หลังจากที่ทั้งสามใช้เวลาดูดซับพลังฟ้าดินข้างดอกไอิญญาสองสีเป็เวลาหนึ่งก้านธูป พวกเขาก็ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นพร้อมกัน
แม้การฝึกฝนในครั้งนี้จะยังไม่ทำให้ถงจื่ออันและจี้อันก้าวเข้าสู่เส้นทางผู้บำเพ็ญได้สำเร็จ
แต่ทั้งสองต่างก็ััได้อย่างชัดเจนว่า การดูดซับพลังฟ้าดินใกล้ดอกไอิญญาสองสีนั้นมีประสิทธิภาพเหนือกว่าการฝึกตามปกติหลายเท่า เพียงเท่านี้ก็เพียงพอจะจุดประกายความหวังอันเจิดจรัสขึ้นภายในใจของทั้งคู่
หลี่ซวนลุกขึ้นยืนเป็คนแรก พร้อมกล่าวขึ้นด้วยรอยยิ้มเปี่ยมไมตรี
"ดูเหมือนวันนี้จะพอเพียงเท่านี้ก่อนเถิด เวลาคงผ่านมานานแล้ว พวกเราควรกลับหมู่บ้าน ไม่เช่นนั้นคนในหมู่บ้านคงเป็ห่วงน่าดู"
จี้อันพยักหน้าเห็นด้วยอย่างสุขุม "ข้าก็คิดเช่นนั้น"
ส่วนถงจื่ออันแม้จะยังอยากฝึกฝนต่ออีกสักหน่อย แต่เมื่อได้ยินคำว่าคนในหมู่บ้านเป็ห่วง เขาก็รีบพยักหน้ารับทันที
"เช่นนั้นพวกเรากลับกันเถิด!"
ก่อนจะออกจากโพรงถ้ำ หลี่ซวนหันกลับไปมองดอกไอิญญาสองสีอีกครั้ง ดอกไม้ยังคงแผ่ไอิญญาออกมาอย่างสม่ำเสมอ ราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น
เขาจึงกล่าวขึ้นเบา ๆ "ต่อจากนี้... พวกเราจะกลับมาที่นี่ทุกวัน ตราบใดที่ไม่มีผู้ใดค้นพบสถานที่แห่งนี้ ดอกไอิญญาสองสีก็จะเป็โอกาสอันล้ำค่าของพวกเรา"
ถงจื่ออันหัวเราะออกมาอย่างฮึกเหิม "ข้าจะไม่ขาดแม้แต่วันเดียว!"
จี้อันกล่าวเสริมด้วยน้ำเสียงจริงจังและรอบคอบ "แต่เื่นี้... พวกเราจะต้องเก็บเป็ความลับ ไม่อาจบอกผู้ใดได้เป็อันขาด"
หลี่ซวนพยักหน้ารับหนักแน่น "ถูกต้อง เื่ผู้บำเพ็ญ หนังสือทั้งสามเล่ม รวมถึงดอกไอิญญาสองสี จะมีเพียงพวกเราสามคนที่รับรู้ แม้แต่คนในหมู่บ้านก็ไม่อาจทราบ เพื่อความปลอดภัยของตัวเราและพวกเขา"
ทั้งสามสบตากัน ก่อนจะพยักหน้าพร้อมกันโดยนัดหมาย... นับจากวันนี้เป็ต้นไป พวกเขามีความลับอันยิ่งใหญ่ร่วมกันแล้ว!
หลังจากนั้น ทั้งสามก็เดินออกจากโพรงถ้ำตามทางเดิม ระหว่างทาง หลี่ซวนค่อย ๆ เก็บหิ่งห้อยเรืองแสงที่ปล่อยเอาไว้กลับคืนมาทีละตัว หิ่งห้อยเ่าั้ยังคงบินวนอยู่บริเวณเดิมไม่ได้บินหนีไปไหน เมื่อจับกลับมาได้ครบทั้งหกตัว เขาจึงนำพวกมันกลับไปปล่อยไว้ในโพรงถ้ำแห่งแรกดังเดิม แสงสีทองอ่อนค่อย ๆ เติมเต็มความสว่างให้กับโพรงถ้ำอีกครั้ง
เมื่อทุกอย่างกลับคืนสู่สภาพเดิม ทั้งสามจึงก้าวเดินออกจากถ้ำ
เมื่อออกมาภายนอก หลี่ซวนก็เดินไปหยิบอาภรณ์ของตนที่ซักผึ่งไว้ริมลำธาร แม้รูปลักษณ์และมวลกล้ามเนื้อของเขาจะเปลี่ยนไปไม่น้อยหลังจากก้าวเข้าสู่เส้นทางผู้บำเพ็ญ แต่เมื่อสวมอาภรณ์ตัวเดิมลงไปแล้ว กลับแทบไม่มีผู้ใดสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงนั้นได้
เขายิ้มบาง ๆ พลางเปรยกับตัวเอง "เช่นนี้ก็ดี จะได้ไม่เป็ที่ผิดสังเกต"
หลังจากนั้น ทั้งสามก็ออกเดินทางมุ่งหน้ากลับสู่หมู่บ้านซีเหอ
ระยะทางจากป่าลึกกลับหมู่บ้านมักใช้เวลาราวเกือบสามก้านธูป แท้จริงแล้ว... หากหลี่ซวนใช้ความเร็วทลายขีดจำกัดของตนในเวลานี้ เกรงว่าเพียงไม่ถึงหนึ่งก้านธูปก็คงกลับถึงหมู่บ้านแล้ว แต่ในยามนี้ ถงจื่ออันและจี้อันยังเป็เพียงคนธรรมดา เขาจึงเลือกที่จะก้าวเดินด้วยความเร็วเดียวกับสหายทั้งสอง
ระหว่างทาง ผืนป่ายังคงเงียบสงบ สัตว์ป่าที่เคยพบเห็นอยู่เสมอกลับมีจำนวนน้อยลงกว่าปกติ ส่วนสัตว์อสูรนั้น... ไม่ปรากฏให้เห็นเลยแม้แต่ตัวเดียว ราวกับเหตุการณ์วุ่นวายใน่เช้าไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
กระทั่งดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า ลอยคล้อยต่ำทอแสงสาดส่องผืนดิน ทั้งสามก็มองเห็นหมู่บ้านซีเหออยู่ไม่ไกล
ทว่าภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับทำให้ทั้งสามต้องชะงักฝีเท้าลงพร้อมกัน!
ลานกว้างกลางหมู่บ้านแน่นขนัดไปด้วยชาวบ้านจำนวนมาก แทบทุกครัวเรือนต่างมารวมตัวกันอยู่ที่นั่น หลายคนถือคบเพลิง บางคนถือหอกและธนู คล้ายกำลังเตรียมตัวจะออกเดินทางมุ่งหน้าเข้าป่า
หลี่ซวนขมวดคิ้วแน่น "หรือว่าพวกเขา..."
จี้อันถอนหายใจเบา ๆ "คงกำลังจะออกตามหาพวกเราเป็แน่"
ความจริงก็เป็เช่นนั้น เหตุการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้นภายในป่าใน่เช้า แม้จะไม่ลุกลามมาถึงหมู่บ้าน แต่แรงสั่นะเื เสียงคำรามกึกก้องของสัตว์อสูร และเสียงแปลก ๆ อันน่าสะพรึง ล้วนส่งมาถึงหมู่บ้านซีเหอทั้งหมด ไม่มีผู้ใดกล้าเข้าใกล้เขตป่า กระทั่งเมื่อนายพรานบางคนกลับมาแจ้งว่า เด็กหนุ่มทั้งสามยังไม่กลับมาจากในป่า คนทั้งหมู่บ้านก็เริ่มร้อนใจ
ใน่บ่าย ชาวบ้านหลายคนได้ช่วยกันออกตามหาบริเวณชายป่า แต่กลับไม่พบร่องรอยของพวกเขาแม้แต่น้อย เมื่อเวลาผ่านไปจนใกล้ค่ำ ทุกคนจึงตัดสินใจรวมตัวกัน แม้จะรู้ดีว่าป่ายามค่ำคืนนั้นเต็มไปด้วยอันตราย และเหตุการณ์ประหลาดใน่เช้าจะยังทำให้ทุกคนหวาดหวั่น แต่ก็ไม่มีผู้ใดยอมทอดทิ้งเด็กทั้งสามไว้ในป่าลึก!
ทว่าขณะที่ทุกคนกำลังจะออกเดินทาง ชายคนหนึ่งก็พลันะโร้องขึ้นด้วยความตื่นเต้น
"นั่นไง! พวกเด็ก ๆ กลับมากันแล้ว!"
ทุกคนรีบหันไปมองเป็ตาเดียว เมื่อเห็นเงาร่างของเด็กหนุ่มทั้งสามก้าวเดินออกมาจากชายป่า ความตึงเครียดที่เคยปกคลุมทั่วทั้งหมู่บ้านก็สลายหายไปในพริบตา หลายคนถึงกับถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
ถงจื่ออันรีบวิ่งเข้าไปหาบิดามารดาของตนทันที "ท่านพ่อ! ท่านแม่!"
มารดาของเขาตีแขนเขาเบา ๆ ด้วยความรักและเป็ห่วง "จื่ออัน! รู้หรือไม่ว่าพวกเราเป็ห่วงเ้าเพียงใด!"
บิดาของเขาแม้จะพยายามทำสีหน้าดุ แต่สุดท้ายก็ยิ้มออกมา ก่อนจะลูบศีรษะลูกชายอย่างอ่อนโยน
ทางด้านจี้อันเองก็เดินเข้าไปหาบิดามารดา ก่อนจะก้มศีรษะลงน้อย ๆ "ข้าขอโทษ... ที่ทำให้พวกท่านต้องเป็ห่วง"
มารดาของจี้อันยิ้มทั้งน้ำตา ก่อนดึงลูกชายเข้ามากอดไว้แน่น "กลับมาก็ดีแล้ว... กลับมาก็ดีแล้ว..."
ส่วนหลี่ซวน เขาเดินตรงไปยังชายชราผู้หนึ่งที่ยืนใช้ไม้เท้าพยุงร่างอยู่ด้านหน้าสุด แม้ใบหน้าของปู่จะเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า แต่ดวงตาทั้งคู่กลับเฝ้ามองมาทางเขาโดยไม่เคยละสายตา
หลี่ซวนยิ้มบาง ๆ อบอุ่น "ท่านปู่... ข้ากลับมาแล้วขอรับ"
ชายชรายิ้มออกมาอย่างโล่งอก มือที่สั่นเทาเล็กน้อยยกขึ้นลูบศีรษะหลานชายอย่างแ่เบา "กลับมาก็ดีแล้ว... ปู่คิดว่า... จะไม่ได้เห็นหน้าเ้าอีกเสียแล้ว"
หลี่ซวนรีบประคองปู่ของตนไว้แน่น "ข้าขอโทษที่ทำให้ท่านต้องเป็ห่วงขอรับ"
ชายชราส่ายหน้า ก่อนจะมองสำรวจหลานชายอยู่ครู่หนึ่ง ไม่รู้เพราะเหตุใด เขากลับรู้สึกว่าหลานของตนดูเติบโตและผ่าเผยขึ้นกว่าเดิม แม้จะผ่านไปเพียงวันเดียว แต่กลับให้ความรู้สึกแตกต่างอย่างประหลาด อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้เอ่ยถามสิ่งใด เพียงยิ้มให้อย่างอ่อนโยน
"กลับมาก็ดีแล้ว พวกเ้าคงหิวกันมาก วันนี้ครอบครัวของถงจื่ออันเตรียมอาหารไว้รอพวกเ้าทั้งสามแล้ว รีบไปกินเสียเถิด"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทั้งสามก็หันมาสบตากันก่อนจะหลุดหัวเราะออกมา ผู้ใหญ่หลายคนเดินเข้ามาลูบศีรษะพวกเขาทีละคน
"คราวหน้าอย่าเข้าไปเล่นในป่าลึกอีก รู้หรือไม่ว่าพวกเราใกันเพียงใด!" บางคนยื่นขนมใส่มือให้ บางคนยื่นผลไม้ป่าที่เก็บมาได้ ทุกคนต่างตำหนิด้วยความรักและหวังดี
ขณะเดียวกัน เด็กสาวหลายคนที่คุ้นเคยกับหลี่ซวน เมื่อเห็นเขาเดินกลับมาอย่างปลอดภัย ก็พากันยื่นดอกไม้และขนมมาให้ด้วยรอยยิ้มเขินอาย ถงจื่ออันมองภาพนั้นก่อนจะหันไปสบตากับจี้อัน ทั้งสองต่างถอนหายใจพร้อมกันจนอดหัวเราะไม่ได้ ผู้ใหญ่ที่เห็นภาพนั้นต่างก็หัวเราะครื้นเครง เสียงหัวเราะค่อย ๆ เข้ามาแทนที่ความกังวลของคนทั้งหมู่บ้าน
ค่ำคืนนั้น... หมู่บ้านซีเหอกลับมาเต็มไปด้วยความอบอุ่นอีกครั้ง โดยไม่มีผู้ใดล่วงรู้เลยว่า เด็กหนุ่มทั้งสามที่เพิ่งเดินกลับออกมาจากผืนป่า ได้ก้าวเข้าสู่ประตูของโลกอีกใบหนึ่งแล้ว... และความลับนั้น จะถูกเก็บซ่อนไว้ระหว่างพวกเขาทั้งสามคนตลอดไป
...
วันต่อ ๆ มา พวกเขาทั้งสามยังคงเดินทางไปยังโพรงถ้ำแห่งนั้นเพื่อฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ
ด้วยความที่ใช้เส้นทางสายนี้ทุกวัน พวกเขาจึงคุ้นเคยกับสภาพป่าเป็อย่างดี จากเดิมที่ต้องใช้เวลากว่าสามก้านธูปจึงจะถึง บัดนี้กลับใช้เวลาเพียงหนึ่งก้านธูปเท่านั้น
เพื่อไม่ให้ผู้ใหญ่ในหมู่บ้านเกิดความสงสัย ทั้งสามยังคงอ้างว่าออกไปวิ่งเล่นในป่าตามปกติ เนื่องจากั้แ่ยังเด็ก พวกเขามักเข้าไปจับปลา เก็บผลไม้ป่า หรือปีนต้นไม้บริเวณชายป่าอยู่เสมอ ครอบครัวของทั้งสามจึงไม่ได้เอะใจแต่อย่างใด
ยามเช้า พวกเขาจะช่วยงานครอบครัวเหมือนเด็กหนุ่มทั่วไป หลี่ซวนช่วยปู่ตัดฟืน ซ่อมแซมของต่าง ๆ ทำงานบ้าน นาน ๆ ครั้งก็ไปช่วยลุงหานล่าสัตว์ ส่วนถงจื่ออันช่วยบิดาล่าสัตว์และช่วยมารดาหาบน้ำ ขณะที่จี้อันก็มักช่วยบิดาคัดแยกสมุนไพรและอ่านตำราภายในบ้าน
กระทั่งยามสาย ทั้งสามจึงแอบนัดพบกัน แล้วออกเดินทางมุ่งหน้าไปยังโพรงถ้ำอย่างเงียบเชียบ
ชีวิตดำเนินไปเช่นนี้ทุกวัน ไร้ซึ่งผู้ใดในหมู่บ้านที่จะล่วงรู้ว่า เด็กหนุ่มทั้งสามกำลังก้าวเดินอยู่บนเส้นทางที่แตกต่างจากคนธรรมดาอย่างสิ้นเชิง
...
เวลาหมุนผ่านไปครึ่งเดือน
โพรงถ้ำที่เคยรกร้าง บัดนี้ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงไปทีละน้อย พวกเขาช่วยกันจัดวางโต๊ะหินและเก้าอี้หินให้เป็ระเบียบ นำฟืนแห้ง เสื่อสาน ภาชนะดินเผา และของใช้จำเป็บางส่วนเข้ามาจัดเก็บไว้ จนสถานที่แห่งนี้กลายเป็เรือนพักสำหรับการฝึกฝนของพวกเขาทั้งสาม
ส่วนซากงูอสูรขนาดมหึมานั้น แม้จะเคยคิดนำกลับไปศึกษา แต่ด้วยรูปร่างอันน่าสะพรึงกลัว อีกทั้งไม่รู้ว่าร่างของมันจะมีพิษตกค้างหรือไม่ สุดท้ายทั้งสามจึงช่วยกันลากมันออกไปทิ้งลึกเข้าไปในป่าลึก ปล่อยให้ธรรมชาติเป็ผู้จัดการต่อ
หลังจากนั้น ทุกครั้งที่มาถึงโพรงถ้ำ พวกเขาจะนั่งล้อมรอบดอกไอิญญาสองสี ก่อนเริ่มดูดซับพลังฟ้าดินอย่างเงียบงัน
วันแล้ววันเล่า... หนึ่งเดือน... สองเดือน... สามเดือน...
ดอกไอิญญาสองสียังคงแผ่พุ่งไอิญญาออกมาไม่หยุดยั้ง ราวกับไม่มีวันเหือดแห้ง แม้ความก้าวหน้าของหลี่ซวนจะรวดเร็วกว่าคนทั้งสองอย่างเห็นได้ชัด แต่ถงจื่ออันและจี้อันก็ััได้ว่า การรับรู้พลังฟ้าดินของพวกเขาแข็งแกร่งขึ้นทุกวัน
จนในที่สุด... หลังผ่านการฝึกฝนอย่างหนักและต่อเนื่องเป็เวลากว่าสองเดือน ความเปลี่ยนแปลงที่ตั้งตารอคอยก็มาถึง!
วูบ...!
ทันใดนั้นเอง พลังฟ้าดินรอบกายของถงจื่ออันและจี้อันพลันเริ่มไหลเวียนผิดไปจากเดิม ไอิญญาจำนวนไม่น้อยหลั่งไหลซึมซาบเข้าสู่ร่างของคนทั้งสองพร้อมกัน!
หลี่ซวนที่กำลังบำเพ็ญอยู่พลันลืมตาขึ้น ก่อนมองสหายทั้งสองด้วยแววตาปิติยินดีถึงขีดสุด
"ในที่สุด... พวกเ้าก็เริ่มสร้างห้วงลมปราณได้สำเร็จแล้ว!"