ตอนที่ 26
พวกเขาเดินผ่านโถงหินดำที่ถูกสลักเสลาเป็ลวดลายหุบเขาน้อยใหญ่ให้ความรู้สึกน่าเกรงขามไปยังลิฟต์สีลาวาที่อยู่ด้านหลังรูปปั้นขนาดใหญ่ของเ้านรกซึ่งถูกคลุมด้วยเสื้อคลุมขนนกที่ดูอ่อนช้อยราวกับกำลังพลิ้วไหวไปตามสายลมสลักจากหินแกรนิตชั้นเลิศที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงกลางห้องโถงอันกว้างใหญ่
บรรยากาศภายในลิฟต์สีแดงแสบตานั้นเงียบสงบราวกับว่า ผู้มาเยือนกำลังตกตะลึงกับทิวทัศน์อันวิจิตรภายในหอคอยแห่งนรกอยู่
เมื่อลิฟต์เคลื่อนผ่านหมู่เมฆสีหม่นไปได้สักพัก ในที่สุดประตูลิฟต์สีแดงแสบตาก็เปิดออก คาร์ไลน์เดินนำกลุ่มผู้ชำระความพยาบาทของมิติกึ่งกลางออกจากลิฟต์มุ่งตรงไปยังประตูหินสลักรูปหมาป่าเงาสีดำทะมึนที่อยู่ไม่ไกลท่ามกลางทิวทัศน์รอบกายที่สามารถมองเห็นแดนนรกผ่านกระจกที่สูงจรดเพดานซึ่งติดอยู่ทั้งสองฝั่งของกำแพงภายในโถงสีดำสนิท
ดวงตาสีฟ้าสว่างของอีวานมองเห็นทิวทัศน์ของเขตชำระิญญาที่อยู่อีกด้านหนึ่งของเทือกเขาซึ่งล้อมตัวเมืองได้คร่าวๆ
สภาพแวดล้อมของเขตชำระิญญาในแต่ละเขตมีความแตกต่างกันไปตามลักษณะการชำระิญญา บางเขตที่อยู่ใกล้หุบเขาจะมีความแห้งแล้งซึ่งเต็มไปด้วยไอร้อนในแบบที่ชวนให้รู้สึกราวกับว่าผิวกายของเขาพร้อมจะพุพองเพราะกำลังถูกเผาไหม้ ขณะที่ไกลออกไปอีกหน่อยเป็เขตน้ำแข็งสีดำทะมึนอันน่าสะพรึงกลัว ชายหนุ่มััได้ถึงความทรมานของการชำระดวงิญญาจากการมองอยู่บนหอคอย พาให้ดวงตาของเขาสั่นไหว
ถ้าหากว่า เดาไม่ผิด…เขาเองก็คงจะต้องไปอยู่อีกด้านหนึ่งของหุบเขาเช่นกัน
“เชิญด้านในครับ” คาร์ไลน์เอ่ยกับพวกเขาด้วยรอยยิ้มอันสุภาพ จากนั้นจึงหันกลับไปผลักประตูหินอันยิ่งใหญ่ให้เปิดออก
ภาพของหอประชุมหินอ่อนสีดำอันมืดหม่นซึ่งมีเส้นสายอันส่องสว่างของลาวาจากผนังและเพดานมุ่งไปยังโต๊ะประชุมขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ตรงกลางโดยมีหยดของลาวาอันสว่างไสวที่ลอยค้างอยู่เหนือโต๊ะคริสตัลหินสีควันอันโดดเด่น
บริเวณฝั่งขวาของโต๊ะประชุมมียมทูตระดับสูงในชุดที่สูทสีดำสิบคนกำลังนั่งอยู่ โดยที่บริเวณหัวโต๊ะมีชายหนุ่มร่างใหญ่ผู้มีใบหน้าอันคมสันเ้าของเส้นผมสีดำราวกับความมืดมิดยามราตรีในชุดสูทสีดำสนิทกำลังนั่งเท้าคางรอพวกเขาอยู่
“ฉันรู้เื่วงเวทย์คร่าวๆ จากเซซีลเลียสแล้ว ตอนนี้ฉันแค่อยากรู้ว่า พวกเธอเจอวงเวทย์นั่นกี่ครั้ง?” ชายที่นั่งอยู่บริเวณหัวโต๊ะซึ่งในเวลานี้ไม่ได้ใส่เสื้อคลุมขนนกโบราณเอ่ยเสียงขรึมพลางผายมือให้เหล่าผู้ชำระความพยาบาทนั่งลงบนเก้าอี้ที่ว่างอยู่บริเวณฝั่งขวาของโต๊ะไปด้วย
“สี่ครั้งครับท่าน” เมื่อนั่งลงบนเก้าอี้หินควอตซ์สีเทาโปร่งทรงสูงที่สลักลายอีกาแล้ว เฮ็กส์เตอร์จึงตอบท่านเ้านรกด้วยสีหน้าอันจริงจัง
“ระบุสถานที่ได้ไหม?” เ้านรกประสานฝ่ามือลงบนโต๊ะแล้วพยักหน้างึกงักหนึ่งทีเป็เชิงรับรู้ จากนั้นจึงเอ่ยถามต่อ
“ครับ” เฮ็กส์เตอร์ขานรับด้วยท่าทางจริงจังพลางส่งสายตาให้โยฮัลซึ่งเป็รองหัวหน้าหน่วยผู้มีเส้นผมสีน้ำตาลเข้มที่นั่งอยู่ข้างกันนำเอกสารข้อมูลที่พวกเขารวบรวมเก็บเอาไว้ขึ้นมา
โยฮัลหยิบแฟ้มเอกสารออกมาจากกระเป๋าที่ถือติดมือมาด้วย จากนั้นเขาก็หยิบแผนที่เมืองนาฟรี่ย์ซึ่งมาร์คตำแหน่งของวงเวทย์บูชาซาตานขึ้นมากางบนโต๊ะเบื้องหน้าของท่านเ้านรกอย่างรวดเร็ว
“มันกำลังสร้างวงเวทย์ที่โลกคนเป็ ช่างเถอะ ต่อให้มันทำสำเร็จก็ไม่มีประโยชน์หรอก เพราะซาตานทุกตนยังถูกจองจำอยู่ที่นี่” ท่านเ้านรกเค้นหัวเราะเสียงหยันพลางใช้นิ้วชี้อันทรงพลังเคาะแผนที่ซึ่งถูกวงด้วยหมึกสีแดงไปด้วย
“ขอเพิ่มรายละเอียดสักหน่อยได้ไหมครับ?” อีวานมองใบหน้ายิ้มเยาะของท่านเ้านรกแล้วเอ่ยเสียงขรึม
“ว่ามาสิ” ดวงตาอันมืดมนที่ไม่สามารถระบุสีสันที่แท้จริงได้ของท่านจ้าวนรกเลื่อนมามองใบหน้าอันหล่อเหลาของผู้นำทางิญญาในชุดสูทสีเทาอ่อนพลางเอ่ยเสียงเรียบ
แค่เพียงถูกมองอย่างผ่านๆ อีวานก็ััได้ถึงความกดดันจากดวงตาของผู้ทรงอำนาจที่สุดในนรก พาให้เขารู้สึกหวาดหวั่นขึ้นมาตามธรรมชาติของิญญาดวงเล็กจ้อยที่ได้รับความสนใจจากเ้าแห่งแดนนรกผู้ยิ่งใหญ่
“ผมกับเขาถูกกลุ่มควันสีดำไล่ตามอยู่ในวังวนแห่งความทุกข์ทรมาน มันตั้งใจจะทำร้ายคู่หูของผม” ถึงแม้จะประหม่า แต่อีวานก็ยังมีสติมากพอที่จะเอ่ยสิ่งที่พวกเขาเผชิญออกมาได้อย่างละเอียด ขณะที่ฝ่ามือสีขาวสว่างเลื่อนไปััแขนเสื้อของแซ็กเบาๆ โดยไม่รู้ตัว
แซ็กกระตุกยิ้มเล็กน้อยด้วยความฟิน ขณะที่ใจของเขาพองฟูด้วยความรู้สึกอันหอมหวาน เมื่ออีวานทำตัวราวกับเด็กน้อยที่กำลังกลัวอะไรสักอย่างจึง้าดึงใครสักคนให้รั้งอยู่เป็กำลังใจข้างๆ กัน
…ซึ่งคนที่อีวาน้าให้อยู่เคียงข้างในเวลานี้ ก็ คือ เขา!
“นายคงจะมีอะไรพิเศษดึงดูดมันสินะ” ท่านเ้านรกพยักหน้ารับเบาะแส แล้วหันมาเอ่ยแซวเด็กหนุ่มหน้าคมที่นั่งอยู่ข้างกับชายหนุ่มผู้สุขุมไปด้วย
ในยามที่ดวงตาอันยากจะระบุสีสันของผู้ปกครองแดนนรกทอดมองแซ็ก ท่านเ้านรกก็ต้องเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเมื่อััได้ถึงแสงสว่างที่แผ่ออกมาจางๆ จนแทบจะมองไม่เห็นจากร่างของเด็กหนุ่ม
ดูเหมือนว่า เ้าเด็กคนนี้ยังไม่คิดจะขึ้นไปอยู่บนแดน์สินะ…
…ส่วนเหตุผลก็คงเป็เพราะไอ้หนุ่มหน้าหล่อที่นั่งอยู่ข้างกันแต้มบุญยังไม่ถึงเป็แน่!
“พิเศษ?” แซ็กทวนอย่างเสียงสั่นเล็กน้อย เมื่อถูกสายตาอันทรงอำนาจของเ้านรกจับจ้อง ขณะที่ในหัวก็นึกฉงนว่า เขามีอะไรพิเศษกันแน่ถึงได้ตกเป็เป้าหมายแบบนี้
“ข้อมูลของพวกเธอมีประโยชน์มาก ตอนนี้ฉันนึกออกแล้วว่า เป็ซาตานตนไหนที่กำลังก่อความวุ่นวายอยู่ โชคดีที่ฉันขังเ้าเพอร์เทอร์บาทอร์นั่นเอาไว้ในคุกที่รัดกุมแ่าแล้ว เพราะงั้นไม่มีอะไรต้องกังวล” ท่านเ้านรกเอ่ยถึงเ้าซาตานหัวแข็งที่ถูกขังเอาไว้ในโคลอสเซียมเหมันต์ด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยประกายอันเย้ยหยัน
ซาตานที่ถูกจองจำอยู่ในนรกมีอยู่หลายตน แต่พักนี้ตัวที่สงบเสงี่ยมมากสุดกลับเป็เ้าตัวป่วนเพอร์เทอร์บาทอร์
…สมกับเป็พวกซาตาน เผลอไม่ได้เลยจริงๆ!
“ในเมื่อเป็เพอร์เทอร์บาทอร์ พวกเราจะจัดการเอง พวกคุณไม่ต้องเป็ห่วง” หัวหน้ายมทูตที่นั่งฟังทั้งสองฝ่ายสนทนากันอยู่นาน ในที่สุดก็เอ่ยออกมาด้วยท่าทางอันเคร่งขรึม
“ครับ งั้นทางมิติกึ่งกลางจะเฝ้าระวังในส่วนที่มันข้ามไปป่วนโลกคนเป็ด้วยอีกแรง” เฮ็กส์เตอร์รับคำเสียงเครียด จากนั้นจึงเอ่ยถึงแนวทางที่ฝ่ายของผู้ชำระความพยาบาทจะป้องกันโลกคนเป็จากการรุกรานของซาตานตนนั้นด้วยท่าทีอันจริงจัง
“ไม่ต้องห่วงหรอก มันไม่มีทางออกไปจากที่จองจำได้แน่นอน บอกเซซีลเลียสได้เลยว่า ไม่ต้องกังวลเพราะเื่นี้นรกจะเป็คนจัดการเอง” ท่านจ้าวนรกตบโต๊ะเบาๆ จากนั้นก็เอ่ยกับทางฝั่งของผู้ที่มาจากมิติกึ่งกลางด้วยสุ้มเสียงอันราบเรียบ แต่กลับมีความหนักแน่นอยู่ในนั้น
การประชุมอันเคร่งเครียดจบลงที่ นรกจะคอยจับตาดูเพอร์เทอร์บาทอร์ที่ถูกจองจำอยู่ในแดนเหมันต์เอาไว้ ขณะที่มิติกึ่งกลางและยมทูตส่วนหนึ่งจะคอยขับไล่พลังงานอันน้อยนิดของมันออกจากโลกคนเป็อีกที เพื่อป้องกันไม่ให้พลังมืดของมันหยั่งรากสร้างความแข็งแกร่งจากการกลืนกินดวงิญญาของผู้ที่ถูกล่อลวง
เมื่อกลุ่มของหน่วยชำระผู้พยาบาทจากไป ภายในห้องประชุมอันอึมครึมจึงเหลือเพียงท่านเ้านรกและเหล่ายมทูตระดับสูง ดวงตาที่ไม่อาจระบุสีสันของผู้ปกครองแดนนรกเลื่อนไปยังตำแหน่งของคนสนิทร่างท้วมในชุดสูทสีดำซึ่งนั่งอยู่ห่างไปไม่มากด้วยสายตาที่มีความกดดันแฝงอยู่จางๆ
“ส่งคนไปที่โคลอสเซียมเหมันต์ ฉันอยากรู้ว่าเ้าตัวป่วนนั่นมันยังอยู่ดีไหม” ท่านเ้านรกประสานฝ่ามือเข้าด้วยกันพลางหันไปสั่งการคนสนิทเสียงเข้ม
“ครับท่าน” คนสนิทร่างท้วมรีบลุกจากเก้าอี้แล้วมุ่งหน้าไปที่ประตูหอประชุมทันที ขณะที่ยมทูตคนอื่นๆ ยังคงนั่งหน้าขรึมกันอยู่ที่โต๊ะเช่นเดิม
“ตัวอยู่ในนรก แต่ยังยื่นแขนยื่นขาออกไปข้างนอกได้ สมกับเป็เ้าซาตานหัวรั้นจริงๆ!” ท่านจ้าวนรกเอ่ยอย่างหงุดหงิด เขามองเหล่ายมทูตหน้าขรึมที่นั่งเรียงแถวกันอยู่แล้วกลอกตาเล็กน้อย จากนั้นจึงโบกมือให้เหล่าลูกน้องแยกย้ายกันไปทำงาน
อึดใจต่อมาภายในหอประชุมอันโอ่อ่าจึงเหลือเพียงแค่ท่านเ้านรกที่นั่งเท้าคางด้วยใบหน้าครุ่นคิดอยู่ลำพัง
แสงสว่างนั่น แม้ว่าจะจางไปหน่อย แต่มันก็สว่างพอที่จะทำให้รู้ว่า เ้าของร่างเป็ผู้มีกุศลมากพอที่จะได้ขึ้นไปอยู่บนแดน์
แสงสว่าง..ความดี…แดน์…เฮ้อ
…นั่นสินะ เทวทูต
“อย่าทำหน้าแบบนั้นสิเดอล์เมส” เสียงหัวเราะมีชีวิตชีวาอันสุดแสนจะไพเราะและศักดิ์สิทธิ์ในเวลาเดียวกันดังออกมาจากฉากหินแกะสลักอันน่าเกรงขามด้านหลัง
อึดใจต่อมาร่างในชุดสีขาวบริสุทธิ์ที่เต็มไปด้วยแสงอันพร่างพราวดุจดวงดาวที่เปล่งประกายอยู่ท่ามกลางความมืดมิดก็ก้าวออกมาจากฉากหินแกะสลักมาหยุดอยู่ข้างกัน
ชั่วเวลานั้นเองใบหน้าอันเคร่งเครียดของเดอล์เมสพลันผ่อนคลาย ลง จากนั้นเขาก็รวบร่างอันเปล่งประกายด้วยแสงบริสุทธิ์ของคนรักมานั่งลงบนตักด้วยความรักใคร่
เมื่อกลับมาถึงมิติกึ่งกลางเฮ็กส์เตอร์ก็มุ่งหน้าไปรอพบเซซีลเลียสที่สำนักงานิญญาทันที ส่วนสมาชิกหน่วยชำระผู้พยาบาทคนอื่นๆ ก็แยกย้ายกันไป ด้วยเหตุนี้เองแซ็กกับอีวานจึงกลับมาพักผ่อนกันที่ห้องของพวกเขาไปตามระเบียบ
อีวานในชุดนอนสีครีมเอนตัวลงบนเตียงด้วยความเหนื่อยล้า ขณะที่กำลังเข้าสู่ห้วงนิทรานั้นเองฝ่ามืออันแข็งแกร่งของใครอีกคนก็เคลื่อนมากุมมือเขาเบาๆ
“ฉันคิดว่าจะไม่รอดจากห้วงสยองนั่นแล้ว” อีวานพ่นลมหายใจออกมาเล็กน้อยเมื่อถูกเสียงอู้อี้อันกวนประสาทของแซ็กรบกวนความสงบ
“ถ้าฉันไม่ลากมาด้วยกัน นายก็คงจะไม่รอดจริงๆ นั่นแหล่ะ” อีวานสะบัดมือจากการเกาะกุมของฝ่ามือใหญ่พลางเอ่ยด้วยสุ้มเสียงอันเ็า ขณะที่เปลือกตาสีขาวสว่างของเขายังคงปิดสนิท
ชั่วอึดใจนั้นเขาไม่มีเวลามาโกรธแซ็กเหมือนอย่างตอนนี้ และแน่นอนว่า เขาไม่มีเวลาแม้แต่จะสิ้นหวังหรือเศร้าสลด เพราะสิ่งเดียวที่อยู่ในหัวของเขาในตอนนั้นคือการคิดหาทางให้อีกฝ่ายรอดกลับมาด้วยกัน
เมื่อทุกอย่างกลับสู่สภาวะปกติแล้ว อีวานก็อดที่จะเคืองแซ็กหน่อยๆ ไม่ได้ที่ทำให้ในเวลานั้นเขารู้สึกราวกับว่า…
…กำลังจะสูญเสียคนสำคัญไป