
ตอนนี้นิยายของเรากลายเป็นการ์ตูน ลงศึก LINE WEBTOONแล้วนะ ขอฝากผลงานการ์ตูนเรื่องนี้ด้วยนะครับ
ชื่อเรื่อง และนี่คือ วิญญาณคุณชายสุดเฮี้ยน&นายนักเขียนสยองขวัญ

________________________________________
ด้านเรวดีก็เดินเข้าในลิฟต์พร้อมมิว เพราะเกิดเหตุผิดวิสัยหญิงสาวจึงหันบอกเด็กชายให้กลับไปที่ห้อง ทว่าลูกครึ่งวัยมัธยมกลับบอกปัดแล้วบอกไม่อยากพลาดเรื่องน่าสนใจเช่นนี้ เธอจึงไม่ขัดอะไรหากแต่กำชับให้ระมัดระวังจังหวะที่ประตูลิฟต์ปิดพลันคุณชายก็เข้ามาเป็นร่างสุดท้าย วิญญาณหนุ่มชักสีหน้าแก้มป่อง เจ้าตัวไม่สบอารมณ์เท่าไรนักเมื่อรับรู้เหตุการณ์ปริศนาเกิดขึ้น เขาก้าวมาพิงพนักด้านหลังสุด ร่างโปร่งใสทะลุผ่านกลุ่มไปพิงกับบานพนักด้านหลังสุด ก่อนก้มหน้ากอดอกเล็กน้อยมีเพียงเจ้าลูกหมาสีดำเท่านั้นที่หันตามร่างของวิญญาณ มันจ้องตาแป๋วร้องหงิง ๆ จนคุณชายทำหน้าแยกเขี้ยวกลับ ร่างขนฟูเห็นดังนั้นก็ชูอุ้งมือโบกไปมาราวกับเด็กน้อยวิ่งหาขนมหวานแสนอร่อยเรวดีกับป้าอนงค์เห็นทุกอย่างระหว่างเจ้าหมาน้อยและคุณชายแต่ก็ไม่ทักอะไร หญิงทั้งสองยังคงยืนนิ่งทำเป็นไม่เห็นอะไร คุณป้าอนงค์แอบมองอย่างชาชินระคนแววตาเอ็นดูสัตว์เป็นพัก ๆ แต่สาววัยเยาว์กลับเม้มปากเล็กน้อยอย่างบอกไม่ถูก เรวดีหลีกเลี่ยงกับเรื่องวิญญาณเสมอ เธอจึงเลื่อนสายตาเขยิบไปทางอื่นแต่ก็ชำเลืองไปมองเป็นพัก ๆ ส่วนคิดก็ทำหน้างง ๆ เพราะเหตุที่เกิดขึ้นหนึ่ง สองคือเรวดีมองมาทางตนด้วยหางตาหลายครั้ง กับสามเจ้าลูกหมาน้อยในมือดูคึกคักชอบกลด้านธวัชชัยก็ไม่ได้เอ่ยอะไร คอนโดแห่งนี้ไม่มีกฎห้ามอะไรให้เลี้ยงสัตว์ และส่วนตัวเขาชอบแมวมากกว่า กระนั้นก็ตามเขาก็เหล่มองเจ้าลูกหมาน่ารักในมือคิดอย่างเงียบ ๆ ไปพลางนึกว่ามันมาคอนโดนี่ได้อย่างไรกันหนอไปพลางปิ๊ง เลขชั้นสิบสามมาถึง พลันทั้งหมดก็ตรงไปยังห้องที่เกิดเหตุ“เห็นหนุ่มเดินลงมา หลังเจ้าหมาน้อยคาบบัตรจนวิ่งกันออกไป ไอ้ทางนี้ก็นึกอยู่เชียวว่าห้องจะต้องเกิดเรื่องขึ้นแน่ พอขึ้นมาดูก็ไม่ผิดอย่างที่คาด เลยรีบลงมาด้านล่าง เจออนงค์พอดี กำลังคุยว่าจะโทรเรียกหนุ่ม” ธวัชชัยชี้แจ้งระหว่างเดินไปที่ห้อง 704 บนโถงมีเศษกระดาษกระจายจนคิดและคนอื่นต้องช่วยกันเก็บ“ลุงธวัชชัยเข้าไปในห้องหรือเปล่าครับ?” คิดถาม“เปล่า ทำไมหรือ?” “แล้วรู้ได้ยังไงเหรอครับว่าห้องโดนถล่ม?” ชายวัยห้าสิบนิ่วหน้าเล็กน้อยแล้วเสตามองของบนพื้น ชี้ลงก่อนเก็บมือเข้ากระเป๋ากางเกง “กระดาษกระจายเต็มพื้นขนาดนี้ แถมห้อง 704 ประตูก็เปิดอ้าซ่าแบบนั้น ไม่เห็นก็เดาได้ว่าเป็นเรื่องอีกแล้ว เอาจริงคอนโดนี่ก็มีเรื่องแค่ห้องนี้แหละ” ธวัชชัยเอ่ยพลางหยิบบุหรี่ขึ้นมามวนหนึ่ง ทว่าโดนสายตาของอนค์กระแอมใส่พร้อมจ้องดุ ๆ เขาจึงเก็บมันใส่ซอง ขย้ำแล้วเอากลับไปในกระเป๋าห้องที่ถูกจัดอย่างดีถูกรื้อค้นพินาศอีกครั้ง คราวนี้หน้าต่างก็เปิดออก กล่องกระดาษกระจายไปทั่ว ผ้าห่ม หมอน ข้าของกระจัดกระจาย ห้องน้ำที่คิดเพิ่งอาบก็มีร่องรอยข้าวของตกหล่น น้ำเปิดเอาไว้จนพื้นนองไปทั่วอาจกล่าวได้ว่าคราวนี้รุนแรงยิ่งกว่าทุกครั้งที่คิดเข้ามาพบอย่างสิ้นเชิง“โห ห้องเป็นแบบนี้ มีของเสียหายอะไรหรือเปล่าครับ?” มิวหันถามคิด “แจ้งตำรวจเลยดีไหมครับ?” “ไม่ต้องตำรวจหรอก!” ธวัชชัยแย้งทันที “บอกว่าผีดุใครจะเชื่อ เรื่องจะไปกันใหญ่ เสียเวลากันเปล่า ๆ ” “ขอดูก่อนนะ” คิดพูดก่อนเดินนำทุกคนเข้ามาภายในห้อง ทุกคนตอนแรกก็พยายามไม่เคลื่อนย้ายอะไร กระทั่งเรวดีกดมือถือขึ้นมาแล้วถ่ายรูปดังแชะ ๆ มิวเองก็ทำตามด้วย หลังจากถ่ายรูปเสร็จสรรพ ป้าอนงค์จึงค่อย ๆ เก็บของบนพื้นมาตั้งวางไว้ทีละชิ้น“ของในห้องนี่มัน…อย่างกับของสะสมในห้องพี่เวิร์คเลย” มิวเสริมขณะถ่ายรูปไปพลาง“ใช่ เวิร์คเอามาทำพิธีกันหน่ะ!” นักเขียนหนุ่มตอบจนเรวดีมองค้อน“ทำพิธี? นี่พวกคุณทำอะไรกันในห้องนี้กันคะเนี่ย?” หญิงสาวทวนคำตามสิ่งที่ได้ยินพร้อมถาม“ผีถ้วยแก้ว” เจ้าของห้องกล่าวพลางชี้ไปทางกระดานแผ่นใหญ่ตรงพื้น เรวดีกับมิวทำหน้าไม่เชื่อสิ่งที่ได้ยินทันที“ก็ว่ามีรอยเทียนเต็มพื้นเลย” หญิงสาวกล่าว“มีรอยไหม้ด้วยนี่” มิวเสริม“หื้ม พื้นเป็นรอยหรือ?” ลุงธวัชชัยรุดมาดูก่อนใคร“อันนี้ผมขอโทษนะครับ ค่าเสียหายผมจะจ่ายให้” “ไม่ต้องหรอก นิดเดียวเองนี่” คิดจะพูดพลันภาพเสื้อไหม้ไฟก็ลอยขึ้นมา ทว่าเจ้าของคอนโดกลับส่ายมือราวกับไม่เอาความใด ๆ เห็นดังนี้อนงค์ก็รู้สึกประหลาดใจด้วยปรกติเจ้าของผู้นี้ขึ้นชื่อเรื่องความเขี้ยวลากดินจะตายไป“หรือว่ามีวิญญาณในห้องนี้จะไม่พอใจที่มาเล่นผีถ้วยแก้วก็เลย…อาละวาด?” มิวคั้งข้อสงสัย พลันวิญญาณหนุ่มในห้องก็มองค้อนในทันที“ไม่ได้ทำ” ร่างในชุดสูทเอ่ยแย้ง “ถึงจะไม่พอใจที่มาเล่นพิลึกในห้องนี้แต่ไม่ได้ทำ!” โฮ่ง สุนัขน้อยในมือคิดร้องเบา ๆ จนคุณชายหยุดเอ่ยพลางคิดในใจว่าอธิบายไปก็ไม่มีใครได้ยินนอกจากหมาตัวนี้เท่านั้น เขาจึงเงียบ เก็บความไม่พอใจเอาไว้ใต้สีหน้าของตน“พี่ว่าเก็บของกันเถอะ” เรวดีออกความเห็นพลางหลบสายตา หลังจากนั้นทุกคนก็ช่วยกันเก็บข้าวของทำความสะอาดจนเสร็จสิ้นแล้ว ป้าอนงค์ก็มาหาคิดเป็นคนแรกแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงห่วงใย“ทุกอย่างเรียบร้อยดีหรือเปล่าคะคุณคิด?” แม่บ้านถาม ด้านหนุ่มนักเขียนก็เม้มปากแน่นก่อนพูดด้วยเสียงสั่นเครือ“ทุกอย่างอยู่เกือบครบครับ คอมของผมหายไป” ทุกคนในห้องล้วนตกใจในทันที“หา คอมหาย? ไม่ได้กระเด็นหรือไปอยู่ซอกไหนใช่ไหม?” เรวดีถาม“หาไม่เจอเลย หรือว่าคอมจะโดนวิญญาณลักซ่อนเอาไปซะแล้ว” มิวเสริม“หา ไม่ได้ทำนะ! เราไม่ใช่ขโมย!” คุณชายคำรามทันที พอโพล่งออกมาเจ้าหมาดำก็ร้องโฮ่งเช่นเคย“เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้อย่างไงกัน ปรกติไม่เคยมีของหายอะไรขนาดนี้มาก่อนเลยนะคะ” ป้าอนงค์สันนิษฐานด้านเจ้าของคอนโดก็ลูบหัวล้านเลี่ยนของตนพลางเดินดุ่ยไปยังคิดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม เอ่ยด้วยเสียงแหบแห้ง“หนุ่ม สถานการณ์ในห้องหนุ่มมันแปลก ๆ ขึ้นเรื่อย ๆ ผมในฐานะเจ้าของคิดว่าหนุ่มออกไปน่าจะดีกว่านะ ผมขอ” ธวัชชัยจับบ่าอีกฝ่าย กดแรงเบา ๆ แล้วพูดต่ออย่างชัดถ้อยชัดคำ “เรื่องค่าห้องผมยินดีคืนให้ ค่าน้ำค่าไฟเดือนนี่ผมเว้นให้ด้วย เพื่อความปลอดภัยดีไหม?” “แต่ว่า…” “ไม่งั้นอะไรจะเกิดขึ้นอีกก็ไม่รู้ เกิดข้าวของหายไปแบบนี้อีก มันจะแย่นะ คิดดูให้ดี” “จริงค่ะคุณคิด” อนงค์เสริม “ในชั้นสิบสามไม่มีวงจรปิด ยิ่งเกิดเรื่องนี้ซ้ำหลายรอบมันไม่ปรกติ อิฉันห่วงว่าจะไม่ปลอดภัยนะคะ” คิดหันมองภายในห้อง ทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นมาซ้ำแล้วซ้ำอีก เขาเม้มปากอย่างชั่งใจกับทุกอย่างที่เกิดขึ้นและในท้ายที่สุดคิดก็ตอบออกมา“ผมไม่ย้ายออกหรอกครับ จนกว่าจะพบความจริงว่าเกิดอะไรขึ้น” “ดี อย่าเพิ่งออกเชียว จนกว่าจะคืนความเป็นธรรมให้ทางนี้ด้วย!” คุณชายตบตักเบา ๆ พูดขึ้นอย่างเห็นดีเห็นงาม “เป็นผู้ดีแท้ ๆ มาหาว่าเป็นหัวขโมยได้อย่างไรกัน ใครกล้าดีมาหยามเราเช่นนี้” วิญญาณนั้นเอ่ยพึมพำทิ้งท้ายธวัชชัยกับอนงค์ถึงกับถอนหายใจเมื่อได้ยินเช่นนั้น สายตาชายวัยห้าสิบเสไปทางอื่น ก่อนจะหันไปปรึกษากับแม่บ้านเรื่องต่าง ๆ แทน“ผมจะติดวงจรปิดที่ชั้นนี่เพื่อความสบายใจ” ธวัชชัยทิ้งท้ายก่อนบอกขอตัวลาไปก่อนใครด้านเรวดีก็เดินเข้ามาหาคิดแล้วพูดกระซิบเสียงแผ่ว“ไม่ใช่ฝีมือของคุณชายหรอก” หญิงสาวลูบเก็บปลายผมย้อมสีเทาทัดข้างหู บอกด้วยสีหน้าจริงจัง “ไม่ใช่ฝีมือคุณชายแน่ ๆ ฉันบอกได้แค่นี้” “ผมก็คิดอย่างนั้น…คุณในห้องไม่น่าทำกับผมแบบนี้” คิดกล่าวเห็นพ้องโฮ่ง โฮ่งคิดมองเจ้าหมาดำร้อง มันเป็นพนังที่ว่างเปล่า ไม่มีอะไรตรงนั้นความรู้สึกบางอย่างบอกคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเขาต้องพิสูจน์ด้วยตนเองให้ได้เขาจึงพูดไปทางที่เจ้าหมาน้อยเห่า“ถึงจะไม่เห็นคุณครั้ง แต่พวกเรามาร่วมกันหาความจริงด้วยนะครับ คุณชาย!” ชายหนุ่มเอ่ยพลางส่งกำปั้นไปตรงกำแพงนั้นทว่าคุณชายไม่ได้อยู่ตรงนั้น ร่างโปร่งใสอยู่อีกด้านต่างหากเรวดีที่เห็นทุกอย่างแอบขำเล็ก ๆ จนมิวแอบงงว่าเกิดอะไรขึ้น“หันไปทางไหนกัน เจ้านักเขียนจิตแข็งไม่มีดวงเห็นผีเอย” คุณชายเอ่ยนิ่ง ๆ สายตาของวิญญาณหนุ่มจ้องไปที่หนุ่มใส่แมส ร่างนั้นหันหลังให้คิดก่อนใช้หลังมือแตะกำปั้นอีกฝ่ายเบา ๆ หนี่งที “…อยากทำอะไรก็ทำ” คุณชายบอกทิ้งท้าย“เอาล่ะ ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น!” คิดกล่าวปลุกใจ“ว่าแต่ในคอมเนี่ยมีไฟล์อะไรสำคัญอยู่หรือเปล่าครับพี่คิด” มิวแทรกขึ้น“อ๊า ใช่ ไฟล์ต้นฉบับ!” คิดร้องลั่นทันที “พี่เสือฆ่าตายแน่เลย ทำไงดี ๆ ” “เขียนใส่มือถือไปก่อนสิ” หญิงสาวเอ่ยแทรก“จริงด้วย ถูกของคุณ” ชายหนุ่มรีบคว้าโทรศัพท์ออกมาแล้วก้มหน้างก ๆ พิมทุกอย่างลงมือถือมีเพียงคุณชายที่เดินมาใกล้ ๆ นักเขียนผู้นี้แล้วบ่นด้วยเสียงแผ่ว ๆ “จะไปรอดไหมนะเจ้านักเขียนนี่”
สรุปสถานะคนกับผี #5นักเขียนนิยายสยองขวัญ / วิญญาณเฮี้ยน สถานะ พันธมิตรร่วมมือกันชั่วคราวเพื่อหาความจริงกับปริศนาที่เกิดขึ้น