ตอนที่ 1 เฉิ่ม เชย กระจอก ไม่เท่ห์ เปย์ไม่เป็ รถไม่มีขับ
วันนี้เป็พุธสิ้นเดือนพฤศจิกายนที่อากาศดีท้องฟ้าแจ่มใส เมฆลอยมาสีขาวสะอาดตา สายลมพลิ้วไหวมาปะทะใบหน้า บรรยากาศโดยรอบดูสดชื่น แม้แต่ต้นไม้ใบหญ้ารอบกายก็เขียวชอุ่มดอกไม้ชูช่อสวยงาม สีเหลือง สีม่วง สีสันดูสดใสงามตาไปหมดหากเพียงดวงตากลมเ้าของใบหน้าเรียวมีแววตาเศร้าและหม่นหมอง
“อกหักอีกแล้วหรือไอ้พฤกษ์ครั้งที่เท่าไหร่แล้วเนี่ย มึงคงไม่อกหักจนแก่หรอกนะ” ธานินท์เพื่อนเรียนห้องเดียวกันกับพฤกษาติดสอยห้อยตามกันมาั้แ่มัธยมปลายพูดแซวเพื่อนพฤกษามองเพื่อนตาขวางบ่งบอกความไม่พอใจที่เพื่อนรักรู้ทันเขาแค่อกหักเป็ครั้งที่สามในรอบสามเดือน ค่าเฉลี่ยอยู่ที่เดือนละครั้งหากนับตามสถิติแบบเข้าข้างตัวเองก็ยังถือว่าโอเคอยู่นะ ร่างบางหน้าเศร้าหมองก้มมองมือตัวเองแต่เอาจริงๆ พฤกษาก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไรสาวๆ สวยๆ เ่าั้ถึงขอเลิกกับเขาด้วยเหตุผลเดียวกันคือ‘เขาเป็คนดีเกินไป’ ซึ่งแน่นอนว่า เขาไม่มีทางเชื่ออย่างเด็ดขาดเพราะเขาไม่ได้โง่ขนาดจะเชื่อคำโกหกเ่าั้ได้
“เหตุผลเดิมรึเปล่ามึง มึงเป็คนดีเกินไปใช่ไหม” พิชัยถามเพื่อนอย่างรู้ทันส่วนยงยุทธนั้นเปิดเพลงอกหักเสียงดังรอ เขามองหน้าเพื่อนทั้งสามอย่างเบื่อหน่ายเบื่อความรู้ทันของพวกมัน
“ใช่ ทั้งสามคนเหตุผลเดียวกันเลยนี่พวกเธอลอกกันกระทั่งคำบอกเลิกเลยเหรอ” พฤกษาบอกอย่างเบื่อหน่าย อดคิดไม่ได้ว่าทั้งสามคนรู้จักกันหรือไม่ ทำไมทุกอย่างดูประจวบเหมาะ แต่คงไม่หรอกเพราะทั้งสามคนเรียนกันคนละคณะวิชา
เขาไม่เข้าใจทำไมพอคิดไม่ออกว่าจะบอกเลิกอีกฝ่ายยังไง ถึงมักใช้คำว่า ‘ดีเกินไป’ ทำไมไม่หาเหตุผลที่ดีกว่านี้ เช่นหนูลองคบแล้วมันไม่ใช่ หรือ ไม่ตอบโจทย์ไลท์สไตส์คนอย่างหนู หล่อเกินไป น่ารักเกินไปเก่งเกินไป อะไรอย่างนี้ ไม่ใช่ใช้เหตุผลคลาสลิก มาบอกเลิก
“พวกแกรู้มั้ย พอถามว่า บอกข้อดีมาสามข้อได้ไหม สาวๆพวกนั้นพูดว่าไง”
“ว่าไงวะ” ทุกคนหันไปสนใจคำตอบกันใหญ่
“เงียบกริบสิ จะว่าไงได้คิดไม่ออกกันสักข้อแล้วมาบอกว่าดีเกินไป” พฤกษาพูดออกไปอย่างเหลืออด เพื่อนๆ หัวเราะจนเข่าสั่น แต่ละคนคงสมน้ำหน้าเขาเพื่อนเขานี่ดีดีทั้งนั้น ไอ้ขิงชื่อจริงว่าพิชัยเป็คนภาคใต้มาจากนครราชสีมาเอ้ย นครศรีธรรมราช หน้าตาคมเข้มแบบคนภาคใต้ ไอ้โย่ชื่อจริงว่ายงยุทธเป็คนน่านผิวขาว ไอ้แชมป์ชื่อจริงชนะพลมาจากกรุงเทพใฝ่ฝันอยากมาเรียนเชียงใหม่ ไอ้ธนาชื่อจริงธานินทร์ เป็เพื่อนเรียนห้องเดียวกับเขาั้แ่มัธยมปลายที่เหลือก็เพิ่งมาสนิทกันที่ห้องเรียนเดียวกัน พวกเราเรียนอยู่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยชื่อดังในจังหวัดเชียงใหม่ เพิ่งเข้าเรียนและผ่านการรับน้องมาได้ไม่นานพอเข้ามาเรียนได้ไม่นาน น้องกิ๊ฟก็มาชวนเขาคุย ขอไลน์ ขอเฟส เธอเป็หญิงสาวร่างบาง ปากและแก้มถูกแต่งแต้มด้วยสีชมพูผมถูกยกเป็หางม้า ใส่นาฬิกาเรียบแต่ดูหรู ผิวของเธอขาวใสกระจ่างตาดวงตากลมโตถูกแต่งแต้มสีสันบางเบาและใส่ขนตาปลอมช่วยขับให้ใบหน้าเธอดูสวยหวานมากขึ้น พฤกษาดีใจมาก ไม่คิดว่าจะมีใครสนใจเขา โดยเฉพาะผู้หญิงอย่างเธอที่เฟอร์เฟคและเขาที่ดูเป็หนุ่มเอ๋อ เธอเรียนอยู่ห้องเดียวกับพฤกษา หลังจากเริ่มคุยไลน์กัน เราเริ่มไปดูหนังฟังเพลง เที่ยวผับบ้าง กินข้าวด้วยกัน พฤกษาคิดว่า เขาก็ดูแลเธอดีในระดับหนึ่งแต่ทำไมถึงบอกเลิกเขา ด้วยเหตุผล เขาดีเกินไป ขอเลิกกับเขาก่อนครบเดือนแค่หนึ่งวัน ห่างไปไม่ถึงสามวัน คนที่สองคือ ลิ้นจี่ แค่ชื่อก็เปรี้ยวอมหวานแล้ว พฤกษาชนเธอตรงทางเดินและเธอหกล้มเขาจึงพาเธอไปห้องพยาบาล เธอเป็สาวน้อยรูปร่างสมส่วนแต่งหน้าจัดกว่ากิ๊ฟหนึ่งระดับ ผิวพรรณของเธอออกไปทางขาวเหลือง เธอใส่กำไลทอง ต่างหูทอง สร้อยคอทองเส้นเล็กมีจี้รูปกางเขนเรียกได้ว่าเครื่องประดับของเธอทั้งหมดล้วนเป็ทอง หลังจากนั้นเราก็เริ่มคุยกันพฤกษาคิดว่ามีคนคุยด้วยก็ดี อย่างน้อยก็ทำให้เขาลืมกิ๊ฟได้เร็วขึ้น และในที่สุดก็ตกลงคบกันและเลิกกันตามเดิมเมื่อก่อนครบหนึ่งเดือนสองวัน และคนที่สามคือคนที่เพิ่งบอกเลิกเขาวันนี้ซึ่งพรุ่งนี้ก็จะครบหนึ่งเดือนพอดี พฤกษาเจอเธอที่หน้าอาคารเรียน เธอชื่อเมย์ ระหว่างที่เธอกำลังวิ่งไปขึ้นรถเมย์ก็ทำของตกไว้ เขาจึงวิ่งเอาไปให้ วันต่อมา เธอก็มาขอบคุณเขาที่ห้องเรียนพฤกษาค่อนข้างแปลกใจ ว่าเธอรู้ได้อย่างไรว่าเขาอยู่ห้องไหน หลังจากนั้นเราเลยแลกไลน์และคุยกันแต่สุดท้ายพอคบกันใกล้ครบหนึ่งเดือนเธอก็มาบอกเลิกผมตามเสต็ป เธอเป็หญิงสาวที่จัดได้ว่าเป็สาวเปรี้ยวไม่ใช่กลิ่นตัวเธอนะ แต่เป็ปากเธอที่แดงจัดตลอดเล็บเธอที่เคลือบด้วยสีแดงเช่นเดียวกับปากของเธอกระโปรงนักศึกษาที่สั้นจนพวกหนุ่มๆ อดมองไม่ได้ ่นี้ พฤกษาคิดว่า ่นี้เขาดูฮอตเป็พิเศษเมื่อมีหญิงสาวเข้ามาไม่ขาดสายซึ่งตลอดที่ผ่านมาไม่เคยมีสาวคนไหนสนใจเขา เรียกได้ว่าโสดสนิท มีแต่่นี้ที่เขาดูฮอตมากทีเดียวแถมสวยๆ ทั้งนั้น จนเขาไม่อยากเชื่อ ก็เขาดูเป็เด็กเนิร์ด ออกเอ๋อ แว่นตาหนาผมเผ้าก็ดูรกรุงรัง เสื้อผ้าก็ไม่ได้ดูดีสักเท่าไหร่ รองเท้าก็เก่า เขาไม่ค่อยสนใจเื่ดูแลตัวเองมากนัก ไม่คิดว่าจะเจอคนสวยๆ เข้ามาในชีวิตทีเดียวตั้งสามคน
“เอาจริง มึงให้พวกเราบอกไหมว่าทำไม” พิชัยเอ่ยถามเพื่อนอย่างคนรู้สาเหตุ
“ว่ามา” พฤกษาเองก็อยากรู้ความคิดเพื่อน
“ข้อหนึ่งมึงขี้เหนียวเกินไป ไม่เลี้ยงเค้าให้เต็มที่หนักไปทางจับหาร จริงไหม” พิชัยเอ่ยต่อ
“จะเลี้ยงได้ไง พวกแกก็รู้ตัวเองยังไม่ค่อยมีกินให้เลี้ยงทุกมื้อก็ไม่ไหวป่ะวะ” พฤกษาบอกไปตามความจริง
“ข้อสองมึงไปจีบเขาแต่ละคนสวยๆ ทั้งนั้น แต่มึงดูสภาพมึงซิ เสื้อผ้า รองเท้าแต่ละคนยอมคบกับมึงก็ดีเท่าไหร่แล้ว”ธานินทร์บอกต่อ พฤกษาพยักหน้าเข้าใจแต่เขาคิดว่าพวกเธอไม่สนใจเื่เหล่านี้หรอกไม่อย่างนั้นจะยอมรับเป็แฟนกับเขาเหรอ
“ข้อสาม รถมึงก็ไม่มีขับ เค้าลำบากนั่งสองแถว นั่งรถเมย์เวลาไปไหนมาไหน”ชนะพลบอกต่อ
“ข้อสี่”ยงยุทธกำลังอ้าปากจะพูดต่อแต่ก็ถูกพฤกษาโบกไม้โบกมือห้ามไว้
“พอๆ พอแล้วแค่นี้ก็แย่แล้ว พวกแกจะถึงร้อยข้อไหมเนี่ย” พฤกษาบอกเพื่อนอย่างเหลืออดนี่เขาจะไม่มีอะไรดีเลยเหรอ
“งั้นจะสรุปให้ ไอ้พฤกษ์แกมันไม่รวย ไม่เปย์ ไม่มีรถขับตอนแรกๆ เขาคงลองดูแต่แล้วก็ลำบากเกินไปเลยพอดีกว่า ประมาณนั้นแหละ สาวๆ สวย ๆสมัยนี้ทางเลือกเค้าเยอะ” ยงยุทธสรุปตบท้าย
“ฉันก็อยากจะเปย์นะแต่เกรงว่าจะอยู่ไม่ถึงสิ้นเดือนอะดิ” พฤกษาบอกเพื่อนเสียงเศร้าไม่มีรายได้ด้วยตัวเองยังขอเงินพ่อแม่จะเอาเงินที่ไหนมากมายมาเปย์สาว
“เออ พวกเราเข้าใจ นอกจากไอ้แชมป์ที่รวยสุดแล้วพวกเราก็พอกันแหละ บางทีตอนนี้อาจจะไม่ใช่เวลามีแฟนก็ได้ หรือไม่แกก็ต้องเจอคนที่เขารักที่ตัวตนแกจริงๆอ่ะ ไม่ใช่สิ่งภายนอก ดูๆ ไปหน้าตาแกก็ไม่ได้ขี้เหร่ ถ้าไม่ใส่แว่นและทำผมทรงใหม่อาจจะหล่อกว่าเดือนคณะอีกนะ” ชนะพลพูดปลอบใจเพื่อน แล้วมือหนาก็ลองถอดแว่นออกของพฤกษาออกพร้อมจัดแต่งทรงผมให้ สายตามองอย่างครุ่นคิดและพิจารณา
“ไอ้แชมป์ อย่าเล่น” พฤกษารีบแย่งแว่นมาคืน เขาสายตาสั้น -200 แว่นจึงเป็สิ่งจำเป็มากสำหรับเขา
คุยกันสักพักทุกคนก็แยกย้ายกลับบ้าน พฤกษาสีหน้าเหม่อลอยยังคิดไม่ตกและยังผิดหวังอยู่ เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่า เขาผิดหวังกับตัวเองหรือผิดหวังกับสาวๆเ่าั้ แต่สิ่งหนึ่งที่ยืนยันได้คือ สำหรับเขารักแท้คงยากเกินไป สองเท้าก้าวเดินเอื่อยๆเพื่อกลับไปยังห้องพัก เขาพักอยู่หอในมหาวิทยาลัย ระหว่างทางก็เดินผ่านสนามฟุตบอล ดวงตากลมมองนักกีฬาที่กำลังฝึกซ้อมบอลกันอยู่แต่ถึงแม้จะเหมือนเขากำลังยืนดูคนเล่นฟุตบอลแต่ที่จริงดวงตากลมไม่ได้โฟกัสจุดใดเลยมันเหม่อลอยและไร้ทิศทาง
‘ปั๊ก’ ฟุตบอลลอยมาอัดใส่หน้าเขาอย่างแรงโดยไม่ทันรู้ตัว ทำให้แว่นตาหนาตกแตก ภาพเบื้องหน้าพฤกษาเบลอแทบมองไม่ออกว่าภาพตรงหน้าคือภาพอะไรเขาย่อตัวลงเพื่อควานหาแว่นตาที่ตกหล่น สองมือกำลังควานหาแว่นอย่างทุลักทุเล แต่ไม่เจอสักที สองหูได้ยินเสียงเหมือนมีคนวิ่งมาทางนี้ เสียง สวบ สวบ ของคนที่กำลังวิ่งมา เหยียบใบไม้แห้งที่ร่วงหล่นตามพื้นดังมาติดๆและหลังได้ยินเสียงไม่นานก็มีคนยื่นมือมาใส่แว่นให้เขา แต่แว่นแตกจนทำให้เขามองเห็นได้ไม่ชัดอยู่ดีว่าใครเป็คนใส่แว่นให้พฤกษายิ้มขอบคุณเขา ภาพคนตรงหน้าเลือนลาง มือหนาของอีกฝ่ายพยุงตัวพฤกษาลุกขึ้น แล้วค่อยๆพาพฤกษาไปนั่งที่ม้าหินอ่อนแถวบริเวณนั้น กลิ่นน้ำหอมหอมติดจมูก ถึงภาพที่เห็นไม่ค่อยชัดแต่กลิ่นน้ำหอมแบบนี้ไม่เคยได้กลิ่นมาก่อนอาจเป็น้ำหอมจากต่างประเทศ
“ขอบคุณมากครับที่ช่วยผมไว้” พฤกษากล่าวขอบคุณพร้อมยิ้มหวานส่งให้อีกฝ่าย ถึงแม้ภาพคนตรงหน้าจะเลือนลางเต็มทน แต่รอยยิ้มนี้คงสามารถเป็ตัวแทนแสดงความจริงใจของเขาได้
“เป็อะไรมากรึปล่าวคะ”เสียงผู้หญิงทำให้พฤกษาเข้าใจว่าเป็คนช่วยเขาใส่แว่นและพามานั่งตรงม้าหินอ่อน
“ไม่เป็ไร ผมไม่เป็ไร ขอบคุณมากครับ”หลังจากตั้งสติได้พฤกษาก็กล่าวขอบคุณหญิงสาวที่ช่วยเขาอีกครั้ง ก่อนจะค่อยๆ ลุกขึ้นเตรียมเดินกลับหอ ถึงแม้แว่นตาตกแตกและทำให้เขามองภาพเบื้องหน้าเบลอไปหมดแต่เขาก็พอจะรู้ว่าทางเดินเดินไปยังไง ทั้งเพราะความเคยชินที่เดินเป็ประจำทุกวัน เขารู้สึกอายเล็กน้อยที่ทำอะไรปั้มๆ เป๋อๆต่อหน้าสาว เขาเดินไปช้าๆ ไปจนถึงหอพักนักศึกษา มีคนถามเขาว่าไปชั้นไหน จะช่วยกดลิฟต์ให้ ตอนนี้พฤกษารู้สึกเหมือนตัวเองเป็คนตาบอดก็ไม่ปานมองอะไรเลือนรางไปหมด แม้แต่ตัวเลขบอกชั้นที่ลิฟต์เขาก็มองไม่ชัด แต่มีสิ่งที่น่าแปลกใจคือตลอดทางคือเขายังได้กลิ่นน้ำหอมที่ได้กลิ่นตอนสนามฟุตบอลอยู่อีกมันติดจมูกนานขนาดนี้เลยเหรอ เขาอดคิดไม่ได้ ในที่สุดก็ถึงห้องพักสักที มือเรียวล้วงกุญแจเพื่อไขประตูเข้าห้องพักแต่กลับทำพวงกุญแจหล่น แต่โชคดีมีคนมายื่นให้ พฤกษาโค้งคำนับขอบคุณกลิ่นน้ำหอมกลิ่นเดียวกับที่ได้กลิ่นมาตลอดทาง นี่สรุปว่าน้ำหอมกลิ่นนี้ที่เขาไม่เคยได้กลิ่นและคิดว่าเป็น้ำหอมของต่างประเทศแท้จริงแล้ว ใช้กันทั่วไปเลยเหรอ พฤกษากลับเข้ามาในห้อง มือเรียวควานหาแว่นอันเก่าที่เคยเก็บไว้ในลิ้นชักมาใส่ไปก่อนตอนนี้พฤกษารู้สึกเหมือนได้ดวงตากลับคืนมา ห้องสีขาวสะอาดตา มีเตียงหนึ่งเตียงกับผ้าปูที่นอนสีฟ้าน้ำทะเล โต๊ะเขียนหนังสือและโต๊ะกินข้าว เพียงเท่านี้ พฤกษาไม่ชอบอะไรรกๆ เลยมีของในห้องน้อยมาก
โรงอาหารมหาวิทยาลัย
เสียงจอแจของนักศึกษาที่กำลังแย่งซื้ออาหารกันอยู่ในโรงอาหารบางร้านก็ต่อแถวยาวไปจนถึงอีกร้านอาจเพราะให้เยอะและถูกปากบางร้านก็ร้างนึกว่าไม่มีคนขาย พฤกษากับเพื่อนๆซื้ออาหารที่ชอบก็มานั่งเก้าอี้ยาวด้วยกันกินอาหารก่อนขึ้นเรียนในคาบเช้า
“แว่นอันนี้มันหนาไปรึปล่าววะ” ชนะพลถามและเพื่อนคนอื่นๆก็พยักหน้าเห็นด้วย
“แว่นอันใหม่แตกนะยังไม่ไปซื้อใหม่เลย เลยใช้อันเก่าตอนมัธยมปลายไปก่อน”มือเรียวขยับแว่นเก่าสีซีดเพื่อจัดให้เข้าที่
“บอกแกแล้วใช่ไหมหากคิดจะจีบสาวต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองแกต้องใส่คอนแทคเลนท์หรือไปทำเลสิก ตัดผมใหม่ แต่งตัวใหม่ให้เฟี้ยวไปเลยไม่งั้นสาวๆ กี่คนก็ขอเลิกหมด อย่างน้อยก็ต้องมีดีให้เขาชอบสักอย่างนะไม่ใช่อะไรก็แย่ไปหมด แกเข้าใจไหม” ยงยุทธบอกเพื่อนอย่างหงุดหงิดที่เพื่อนไม่ดูแลตัวเองเขาไม่กลัวเพื่อนโกรธที่พูดแรงเพราะพฤกษาไม่เคยโกรธเกลียดใครและคงรับรู้ได้ว่าที่พูดไปนั้นล้วนเป็ความหวังดีทั้งสิ้น
“พวกแกก็ดูถูกกันเกินไป หากเพื่อนแกคนนี้ไม่มีอะไรดีทำไมจีบสาวๆพวกนั้นติดละ ตั้งสามคนเลยนะ” พฤกษายกหน้าขึ้นสูงอย่างคนมั่นหน้าตนเอง
“แล้วเป็ไง” สามหนุ่มเพื่อนสนิทพูดพร้อมกัน
“แค่จีบติดและเป็แฟนเกือบหนึ่งเดือนไม่นับว่าเป็แฟนหรอกโว้ยมึงคิดดูคุยกันสองอาทิตย์ เป็แฟนสองอาทิตย์แล้วเลิกอะไรมันจะรวดเร็วปานฟ้าฝ่าแบบนั้นวะ”ธานินทร์บอกเพื่อนให้มองความเป็จริงตรงหน้า บางครั้งเพื่อนของเขาก็มองโลกในแง่ดีจนเกินไปจนโดนคนอื่นเอาเปรียบอยู่บ่อยๆ
“เอาน่า อย่าว่าพฤกษ์มันนักเลย กินๆจะได้ไปเรียนต่อ” พิชัยสรุป เมื่อเห็นว่าบรรยากาศเริ่มตึงเครียด
พฤกษารู้สึกว่า หลังๆมานี้หัวข้อสนทนาในกลุ่มเพื่อนมักจะเป็เื่ของเขา และเพื่อนๆ บ่นเขามากกว่าให้กำลังใจตอนนี้เขารู้สึกเศร้าและกำลังท้อจากการโดนหักอกสามครั้งติดต่อกัน แต่เขาก็เข้าใจว่าเพื่อนเป็ห่วงจึงพยายามเตือนให้ปรับปรุงตัวเองแต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่อเขาเป็เขาได้ดีที่สุดเท่านี้
หลังเรียนเสร็จพวกเราก็แยกย้ายกันเพื่อกลับไปที่พักตัวเองพฤกษารู้สึกหิวน้ำจึงเดินไปที่ตู้กดน้ำอัตโนมัติใต้อาคารเรียน หูพลันได้ยินเสียงใสๆคุ้นหูดังแว่วมา เขาไม่ได้คิดจะฟังเพราะเขารู้ว่าสาวๆ เมื่อเจอกันก็มีเื่คุยมากมายขนาดหนุ่มๆ อย่างพวกเขาก็ยังมีเมาท์มอยอยู่เป็ประจำมือเรียวหยิบเศษเหรียญในกระเป๋ากางเกงสแล็คสีดำและหยอดตู้อัตโนมัติก่อนนิ้วเรียวจะกดน้ำดื่มที่้าระหว่างกำลังก้มลงเพื่อหยิบน้ำที่เพิ่งหล่นลงมา สองมือต้องชะงัก สองหูผึ่ง เมื่อได้ยินบทสนทนาแว่วมา เสียงใสๆพูดถึงชื่อของเขา พร้อมเสียงหัวเราะอย่างสนุกสนานตามมา เขาชันกายลุกขึ้น หันหลังกลับไปมองแต่ไม่ลืมที่จะหยิบน้ำดื่มติดมือมาด้วยก่อนจะขยับกายเล็กน้อยให้มองได้ถนัดเนื่องจากตรงตู้กดน้ำนี้มีเสาบังอยู่ทำให้มองกลุ่มสนทนานั้นไม่ถนัด นิ้วเรียวเปิดกระป๋องน้ำอัดลมแล้วยกขึ้นดื่มอย่างหิวกระหายหางตาเหลือบมองไปยังกลุ่มสนทนาที่ได้ยินเมื่อครู่ ดวงตากลมโตใต้แว่นตาหนาอันเก่าเบิกกว้าง
“เป็ไง สุดท้ายก็ไม่มีใครอดทนได้เกินหนึ่งเดือนสักคนเลิกกับพฤกษ์กันหมด พวกแกนี่ไม่อยากได้เงินเดิมพันรึไง ฮ่า ฮ่า” เสียงใสๆของกิ๊ฟหรือกานดาอดีตคนรักของพฤกษาที่คบกันได้แค่เกือบเดือนดังขึ้น
“เฉิ่ม เชย กระจอก ไม่เท่ห์ เปย์ไม่เป็ รถไม่มีขับ เห้อคิดแล้วยังรู้สึกแย่อยู่เลย เชื่อไหมเลี้ยงข้าวนับมื้อได้เลย ที่เหลือก็หารตลอดขี้เหนียวชะมัด แถมนั่งสองแถว รถเมย์ร้อนก็ร้อน เหนื่อยก็เหนื่อย แต่งหน้ามานี่ เหงื่อไหลจนหน้ามันทอดปลาทูได้เป็ตัวๆ นี่ถ้าไม่ใช่เพื่อเดิมพันสามพันบาทนะอย่าหวังจะเข้าใกล้ ตอนนั้นก็หน้ามืดเห็นแก่เงินเดิมพันนี่ถ้าทนอีกนิดก็คงได้เงินฟรีๆมากินแล้วละ แต่ไม่ไหวว่ะ ขนาดกิ๊ฟกับเมย์ยังไม่ยอมเอาเงินเลยแล้วฉันจะเอาคนเดียวได้ไง เดี๋ยวเอาเปรียบพวกแก บอกตรงๆ ว่าทนอีกนาทีเดียวไม่ได้จริงๆ พวกแกคิดเหมือนกันใช่ไหม เลยยอมแพ้ดีกว่ากิ๊ฟแกก็ช่างเลือก เอาซะเห่ยเชียว” ลิ้นจี่หรือลลิษาพูดถึงคนรักเก่าที่เธอคบไม่ถึงเดือนอย่างเย้ยหยัน
“ เหมือนกันแหละแก นี่ฉันคิดว่าเมย์จะทนอีกวันเพื่อเอาเดิมพันแล้วนะสุดท้ายไม่รอด ช่างเลือกคนจริงๆ นะกิ๊ฟ เอาห้องเดียวกัน แถมเอ๋อที่สุดในห้องอีกกะจะไม่ให้พวกเราได้เงินเลยใช่ไหม” เมย์หรือเมษาพูดพร้อมขบขันราวกับมันเป็เื่ตลกนักหนา
“พวกแกอย่ามาโทษฉันคนเดียวสิตอนนั้นพวกแกก็เห็นด้วยนี่น่า จีบคนหล่อ เฟอร์เฟคมันน่าสนุกตรงไหน แต่ก็ดีนะรอบหน้าเราหาเหยื่อเฟอร์เฟคบ้างดีกว่า สลับกันไง น่าจะคบได้เกินหนึ่งเดือนแน่ๆว่าไหม ฮ่า ฮ่า ฮ่า ว่าแต่พวกแกมาหาฉันที่ตึกนี่มีอะไรรึปล่าว”กานดาถามเพื่อนอีกสองคน
“ก็จะชวนพวกแกไปดูสีทาเล็บที่ห้างนะสิวันนี้มีคอลเล็กชั่นออกใหม่ สวยมากเลย ต้องรีบไปจัดก่อนจะหมดนะ”
“จริงเหรอ งั้นไปกันเดี๋ยวนี้เลยเดี๋ยวหมดซะก่อน” สามสาวลุกขึ้นเก็บของและเดินออกไปทางหน้ามหาวิทยาลัย โดยไม่รู้เลยว่าคำพูดของพวกเธอได้ทำร้ายจิตใจของใครบางคนที่ตอนนี้หัวใจตกวูบไปอยู่ตาตุ่ม พฤกษาที่ยังอึ้งกับคำพูดของผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าเป็แฟนเคยมีใจให้ เคยเสียใจและผิดหวังจนเมื่อนาทีที่ผ่านมาความรู้สึกทั้งหมดล้วนเป็สิ่งหลอกลวงเขายืนค้าง ก้าวขาไม่ออก หูอื้อ ตาลาย ความเ็ปแทรกขึ้นมาเป็ริ้วๆ ในอก น้ำอัดลมในมือตอนนี้หล่นลงไปอยู่ที่พื้นเรียบร้อยแล้ว น้ำในกระป๋องกระฉอกออกมาตามแรงสั่นะเื‘ที่แท้นี่มันเื่อะไรกัน ทั้งสามคนรู้จักกันและเป็เพื่อนสนิทกันพวกเธอวางเงินเดิมพันสามพันบาทเพื่อจีบเขา ใครจีบได้นานที่สุดก็ได้เงินเดิมพันไปนี่เขาเป็แค่ของเดิมพัน ความรู้สึกของเขาเป็แค่ของเล่นของพวกเธอ ความจริงใจจริงจังที่เขาทุ่มเทไปเป็แค่ของเล่น เธอทั้งสามคนเลือกเขาเพราะเขาทั้งเอ๋อ ทั้งตลกและเห่ยมันคือเกมที่พวกเธอเล่นเพียงเพื่อ้าความสนุก พวกเธอเห็นเขาเป็เพียงตัวตลกตัวหนึ่งเท่านั้น’ความเ็ปมากมายถาโถมเข้ามาในใจของพฤกษาหัวใจราวถูกฟ้าฟาดมีดคมกรีดเฉือนสองมือกำหมัดแน่นอย่างอดกลั้นกับความเ็ปทั้งหมด