‘คิดจะทำอะไรงั้นหรือ ?’ เสียงสะท้อนไปมาดังขึ้นในห้วงแห้งความมืดมิด หวังฮ่าวเซียนคล้ายกับกำลังมองแผ่นหลังของใครบางคนอยู่ แผ่นหลังนั้นคุ้นเคยเสียจนไม่อาจลืมเลือน
อา....จะลืมได้อย่างไรก็นั่นคือสิ่งที่เห็นทุกวันนั่นเอง
“...ฮ่าวเซียน”
เสียงเรียกชื่อแ่เบาดังขึ้นเป็ระลอก ผมกำลังมองแผ่นหลังนั้นให้หันกลับมาใช่แล้วคนที่ผมกำลังมองอยู่คือหวังฮ่าวเซวียนในนิยาย
คิดจะทำอะไร ?
คำถามนี้คือสิ่งที่ผมกำลังเอ่ยถามเขา ...เหตุใดเ้าจึงตีตัวออกห่างพี่น้องทั้งหลายและร่ำเรียนวิชาอันยากลำบากเช่นนี้
‘เดี๋ยวเ้าก็จะรู้เอง’
“หวังฮ่าวเซวียน” เสียงเรียกดังขึ้นในโสตประสาทใบหน้าอันคุ้นเคยเลือนหาย ใช่แล้วผมกำลังตื่นขึ้นจากฝันช่างน่าเสียดาย ...จะมีโอกาสได้คุยกับเขาอีกไหม ?
“หวังฮ่าวเซวียน” เสียงอ่อนนุ่มนั้นเรียกผมอย่างอ่อนโยนครั้นลืมตาตื่นกลับเป็ใบหน้างดงามราวกับเทพธิดา ใบหน้าของตัวเอกของนิยายแห่งนี้ซ่งจี้หยาง
“เ้าเป็อะไรหรือไม่ “มือเย็นคลอเคลียที่พวงแก้มผม เขาหลุบั์ตาลงถอนหายใจอย่างโล่งอกปล่อยให้ไรผมสลวยสีดำขลับราวปีกอีกาเลื่อนหล่นลงจากไหล่ ท่วงท่างามสง่าสวยงามราวภาพวาดมันทำให้ผมนึกว่าตนเองได้ไป์ทุกครั้ง ถ้าเทพธิดาบน์จะสวยแบบเขา อา...ใช่แล้วเขาสวยเหมือนเทพธิดาตัวน้อย
“...” ผมอ้าปากหากแต่ไร้เสียงอันใดเพราะคอแห้งแหบไปหมด ซ่งจี้หยางเหมือนจะรู้เขารีบหยิบถ้วยน้ำชาที่รินแล้วยกขึ้นจรดริมฝีปากตนเองก่อนโน้มตัวลงแนบชิดริมฝีปากดันหยาดน้ำใสเข้ามาในโพรงปาก ผมอ้าปากรับมันราวกับหิวกระหายทว่ามันไม่เพียงพอได้กินหนึ่งถ้วยแล้วก็อยากกินอีกยกมือที่เต็มไปด้วยผ้าพันแผลจูบที่สองก็แนบชิดเข้ามา
รู้ว่าหวังดีแต่ช่วยปล่อยให้ผมกินน้ำเองเถอะพ่อนางเอกคนสวย
“ข้า น้ำ ...อือ” ถูกจูบจนปากบวมผมจึงสามารถมีเสียงร้องบอกเขา ซ่งจี้หยางหยุดการกระทำไปคล้ายกับถูกสต็อกเอาไว้เขามองผมด้วยั์ตาอ่านยากสุดท้ายก็ประคองผมขึ้นจรดขอบถ้วยป้อนผมให้ดื่มลง หยาดน้ำใสที่ลงคอชื่นใจราวกับไม่ได้กินอะไรผมดื่มจนเกือบสำลักมืองามคอยลูบหลังให้อย่างอ่อนโยน
“เ้าหลับไปถึงวันครึ่งมาเถิดทานข้าวต้มเสียหน่อยคงจะหิวแล้ว” เขาถือข้าวต้มที่ผมมองแล้วหาเม็ดข้าวไม่เจอมันเหมือนข้าวต้มที่ถูกต้มจนเปื่อยแต่ในยามที่ถูกป้อนมันกลับอร่อยมาก ความจริงแล้วเมื่อคุณอดข้าวมาหนึ่งวันจะกินน้ำเปล่าก็ยังอร่อย
“ท่านอาจารย์ท่านฟื้นแล้ว! ” เสียงดังพาให้ผมเกือบสำลักข้าวต้มดังขึ้น ร่างเล็กที่เตี้ยกว่าผมกัวเฉินวิ่งเข้าประตูเขาทำสีหน้าราวกับเห็นของที่วิเศษที่สุด
“เ้า ...” ผมกลืนข้าวต้มคำที่หกลงคอมองหน้าศิษย์ตัวดี “ไหนว่าจะเฝ้าข้า”
ใช่แล้วผมสั่งให้เฝ้าเอาไว้ไม่ใช่หรือเหตุจึงได้หายไปแล้วปล่อยให้แม่คนงามผู้นี้เข้ามาแทน
“ท่านอาจารย์ศิษย์ผิดไปแล้ว ศิษย์ คือ ..คือ” กัวเฉินร้องไห้ฟูมฟายใบหน้าน่ารักเปื้อนไปด้วยน้ำตาและเสียงแสบแก้วหู โอ๊ยนี่คนที่มีพร์อันหาได้ยากยิ่งเหตุใดนิสัยเช่นนี้ น่ารำคาญจริงว้อย
“เ้าอย่าว่าเขาเลย ข้าเป็ฝ่ายบังคับเด็กน้อยผู้นี้ ในเมื่อเ้าช่วยชีวิตข้าเอาไว้ข้าย่อมตอบแทนเ้า” ซ่งจี้หยางเลื่อนมือมาประคองสองมือที่เต็มไปด้วยผ้าพันแผลของผม ใบหน้างดงามนั้นเศร้าโศกเสียจนผมหัวใจกระตุก ั์ตาคู่สวยหลุบลงเมื่อทอดมองมือของผม “ข้าเสียใจเหลือเกินที่ทำให้มือของเ้าเป็เช่นนี้ เ้าจะยินยอมให้ข้าไถ่โทษต่อเ้าได้หรือไม่ ? ”
“ไม่จำเป็ข้ามีศิษย์ที่พึ่งพาได้” ผมกระแอมไอมองดูศิษย์ที่ยังไม่รีบเข้ามาดูแลอาจารย์ พูดก็พูดเถอะกัวเฉินเป็น้องเล็กมาตลอดเขาดูแลใครเป็ที่ไหน ในนิยายเขามักถูกศิษย์พี่ในสำนักดูแลด้วยซ้ำ อย่างมือผมเจ็บอยู่แบบนี้เขายังจะประคองถ้วยชาให้ผม
โอ๊ยมือผมเจ็บนายไม่เห็นหรือไงเ้าศิษย์คนนี้นี่
“ให้ข้าดูแลเ้าเถอะอย่างน้อยก็ให้ข้าได้ช่วยเ้าบ้าง อาเซวียน” มืองดงามประคองมือผมเอาไว้เขาไม่ออกแรงแม้แต่น้อยราวกับกลัวผมจะเจ็บั์ตาสีงดงามคลอไปด้วยหยาดหยดของน้ำ ในยามที่ไข่มุกสีใสนั้นร่วงหล่นทำเอาผมตัวแข็งผมเงยหน้าขึ้นตะคอกใส่กัวเฉินที่จับต้นชนปลายไม่ถูก
“เ้าออกไปก่อน! ”
“ขอรับ ขอรับ” กัวเฉินรีบลนลานออกไปเขาปิดประตูใส่เสียดังผมถอนหายใจมองดูบานประตูที่ปิดสนิทนั่นแน่นหันกลับมามองใบหน้าหมดจด ผิวสีขาวราวกระเบื้องเคลือบชั้นดีนั้นแปดเปื้อนไปด้วยไข่มุกสีใสในยามที่ร่วงหล่นงดงามจับใจเสียจนต้องกลั้นหายใจ
โอ๊ย ผมยังไม่ได้รังแกนางเอกเลยนะ ทำให้นางเอกร้องไห้แบบนี้พี่ชายชุดดำรู้เข้าจะฆ่าผมโทษฐานทำแฟนเขาร้องแน่ๆ
“เื่แค่นี้เหตุใดจึงต้องร้อง! ” ผมตวาดเขาคนที่เจ็บมันผมแล้วทำไมนายร้องละเว้ย
“เพราะข้าเป็สาเหตุ”
โอ๊ย พ่อนางเอกแสนดีนี่ให้อารมณ์เหมือนผมเปิดดูละครจากประเทศไทยไม่มีผิด
“ข้าอภัยให้” ผมมองดูใบหน้างดงามที่เจือไปด้วยความโศกตรม ซ่งจี้หยางนั้นงดงามแม้จะงดงามไม่เท่าน้องชายของเซียนตูทว่าท่วงท่าของเขาก็เพียงพอที่จะร้องไห้ออดอ้อนบุรุษสักคนให้ลุ่มหลง
“ข้ารู้อาเซวียนเป็คนจิตใจดี ทว่าข้าอยากทำอะไรเพื่อเ้าให้ข้าดูแลเ้าเถอะนะ” ซ่งจี้หยางปาดน้ำตาท่วงท่าราวกับสาวงามกำลังออดอ้อนชายหนุ่มสักคน เขางดงามเลอค่าเสียจนผมหวั่นไหว
โอ๊ย นายอย่าทำแบบนี้กับหนุ่มซิง ผมยังไม่เคยมีแฟนยิ่งหวั่นไหวง่ายๆ อยู่
“เ้าคิดจะมาดูแลข้างั้นหรือ ? ”
“ใช่แล้ว ขอให้ข้าดูแลเ้าจนกว่ามือจะหายเถอะ” ซ่งจี้หยางขยับเข้ามาใกล้กลิ่นของดอกกุ้ยฮวาโอบล้อมรอบตัวของเขาสองคน มันเป็กลิ่นที่พาให้สบายใจทุกครา ช่างเป็ตัวเอกที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์เหลือเกินผมเงยหน้ามองั์ตาแดงก่ำของเขาอดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นปาดหยาดน้ำตาสวยให้พ้นไปจากใบหน้าสวยงามนี้
“การฝึกศิษย์ของเ้าละ”
เขาเป็อาจารย์ที่มีศิษย์เกือบ 50 คนตอนงานรับศิษย์ของสี่ขุนเขานั้นซ่งจี้หยางตามนิยายเขาจะได้ศิษย์ใหม่อีก 15 คน หากเขาไม่อยู่ใครจะดูแลขุนเขาฝึกเหล่าศิษย์
“อย่าได้กังวล ข้ายังมีเจิ้งฝานซิง เขาบรรลุด่านที่ 4 แล้วสามารถดูแลศิษย์น้องได้อย่างทั่วถึง” ซ่งจี้หยางคลี่ยิ้มลูบผ้าพันแผลบนมือผมไปมา
“อืม ...” ผมคิดถึงเจิ้งฝางซิงในนิยายเอาไว้ว่าเขานั้นแม้มีรุปโฉมเป็รองซ่งจี้หยางทว่าเป็เด็กหนุ่มใบหน้าหมดจดรูปร่างสง่างามเขาราวกับถอดแบบอาจารย์มา ได้รับการฝึกสอนเป็อย่างดีวรยุทธ์ก้าวหน้ากว่าศิษย์ในสำนักเดียวกัน นับว่าเป็บุญของซ่งจี้หยางที่ได้ศิษย์ที่ดีขนาดนี้
“จริงสิในตอนนี้เ้าเองก็าเ็ไม่สามารถส่งกัวเฉินเช่นนั้นจะฝากให้เจิ้งฝานซิงฝึกสอนขั้นพื้นฐานดีหรือไม่ ? ”
“ลำบากเ้าแล้ว”
ในขั้นพื้นฐานทุกคนย่อมต้องเรียนเหมือนกันเมื่อบรรลุถึงด่านที่ 2 จึงจะแยกตามความถนัดในยามนี้ไม่ว่าใครจะสอนย่อมไม่แตกต่าง
“เช่นนั้นใน่ที่เ้าาเ็ข้าจะดูแลเ้าทุกอย่างเอง”
“อา..” ผมมองมือที่เจ็บร้าวของตนเองเพราะได้นอนไปมากจึงทำให้สมองค่อนข้างเบลอได้แต่พยักหน้า ให้ซ่งจี้หยางดูแลคงไม่มีอะไรกระมั้ง
“ข้าจะให้ศิษย์ข้าไปเรียกจี้หลี่มาดูอาการของเ้า” เขาพูดเสร็จก็เดินออกประตูยังไม่ทันจะถึงครึ่งก้านธูปก็กลับมาพร้อมกับถ้วยชาที่มีกลิ่นแปลกประหลาด
“สิ่งนั้นคือ ? ”
“ยาของเ้า “กลิ่นเหม็นแตะจมุกจนพาให้คอย่นซ่งจี้หยางหัวเราะออกมาใบหน้างดงามจับใจราวเทพธิดาตัวน้อย “เ้ายังกินของขมไม่เก่งเลยอาเซวียนเช่นนั้นข้าจะให้ลูกอมเ้าตอนดื่มหมดดีหรือไม่ ? ”
“ไม่จำเป็” ผมฝืนใจแข็งมองดูใบหน้างดงามที่ราวกับขนมหวานของเขากลั้นหายใจดื่มยารสชาติแย่ ความคลื่นไส้ตีเข้าทันทีที่ดื่มมันหมดพะอืดพะอมสุดแสนจะกล่าวถึง
“เก่งเหลือเกิน” ซ่งจี้หยางเก็บถ้วยนั้นไปเขาประคองป้อนน้ำเย็นล้างปากให้ผมพาให้ผมถอนหายใจ ร่างกายเจ็บจนขยับไม่ได้ความปวดแสบปวดร้อนตามตัวผมรู้ดีว่ามันเกิดจากแผลไฟไหม้ในยามนั้นผมเร่งเร้าพลังของตนทำให้เปลวไฟก่อเกิด
ไม่ทำก็ตาย ทำก็เจ็บหนักเฮ้อช่างเป็งานที่แสนลำบากต่อไปนี้จะมีเควสอันตรายอีกหรือไม่ ?
“เ้าคิดอะไรอยู่หรือ ? ” ผมเงยหน้ามองซ่งจี้หยางก่อนก้มดูตัวเองแล้วก็คิดอะไรบางอย่างออก
“เหตุใดข้าจึงใส่เสื้อผ้าแตกต่างจากก่อนนอนหลับ”
“ตอนที่เ้าหลับอยู่เหงื่ออกมามากเกินไปจึงได้เช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เ้า”
“มิน่าข้าถึงได้รู้สึกตัวโล่งๆ “ผมรู้สึกเหมือนได้ปลดปล่อยอะไรไป อืมๆ มันเป็ผลจากการเช็ดตัวทำให้สบายขึ้นนี่เอง
“น้องเล็กเ้าฟื้นแล้วขอบคุณ์! ” เสียงประตูเปิดออกพร้อมกับพี่ชายชุดดำที่ก้าวเข้ารวดเดียวจนถึงเตียงของผม เขาคลี่ยิ้มด้วยรอยยิ้มที่ดูบิดเบี้ยวเล็กน้อยท่าทางกำลังกลั้นร้องไห้อยู่ ซ่งจี้หยางคลี่ยิ้มเขาเดินไปยังโต๊ะเพื่อต้มชากาใหม่ให้พวกเรา
เป็ผมต่างหากที่อยากร้องไห้ พี่ไปไหนมา ทำไมไม่อยู่ใช้ดาบสุริยัน!
“ฮึ พี่ใหญ่เคยสนข้าด้วยหรือเหตุใดตอนนั้นท่านถึงไม่อยู่เล่า! ” ผมเลิกคิ้วสูงอยากจะร้องไห้ออกมา เพราะพี่ไม่อยู่ผมจึงต้องเอาตัวเข้าแลกช่วยซ่งจี้หยางแทน รุ้ไหมมันโครตเจ็บแค่ไหน
“น้องเล็กเหตุใดเ้าจึงพูดเช่นนั้น “หลี่ป๋อเหวินมองดูมือทั้งสองของข้าั์ตาของเขากระพริบไหวท่าทางเสียอกเสียใจ “น้องเล็กเ้าเจ็บมากหรือไม่ ? ”
“ข้าเจ็บมาก! “ผมรู้สึกอยากจะร้องไห้ใส่เขา เพราะพี่ไม่อยู่ยังไงเล่าผมจึงได้เจ็บตัว “เพราะท่านไม่อยู่พี่ใหญ่ ทำไมท่านถึงไม่อยู่เวลานั้น! ”
“น้องเล็กข้าขอโทษ” พี่ชายชุดดำประคองมือของข้าโน้มตัวจรดริมฝีปากลงกับผ้าพันแผลกลิ่นแปลกประหลาด มันเป็ัับางเบาไม่กระทบต่อแผลผมแม้แต่น้อย ใบหน้าคมคายโน้มลงมาปล่อยให้เส้นผมสีดำขลับเงางามร่วงหล่นตามแรงโน้มถ่วง มือใหญ่ล้วงเอาสร้อยในอกเสื้ออกมา ตรงปลายสายของเชือกนั้นคือขลุ่ยไม้ไผ่ขนาดเท่านิ้วชี้ “น้องเล็กหากเ้า้าต่อไปนี้ไม่ว่าอยู่ไหนขอเพียงเ้าเรียกพี่ใหญ่จะไปหาเ้าแน่นอน”
“เ้า ...” ขลุ่ยอันเล็กนั้นถูกวางข้างเตียงข้า ผมมองเขาด้วยั์ตาแปลกประหลาดกลับเป็ฝ่ายพี่ชายชุดดำคลี่ยิ้ม เขาเป็คนหล่อเหลาในยามที่คลี่ยิ้มทำให้บรรยากาศอบอุ่นโอบล้อม
“นี่เป็ขลุ่ยที่ลงอาคมของข้า ยามที่เ้าเป่ามันจะส่งเสียงถึงข้าพร้อมระบุตำแหน่งของเ้า ต่อให้ไกลแค่ไหนข้าก็จะไปหา “มือใหญ่ของหลี่ป๋อเหวินลูบศีรษะของผม มันเป็ััที่อ่อนโยนเสียจนคล้อยตาม
“พี่ใหญ่” ผมก้มมองดูขลุ่ยไม้ไผ่...ทำไมในนิยายไม่เห็นมีกล่าวถึงของชิ้นนี้ ทำไมหลี่ป๋อเหวินไม่มอบมันให้ซ่งจี้หยางแต่กลับมามอบให้กับผมนี่เป็กับดักหรือไม่ ?
“น้องเล็ก เ้าเชื่อข้าเถอะพี่ใหญ่จะไปหาเ้ายามที่เ้าเรียกแน่นอน”
“ข้า” ผมรู้สึกลังเลในนิยายนั้นความสัมพันธ์ของหวังฮ่าวเซวียนและพี่ชายชุดดำนั้นไม่ดีเท่าใดนักเหตุใดเมื่อผมมาแทนที่มันกลับกลายเป็พี่น้องสมานฉันไปได้ เป็เช่นนี้จะดีจริงหรือ ? ผมรู้สึกสับสนไปมาก่อนที่จะคิดได้ว่าต่อไปนี้ถ้ามีเควสต้องช่วยซ่งจี้หยางผมสามารถเรียกเขาใช้ได้ไม่ต้องลำบากให้ตนเองเจ็บตัวอีกต่อไป “พี่ใหญ่จะมาต่อเมื่อข้าเรียกจริงหรือ ? ”
“ย่อมเป็เช่นนั้น” พี่ใหญ่คลี่ยิ้มอ่อนโยนเขาเหมือนไมโครเวฟอุ่นอาหารมันเป็สิ่งที่นึกถึงตอนหิวพอััก็อุ่นจนร้อน ร่างสูงโน้มตัวลงจรดริมฝีปากบนหน้าผากผมมันเป็ััอบอุ่นที่พาให้เขินอายจนหน้าแดง ผมชินกับจูบของซ่งจี้หยางยังไม่ชินกับจูบของชายอื่นพอถูกเขาจูบหน้าผากได้แต่ทำตาแดง
“พี่ใหญ่” ผมไม่เคยมีพี่ชายมาก่อนครั้นถูกเขาโอบอุ้มอย่างอ่อนโยนเช่นนี้พาให้หัวใจรู้สึกอบอุ่น
“เด็กโง่ ข้าจะทอดทิ้งเ้าได้อย่างไร ในยามที่เ้ามีอันตรายข้าก็ต้องช่วยเ้าอยู่แล้ว”
พี่ชายชุดดำโครตอบอุ่นเลยครับ ไม่แปลกใจเลยถ้าเขาจะเป็พระเอกได้นางเอกงามๆ อย่างซ่งจี้หยางไปครอง โอเค...พี่ชายผมจะเชียร์พี่อีกแรง
“ดื่มชาสักหน่อยดีหรือไม่ ? ” ซ่งจี้หยางยกถ้วยชาประคองให้ผมกับพี่ใหญ่คนละถ้วยเขาช่างเป็นายเอกผู้รู้ใจเสียจริง “ท่านอย่ากังวลเลยเพราะข้าทำให้เขาได้รับาเ็ย่อมต้องคอยดูแลเขา”
“อืม “หลี่ป๋อเหวินยกชาขึ้นมาดื่มเขามองดูผมที่ถุกซ่งจี้หยางประคองป้อนด้วยสายตาอันลึกล้ำจนผมคิดว่าพี่แกหึงหรือไม่
“ข้ายังมีศิษย์ เด็กคนนั้นล้วนดูแลอาจารย์” เพื่อไม่ให้ถูกกระบี่สุริยาผ่าเป็สองซีกข้าจึงเอ่ยขึ้นมาแม้ในใจจะคิดส่งขาไปร่ำเรียนกับเจิ้งฝานซิง
“ถึงจะเป็เช่นนั้นข้าก็ยังเป็ห่วงเ้าอยู่ดี เ้าเพิ่งฟื้นคืนจากการฝึกวิชาผิดพลาดกลับต้องเจ็บตัวเช่นนี้อีก น้องเล็กั้แ่เ้าตื่นมาครานั้นดูเหมือนจะเคราะร้ายมีแต่เื่ให้ล้มหมอนนอนเสื่อพี่ใหญ่มิอาจวางใจได้” ร่างสูงลุกขึ้นวางถ้วยชาลงยังโต๊ะ “ตอนนี้ข้ามีงานมากมายจึงมิอาจเร่งรุดมาดูแลเ้าได้ ข้าขอตัวกลับไปสะสางงานให้เรียบร้อยแล้วจะดูแลน้องทุกคน”
“แค่ก! ” ผมสำลักหน้าจนซ่งจี้หยางต้องลูบหลังให้ ...เอ่อ ..เมื่อครู่พี่ท่านว่ากระไรนะ?
“ช่างคิดถึงเหลือเกินเมื่อยามเ้ายังเยาว์เ้าไข้ขึ้นข้าก็พลัดกับซ่งจี้หยางคอยเฝ้าเ้าเช่นนี้”
พี่ชายชุดดำผู้นี้ท่าจะเหงาหงอยมากเหลือเกินสมัยก่อนน้องไม่รักท่านหรือไรถึงได้เอาแต่รื้อฟื้นความหลัง
“ข้าไม่..”
“รอก่อนนะอาหยาง อาเซวียน ข้าจะรีบสะสางงานที่สำนักแล้วมาเปลี่ยนเวรกับเ้า! ” หลี่ป๋อเหวินคลี่รอยยิ้มอบอุ่นเขาเปิดประตูหันกายจากไปสวนกับจี้หลี่ที่เดินผ่านเข้าประตู ใบหน้าขาวของจี้หลี่กระตุกแปลกๆ ราวกับเห็นของขม เขามาถึงก็นั่งลงข้างเตียงมองดูสีหน้าผมจับชีพจรอย่างไรเ้าผู้ครอบหุบเขาที่สองผู้นี้ก็ได้ชื่อว่าหมอเทวดาแม้ในนิยายจะไม่มีบทบาทให้เขาออกมานักทว่านักเขียนเคยเขียนถึงเขาอยู่เพียงไม่กี่ประโยค
‘เขาราวกับต้นหญ้าลู่ลมที่พิศไปไม่มีอะไรวิเศษวิโสแต่กลับยืนหยัดในยามที่ต้นไม้อื่นๆ สูญสิ้นจนหมด’
ต่อให้คนทั้งเื่ตายจี้หลี่ก็จะเป็ผู้โบกพัดหัวเราะในยามสุดท้าย
“พลังของเ้าไม่สู้ดีนัก กำลังภายในกำลังตีกันอย่างรุนแรง ภายในยังมีอาการบาดช้ำส่วนมือของเ้า” มือขาวดึงรั้งผ้าพันแผลที่มือของผมออกลูบคลำไปมาสักครู่แม้เืจะหยุดไหลแต่ิัยังไม่สมานกันดี หนังกำพร้าของผมลอกจนเห็นกล้ามเนื้อสีแดงภายในดูน่ากลัวเป็อย่างมาก เพียงแค่กระดิกนิ้วก็เจ็บจนอยากร้องไห้จี้หลี่มองดูอยู่ครู่หนึ่งเอ่ยอย่างโล่งอก “นับเป็วาสนาที่อาวุธของเ้าเป็แส้ เพราะหากเป็กระบี่เ้าคงไม่มีวันได้จับมันอีกครั้ง”
นั่นหมายความว่ามือของผมไม่อาจกลับเป็ดังเดิมได้อีก ...
“ข้าจะจัดสำหรับยาให้เ้าทานวันละ 3 เวลา และยาทาสำหรับมือของเ้าหลังจากที่ิัสมานเ้าต้องคอยขยับมืออยู่ตลอด” จี้หลี่หันไปหาซ่งจี้หยาง “มีอะไรพอจะเขียนได้หรือไม่ ? ”
“ในห้องอาเซวียนเหมือนจะมีพู่กันกับกระดาษ ข้าขอใช้เวลาสักครู่” เรือนร่างงดงามหันกายจากไปในตอนนั้นจี้หลี่ก็มองหน้าผมอย่างจริงจัง
“เ้ารักเขาหรือไม่ ? ”
“หา! ” ผมหันไปจ้องตาเรียวคมของจี้หลี่ไม่รู้จะตอบเช่นใดดี เขานี่หมายถึงใคร ...ซ่งจี้หยางนะหรือ “ไม่! ”
ผมตอบทันทีโดยไม่ต้องผ่านการประมวลของสมอง ซ่งจี้หยางคือนายเอกของนิยายเื่นี้สักวันเขาจะต้องเคียงคู่กับพระเอกเื่เช่นพี่ชายชุกดำแล้วเหตุใดผมจะแกว่งเท้าหาเสี้ยนหาน้ำส้มมาหกราดตนเองด้วยเล่า
“เ้าเปลี่ยนไปมาก ...มากจนทำให้เขาไม่คิดว่าเ้าคือพี่น้องและเริ่มมองเป็อื่นเสียแล้ว” จี้หลี่เปลี่ยนผ้าพันแผลให้กับผมกดเสียงต่ำลง “หากเ้าไม่้าเขาจงรีบตีตัวออกห่างเสีย”
“เ้าตาฟ่างฟาหรือไร ? เ้าคิดว่าเขาจะมาหลงคนเช่นข้างั้นหรือ ? ” ผมจุ๊ปากอย่างคนอ่านนิยายมาแล้ว ซ่งจี้หยางกับพี่ชายชุดดำมีฉากร่วมเรียงเคียงคู่กันเกิน 10 กว่าบทส่วนหวังฮ่าวเซวียนและซ่งจี้หยางนั้นมีบทร่วมกันเพียงแค่ 4 บท พวกนายดูสิพระเอกเื่จะเป็ใครได้ถ้าไม่ใช่พี่ชายชุดดำ ผมได้แต่มองจี้หลี่ด้วยสายตาเอ็นดูอยากสปอยนิยายให้เขาใจจะขาดแต่ทำไม่ได้
“เ้าไม่เชื่อข้า ? ”
“ย่อมไม่เชื่อ”
“เช่นนั้นก็ตามใจเ้าเถิด” จี้หลี่ละมือจากผมเขาถอนหายใจบ่นพึมพำว่า ‘ไม่น่าเลย ไม่น่าเลย’ หลังจากเขียนเทียบยาชุดใหญ่ก็หยิบกระดาษนั้นกลับไปอาสาว่าจะให้ลูกศิษย์ของตนจัดหามาให้ผมในวันต่อไปวันนี้ขอให้ผมพักผ่อนมากๆ
“อาเซวียนมาทานข้าวเถอะ เดี๋ยวเ้าต้องดื่มยาอีกถ้วย” ซ่งจี้หยางใช้เวลา่ที่ผมหลับไปตื่นหนึ่งปัดกวาดห้องหับไปหนึ่งรอบตอนผมตื่นขึ้นมามันจึงได้ดูสะอาดสะอ้านอะไรที่ไม่เข้าที่เข้าทางก็จัดได้อย่างเรียบร้อย เขาต้องกลายเป็ฮูหยินที่ดีในอนาคตได้อย่างแน่นอน
“ลำบากเ้าแล้ว” ขยับตัวหมายจะให้เขาป้อนทว่าซ่งจี้หยางกลับวางชามข้าวต้มไว้บนโต๊ะ เขาโน้มตัวใช้สองมือโอบอุ้มขึ้นพาให้ผมกระพริบตา ร่างสูงโปร่งนั่งบนเก้าอี้ไม้ก่อนขยับร่างเล้กกว่าให้นั่งบนตัก แขนข้างหนึ่งโอบรัดตัวผมมืออีกข้างหยิบช้อนขึ้นมาตักข้าวต้มก่อนจะจรดที่ริมฝีปาก
เอ๊ะ เอ๋ ..
“ซ่งจี้หยาง” ผมขมวดคิ้วเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา กลิ่นของดอกกุ้ยฮวาโอบล้อมจนทำให้สติเลือนรางมันเป็กลิ่นที่หอมกรุ่นเย้ายวนมอมเมาผู้คนในยามที่ชิดใกล้
“นั่งท่านี้ข้าป้อนเ้าได้สะดวกกว่า” ตัวเอกของนิยายตอบเสียงราบเรียบคลี่ยิ้มสวยราวกับเทพธิดา รอยยิ้มที่พาให้ผมเคลิบเคลิ้ม “ดูสิข้าก็แค่ทำราวกับตนเองกำลังทานอาหารอยู่เท่านั้น”
“อา..” ผมอ้าปากลืนข้าวต้มรสอร่อยเข้าไปคำหนึ่ง อารมณ์สงสัยถูกข้าวต้มรสโอชาพัดพาหายตอนที่พ่อแม่ป้อนข้าวลุกหลานก็จับให้นั่งท่านี้เหมือนกันไม่ใช่หรือ เขาออกจะเป็คนดีขนาดนี้ผมไม่ควรคิดเล็กคิดน้อย
“อาเซวียนดื่มยาหน่อยเถิด” หลังจากมื้ออาหารจบผมก็ต้องทำหน้าที่ลูกผู้ชายนั่นคือการทานยาสุดขม ...
“ใส่น้ำตาลลงไปหน่อยได้หรือไม่ ? ”
“อะไรคือน้ำตาลหรือ ? ” ซ่งจี้หยางขมวดคิ้วดูเหมือนในยุคสมัยนี้ยังไม่มีสิ่งที่เรียกว่าน้ำตาลผมได้แต่คีพลุคสุดชีวิตเมื่อถูกจรดยารสขม
“ช่างเถอะ” คำแรกคือรสขมที่พาให้คลื่นไส้ คำที่สองคือรสขมยิ่งกว่าดีปลาไม่สุก และคำที่สามผมอยากอ้วกมันออกมา
“เด็กดี อาเซวียนพยายามได้ดีมาก” คำเอ่ยชมเชยดังขึ้นในยามที่กลืนยาจนหมดถ้วน ผมถอนหายใจเลียริมฝีปากร่างกายถูกจับโน้มตัวแนบชิดกับััอ่อนนุ่มของริมฝีปากอันคุ้นเคย เพราะจูบกับซ่งจี้หยางจนชินดังนั้นจึงไม่ได้เอ่ยทักท้วงในยามที่ถูกจับจูบอย่างกระทันหัน
จูบแรกคือรสชาติหวานเย็นแฝงไปด้วยกลิ่นของดอกกุ้ยฮวา เขากำลังถ่ายทอดพลังไอเย็นในกายให้กับผมเพื่อควบคุมเปลวเพลิง
“อา ..” อดไม่ได้ที่จะเลียริมฝีปากแม้ภายในจะมีรสขมของยาอยู่ทว่าในยามที่ถูกปลายลิ้นนั้นเกาะเกี่ยวลงไปมันราวกับมีรสหวานล้ำขึ้นมา
“อือ...” จูบที่สองเป็ความรู้สึกแปลกประหลาดริมฝีปากนุ่มทาบทับลงมาดวงหน้าถูกเชยขึ้นซ่งจี้หยางขยับตัวพาให้ผมเปิดริมฝีปากถึงได้ถูกปลายลิ้นหวานนั้นเกาะเกี่ยวมันราวกับการถูกหยอกล้อ ไม่ได้รุนแรงดุดันเพียงแค่เหมือนกับหมาหยอกแมวผิวเผินก่อนจากไปทอดทิ้งรสชาติหวานละมุนเอาไว้ให้
“...” ผมพูดอะไรไม่ออกควานหาสติตัวเองอยู่เนิ่นนานกว่าจะรู้สึกตัวว่าเมื่อครู่นี้เขาจูบแบบสอดลิ้น
สอดลิ้นเลยนะ ...สอดลิ้น! ถึงจะแค่เอาปลายลิ้นแตะๆ แต่พวกเราแค่จูบกันแบบมิตรสหายพี่น้องเสมอมาไม่ใช่หรือ ?
“หวานขึ้นหรือไม่ ? ” ซ่งจี้หยางคลี่ยิ้มราวกับเทพธิดา มือนวลเนียนดุจเทียนอุ้มผมกลับไปที่เตียงนอน “ข้าไม่อาจให้เ้าทานของหวานได้เพราะเกรงจะไปมีผลกับยาจึงแบ่งปันรสชาติของหวานให้กับเ้า”
อ่อ...เป็แบบนี้นี่เองพ่อคนดีพ่อนางเอก
“ขอบใจ แต่วันหลังเ้าไม่ต้องทำเช่นนี้” ผมตอบตามตรงแม้เขาจะมีรูปโฉมงดงามราวอิสตรีเนื้อตัวนุ่มนิ่มกลิ่นหอมหวานทว่าผมก็ยังเป็ผู้ชายทั้งแท่ง ไม่ใช่คนบนโลกนี้ไอ้ครั้นจะให้ไปจูบสนิทสนมสอดลิ้นกันราวเื่ธรรมดานั้นผมยังรับไม่ไหว
พอเถอะซ่งจี้หยาง หัวใจผมกำลังจะบรึ้มเป็ะเิอยู่แล้ว
“ข้าจะไปหยิบตำรามาให้เ้าอ่านฆ่าเวลา “เขาเป็คนพูดจริงทำจริงไม่กี่นาทีม้วนคัมภีร์กลับเต็มเตียง ซ่งจี้หยางดันโต๊ะเล็กมาให้ติดข้างเตียงบนนั้นมีชาชุดหนึ่ง ผมหันไปมองวงหน้างดงามี่นั่งอยู่เก้าอี้ไม่ห่างนักในใจพลันก่อเกิดความรู้สึกบางอย่างไม่อาจบอกได้ว่าความรู้สึกนี้ก่อเกิดจากตัวของผมหรือหวังฮ่าวเซวียนตัวจริงกันแน่
ในเมื่ออยู่ในโลกเช่นนี้แม้จะอ่านนิยายมาแล้วผมจำต้องหาความรู้เอาไว้ ผมคิดเรียบเรียงเหตุการณ์ในยามนี้เหตุการณ์ในนิยายเกิดการเปลี่ยนแปลง มันเริ่มขึ้นจากหวังฮ่าวเซวียนที่ควรจะมีชีวิตอยู่กลับตายไปทำให้ระบบต้องนำผมมาแทนที่เขา หลังจากนั้นผมก็ทำให้เนื้อเื่เปลี่ยน ถ้าเหตุการณ์ยังดำเนินตามเดิมต่อไปจะมีอีเว้นใหญ่อีกครั้งหนึ่ง
เหตุการณ์ทั่วๆ ไปต่อจากนี้คือการฝึกศิษย์่นั้นหวังฮ่าวเซวียนจะเป็คนกลืนกินมารจนถูกจิตมารครอบงำทีละนิด ใน่เวลานั้นซ่งจี้หยางต้องปราบกระบี่เซียนที่ได้มาเพราะอาวุธชิ้นนี้มีจิตใจมันไม่ยอมรับนายโดยง่ายจนกระทั่งพวกเขาได้พบกับปีศาจแห่งแม่น้ำโหว หลงเอ๋อ การปราบปรามหลงเอ๋อนั้นมีเพียงซ่งจี้หยางและศิษย์ เพราะศิษย์ถูกกินต่อหน้าทำให้เขาะเิพลังแช่แข็งแม่น้ำจนกลายเป็ผืนน้ำแข็ง วินาทีนั้นกระบี่นั้นก็สวามิภัทรกับซ่งจี้หยางโดยสมบูรณ์ เป็อีเว้นตื่นเต้นที่หวังฮ่าวเซวียนไม่มีบท
เอาเถอะ...ถ้ามีบทเจ็บแบบนี้ก็ไม่ไหวนะ
ผมครุ่นคิดถึงฉากมารแต่ละตัวออกจดจำเอาไว้ในใจเพราะผมต้องไปกลืนกินพวกมัน...สมองนั่งเรียบเรียงลำดับเหตุการณ์ก่อนครุ่นคิดยังเื่ใหญ่ที่สุด
เ้าสำนักหายไปที่ใดกัน ? เขาปรากฎตัวก่อนงานเลือกศิษย์หลังจากนั้นก็หายตัวอย่างไร้ร่องรอยเื่นี้แม้ในนิยายยังไม่มีการเฉลยจะบอกว่าเ้าสำนักเป็ตัวประกอบไม่ต้องพูดถึงทว่าเหตุใดตอนเปิดตัวนักเขียนจึงได้พรรณาความงามของเ้าสำนักเอาไว้ถึง 10 บรรทัดเทียบเคียงตัวเอกอย่างซ่งจี้หยางด้วยซ้ำ
‘สาววายนะไม่มานั่งบรรยายบทชมโฉมตัวประกอบใช้แล้วทิ้งไม่มีคู่แน่ๆ พี่’ น้องสาวผมบอกเอาไว้เช่นนั้นผมเชื่อยัยน้องตัวแสบนะเพราะเธออ่านมาหลายแนวเชี่ยวชาญกับนิยายวายมากกว่าผม บางทีการหายใจของเ้าสำนักอาจเป็ไคลแม็กที่ซุกซ่อนของเื่ก็ได้
“เ้าทำอะไรนะ ? ” ในยามที่ผมกำลังจมจ่อกับความคิดของตนเองผมก็เห็นเรือนร่างงดงามยิ่งกว่าผู้ใดกำลังหยิบผ้าออกมาคลี่บนพื้น
“เตียงของเ้าไม่เพียงพอให้พวกเรานอนกันสามคน”
“หา ? ”
“ด้วยนิสัยของพี่ใหญ่เขาย่อมมานอนเฝ้าไข้เ้าทั้งคืน”
“ห๊ะ! ” ผมขมวดคิ้วใส่คำตอบนั้น “แล้วเ้า”
“ข้าก็จะนอนเคียงข้างเ้า อาเซวียน”
พวกนายจะมานอนพลอดรักโดยใช้ผมเป็ข้ออ้างใช่ไหม!
“ไม่จำเป็ ข้าสามารถนอนคนเดียวได้! ” ผมพยายามขับไล่พวกเขายังไม่ทันจะได้เอ่ยประโยคตัดรอนอีกประโยคหลี่ป๋อเหวินก็โผล่มาราวกับนกรู้เขานำหมอนมาด้วยจำนวนหนึ่งเปิดประตูห้องผมราวกับเป็บ้านของเขา
“อาหยางข้ามาเปลี่ยนเวรกับเ้าแล้ว”
ออกไป้!
การขับไล่หลี่ป๋อเหวินไม่เป็ผลสำเร็จผมมองซ่งจี้หยางที่ปูที่นอนเสร็จเรียบร้อย ที่นอนที่เขาปูนั้นประกอบด้วยผ้าหนาทับซ้อนอยู่ตรงกลาง ผมมองที่ตรงนั้นสังหรณ์ใจว่ามันต้องกลายเป็ที่นอนของผมแน่นอนก็ประจวบเหมาะกับพี่ใหญ่ที่คลี่ยิ้มอ่อนโยนเอาหมอนมาจัด ซ่งจี้หยางเดินมาอุ้มผมลงจากเตียงวางตรงตำแหน่งที่มีผ้ารองหนาที่สุด
“พวกเ้า! ” ผมขยับตัวไม่สะดวกกลับถูกชายร่างสูงสองคนโอบขนาบข้าง ซ่งจี้หยางนอนทางขวาของผมส่วนหลี่ป๋อเหวินล้มตัวนอนทางด้านซ้าย ผมนอนหงายหน้าไม่ขยับมองดูทั้งสองคนด้วยั์ตาชั่วร้ายที่สุดของตัวร้ายหวังฮ่าวเซวียน “คิดจะทำอะไร”
“าแเ้ายังมีอาการอักเสบอยู่ตกดึกย่อมต้องไข้ขึ้นข้าจะเฝ้าไข้” ซ่งจี้หยางตอบอย่างมีหลักการเขาคิดดูแลผม เรือนร่างระหงราวกับประติมากรรมขยับเข้าใกล้ใช้กลิ่นกายหอมหวานโอบล้อม
“ข้าเกรงว่าหากให้น้องสามเฝ้าทั้งคืนจะเป็การลำบากเกินไปข้าเลยมาช่วยสลับเวรเฝ้าเ้า” ใบหน้าคมคายหันมาคลี่รอยยิ้มอบอุ่นให้กับผม พี่ชายชุดดำแสดงรอยยิ้มจริงใจแต่ผมว่าเขาแค่อยากจะหาข้ออ้างเข้าใกล้ซ่งจี้หยางมากกว่า
พวกนายอยากนอนด้วยกันแต่หน้าบางอายจึงใช้ผมเป็ตัวคั่นบังหน้าสินะ!
“อย่ากังวลเลย” ซ่งจี้หยางปลอบโยนผม ใบหน้างดงามราวกับสตรีแนบชิดเข้ามาใกล้ผมััได้ถึงลมหายใจอุ่นที่เป่ารอดข้างลำคอมันเป็ความรู้สึกเขินอาย ครั้นทางซ้ายก็ไม่ยิ่งหย่อนกว่ากันในยามที่ซ่งจี้หยางหลุบตาลงหลี่ป๋อเหวินกลับเป็ฝ่ายลืมตาขึ้น เขานอนตะแคงใช้แขนข้างหนึ่งเท้าคางใบหน้าหล่อเหลาหมดจดั์ตาอบอุ่นทอดมองผม
“ข้าจะเฝ้าเ้าเองในคืนนี้”
“ไม่เอา”
“น้องเล็กเ้ายังคงเป็เด็กดื้ออยู่เสมอ” พี่ชายชุดดำหัวเราะบางเบาใบหน้าหล่อเหลายามแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มกลับขับให้ความดุดันลดน้อยลง แต่เดิมเขาเป็ชายหนุ่มที่รูปโฉมน่ามองพอกลับมาหยักยิ้มมันเพียงพอที่จะกระชากใจของสาวน้อยใหญ่ได้ทีเดียวผมหันกลับไปมองซ่งจี้หยางด้วยใจชิปเปอร์
นี่ไง ซ่งจี้หยางพระเอกนายยิ้มแล้วโครตหล่อเลย
“นอนพักเอาแรงเถิด” ซ่งจี้หยางเห็นผมหันมามองเขากลับคลี่ยิ้มงดงาม รอยยิ้มของซ่งจี้หยางราวกับเทพธิดาน้อยที่มีตัวตนบนโลกมนุษย์ หากหลี่ป๋อเหวินมีใบหน้าหล่อเหลาคมคายราวเทพบุตรที่มาจุติ ซ่งจี้ยหยางก็ราวกับเทพธิดาอันเลอค่ารอยยิ้มของเทพบุตรอยู่ทางซ้าย รอยยิ้มของเทพธิดาอยู่ทางขวาส่วนคนธรรมดาอย่างผมอยู่ตรงกลางอึดอัดเหลือเกิน
“หึ! ” ผมร้องเมื่อมือของทั้งสองคนมาทาบทับคล้ายกับการโดนกอด ข้างซ้ายโดนร่างใหญ่ของพี่ใหญ่รวบ ทางด้านขวามีคนงามกลิ่นกายหอมกรุ่นกอดแขน โอ๊ย พวกนายไปกอดกันเองไป้!
ผมรู้สึกเหมือนหมอนข้างที่ถูกวางขนานพวกเขาถูกกอดรัดจากทั้งสองด้านข้างหนึ่งคือเทพธิดาอีกด้านเป็เทพบุตรได้แต่ถอนหายใจหลับตาลงโชคดีที่ยาของจี้หลี่ออกฤทธิ์เร็วผมจึงได้หลับไปได้ไม่นาน ท่ามกลางความมืดมิดผมตามหาแผ่นหลังของใครบางคนทว่าไม่ว่าจะเรียกเท่าไรเขาก็ไม่ตอบรับผม
หวังฮ่าวเซวียน !
ผมร้องเรียกเขา พยายามะโอยู่ภายในความมืดมิดทว่ากลับไร้เสียงตอบผมปาดเหงื่อรู้สึกร่างกายร้อนเสียจนจะทานทน ภายในอกเ็ปทรมานเหมือนกับตอนนั้นไม่มีผิด...ตอนที่ผมอยู่ที่โรงพยาบาลไม่ว่าจะะโแค่ไหนก็ไม่มีมาอยู่เคียงข้าง
เจ็บ...ทรมาน
ผมกลั้นเสียงร้องเพราะรู้ดีว่าร้องไปก็ไร้ประโยชน์ ท่ามกลางความมืดมิดผมมักจะถูกทอดทิ้งความทรงจำในยามเยาว์วัยผุดพรายขึ้นมา นับั้แ่ผมมีอาการป่วยพวกเขาก็ทิ้งผมไว้ในห้องสีขาว
‘เด็กคนนี้เป็ลูกคนโตแท้ๆ แต่ดูเหมือนจะใช้ไม่ได้เสียแล้ว’
‘ป่วยหนักขนาดนี้ถึงจะน่าเสียดายแต่คงต้องให้น้องสาวขึ้นแทนแล้วละมั้ง?’
‘หมดหวังกับแกแล้วละ’
“นี่ผมจะได้ออกจากโรงพยาบาลเมื่อไรหรือ ? ” ผมเคยเอ่ยถามคุณพยาบาลทว่าเขากลับคลี่ยิ้มอ่อนโยน
“เดี๋ยวก็ได้ออกแล้วละจ๊ะ”
นั่นคือคำโกหกอันร้ายกาจ ผมเฝ้าหน้าต่างมองดูฤดูกาลที่ผันแปรแต่ไม่เคยมีใครมาหาผมสักคน ไม่ว่าจะคุณพ่อหรือคุณแม่ ...ความอึดอัดที่ได้รับมีเพียงหมอนสีขาวและเพดานห้องเท่านั้นที่รับรู้ ในยามที่เจ็บกลับได้แต่ะโเพียงลำพัง
“ผมโดนทิ้งใช่ไหม ? ”
รู้ทั้งรู้ ...เพราะไม่อาจหายป่วยได้เพราะไม่อาจออกจากห้องสีขาวนี้ได้พวกเขาเลยทอดทิ้งผมท่ามกลางความเงียบเหงาแสนเนิ่นนานนั้นมีเพียงน้องสาวเพียงคนเดียว
‘ฉันจะอ่านนิยายให้พี่ฟังนะ’
ไม่เคยมีใครมาเยี่ยมผม มีแค่น้องสาวเพียงคนเดียว ...เพราะผมเป็ของใช้การไม่ได้อีกต่อไป
“เจ็บ อึดอัด ร้อน...” ผมกอบกำหน้าอกเพียงพริบตาที่แตะลงอกความปวดแสบก็ปลุกเร้าผมได้ยินเสียงโวยวายมือที่จับหน้าอกถูกประคองออกไป
“น้องเล็กอย่าสิมือของเ้ายังไม่หาย “เสียงนุ่มที่ไม่คุ้นเคยเอ่ยขึ้น ผมขยับแต่แรงของเขามีมากกว่าจับผมเอาไว้แน่นไม่สามารถขยับได้ “จี้หลี่แผลเปิดแล้ว”
“ข้าเพิ่งทำแผลไปเมื่อกลางวันแท้ๆ” เสียงของบุรุษอีกคนดังขึ้นในโสตประสาท ผมอ้าปากรู้สึกอึดอัดหายใจไม่ทันปรือตาขึ้นมองเห็นเงาร่างสองคนอยู่เบื้องหน้า เงาร่างหนึ่งกำลังดึงมือผมไปทาอะไรบางอย่างมันเย็นจนสะดุ้ง “นี่ถ้าข้าไม่เอาเทียบยาและสมุนไพรมาให้ตอนกลางคืนจะเป็อย่างไรบ้าง ทั้งแผลเปิด ไข้ขึ้น น้องเล็กนี่ผ่านไปกี่ปีก็ไม่โตขึ้นสักนิดชอบไข้ขึ้นตอนดึก ทำลำบากกันหมด! ”
“นี่พาให้นึกถึงสมัยก่อนน้องเล็กร่างกายอ่อนแอทนรับการฝึกหนักหน่วงไม่ได้พอตกดึกก็ไข้ขึ้นทำให้พวกเราต้องคอยเฝ้าเช็ดตัวเขา” เงาที่อยู่ด้านข้างประคองตัวผมขึ้นมือใหญ่แนบผ้าเย็นลงมาพาให้ผมถอยหนี แต่ว่าเขาเป็คนแข็งแรงมากเพียงแค่โอบเอวผมก็ไม่สามารถขยับหนีได้ปล่อยให้ผ้าผืนเย็นลูบไล้ไปตามใบหน้า
“พี่ใหญ่ตามใจเขาเกินไปแล้ว”
“น้องรองเ้าก็ร้อนใจจนแอบมาหากลางคืนมิใช่หรือ ? ”
“ข้าเอาเทียบยาและสมุนไพรมาให้ต่างหาก”
“เอาเถิด เอาเถิด พวกเ้าช่างน่ารักกันเหลือเกิน”
“ข้าต้มยามาแล้ว” เสียงหนึ่งดังขึ้นผมเห็นเงาสีขาวเรือนร่างกระพริบตามือถูกปล่อยลงวางข้างตัว มันถูกห่อหุ้มด้วยอะไรบางอย่างได้กลิ่นฉุนจมุกลอยไปทั่ว ร่างกายถูกประคองขึ้นแผ่นหลังแนบกับอกของใครบางคน อะไรบางอย่างจ่อที่ริมฝีปาก “อาเซวียน ดื่มยา”
“น้องสามเ้าป้อนให้ดีกว่านี้เถิด “ผมได้ยินเสียงอะไรข้างหูพร้อมกับของเหลวที่ถุกพลักเข้ามาริมฝีปากแนบกับสิ่งที่ดูคล้ายกระเบื้องเพราะมันเข้ามารวดเดียวจึงพาให้สำลัก หัวของผมหมุนไปมารู้สึกย่ำแย่กว่าเก่าแถมยานี้ก็ขมเหลือเกิน
ยาสมัยนี้เป็แคปซูนหมดแล้วไม่ใช่หรือไร ?
“เอา...เข็ม..มาปักยังเจ็บน้อยกว่า แค่กๆ “
ทำไมพวกนายไม่เอาสายมาต่อให้ยาทางเืกันเล่า โอ๊ยปวดแสบคอ..
“เข็ม เ้าพูดเื่อันใด ? ” เงาร่างขาวนั้นเอ่ยถาม ชามกระเบื้องที่ริมฝีปากถูกดันออกทดแทนด้วยความนุ่มนิ่มของกลีบปากรสขมพร้อมกับของเหลวถูกดันผ่านปาก ผมดิ้นทว่าอีกฝ่ายกลับจับเอาไว้แน่น
“เอ่อ ...ซ่งจี้หยางข้าว่า ....ข้าว่าเราไม่ควรป้อนยาเช่นนี้กระมั้ง ? ”
“น้องรองเ้าก็เคร่งเกินไปตอนนี้น้องเล็กกินยาเองไม่ได้น้องสามป้อนเขาผิดอันใดหรือ ? ”
“พี่ใหญ่...ท่านไม่คิดอะไรจริงหรือ! ”
“แล้วให้ข้าคิดอันใด”
“ท่านกับน้องเล็กนี่เป็พวกประเภทเดียวกันโดยแท้! ”
“อือ..” ท่ามกลางเสียงทะเลาะหนวกหูปลายลิ้นที่ดันยาขมยังคงควานอยู่ภายในจนยาหยดสุดท้ายถูกกลืนลงไปปลายลิ้นอ่อนนั้นจึงได้ละจาก ผมหอบหายใจความอึดอัดที่อัดแน่นในอกและเปลวเพลิงที่แผดเผาในร่างกายคลายลงพยายามกระพริบตาเพื่อจ้องมองเงาสามร่างทว่าไม่ว่าจะทำยังไงก็ไม่สามารถมองให้ชัดได้เสียที
มันราวกับอยู่ในความฝัน ...อา ใช่แล้วผมคงจะฝันอยู่นั่นเอง...ก็การที่จะมีคนมาเฝ้าผมเยอะขนาดนี้มันเป็ไปไม่ได้นี่
“เฮ้อ พ้นจากปากเหวจากความตายเสียที” มือข้างหนึ่งใช้นิ้วไล่ไปตามเส้นเืใหญ่ของผมเขาวางมันลงข้างตัว “พลังในกายเขาไม่คงที่ แถมยังาเ็ภายในคืนนี้หากรอดพ้นได้คืนต่อไปคงไม่ต้องห่วงอันใดอีก”
“ฝันดีนะน้องเล็ก” ผมถูกมือใหญ่ปิดตารู้สึกง่วงเสียจนต้องหลุบลงอย่างว่าง่ายััอ่อนโยนก่อเกิดที่หน้าผากมันอ่อนโยนเสียจนน้ำตาไหล วินาทีที่มือข้างนั้นละจากั์ตาผมมองเห็นเงาทั้งสามขยับออก
อา...ผมจะถูกทิ้งอีกแล้วสินะ
“อย่า..”
อย่าทิ้งผมอีกเลย
ผมขยับมือแม้ว่าจะเจ็บยื่นไปเบื้องหน้า หยาดน้ำตาไหลลงข้างแก้มั์ตากระพริบมองเงาทั้งสามที่ทีแรกหมายจะขยับกายละจาก
หากนี่เป็ความฝัน ก็ขออย่าให้เป็ฝันร้ายเลย
“อาเซวียน ...ไม่เป็ไรข้าจะอยู่ข้างเ้าเอง” มือที่ยื่นออกไปถูกประคองชายคนนั้นไม่กล้าแม้แต่จะออกแรงบีบมือผม เขาช้อนด้วยความอ่อนโยนวางมันลงก่อนที่ผมจะเห็นเงาร่างสีขาวขยับใกล้
“เด็กโง่พี่ใหญ่ไม่ทิ้งเ้าแน่นอน” ศีรษะถูกลูบไปมามันเป็ััอบอุ่นที่พาให้ผมหลับตา
“ข้าเป็หมอ...ไม่ทิ้งคนเจ็บไว้กลางคัน”
“ฮะ ฮะ ฮะ” ผมหัวเราะออกมานี่เป็ความฝันใช่ไหม มันต้องเป็ความฝันแน่ๆ ที่จะมีคนคอยประคองมือผมในยามอยู่บนเตียง มีคนคอยอยู่เคียงข้าง มีคนพูดคุยด้วยมากมายขนาดนี้
ช่างเป็ฝันดีเหลือเกิน เพราะมันเป็ห้วงฝันที่แสนสุขผมจึงได้คลี่ยิ้มทั้งที่น้ำตาไหลริน
ก็ผมไม่ได้อยู่คนเดียวในฝันนี้..
******************************************
ซ่งจี้หยางมองยังคนสำคัญของตนเอง มือประคองความอ่อนแอโอบกอดอีกฝ่ายด้วยความอ่อนโยนเท่าที่จะทำได้
“หลับไปแล้ว” ข้ามองดูใบหน้าน่าเอ็นดูนั้นก้มลงฟังเสียงลมหายใจสม่ำเสมอจึงได้วางมือาเ็ข้างนั้นลงมองดูเืที่ซึมที่าแ “จี้หลี่เปลี่ยนผ้าพันแผลที”
“ข้าคิดว่ายาของข้ามิได้ทำให้เขาเห็นภาพหลอนแน่นอน” จี้หลี่เอ่ยขึ้นมามองดูคนที่ยิ้มทั้งที่หลั่งน้ำตาเบื้องหน้า ข้าพยักหน้าตอบรับเอื้อมนิ้วไปเช็ดยังคราบน้ำตานั้นคลี่ยิ้มอ่อนโยน
“เหมือนสัตว์เล็กๆ”
“เ้าอย่าเปรียบน้องเล็กเป็สัตว์เล็กที่ขี้กลัว พอแตะก็ขู่ฟ่อ ครั้นไม่มาเล่นด้วยก็ร้องหาสิ”
ข้ากับจี้หลี่มองหน้ากันพวกเราแค่เปรียบเปรยแต่คนพูดจนเห็นภาพมันพี่ใหญ่...
“นอนเถิดนี่ก็ดึกมากแล้ว “หลี่ป๋อเหวินคลี่ยิ้มอ่อนโยนเขาลุกขึ้นสละที่นอนให้แก่จี้หลี่และซ่งจี้หยาง “ข้าจะอยู่เฝ้าคืนนี้เอง ในยามกลางวันก็ต้องรบกวนเ้าแล้วซ่งจี้หยาง”
“เฮ้อ ทำวุ่นวายไปเสียหมด” จี้หลี่รำพันทว่าข้ารู้ดีว่าคนที่มีจิตใจห่วงใยพวกเรามากที่สุดคือเขานั่นเอง “ใน่ 4 วันนี้ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นก็ไปเรียกข้าที่อาศรม่นี้ข้าจะไม่ออกไปไหน”
“อืม” ข้าตอบหลับล้มตัวนอนดูใบหน้าน่ารักของอีกฝ่ายอดไม่ได้ที่จะคลอเคลียพวงแก้มนุ่ม
ไม่ต้องห่วง ข้าจะไม่ให้เ้าต้องร่ำไห้อีกครั้ง...
********************************************