ลานพักทหารยามเย็น
เสียงฝีเท้าหนักแน่นดังขึ้น
ภูผาและทองขาวเดินกลับเข้ามา
ร่างกายเต็มไปด้วยฝุ่นจากการเดินทาง
“กลับมาสักที!”
เสียงคุ้นเคยดังขึ้น
พันเดินออกมา
สีหน้าบึ้งเล็กน้อย
“พวกเ้าสองคนไม่อยู่…มันยุ่งยากแค่ไหน ข้าต้องคอยดูแล เื่ต่างๆพวกนี้เองทั้งหมด!”
เขาบ่นไม่หยุด
“ฝึกก็ฝึกเอง เบิกเบี้ยเบิกข้าวก็ต้องคิดเอง—”
“ข้าชักจะสงสัยแล้วว่า ข้าโดนพี่น้องตัวเองตัดหางแล้วหรือไม่
ทองขาวหัวเราะเบาๆ
“เ้าก็ทำได้ดีนี่”
พันชะงัก
ก่อนจะหันหน้าหนี
“…มันก็ต้องทำให้ได้อยู่แล้ว”
ภูผายิ้มเล็กน้อย เดินเข้าไปกอดไหล่โยกไปมาเบาๆ
“ลำบากเ้าละ ครั้งหน้าจะพาเ้าไป”.
“เออ..มันต้องอย่างนี้สิ ถึงจะเป็พี่น้องกัน”
ห้องประชุม
บรรยากาศตึงเครียด
พระยาบวรนั่งนิ่ง
สายตาครุ่นคิดอย่างสงบ ค่อยกล่าวออกมา
“่นี้…”
“มีข่าวลือ”
ทุกคนเงียบ
“มีสายลับ…แอบเข้าออกวังหลวง และเรือนตะวันตก”
สายตาทุกคู่…หันมองมาที่ภูผา
เป็ความหมาย…ชัดเจน
ภูผานิ่ง
ไม่ปฏิเสธ ไม่ยอมรับ แค่ยิ้มบางๆ
พระยาบวรกล่าวต่อ
“นั่นไม่เป็ไร แต่ปัญหา…คือเราต้องแก้ไขความสงสัยนี้”
“ข่าวว่ามีคนสงสัยว่าเป็ฝีมือของเ้า…แต่หลายคนก็ว่าฝีมือเ้ายังไม่ถึงขั้นนั้น”
เงียบ
“ข้อกังขานี้…เราต้องจัดการ”
ภูผาก้มศีรษะ
“ขอรับ”
พระยาบวรพยักหน้า
“พอดี…มีเหตุการณ์แปลกๆ เกิดขึ้นที่หัวเมืองเหนือ”
“ข้าจะให้เ้าไปสืบ”
“คาดว่า ต้องใช้เวลาพอสมควร จนกว่าภารกิจและแผนการของเราจะลุล่วง”
“การไปในครั้งนี้ ให้นำหัวหมู่พันไปเป็เพื่อนด้วยนะ”
หัวหมู่พัน พอได้ยินก็หันซ้ายหันขวา แสดงความดีใจออกมาอย่างชัดเจน ไม่ปิดบัง
ภูผาเงยหน้า
“ขอรับ”
“และ—”
พระยาบวรมองไปที่ทองขาว
“สายลับในเมือง…ยังต้องมี”
“เ้าจะต้องสวมรอยเป็สายลับคนนั้นแทน”
ทองขาวยิ้มบาง
“ขอรับ…เข้าใจแล้ว”.
ค่ำวันนั้น
ลมพัดเบา
ภูผานั่งเตรียมของ
เสียงฝีเท้า…ดังขึ้นด้านหลัง
“นี่…”
เขาหัน
เรือนแก้วยืนอยู่
ในมือ…ห่อผ้า
“อาหารแห้ง”
เธอยื่นให้
“ข้าทำเอง”
ภูผารับ
ชะงักเล็กน้อย
“ขอบพระคุณขอรับ”
“แต่ไม่น่าต้องลำบากเพราะข้าเลย”
เธอไม่มองหน้า
แต่พูดต่อ
“…เ้าจะได้เดินทางไกล นึงถึง ช่างน่าสนุกนัก ข้าเองก็อยาก ออกไปดูโลกภายนอกบ้าง”
“ข้าไม่รู้ว่าเส้นทางนั้นเป็เยี่ยงไร ถ้าเ้ากลับมา..ช่วยเล่าให้ข้าฟังหน่อย ได้หรือไม่”
“เ้าเป็คนเก่ง ข้ารู้ว่าเ้าจะปลอดภัย”
เงียบ
นี่คือครั้งแรก…ที่เธอพูดชัด
ภูผามองเธอ
“ขอรับ แม่หญิง”
เรือนแก้วนิ่งไปเล็กน้อย
ก่อนจะพยักหน้า เพียงเท่านี้ก็เดินจากไป
ทิ้งความรู้สึกบางอย่างไว้ในอากาศ.
เช้า
ประตูเมืองเปิด
ภูผาและพันขี่ม้าออกไปช้าๆ อย่างเปิดเผย
ไม่มีการปิดบัง
แต่—
สายตาหลายคู่…กลับจับจ้องเหตุการณ์
จากเงามืด
จากมุมตึก
เมื่อเขาออกพ้นเมือง—
หลายร่าง…ขยับ เสียงกระซิบ
“มันไปแล้ว รีบกลับไปรายงาน”.
กลางคืน ในวันที่แสงเดือนนวลแจ่มท้องฟ้า ใกล้จะเต็มดวงเต็มที
ณ เรือนตะวันตก
ทองขาวเคลื่อนไหวไปมา ด้วยความอิ่มเอิบใจ นี่จึงเป็เขา จิติญญาของเขาผูกติดแน่นอยู่กับความเร็ว เขาชอบเฝ้ามองในสิ่งต่างที่เป็ไป และพร้อมที่จะลงมือช่วยเหลือต่างๆ หากเกิดความไม่ยุติธรรมขึ้น
ทองขาว
ร่างของเขา…คล้ายคลึงกับภูผามาก
ทั้งท่าทาง…จังหวะ ล้วนคล้ายคลึง นั่นเป็ผลของการฝึกร่วมกัน
เขาแฝงตัวเข้าไป
เงียบ…ไร้ร่องรอย
แต่—
ไม่มีอะไรผิดปกติ
“แปลก…”
เขาพึมพำ
ก่อนจะจงใจ—
“เผยตัว”
เสียงฝีเท้าดังขึ้น
“ใคร!”
ทหารวิ่งเข้ามา
ทองขาวะโหนี
ให้เห็นเพียงเงา
แล้วหายไป
เขาวิ่งไป พลางฝึกควบคุมพลังไปด้วย
ลมเย็นพัดผ่าน และ ทันใดนั้น—เป็สัญชาตญาณของเขาเอง.. “อะไร…”
…..
“หยุดก่อนสิ”
เสียงหวานดังขึ้น
ทองขาวหยุด
หญิงสาวคนนั้น
ยืนขวางอยู่กลางทาง
ในมือโยนเดาะผลส้มเล่น
เขารู้ว่านางคือใคร เขารู้สึกคล้ายเคยเห็นนางมาก่อน
“แค่ไม่เจอไม่กี่วัน…เ้าดูแปลกนะ”
เธอเอียงหัว
“เหมือนว่า..เอ่อ.จะเก่งขึ้นนะ”
ทองขาวไม่ตอบ
เพียงจ้อง
เธอยิ้ม
“เ้าทำได้อย่างไร ช่วยสอนข้าได้ไหม ไม่พูดเหรอ…”
ฟึ่บ!
เธอพุ่งเข้าใส่
ทองขาวหลบ
สวนกลับ
ปะทะกันเพียงไม่กี่ท่า ทองขาวเน้นตั้งรับ ปัดป้อง นางหมุนตัวเหวี่ยงเท้าเตะ สลับกับหมัดซ้ายขวา หมุนวนเช่นลูกข่าง
เร็วขึ้น แรงขึ้น …
มุมปากของนางยิ้มแล้ว ยิ้มด้วยความพอใจ สนุกสนาน
นานมากแล้วที่ไม่ได้เตะต่อยเช่นนี้ เพราะเก่งเกินไป จึงไม่มีใครรับมือนางได้
ครั้งนี้ สาแก่ใจนางแล้ว..
ทองขาวแสร้งถอย ก่อนจะพุ่งเข้าหาอย่างรวดเร็ว
ด้วยความสนุก นางหลงกลอีกครั้ง หากเหวี่ยงท่าเตะออกไป
ทองขาวรับท่าเตะนั้น ยืนแรงกระแทกส่งตัวเองพุ่งออกไปด้านหลัง หายเข้าไปในความมืดของป่า…
พอนางรู้ตัวว่าโดนหลอก ก็กระทืบท้าวอย่าแรง
“ครั้งหน้าเถอะ ข้าจะจับเ้าให้ได้”.
สองวันต่อมา
ที่หัวเมืองเหนือ
ภูผาและพัน เลือกใช้เส้นทางที่ผู้คนส่วนใหญ่ไม่สัญจร
ค่ายทหารตั้งอยู่ท่ามกลางูเา
ภูผามาถึงในยามเย็น
เขายื่นหนังสือคำสั่งทหาร แสดงต่อยามหน้าประตู เพียงชั่วครู่ ก็มีคนมารับตัวเข้าไปด้านใน
หัวหน้าค่ายคอยพบอยู่ภายใน กล่าวว่า
“เดินทางมาเน็จเหนื่อย วันนี้พวกเ้าไปพักเสียก่อน”
“เื่งาน เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยคุย”
เท่านั้น ทั้งสองรับคำ จึงเดินจากไป
รุ่งเช้า ที่สดใส แดดจ้าแต่เช้า
เสียงทหารฝึกในลาน ดังมาเป็จังหวะ แสดงออกถึงระเบียบวินัยที่ดี
ในห้องประชุม
หัวหน้าค่ายรายงานและส่งมอบข้อมูลข่าวสารให้แก่ภูผา
“มันแปลกยิ่ง ใน่นี้ พึ่งจะเลย่เก็บเกี่ยวมาเพียง สามเดือน เสบียงต่างๆ ทั้งข้าวสารและข้าวเปลือกต่างขาดแคลน”
“พวกพ่อค้า แย่งกันซื้อ ทำให้ราคาสูงขึ้นด้วย”
หัวหน้าค่ายกล่าว
“ทั้งที่ควรพอ”
“แต่กลับขาด”
ภูผาขมวดคิ้ว
“เื่หายไปไหน ไม่ยากที่จะหาคำตอบ”
“เื่ยังอยู่ภายในเมืองไหม จึงเป็เื่สำคัญเร่งด่วน”
เงียบ…
่บ่าย
ภูผาเปลี่ยนชุด คล้ายเป็พ่อค้า
เดินเตร่เล่นในตลาด
สายตาสังเกตทุกอย่าง
เส้นทาง
คลอง
ผู้คน
“ที่นี่…”
“…มีอะไรซ่อนอยู่”
ค่ำคืน
เขาแอบขึ้นไปบนหลังคาตึก มองไปยังเบื้องล่าง
ตึกไม้หลังใหญ่ ภายในยังมีห้องใหญ่อีกแปดห้อง สามารถเก็บสิ่งของได้มากมาย
ในห้องริมของตึก ริมคลองน้ำใหญ่มีแสงสว่างส่องออกมา
เขาเคลื่อนตัวเข้าใกล้ห้องนั้นในทันที
ภูผาเร้นกายเข้าไป
เสียงสนทนา…ดังขึ้น
“ของพร้อมหรือยัง”
“ข้าวสาร อาหารแห้ง เกลือ”
“จำนวนเท่าไหร่”
“ร้อยห้าสิบเกวียนแล้ว”
“ยังขาดอยู่อีก ห้าสิบเกวียน มากเกินไป…”
เสียงอีกคนดัง
“พรุ่งนี้ค่ำ…มารับรอบแรก”
“ห้าสิบเกวียน”
เงียบ
ภูผาหรี่ตา
“นี่คงไม่ใช่แค่ค้าขายธรรมดาแล้ว…”
“…นี่คือการกักตุนเป็แน่”
เพื่ออะไรบางอย่าง
ใหญ่
อันตราย
และกำลังจะเริ่ม.