ชงหยางและชงเป่ารักษาาแมาได้สิบกว่าวันแล้วแต่อาการยังไม่ดีขึ้นเท่าไหร่นัก ทั้งสองนั่งโคจรพลังฟื้นฟูร่างกายก็ได้ยินเสียงคนเดินเข้าออกมาจากส่วนลึกของวิหาร
“นั่นเป็ผู้ใดกัน! หรือจะเป็นายน้อย?” ชงเป่าตื่นเต้นมากที่ได้ยินฝีเท้าก้าวเข้ามานั่นอาจจะเป็นายน้อยของมันก็เป็ได้
“เ้าใจเย็นก่อน ไม่แน่ว่าคนที่กำลังเดินมาทางนี้อาจจะไม่ใช่นายน้อยก็เป็ได้แสงไฟในนี้สลัวนักยากที่จะมองเห็นได้จากระยะไกล เร่งฟื้นฟูพลังเถอะ”อย่างไรเสียชงหยางก็ยังเป็ผู้ที่รอบคอบ ถึงแม้มันจะเริ่มมีหวังขึ้นมาแต่ก็ต้องระวังตัวเสมอในสถานที่แห่งนี้
เงาร่างนั้นเข้าใกล้มาจวนจะถึงตัวของพวกมันอยู่แล้วทั้งสองโคจรพลังเตรียมจู่โจม ในมือกำอาวุธประจำตัวแน่น “ตึก ตัก ตึก ตัก!”เสียงหัวใจของทั้งสองเต้นระรัวดังออกมาถึงภายนอก ยิ่งใกล้ยิ่งรัวเหมือนกลองศึก! ความเป็ตายของพวกมันขึ้นอยู่กับบุคคลที่จะมาถึงนี้หากเป็นายน้อยของมันก็ดีไป แต่ถ้าหากไม่หละก็......
ชงหยางและชงเป่าไม่อาจนิ่งสงบได้อีกต่อไปชงหยางะเิพลังฟาดดาบใหญ่ออกไปชงเป่าเองก็เหวี่ยงกระบองฟาดไปที่เงาร่างนั้นอย่างสุดแรงแต่แล้วพวกมันก็ต้องเบิกตาโพลงใสุดขีด!!
“ฝ่ามือเพลิงสีชาด!”
ตู้ม!!
“อะไรกันรับด้วยมือเปล่า!!” เสียงดาบและกระบองกระทบเข้ากับฝ่ามือเสียงดังสนั่นวิหาร ชงหยางและชงเป่าเซถอยหลังไปสามสี่ก้าวมีเืออกจากมุมปากเล็กน้อยสีหน้าขององครักษ์ทั้งสองหมองคล้ำขึ้น “แย่หละสิคนผู้นี้แข็งแกร่งยิ่งนักฝ่ามือที่ใช้ก็รุนแรงยิ่งกว่าดาบใหญ่และกระบองของน้องรองที่ฟาดลงมาพร้อมอีกทำอย่างไรดี? นายน้อยเองก็คงไม่เป็ไรเพราะบุคคลนี้หรอกกระมังหากเป็เช่นนั้นข้าจะแลกชีวิตกับมันให้ดู!!” ชงหยางพึมพำในใจ
แต่แล้วทั้งสองก็ต้องตกตะลึง!
“อะไรกันท่านพี่ทั้งสองจำข้าไม่ได้แล้วหรือ จู่ๆก็พุ่งมาโจมตีข้าหากก่อนหน้านี้ข้าไม่ได้นั่งเรียนรู้เคล็ดวิชามาสักหน่อยคงต้องม้วยมรณาเป็แน่แท้”ชงหยางและชงเป่าทั้งสองแสดงสีหน้าโง่งมทั้งดีใจทั้งตกตะลึงไปตามกันทั้งคู่คุกเข่าลงกับพื้นทันทีเมื่อรู้สึกตัวเดิมทีพวกมันทั้งสองคิดว่าบุคคลที่อยู่ในเงามืดคงลวงพวกมันว่าเป็นายน้อย แต่พอเงานั้นเดินเข้ามาใกล้อีกจึงเห็นว่าเป็นายน้อยของพวกมันจริงๆ
“นายน้อย....!” ทั้งสองไม่สามารถพูดสิ่งใดได้อีก จู่ๆขอบตาทั้งสองก็เริ่มแดงขึ้นมันดีใจที่ในที่สุดก็ได้พบนายน้อยแล้ว ก่อนหน้านี้พวกมันหมดสิ้นซึ่งความหวังใดๆแม้กระทั่งความหวังที่จะรอดชีวิตออกจากที่นี่ตอนนี้มันพบเจอบุคคลที่มันเฝ้ารอคอยตามหาแล้วความมั่นใจของพวกมันเริ่มเพิ่มพูนกลับมาอีกครั้งทั้งสองตัดสินใจว่าจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดนำพานายน้อยออกจากป่าสมบัติแห่งโชคชะตาอย่างปลอดภัย แม้จะต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม!
“อะไรกันพวกท่าน ไม่ดีใจหรือที่ข้ากลับมา เลิกเศร้ากันได้แล้วนี่ก็ล่วงเลยมาหลายวันแล้ว พวกเรากลับเมืองเซียงกันเถอะ พวกท่านยังต้องรีบกลับไปรักษาตัวอยู่นะ”ชงหยางและชงเป่าพยักหน้าตอบรับเช็ดคราบน้ำตาลุกขึ้นเดินนำหน้าชายหนุ่มออกไปยังนอกวิหาร
“พวกท่านรอก่อน กับดักอาคมนี่พวกท่านต้องให้ข้าจัดการมันก่อน” หนิงเฟยหลงกล่าวจบชงหยางและชงเป่ามองหน้ากันทันที
“ไม่ได้นะขอรับนายน้อยพวกข้าจะไม่ให้นายน้อยเสี่ยงเพื่อพวกเรา”องครักษ์ทั้งสองคิดว่าหนิงเฟยหลงจะเข้าไปเสี่ยงกับกับดักอาคมจึงรีบห้ามเอาไว้
“พวกท่านอย่าได้กังวลข้าสามารถสยบเพลิงอาคมนี้ได้”ว่าแล้วชายหนุ่มก็ะโเข้าไปกลางกับดักอาคมเหล่าองครักษ์ทั้งสองหน้าเปลี่ยนสีกันทันที ใครจะรู้ว่าพึ่งห้ามปรามนายน้อยไปเมื่อสักครู่แต่กลับเหมือนยิ่งยุนายน้อยกระโจนเข้าไปในกับดักอาคมอย่างรวดเร็ว หลังพึ่งพูดจบไปได้ไม่นานพวกมันเตรียมที่จะเข้าไปช่วยนายน้อยในทันที
ทว่าชายหนุ่มะเิพลังออกมาเป็เพลิงสีชาดเพลิงแดงฉานลุกโหมกระหน่ำรอบตัวตามกับดักที่ได้วางเอาไว้มันไม่ได้มอดไหม้ชายหนุ่มเลยแม้แต่น้อยกลับเพิ่มพลังเพลิงให้ชายหนุ่มเข้าไปอีกขั้น องครักษ์ทั้งสองยืนดูไปพลางขยี้ตาไปอะไรกันนี่เพลิงที่ร้ายกาจขนาดนี้นายน้อยควบคุมได้! ขอบเขตแดนพลังเข้าไปก็มอดไหม้ไปหมดแต่นี่ไม่าเ็แม้แต่น้อย กระทั่งรอยไหม้รอยขีดข่วนก็ไม่มี! อัศจรรย์...อัศจรรย์เกินไปแล้ว!!
หนิงเฟยหลงควบคุมเพลิงที่โหมกระหน่ำได้แล้วจึงให้ชงหยางและชงเป่ารีบออกไปจากวิหารถึงแม้ว่าหนิงเฟยหลงจะควบคุมเพลิงนี้ได้แต่ก็ควบคุมได้ระดับหนึ่งเท่านั้นมันพึ่งเข้าใจในเคล็ดวิชาได้เพียงหนึ่งส่วนเท่านั้น เพียงหนึ่งส่วนก็มีอานุภาพขนาดนี้แล้ว! วิชานี้น่ากลัวเกินไปแล้ว!!
ในใจของชายหนุ่มเกิดความยินดีปรีดาอย่างยิ่งที่มันนั้นสามารถทะลวงจุดได้สำเร็จ พลังยุทธ์ก็กลับมาขั้นเดิมทั้งฝีมือวรยุทธ์ก็รุดหน้ากว่าเดิมมาก หลังจากทะลวงจุดครานี้มันััได้ว่าเส้นลมปราณนั้นขยายใหญ่ขึ้นไม่เพียงเท่านั้นจุดตันเถียนยังใหญ่ขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าจนน่าใถึงแม้มันจะอยู่เพียงระดับกำเนิดพลังขั้นต้นแต่มันก็รู้สึกว่าตนเองสามารถต่อกรกับจอมยุทธ์ระดับแก่นแท้พลังได้แล้ว!!
ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาชงหยางและชงเป่ายังไม่หายตะลึงพลังของหนิงเฟยหลงพอได้ยินเสียงหัวเราะของนายน้อยพวกมันก็ยิ่งงงเข้าไปใหญ่ทั้งหมดมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่! นายน้อยหายตัวไปในวิหารไม่กี่วันเท่านั้นก็ออกมาเก่งกาจถึงเพียงนี้วิชาที่นายน้อยใช้คือวิชาอะไร? และสิ่งที่อยู่ข้างในวิหารนั้นคืออะไรกันแน่?!
“นายน้อยนี่ท่าน นี่ท่านอยู่ขอบเขตใดกันแน่ถึงมีฝีมือเพียงนี้?” ชงหยางรู้ว่าหนิงเฟยหลงสามารถทะลวงเส้นลมปราณได้แล้วั้แ่ประมือกันแต่ที่ไม่รู้คืออยู่ขอบเขตระดับใดแล้วฝีมือของหนิงเฟยหลงตอนนี้ยากใช้สามัญสำนึกได้ถึงขนาดปราบเพลิงที่มีอานุภาพบดขยี้จอมยุทธ์ขอบเขตแดนพลังให้กลายเป็ผุยผงได้ในพริบตาย่อมไม่ธรรมดาแล้ว
“พวกท่านล้อข้าเล่นอยู่หรือข้าเองก็อยู่ขอบเขตแดนพลังระดับกำเนิดพลังเช่นเดียวกับพวกท่านและขั้นที่ข้าอยู่ก็เพียงขั้นที่หนึ่งต่ำกว่าพวกท่านเสียอีก อย่าได้ยกยอข้าเลย” ชายหนุ่มกล่าวเสร็จก็เดินทางต่อปล่อยให้องครักษ์ทั้งสองอ้าปากหวองงเป็ไก่ตาแตกอยู่อย่างนั้น
“......”