ทันใดมีเสียงถามดังมาจากอินเตอร์คอมที่โต๊ะของเขา
"คุณราล์ฟครับ วัสดุที่สั่งมาส่งแล้ว คุณราล์ฟจะให้นำขึ้นมาให้ ตรวจรับเลยไหมครับ"
พนักงานใหม่คนหนึ่งบอก
"นำมาได้เลยครับ"
ราล์ฟโดนขัดจังหวะตอบไป ลิซก็รีบไปเข้าห้องน้ำจัดผม ดูใบหน้าตัวเองที่โดนเด็กหนุ่มจัดการซะเลอะเทอะ
ขณะที่ราล์ฟทำงานต่อ หญิงสาวก็ไปนั่งข้างล่างเอาแล็ปท็อปของตัวเองออกมาทำงาน สาวสุดสวย เซ็กซี่ แฟนสาวของเ้าของบริษัทนั่งทำงานอยู่ด้านหน้าทำให้พนักงานบริษัทครึกครื้นตื่นเต้นกัน
ที่จริงหญิงสาวก็มีโต๊ะในห้องทำงานของเด็กหนุ่มแต่ก็อยากให้เขามีสมาธิทำงาน ไม่อย่างนั้นก็มัวมาพัวพันอยู่กับเธอ
เขานำวัตถุดิบที่เพิ่งสั่งมาสดๆ ร้อนๆ ออกมาวาง ก่อนทำการผลิตโดยความสามารถของระบบ เด็กหนุ่มใช้เทคนิคพิเศษ ห้องเฉพาะ จากระบบทันที แม้ที่นี่จะเป็ออฟฟิศของเขา แต่ก็ต้องระวังไม่ให้ใครรู้แม้กับแฟนสาวของเขา ความอัศจรรย์ของระบบไม่ใช่เื่อธิบายกันได้ง่ายๆ
เมื่อเปิดใช้งาน ก็เกิดห้องขนาดสี่คูณสามเมตร ผนังสีเทาอ่อนมองทะลุออกไปได้รอบตัวเขา สามารถเลื่อนห้องไปตามความคิดของเขาได้ เขาลองเดินออกไปมองเข้าไป เมื่อไม่ได้ส่งความคิดเข้าไป มองด้วยสายตาคนภายนอกกลับไม่เห็นห้องใดๆ
ทึ่งกับของวิเศษของระบบสักพัก ราล์ฟวางวัสดุข้างๆ แบบที่จะสร้าง ส่งความคิดเข้าไป เกิดเป็วังวนอากาศแปรปรวนอีกครั้ง
จากนั้นสิ่งของที่สั่งผลิต ปรากฏเกิดขึ้น แว่นตาอัจฉริยะ
ราล์ฟสั่งประดิษฐ์ต้นแบบอันที่สอง และที่สาม ออกมาทันที คือ ถังทำลายล้าง รองเท้านักะโ ของเหล่านี้ยังไม่ได้ตั้งชื่อจริงจังเพราะไม่รู้ว่าจะได้ออกขายหรือเปล่า จึงได้ชื่อธรรมดาแบบนี้ไปก่อน
ไม่รอช้าเขาสั่ง 'แผ่นสถานะสินค้าล่วงหน้า' จากระบบ มาใช้งาน
[แผ่นสถานะสินค้าล่วงหน้า 20 แผ่น!]
เสียงระบบรายงาน
เขาหยิบของมาทีละอย่าง แว่นตาอัจฉริยะ ส่งความคิดสถานะในหนึ่งเดือนเข้าไป
"กรุณาระบุราคาสินค้า! "
นั่นสิ ของราคาต่างกัน กลุ่มเป้าหมายต่างกัน จำนวนคนซื้อย่อมต่างกัน เด็กหนุ่มระบุ 120,000 เหรียญ
"ขายได้ 2 ชิ้น!"
นี่เลวร้ายไปไหม เอาใหม่ ลดราคาลง 60,000 เหรียญ ในสามเดือน
"ขายได้ 5 ชิ้น!"
ไม่ผ่านแฮะ แว่นตาอัจฉริยะ แม้จะไฮเทค มองไกล ออนไลน์สื่อสารได้มากมาย สารพัดองค์ประกอบที่เขาใส่ไป แต่คนคงจะสนใจที่จะใช้ในอุปกรณ์ที่มีอยู่มากกว่า
ชิ้นต่อมา ถังขยะทำลายล้าง ถังขยะขนาดกลางที่ใส่อะไรลงไปก็ตามจะมีสารและไฟฟ้าย่อยสลายสิ่งนั้นเป็จุณได้ในไม่กี่วินาที ส่งความคิด ระบุราคา 100,000 เหรียญ สถานะในหนึ่งเดือนเข้าไป
"ขายได้ 35 ชิ้น!"
แค่เดือนแรกก็ได้เกิน 35 ชิ้นกับของราคาเป็แสน ไหนอีกครั้งซิ ส่งความคิด เป็สถานะในสามเดือนเข้าไป
"ขายได้ 418 ชิ้น!"
วู้ว ชนะเลิศ ราล์ฟดีใจเขามีของที่ขายได้แล้วหนึ่งชิ้น!
แม้เป็การประเมินล่วงหน้าที่อาจมีตัวแปรในอนาคตมากมายแต่ก็ไม่น่าจะผิดไปจากนี้มากนัก
หยิบอันสุดท้าย รองเท้านักะโ ที่เขาใส่หลายอย่าง ออกแบบซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยความสามารถของระบบ เป็รองเท้าที่น่าจะเหมาะกับนักเดินทาง นักต่อสู้ หรือผจญภัยไปที่ต่างๆ เมื่อใส่แล้วสามารถะโได้ในความสูงถึงเจ็ดเมตร และหากผลตอบรับดี ไม่แน่ว่าเขาจะทำรุ่นที่โดดได้สูงกว่าออกมา
เวลาที่น่าตื่นเต้นราล์ฟส่งความคิด ระบุราคา 120,000 เหรียญ สถานะในหนึ่งเดือนเข้าไป
"ขายได้ 90 ชิ้น!"
สำหรับเดือนแรกนั่นวิเศษมาก เขาส่งความคิดเป็สถานะในสามเดือนเข้าไป
"ขายได้ 896 ชิ้น!"
เขามองหน้าจอระบบด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ นี่มันสำเร็จอย่างงดงาม
ราล์ฟยกเลิกห้องเฉพาะ จากนั้นเรียก คาร์ลตัน โซเฟียและวาเนสซ่าพนักงานคนใหม่ที่เป็หัวหน้าทีมดูแลเื่การขายเข้ามา เด็กหนุ่มเอาสินค้าสองชิ้นวางบนโต๊ะ
พนักงานทั้งสามเห็น ถังขยะใบขนาดประมาณ 30 เิเ กับ รองเท้าสีสันแสบตานี้ เบื้องแรกพวกเขาก็อดตัดสินไม่ได้ว่าสินค้าชิ้นแรกของบริษัทคือ ถังขยะ กับรองเท้าเนี่ยนะ ไหนบอกว่าบริษัทของเราจะขายแต่ของแพง
แต่เมื่อราล์ฟบอกคุณสมบัติ ความสามารถของสินค้าทั้งสอง ทั้งหมดล้วนอ้าปากค้าง กระทั่งราคาที่แพงมากหากสองสิ่งนี้ทำได้อย่างที่เด็กหนุ่มบอก พวกเขาก็ไม่รู้สึกว่าแพงเกินไปเลย
"เอาสินค้าเหล่านี้ไปทดสอบครับ จากนั้น มานำเสนอผม เื่การตั้งชื่อ การสั่งผลิต โฆษณา จนถึงเื่ต่างๆ คุณโซเฟียคิดเื่ค่าเปอร์เซ็นต์จากการขายให้ด้วยทั้งหมดครบวงจรนะครับ แล้วนัดประชุมกับผมพร้อมกันทั้งหมดได้เลยครับ"
"คุณราล์ฟ เราจะผลิตออกมาเท่าไหร่ครับ"
คาร์ลตันถาม
"ทั้งถังขยะและรองเท้าเริ่มที่ 100 ชิ้นก่อนได้เลยครับ"
ทั้งหมดใ สินค้าราคาแพงขนาดนี้นับว่าเป็ก้าวที่พรวดพราดเลยทีเดียว พวกเขาไม่รู้ว่า ราล์ฟรู้จากเครื่องมือของระบบมาก่อนแล้วว่ายอดขายจะดีกว่าที่คิดมากมาย
"เราไม่ได้ผลิตมากเกินไปใช่ไหมคะ ที่จริงเราสามารถชิมลาง 25 หรือ 30 ชิ้นก่อนดีไหมคะ"
วาเนสซ่า เป็หัวหน้าฝ่ายขายที่ประสบความสำเร็จที่โซเฟียรู้จักดึงตัวมาอยู่ที่นี่ด้วยเงินเดือนที่สูงมา เธอเป็สาวสวยมาดมั่น แต่งกายโฉบเฉี่ยว วาบหวิว
มาวันแรกๆ ราล์ฟแทบไม่กล้ามองร่างเธอตรงๆ กลัวจะเป็เหมือนไปเพ่งตรงส่วนใดส่วนหนึ่ง จนกระทั่งเธอได้เจอกับลิซ วาเนสซ่าก็ดูเสียความมั่นใจไปบ้าง
เขาไม่ได้รู้สึกอะไร ที่วาเนสซ่าทัดทาน ความทรงจำของบอส การปล่อยให้พนักงานระดับบนๆ กล้าคิดกล้าพูดแนะนำ เป็สิ่งที่ดีมากสำหรับบริษัท
"ผมเป็คนที่มีเซนส์บางอย่างเื่สินค้านี้ครับ พวกคุณรอได้เลย พ้นหนึ่งเดือนที่ปล่อยขายไปแล้ว พวกคุณจะทำการผลิตกันแทบไม่ทัน"
เมื่อบอสเป็คนยืนยัน การันตีหนักแน่น ทั้งหลายก็ย่อมทำตาม ระหว่างพวกเขาเดินออกสวนกับครูสาวที่เดินเข้ามาหาราล์ฟ ทั้งหมดยิ้มให้
ลิซมองวาเนสซ่าที่เดินผ่านไป หญิงสาวสวยเซ็กซี่ เสื้อผ่าร่องอกลึกมาก กระโปรงสั้นโชว์ขาเรียว
"วาเนสซ่า เค้าแต่งตัวสวยดีนะคะ ราล์ฟชอบไหมคะ"
เด็กหนุ่มที่เก็บของเรียบร้อยแล้ว ตอบแบบไม่มองหน้า
"แต่งตัวยังไงเหรอครับ ไม่ว่าโซเฟีย หรือ วาเนสซ่า ผมไม่เคยรู้เลยว่าพวกเธอแต่งกายแบบไหน"
ไม่ทันหญิงสาวจะตอบแกล้งเขา ราล์ฟก็โอบกอดแฟนสาวพาวาร์ปกลับไปที่คอนโดแล้ว
❝❝❝
ลิซจัดการนักสู้ระดับห้า สองคนด้วยตัวคนเดียว!
ลูกน้องในทีมกันวาโน่ที่มาด้วยในครั้งนี้ต่างตกตะลึง พวกเขามีภารกิจซุ่มโจมตีรถของกลุ่มคนร้ายสิบเอ็ดคน คนร้ายเดินทางด้วยรถแวนสองคัน ที่นอกเมืองทางออกรัฐโอค่อน ในกลุ่มพวกนี้ส่วนใหญ่เป็นักสู้ระดับสาม และข่าวแจ้งว่าตัวหัวหน้าเป็นักสู้ระดับสี่
แต่เมื่อคริส และทิมเบอร์ตัน ยิงจรวดใส่รถทั้งสองคันเสียหาย กลับกลายเป็ว่าหัวหน้าและลูกน้องคนหนึ่งกลับเป็ถึงนักสู้ระดับห้า
ทั้งสองฝ่ายยิงต่อสู้กันหูดับตับไหม้ สุดท้ายเมื่อะุร่อยหรอ หัวหน้าหน่วยลิซไม่ได้สั่งให้ถอยแต่อย่างใด แต่กลับบุกเข้าไปพาพวกเขาตะลุมบอน สุดท้ายเธอจัดการพวกมันทั้งสองที่พลังสูงกว่าได้ในเวลาไม่นาน
คนร้ายโดนจับได้เก้าคน ส่วนอีกสองคนถูกแอนนาเบล และมาร์ตินยิงเสียชีวิต ในหน่วยกันวาโน่มีจอร์จได้รับาเ็ งานนี้พวกเขาขนกันมาหมดยกเว้นเพียงแค่ราล์ฟ
"หัวหน้ายกระดับไปถึงระดับห้า หรือระดับหกแล้วเหรอครับ"
ทิมเบอร์ตันถามอย่างประหลาดใจไม่ต่างจากทุกคน
"ไม่รู้ว่าระดับไหนนะ แต่พัฒนาขึ้นไปนั่นแหละ ฉันว่าจะไปวัดระดับที่กองกำลังใกล้ๆ อยู่"
หญิงสาวตอบอย่างไม่อะไรมาก นึกถึงแฟนหนุ่มที่เขารับปากว่าจะไปกับเธอ ต้องไปทวงถามแล้ว
"หน่วยเราจะมีแต่นักสู้ไม่ธรรมดาแล้วสินะนี่ ผมจะอยู่ยังไงดีครับ"
ไอแซคที่กำลังเก็บอาวุธโอดครวญออกมา ทั้งราล์ฟที่ก็ไม่รู้ว่าระดับไหนแล้ว นี่ยังจะหัวหน้าหน่วยของเขาอีก
แอนนาเบลเห็นหัวหน้าหน่วยคนสวยเก่งกาจมากขึ้นขนาดนี้ ก็พลันนึก
'หรือว่าเป็เพราะหัวหน้าอยู่กับตัวประหลาดอย่างเขา ไม่สิฉันก็เคย...แล้ว ไม่เห็นจะแกร่งขึ้นเลย' เธอนึกเื่นั้นแล้วก็หน้าแดงขึ้นมาเอง
คริสเห็นจู่ๆ แอนนาเบลก็หน้าแดงขึ้นมาก็งง
"ผมเคยไปวัดระดับที่เมืองทอนวี่ ระยะทางใกล้กว่าเมืองซีล ผมมีเพื่อนเป็ในกำแพงครามที่นั่น ผมพาไปไหมลิซ"
มาร์ตินรองหัวหน้าหน่วย หน้าเข้ม อาสาพาไป ใครๆ ต่างรู้ว่าเขาหาโอกาสไปกับลิซ
เชอะ เธอไม่ไปกับนายหรอก หวานใจเธออยู่ด้วยทั้งคน แอนนาเบลนึกในใจมีอาการเจ็บแปล๊บข้างในลึกๆ
"ฉันยังไม่รู้จะไปเมื่อไหร่เลย"
ลิซตอบปฏิเสธกลายๆ ตอนนั้นเอง
"นี่งานใหญ่เลยนะครับเนี่ย"
เสียงราล์ฟดังเข้ามา ทุกคนหันไปเห็น เด็กหนุ่มผมสีน้ำตาล คิ้วเข้มหล่อเหลา ร่างกำยำแข็งแรง เขาดูจะสูงขึ้นไปอีก เดินเข้ามา ราล์ฟเห็นซากรถ คนเกือบสิบคนโดนมัดมีคนตาย ก็เห็นว่านี่เป็การต่อสู้ที่รุนแรง
"ทุกคนไม่มีใครเป็อะไรใช่ไหมครับ"
เขาถามหลังจากทักทายทั้งหมด
"มีจอร์จโดนยิงที่แขน แต่ไม่โดนจุดสำคัญ รถพยาบาลรับไปแล้ว"
ทิมเบอร์ตันบอกให้รู้
แอนนาเบล มองไปที่ราล์ฟ ไม่รู้ว่ามันเป็เพราะจิตใจของเธอเองหรือเปล่า เขาดูเหมือนจะหล่อขึ้นอีก
ลิซต้องพูดอะไรหน่อยไม่อย่างนั้นมันจะดูผิดปกติไป
"เธอมาพอดี เรากำลังไปงานต่อไปกัน"
จากนั้นลิซก็แจกแจงรายละเอียดงานต่อไป งานที่สองของพวกเขาไม่ใช่งานที่ต้องเสี่ยงภัยอะไรมาก แต่ก็เป็งานที่ต้องใช้ความแยบยลเป็พิเศษ
มีนักการเมืองที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเื่การซื้อขายสิ่งสำคัญที่ผิดกฎหมายสามคน อยู่ต่างสถานที่กันทั้งหมดประชุมกันไปเสร็จแล้วรอบหนึ่ง กำลังจะมีนัดหมายประชุมกันอีกครั้ง ทางกำแพงครามได้ให้หน่วยกันวาโน่เฝ้าดูทั้งสามคนไว้ และเมื่อได้รับสัญญาณก็ให้บุกจับ ห้ามให้ทั้งหมดติดต่อสื่อสารกันได้ แล้วรอทางฐานลับส่งคนมารับตัวไป
คนที่สำคัญที่สุดคือเมสันเพราะคนนี้ มีผู้คุ้มกันเป็นักสู้ระดับ7 ทางฐานลับรู้ว่าเมืองกันวาโน่มีราล์ฟอยู่ จึงให้เป็คนจัดการ
ส่วนอีกสองคน เป็คนที่มีผู้คุ้มกันที่ระดับ4 หัวหน้าหน่วยสาวจึงได้แบ่งทีมเป็ เธอไปกับไอแซค อีกทีมคือมาร์ติน ทิมเบอร์ตัน กับคริส
ทีมที่จะจัดการเมสันตอนแรกจะเป็ราล์ฟ แอนนาเบล และจอร์จ แต่จอร์จาเ็ ราล์ฟก็เลยได้ไปกับแอนนาเบลสองคน
เมื่อเ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามารับ่ต่อจับคนร้ายเก้าคนนี้ไป คนของกำแพงครามหน่วยกันวาโน่ก็แยกย้ายกันไปตามพิกัดที่แอนนาเบลแจกให้
ราล์ฟได้ขึ้นรถของแอนนาเบลขับออกไป พยาบาลสาวใจเต้นที่ได้อยู่สองต่อสองกับเขาอีกครั้ง ในรถไม่มีใครเอ่ยอะไรตลอดทาง การเดินทางค่อนข้างไกล เมสันเป็คนเดียวที่อยู่บ้านพักต่างหากนอกเมืองไม่ได้พักโรงแรม
"ฉันคิดถึงราล์ฟ เธอล่ะคิดถึงฉันบ้างไหม"
ระหว่างขับรถไป และแล้วแอนนาเบลก็เอ่ยทำลายความเงียบ ราล์ฟอึ้ง ตอนแรกเขาคิดว่าเธอจะไม่ยึดติดอะไรปล่อยให้เื่นั้นผ่านไป แต่เมื่อเธอพูดออกมาเขาก็รู้ว่าไม่ได้เป็แบบนั้น
หากเขาตอบว่าคิดถึงซึ่งเป็ความจริง หลายครั้งเขาก็คิดถึงสาวสวยคนนี้่เวลาที่มีความสัมพันธ์กัน แต่ตอบออกไปก็กลัวจะเป็การพยายามยื้อความสัมพันธ์ต่อเนื่องไปอีก แต่เธอก็กล่าวออกมาเอง
"เธอไม่บอก เพราะกลัวจะเป็การให้ความหวังแก่ฉันใช่ไหม"
ไม่ทันที่เด็กหนุ่มจะตอบ ทั้งคู่ก็มาถึง ห่างร้อยเมตรจากบ้านที่เมสันพักอยู่ แอนนาเบลเลือกอาคารร้างสองชั้น เอารถไปแอบหลังอาคาร
"ระดับ7 น่าจะไม่ได้ยินหรือมองเห็นถึงนี่ เธอคิดว่าไง"
เธอคือผู้ปฏิบัติการที่เชี่ยวชาญ ราล์ฟย่อมเห็นด้วย ทั้งคู่ขึ้นไปชั้นสองมองออกไปบ้านชั้นเดียวที่ไกลออกไป
"ตามพิกัด น่าจะเป็หลังนั้น"
หญิงสาวคาดคะเน
"ผมจะแวบไปดูรอบหนึ่งก่อน คุณรอที่นี่ได้ไหมครับ แล้ว.. ก็เก็บที่ผมทำไว้เป็ความลับ"
แอนนาเบลสงสัย
"ผมมีพลังพิเศษหลายอย่าง แต่ยังไม่อยากให้ใครรู้น่ะครับ"
"อืม .. ฉันไม่บอกใครหรอก แต่ขอค่ารักษาความลับหน่อย"
พยาบาลสาวไม่รอเขาเอ่ยอะไร เข้าไปกอดเด็กหนุ่ม ริมฝีปากจูบไปที่ปากของราล์ฟ ความคิดถึงโหยหาของเธอแสดงออกมา ราล์ฟก็จูบตอบเธอ ทั้งคู่กอดจูบกันสักพักแล้วค่อยๆ คลายอ้อมกอดจากกัน
"ผมไปเดี๋ยวมานะครับ"
เขาบอก จากนั้นร่างก็พุ่งขึ้นไปบนฟ้า หายไปในอากาศ แม้เด็กหนุ่มจะบอกไว้ก่อนแล้วแต่พยาบาลสาวก็ยังตะลึงงัน นี่เขาไปถึงขั้นไหนแล้ว ทั้งลอยได้ หายตัวได้ คนละระดับกับตอนที่อยู่ธารน้ำโบมี่เลย
ราล์ฟไม่ได้อยากเปิดเผยความสามารถของตัวเอง แต่เขาก็เหมือนมีความไว้ใจแอนนาเบลอยู่ ความรู้สึกที่เธอมีกับเขาไม่น่าจะปลอมเขาจึงกล้าที่จะให้เธอรู้ และทำให้เขาทำงานได้ง่าย ลดความผิดพลาด
ก่อนหน้านี้เขาแลกแต้ม เอาเทคนิคพิเศษ รางเลือนมาใช้ เขาตั้งใจหายตัวเพียงแค่ห้านาที สำรวจดูให้ทั่วแล้วค่อยกลับไป
ราล์ฟที่หายตัว ลอยวนไปรอบๆ เห็นเมสันที่นั่งจิบไวน์ในห้อง คุยกับบางคนผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ ชายที่นั่งดูทีวีอยู่น่าจะระดับ7 อีกสามคนชั้นล่างเป็ระดับ4 หมอนี่คงทำงานสำคัญจริงๆ จึงใช้การ์ดระดับนักสู้ขนาดนี้ แผ่สำนึกไปรอบๆ ไม่ผิดไปจากนี้ คราวนี้เขาวาร์ปกลับไปที่ใกล้รถของแอนนาเบล แล้วค่อยเดินขึ้นไปหาเธอ
เธอเอากล้องส่องไปที่บ้านที่เมสันอยู่ ไม่เห็นแม้แต่เงาของราล์ฟ จนกระทั่งเขากลับมาเดินให้ได้ยิน มาใกล้จึงรู้ตัว ราล์ฟเล่าลักษณะในบ้านให้แอนนาเบลฟัง แล้วถาม
"เราต้องรอสัญญาณจากฐานค่อยจับใช่ไหม เขารออะไรกันหรือครับ"
"เดาว่า พวกเขาน่าจะรอเวลาที่ดีที่สุด จะสวมรอยเป็พวกนี้ ติดต่อคุยแทน จึงต้องจับเงียบๆ แบบนี้ แต่ฉันก็แค่คาดเดานะ"
การคาดเดาของแอนนาเบลเป็ไปได้มากทีเดียว เด็กหนุ่มยอมรับว่าหญิงสาวเป็คนละเอียด เฉลียวฉลาดอย่างแท้จริง
---------------------