ตอนที่ 14 ตำรวจหญิงคนนี้น่ารักดี
ทันใดนั้นชายวัยกลางคนในสภาพสวมชุดนอนเหยียบส้นรองเท้ากีฬาได้ปรากฏตัวขึ้นตรงประตู
ใบหน้าของเขาดูซีดเซียวและหอบเหนื่อยบนหน้าผากนั้นมีเม็ดเหงื่อท่วมหน้าผากแค่ชายตามองก็รู้ว่าเขาเพิ่งวิ่งสามคูณร้อยบุกเข้ามาที่นี่
เมื่อเจิ้งหลงปินเห็นสารวัตรโหลวหลวนเขารีบรุดเข้ามาเอ่ยทักทาย “สารวัตรโหลว ท่านลาพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านไม่ใช่หรือครับ ? ทำไมจู่ ๆ ถึงมาที่นี่ ? ”
โหลวหลวนเหลือบไปมองเขาครู่หนึ่งจากนั้นก็สั่งการ “เอากุญแจมือเขาออกเดี๋ยวนี้ ! ”
“ห๊ะ ? ”
เจิ้งหลงปินแทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองเขาไม่ได้ชี้แจงเหตุผลอะไรทั้งสิ้น จู่ ๆ ก็ให้ปล่อยตัวหลิวเฟยเลยงั้นหรือ ? หรือว่าคนที่หลิวเฟยโทรไปขอความช่วยเหลือเมื่อกี้ก็คือสารวัตร ? เป็ไปไม่ได้เขาทำงานอย่างเป็ธรรมแก่ทุกฝ่ายเสมอมาคราก่อนญาติของเขาทำความผิดมาก็ถูกตัดสินให้รับโทษเหมือนกันกับคนอื่นไอ้หลิวเฟยคนนี้มันจะรอดไปได้ไง ?
เมื่อโหลวหลวนเห็นเขายังยืนทื่ออยู่ก็แผดเสียงด้วยความโมโห“ไม่ได้ยินที่ฉันพูดหรือไง ? ”
เมื่อตำรวจนายหนึ่งเห็นสีหน้าไม่สู้ดีของเจิ้งหลงปินเขาก็รีบปลดกุญแจมือทันที
หลิวเฟยขยับข้อมือให้ผ่อนคลายเล็กน้อยจากนั้นก็มองไปทางเจิ้งหลงปิน “เป็ไงล่ะ ? รองสารวัตรเจิ้งเมื่อกี้บอกว่าอยากตามผมไม่เลิกไม่ใช่หรือ? ”
“นาย ! ”
เจิ้งหลงปินชี้หน้าหลิวเฟยด้วยความโกรธแววตาและสีหน้าเผยความดุร้ายออกมาให้เห็น เขาไม่อาจยอมได้ ตอนนี้เขามีทั้งพยานหลักฐานก็มีครบ อีกทั้งเขายังเป็พวกหัวดื้อรั้นดังนั้นต่อให้สารวัตรบอกว่าให้ปล่อยตัวก็จะปล่อยไปง่าย ๆ ได้อย่างไร ?
เขามองไปทางหัวหน้าของตนแล้วพูดขึ้นว่า“สารวัตรโหลวครับ รู้รึเปล่าว่าเขาทำเื่อะไรมา และเขามีความดื้อรั้นมากขนาดไหน ? หากปล่อยเขาไปง่ายดายเช่นนี้ก็ไม่สอดคล้องกับกระบวนยุติธรรมและกฎหมายที่เราพึงปฏิบัติ.....”
“พอได้แล้ว”โหลวหลวนทุบโต๊ะเสียงดังแล้วต่อว่าเขา “ใครเขาทำคดีกันแบบแกห๊ะ ? คดีมีเงื่อนงำน่าสงสัยมากมายก็ไม่ไปสืบจ้องแต่จะทำให้เขาหมดหนทางสู้สิ่งที่แกทำนี่มันเรียกว่ายัดเยียดความผิด แกรู้ตัวบ้างรึเปล่า ? อีกอย่างแกดูสิว่านี่คืออะไร ? ”
โหลวหลวนล้วงกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากระเป๋าแล้วส่งให้เขาเจิ้งหลงปินเห็นแล้ว เขาเห็นชื่อของคนหลายคนเขียนเต็มแผ่นกระดาษเขาเลยรีบพูดขึ้นว่า “สารวัตรครับ จากวิดีโอทีมีการเผยแพร่กันไปทั่วและไหนจะหลิวจื้อและหลิวฮ่าวที่ยังไม่ได้สติอีกก็ชัดเจนแล้วนะครับว่าหลิวเฟยนั้นเข้าข้างชาวบ้านหมู่บ้านต้าหลิวมากกว่าเขายังเป็แกนนำยกพวกไปตีกับชาวหมู่บ้านเสี่ยวหลิวอีกนะครับดังนั้นคนในหมู่บ้านต้าหลิวบอกว่าเขาไม่ได้เป็ฝ่ายหาเื่ ท่านสารวัตรก็เชื่อหรือครับ ? ”
“เหลวไหล ! ”โหลวหลวนเอามือฟาดลงไปที่โต๊ะอีกครั้ง จากนั้นก็ะโออกมาด้วยความโมโห“อย่าว่าแต่จะเชื่อหรือไม่เชื่อเลย พวกเขามายืนร้องทุกข์กันอยู่หน้าสถานีทำไมแกต้องให้คนสกัดพวกเขาไม่ให้เข้ามา แกปฏิเสธไม่รับเื่ของชาวบ้าน ? และฉันก็กลับได้ยินมาเหมือนกันว่าแกรับหนังสือพยานจากชาวบ้านเสี่ยวหลิวมาอย่างง่ายดาย”
“ผม......”
“เื่นี้ไว้คุยกันทีหลัง....แต่ตอนนี้แกต้องขอโทษเขาก่อน”
“ยัง.....ยังจะให้ผมขอโทษเขาอีกหรือครับ ? ”
เจิ้งหลงปินงงเป็ไก่ตาแตก ตกลงว่าสารวัตรมีความสัมพันธ์อะไรกับหลิวเฟยกันแน่ ? ทำไมสารวัตรถึงเข้าข้างเขาโดยที่ไม่แยแสความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนร่วมงานของพวกเขาตลอดหลายปีที่ผ่านมาแถมยังทำให้เขาอับอายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปมุดไว้ไหนแล้ว
“เพี้ยะ ! ”
เมื่อเห็นเขายืนไม่ยอมขยับโหลวหลวนจึงโมโหสุดขีดจนพลั้งฟาดฝ่ามือเข้าไปที่ใบหน้าของผู้ใต้บังคับบัญชาจนทำให้ใบหน้าของเขาปรากฏรอยแดงเป็รอยประทับนิ้วมือทั้งห้า
เมื่อเหล่าตำรวจในห้องสืบสวนเห็นเช่นนี้ต่างก็ตะลึงจนอ้าปากค้างเพราะสารวัตรของพวกเขานั้นเป็ผู้ที่โอบอ้อมอารีเสมอมา ไม่เคยลงไม้ลงมือกับใครแต่นี่เป็ครั้งแรกที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีกทั้งคนที่ถูกตบนั้นยังเป็ถึงรองสารวัตร…...
เมื่อเจิ้งหลงปินโดนตบหน้าเขาก็ได้กำหมัดแน่นด้วยความโกรธ ดวงตาคู่นั้นเป็สีแดงก่ำทว่าเมื่อเห็นแววตาที่แสนดุดันของโหลวหลวนแล้วนั้น.....
เขายังคงก้มหน้าต่อไป แล้วรุดไปตรงหน้าของหลิวเฟยอย่างรวดเร็ว“ขอโทษ ! ”
หลิวเฟยกระแอมเล็กน้อย“ต่อไปนี้ขอให้ทำหน้าที่อย่างยุติธรรมมากกว่านี้ หากท่านรองสารวัตรขืนกล่าวหาตราหน้าผู้ต้องสงสัยแบบนี้ต่อไปเกรงว่าเป็ใครก็จะทนไม่ไหวเอานะครับ อีกทั้งก็อาจทำให้เชื่อมโยงไปได้ว่ามีการรับสินบนใครมาหรือเปล่า”
“แก ! ”
เจิ้งหลงปินหัวใจเต้นตุบๆราวกับว่าจะบันดาลโทสะมากขึ้น แต่เมื่อเห็นแววตาของโหลวหลวนคอยส่งสัญญาณเตือนทำให้เขาไม่กล้าขึ้นมาทันที
หลิวเฟยเดินเข้าไปจับข้อมือของโหลวหลวนแล้วพูดขึ้นว่า“ขอโทษที่ต้องให้ท่านสารวัตรมาเป็ธุระให้ในระหว่างที่พักรักษาตัวอยู่นะครับหากผมเดาไม่ผิด ท่านน่าจะเป็ไข้เนื่องจากการหายใจลำบาก มีอาการจำพวกไอ เจ็บหน้าอกท่านควรต้มยาจีนหมาหวงราวสามถึงห้ากรัมตำให้แหลกแล้วก็ใส่ไส้ของลูกแพร์ลงไปต้มร่วมด้วยจะมีประสิทธิภาพมากกว่านะครับ”
“นี่นายรู้เื่การแพทย์ด้วยหรือ ? ”โหลวหลวนถามด้วยความประหลาดใจ
หลิวเฟยเผยรอยยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย“ก็รู้นิดหน่อยครับ ไม่ทราบว่าตอนนี้ผมไปได้แล้วหรือยัง ? ”
โหลวหลวนกระแอมแล้วเอ่ยออกมา“ตอนนี้คดีนี้มันมีหลายสิ่งที่ไม่ชอบมาพากล หากกุมขังนายไว้ก็จะดูไม่เหมาะสมนายไปได้ แต่ว่าหากคำนึงถึงกระแสสังคมที่โหมกระหน่ำใส่นายตอนนี้อีกทั้งนายเองก็เป็บุคคลที่น่าสงสัยมากที่สุดในคดีนี้ดังนั้นควรที่จะให้คนติดตามนายไปด้วยจะดีกว่าหมายความว่านายสามารถตรวจสอบเื่นี้ได้ แต่ต้องไม่เกี่ยวข้องกับทางสถานีตำรวจเรา”
หลิวเฟยเข้าใจว่าเขา้าจะสื่อถึงอะไร“ได้ครับ ขอบคุณมาก ! ” เขาเอ่ยตอบ
เมื่อเจิ้งหลงปินมองเห็นโอกาสเขาเลยชี้ไปยังตำรวจชายคนหนึ่ง “เสี่ยวต่ง นายติดตามเขาไปต้องให้แน่ใจว่าจะคุมเขาให้อยู่ในสายตาตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง หากว่าอะไรอะไรผิดปกติเพียงเล็กน้อยก็ให้รีบรายงานมา”
“เสี่ยวอิง เธอไปกับเขาจะตัดสินใจอะไรก็ทำให้มันรอบคอบ หากว่าครั้งนี้ทำงานดีเดี๋ยวจะพิจารณาเลื่อนขั้นให้ก่อนกำหนด ! ”
โหลวหลวนทำเหมือนไม่ได้ยินคำสั่งการของเจิ้งหลงปินเขาได้ชี้ไปสั่งการแม่ตำรวจสาวที่หน้าตาจิ้มลิ้มที่มีชื่อว่าหานอิงแทน
หานอิงกระพริบตากลมโตนั้นของเธอจากนั้นก็ได้ยืดอกน้อมรับคำสั่งผู้เป็หัวหน้า“รับทราบค่ะ ! ”
หลิวเฟยหันไปมองเธอครู่หนึ่งเขาอดใจไม่ได้ที่จะบังคับให้ตัวเองไม่มองเนินอกที่สง่างามนั้นจากนั้นเขาก็เริ่มเกิดความกังวลขึ้นมาเล็กน้อย เกรงว่าถ้าให้ตำรวจสาวหุ่นอวบอึ๋มคนนี้มาติดตามเขาอาจจะทำให้เป็อุปสรรคต่อการตรวจสอบของเขาหรือเปล่า ?
เมื่อหานอิงเห็นสายตาช่างสำรวจคู่นั้นของเขาก็ทำให้เธอหน้าแดงขึ้นมาเธอถลึงตาใส่หลิวเฟยด้วยความขุ่นเคือง จากนั้นก็ไปหยุดอยู่ตรงหน้าเขา
“ไปกันเถอะ ! ” เธอพูด
“เอาอันนี้ไปด้วย ! ”
เจิ้งหลงปินที่ตอนนี้ยังคงหน้าชาไปทั่วได้กัดฟันกรอด ๆแล้วยัดกุญแจมือเข้าไปในมือของหานอิง หานอิงรับมาแต่โดยดีและคราวนี้โหลวหลวนก็ไม่ได้ขัดอะไร
เมื่อพวกเขาได้เดินออกไปจากสถานีโหลวหลวนได้ขอให้คนอื่นออกไปด้วยเช่นกัน เหลือไว้เพียงแต่เจิ้งหลงปินเพื่อจัดการเื่ที่ยังค้างคา“นี่แกกำลังก่อปัญหาอยู่ รู้ตัวรึเปล่า ? ”
เมื่ออยู่กับหัวหน้าสองต่อสองน้ำเสียงของเจิ้งหลงปิงก็ได้อ่อนลงมากพอสมควร“เขามีเบื้องลึกเื้ัยังไงกันแน่ ? ”เขารีบเอ่ยถาม
“เบื้องบนสั่งมา ฉันบอกไม่ได้แต่แกต้องเข้าใจว่าที่ฉันตบแกก็ทำไปด้วยความหวังดีหากแกยังอยากจะเป็รองสารวัตรอยู่อีกล่ะก็ จงเอาเื่วันนี้ไปคิดทบทวนให้ดีส่วนคดีนี้ฉันจะรับผิดชอบเอง ! ”
“นี่มัน.....”
“อะไร ? อยากให้ฉันเอ่ยชื่อออกมาหรือไง ? แกรีบเขียนรายงานมาให้ฉันยิ่งละเอียดได้ก็ยิ่งดี ! ”
เจิ้งหลงปินก้มหน้าลงอยากจะร้องไห้ก็ร้องไม่ออก “รับทราบครับ ! ”
.......
หลิวอวี้เหลียน หลี่อวิ๋นโหรวหลิวเทียนป้าและคนอื่นที่รอหลิวเฟยอยู่หน้าสถานีตำรวจอยู่ราวหนึ่งชั่วโมงเมื่อเห็นหลิวเฟยออกมาจากสถานี ทุกคนต่างรู้สึกตกตะลึงไปตาม ๆ กัน
หลิวอวี้เหลียนเอ่ย “พี่เฟยพี่ทำไปได้ยังไงเนี่ย ? ”
หลิวเทียนป้าเอ่ย“ลูกเขยนี่เยี่ยมจริง ๆช่างมีความสามารถจริง ๆเหมือนฉันสมัยหนุ่ม ๆไม่มีผิด ! ”
หลิวเฟยเอามือก่ายหน้าผากจากนั้นจึงเอ่ยออกมา“พวกเขายังขังผมไม่ได้ตอนนี้ เื่มันก็มีแค่นี้แหละ อวี้เหลียนเื่ที่ให้ไปตรวจสอบมาเป็ยังไงบ้าง ? ”
หลิวอวี้เหลียนรีบมากระซิบที่ข้างหูของเขา
หลิวเฟยพยักหน้ารับจากนั้นเขาก็รีบกลับไปที่โรงพยาบาลเพื่อที่จะดูอาการของหลิวจื้อและหลิวฮ่าวจากนั้นเขาก็กลับไปยังหมู่บ้านหลิว
สิ่งที่ทำให้ใครต่อใครต่างคิดไม่ถึงก็คือ เมื่อเขากลับไปถึงหมู่บ้านหลิวแล้วเ ขาไม่ยอมทำอะไรสักอย่างเดียวเขาล้มตัวลงนอนบนเตียงแล้วได้หลับไป
“นายเห็นหรือเปล่าว่าเมื่อกี้คนที่หมู่บ้านเสี่ยวหลิวส่งสายตามองนายยังไง ? นายเห็นคลิปกระแสสังคมที่เขาแชร์กันไปทั่วหรือยัง ? ทำไมถึงได้เฉยเมยอย่างนี้ ? นายไม่แยแสชื่อเสียงของตัวเลยหรือ ? ”หลี่อวิ๋นโหรวเอ่ยถาม
“ใช่ พี่เฟยพี่กำลังทำอะไรอยู่กันแน่เนี่ย ? พี่เอาอะไรมามั่นใจว่าเื่นี้มันเกี่ยวกับเขา ? ต่อให้เป็เขาจริงเขาก็ไม่มีทางยอมรับหรอก และพี่ก็ควรรีบออกไปตรวจสอบจะดีกว่า ! ”
หลิวเฟยเอามือสอดใต้หมอนจากนั้นก็หันไปทางหานอิงที่ตอนนี้ยืนตัวแข็งทื่อเหมือนท่อนไม้ไปแล้วเขาพูดพลางอมยิ้ม “พวกเธอทั้งสองคนว่าการที่หานอิงติดตามฉันอยู่ต้อย ๆ เนี่ย มันทำให้รู้สึกเหมือนว่าฉันกำลังใช้แรงงานเด็กสาวอยู่หรือเปล่า ? ”
หานอิงปรี๊ดแตกขึ้นมาทันที“หลิวเฟย นายนี่ดูสบายอกสบายใจจริง ๆเลยนะ จนถึงขึ้นนี้แล้ว นายยังมีเวลาเอาฉันไปล้อเล่นอีก ให้ตายเถอะ ! ”
“หรือครับ ? คุณตำรวจหานอิง เรามาพนันกันดีไหมก่อนคืนพรุ่งนี้ผมจะทำให้คดีนี้สะสางได้สำเร็จ คุณจะเชื่อหรือไม่ ? ” หลิวเฟยพูดพลางหัวเราะ
หานอิงมองเขาด้วยสายตาที่ดูแคลนแล้วพูดกับเขา“ท่าทีไม่รู้ร้อนรู้หนาวอย่างนี้เนี่ยนะจะไปปิดคดีได้ พูดจาช่างน่าขันจริง ! ”
“อย่าตัดสินคนที่ภายนอกสิ.....”
“หากนายทำสำเร็จก่อนวันพรุ่งนี้ค่ำล่ะก็ฉันจะประกาศให้โลกรู้ไปเลยว่านายคืออาจารย์ของฉัน ฉันจะเคารพนายให้เหมือนกับที่เคารพอาจารย์เลยคอยดู ! ถ้าหากไม่สำเร็จ ฉันจะออกไปประกาศให้ก้องบนถนนทั้งตำบลไปเลยว่านายมันเป็ไอ้สารเลว”
“โหดจัง ! ”
“ยอมแพ้แล้วหรือ ? ”
“ตกลงให้อวี้เหลียนและหลี่อวิ๋นโหรวเป็พยาน ! ”
“เห้อ...น่าเบื่อจริง ๆ ! ”
หลิวอวี้เหลียนและหลี่อวิ๋นโหรวบ่นพร้อมกันเพราะพวกเธอี้เีที่จะเสวนากับเขาอีกต่อไปความนิ่งเฉยของเขานั้นทำให้ใครต่างต้องโมโหจนขนชี้ตั้งกันไปเลย !
เวลาผ่านไปรวดเร็วจนกระทั่งตอนนี้เวลาได้ล่วงเลยจนถึงสองทุ่มแล้วหลิวเฟยออกมาทานข้าวเย็น จากนั้นก็กลับเข้าไปนอนต่อ
หานอิงเองก็ยืนจนเริ่มเมื่อยเธอจึงเดินเข้าไปข้างเตียงนอนของหลิวเฟย จากนั้นก็หยิบกุญแจมือออกมาข้างหนึ่งล็อกไว้ที่มือเธอ ส่วนอีกข้างหนึ่งล็อกไว้ที่มือเขาจากนั้นเธอก็ได้พูดเตือนว่า “นายจะทำอะไรก็ต้องอยู่ภายในสายตาฉันอย่าคิดหาลูกไม้ตุกติกหลบหนีไปเชียวหละ ไม่เช่นนั้นนายจะต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่ตามมา ! ”
เมื่อหลิวเฟยเห็นเธอแสดงท่าทีและวาจาที่หนักแน่นเขาจึงยิ้มแล้วเอ่ยถามเธอ “รวมไปถึงเข้าห้องน้ำและอาบน้ำด้วยหรือเปล่า ? ”
“นาย.....”
“อย่ามานายเนยอะไรกระดุมชุดตำรวจของเธอหลุดละ เฮอะ ๆ ๆ ”
“นายอยากตายหรือไง ? ”
“ในเมื่อดูได้ฟรี ๆ งั้นก็ขอดูเยอะ ๆ หน่อยละกันนะ”
หลิวเฟยส่ายหัวแล้วหันไปกวาดสายตามองตำรวจสาวเบื้องหน้า หานอิงก้มหัวลงมองชุดตำรวจของตนจากนั้นก็เห็นว่ากระดุมชุดตำรวจของเธอหลุดตรงตำแหน่งกลางหน้าอกพอดีทิวทัศน์ภายในร่มผ้าถูกเปิดเผยต่อชายแปลกหน้าจนหมดสิ้น เธอรู้สึกใเป็อย่างมากจึงได้ก่นด่าเขา “ไอ้คนอันธพาล....”
จากนั้นก็รีบติดกระดุมเหมือนเดิม
หลิวเฟยโต้กลับเช่นเดียวกัน“เธอเคยเห็นคนอันธพาลที่เตือนด้วยความหวังดีอย่างนี้หรือ ? จัดท่านั่งให้มันดีๆ เข้าราตรีนี้ยังอีกยาวนาน อย่าได้ล้มเชียวหละ ไม่อย่างนั้นก็ต้องมานอนร่วมเตียงร่วมหมอนใบเดียวกันนะ ฉันบอกได้เลยว่าฉันนี่บริสุทธ์ใจไม่ได้คิดอะไรเกินเลยแต่ก็ไม่รู้สินะ คืนนี้อาจจะมีใครบางคนเป็อันธพาลสาวขึ้นมาก็ได้”
“อ๊า ๆ ๆ ๆ ”
แค่เวลาเพียงชั่วพริบตาเธอก็ได้ถูกเขานำไปหยอกล้อซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนตอนนี้เธอแทบจะเป็บ้าไปแล้ว เธอเอามือตีเขาไปสองสามทีจากนั้นก็กลับไปจัดท่านั่งสบาย ๆแล้วถลึงตากลมโตคู่นั้นจ้องมองเขาตาไม่กระพริบแต่ก็กลับโดนเขาล้ออีกว่าเธอเหมือนหินแม่หม้ายที่รอสามีผู้ที่ไม่มีวันหวนคืนมาจนตรอมใจตายกลายเป็ก้อนหิน