานระพีดึงผ้าห่มพันตัวเองแล้วค่อยๆลุกและวิ่งเข้าห้องน้ำทันทีส่วนอีกคนได้แต่ะโตามหลังดังๆ
“อายเหรอครับมะกี้ไม่เห็นอายเลยนะ”
“พี่บีมบ้า!”เสียงะโสวนกลับมาทันที
พัศนัยหัวเราะลั่นอยู่คนเดียวก่อนจะฉุดคิดขึ้นมาว่าเขาจะแก้ปัญหาตัวเองอย่างไรดีใช่ตอนนี้เขายอมรับว่าตัวเองรักปานระพี รักมากกว่ากาญเกล้าที่เขารู้สึกแค่ผูกพัน แต่เมื่อเขาตัดสินใจแบบนี้ไปแล้วเขาต้องรับผิดชอบเื่นี้ทั้งหมดและจัดการมันด้วยตัวเอง
หญิงสาวในชุดเสื้อกล้ามสีครีมที่สวมทับด้วยกระโปรงสีน้ำเงินเข้มที่สั้นเหนือหัวเข่าทรงบานฟู่ฟ่องยิ่งส่งให้คนใส่ดูน่ารักมากขึ้นไปอีก หญิงสาวนั่งลงข้างๆชายหนุ่มคนที่ตัวเองรู้สึกว่ารักหมดหัวใจในเวลานี้ก่อนมืออุ่นๆของคนข้างๆจะจับมือตัวเองขึ้นมาพร้อมจุมพิตเบาๆพัศนัยดึงคนร่างบางเข้ามากอดพร้อมกับหอมที่แก้มทั้งสองข้าง
“พี่บีมมีความสุขมากเรายังจะแต่งงานอีกไหมปาน” คนฟังเงยหน้าขึ้นมองก่อนจะพูดเสียงเบาๆ
“หนูรักพี่บีมมากค่ะหนูไม่แต่งงานค่ะ แล้วพี่บีมละคะงานแต่งจะยกเลิกไหม?”
“พี่บีมแต่งครับแต่…..แต่งกับปานระพีนะครับ” คนฟังถึงกับยิ้มแก้มปริ แต่ข้างในลึกๆกลับรู้สึกสับสนอย่างบอกไม่ถูก
“เราไปเดินเล่นกันนะคะแต่พี่บีมควรไปอาบน้ำก่อนค่ะ” ชายหนุ่มทำทางลุกขึ้นยืนก่อนจะรีบนั่งลงที่เดิมแล้วยื่นหน้าไปชิดคนร่างบางพร้อมดันร่างบางลงนอนราบคิ้วหนาเข้มยื่นเข้ามาชิดจนอีกคนทำสีหน้าใ ก่อนคนร่างบางจะใช้ทั้งมือดันและเท้าถีบจนสุดแรงเกิดจนอีกคนเซและตกจากโซฟา
“ซาดิสม์เหรอปาน เดี๋ยวโดนรอบสองนะ”คนโดนถีบทำหน้าตาขมึงทึงใส่คนที่กำลังหัวเราะเยาะตัวเอง
ในห้างสรรพสินค้าชื่อดังของจังหวัดภาพชายหนุ่มเดินจับมือหญิงสาวคุยกันกะหนุงกะหนิงสลับหัวเราะต่อกระซิกแถมชุดที่ทั้งคู่สวมใส่ยังเป็สีครีมเหมือนกันราวกับอยากประกาศให้คนที่พบเห็นรับรู้ว่าเป็คู่รักกันกาญเกล้ายืนหลบข้างเสาพร้อมกำมือแน่นกับภาพที่เห็นตรงหน้า ข่าวงานแต่งที่จะจัดขึ้นเพื่อนฝูงญาติพี่น้องต่างรู้กันเกือบหมดแล้วชื่อเสียงที่สะสมมาตลอดชีวิตการทำงานรับราชการจะจบสิ้นเพราะผู้หญิงคนนี้อย่างนั้นหรือหญิงสาวยืนทบทวนสักพักก่อนจะรีบออกไปจากห้าง
“พรุ่งนี้เราไปไหนต่อดีปาน”พัศนัยถามพร้อมกับยิ้มอย่างมีความสุข
“พรุ่งนี้กลับกรุงเทพฯค่ะ”หญิงสาวตอบพร้อมกับจัดการไอศกรีมที่กำลังละลายอย่างรวดเร็วจนอีกคนอดขำไม่ได้
“อะไรทำไมเพิ่งบอกพี่ล่ะปานคิดถึงแย่เลยนะ”
“หนูคิดถึงพี่บีมมาตั้งหลายปีจนชินแล้วแค่นี้เองค่ะไม่เป็ไรหรอก”
หลังจากกลับจากห้างสรรพสินค้าปานระพีก็รีบจัดแจงกระเป๋าเก็บข้าวของตัวเองใส่กระเป๋าเตรียมตัวกลับพรุ่งนี้เช้า
“ถ้าไม่ติดงานตอนเย็นพี่จะขับรถไปส่งปาน”ชายหนุ่มโอบกอดคนร่างบางพร้อมกับหอมแก้มเบาๆ
“ไม่เป็ไรค่ะหนูกลับรถทัวร์สะดวกดีค่ะนอนหลับยาวเลย”
“ปาน เราแต่งงานกันนะ” พัศนัยใช้มือช้อนคางมนขึ้นก่อนจะจุมพิตที่หน้าผาก
“หือ แต่งงานเหรอคะ”หญิงสาวทำสีหน้าใทันที