ผมลืมตาขึ้นมาด้วยความรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวพร้อมทั้งมีอาการปวดบริเวณหน้าท้องจึงค่อยๆพยุงตัวขึ้นแล้วพิงที่หัวเตียง ก่อนจะเริ่มมองภาพได้ชัดเจนขึ้นทำไมไม่รู้สึกคุ้นเลยอย่างกับมันไม่ใช่ห้องตัวเอง
เดี๋ยวนะ! ถ้าไม่ใช่ห้องตัวเองแล้วผมกำลังนอนอยู่ห้องใคร เตียงใคร?
“โอ้ย” ความกลัวและวิตกกังวลแล่นเข้ามาในหัวทำให้ผมต้องรีบยกมือขึ้นมากุมขมับทันที และก่อนที่สติผมจะคืนกลับมาเหตุการณ์และภาพต่างๆมันเริ่มฉายเข้ามาในหัวผมเป็ฉากๆเลย ล่าสุดที่ผมจำได้คือไอ้เหี้ยนั่นมันกำลังจะจูบผม! หรือว่าตอนนี้ผมจะตกเป็เมียมันแล้ว
‘ฮือ…เวอร์จิ้นของผมเสียให้ใครไม่เสียมาเสียให้ผู้ชายด้วยกันเหรอเนี่ย’ ไม่ได้การแล้วต้องหาทางหนีออกจากห้องนี้ให้เร็วที่สุดคิดได้ดังนั้นผมพยายามที่จะก้าวขาลงจากเตียงนอน...แต่ขณะเดียวกันก็รู้สึกเหมือนว่ามีคนกำลังจะเดินเข้ามาในห้อง
แย่แล้ว!ผมลุกลี้ลุกลนทำอะไรไม่ถูกจึงตัดสินใจล้มตัวนอนลงเหมือนเดิมแล้วแกล้งหลับตาเพราะยังไม่กล้ามองหน้าเ้าห้อง ถ้าเป็ไอ้หน้าโหดโรคจิตนั่นขึ้นมาจริงๆผมจะทำยังไงดี
แกร๊ก เสียงเปิดประตูมาพร้อมกับฝีเท้าคนเดินเข้าห้องมาในห้อง
"ตื่นแล้วเหรอ?" เสียงนิ่งๆที่ถูกเอ่ยขึ้นมาทำให้ผมรู้สึกคุ้นเคยและคลายความกังวลลงอย่างน่าแปลกจึงตัดสินใจค่อยๆลืมตาขึ้นมามองหน้าคนที่เข้ามาใหม่ แต่ก็ต้องแปลกใจมากกว่าเดิม…
‘ทำไมถึงเป็เขาล่ะ’ เขายืนมองผมที่กำลังนอนทำตาโตและสีหน้ามึนงงกับภาพตรงหน้าแล้วพูดอธิบายในสิ่งที่ผมกำลังสังสัยอยู่
"เมื่อวานบังเอิญเดินผ่านไปพอดี" เก่งนะเนี่ยอ่านความคิดของผมได้ด้วย
"พี่ช่วยผมไว้เหรอครับ?" ผมลุกขึ้นนั่งแล้วถามเขาออกไปทันที
"อืม"
"ขอบคุณมากนะครับ" ผมพ่นลมหายใจออกมาด้วยความโล่งอกแล้วยิ้มกว้างให้กับพี่มัน
ส่วนไทเกอร์ก็ลอบมองก้าวหน้าที่กำลังยิ้มอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบออกมา
"ตื่นแล้วก็ลุกไปล้างหน้า อาบน้ำแล้วมากินข้าว"
"มะ..ไม่เป็ไรครับ ผมกลับเลยดีกว่า" ไม่กล้ารบกวนไปมากกว่านี้ครับแค่นี้ก็เกรงใจมากแล้ว
"เอางั้นเหรอ?"
"ครับ ยังไงก็ขอบคุณมากๆนะครับที่พี่ช่วยผมไว้" ผมลุกขึ้นยืนแล้วมองหน้าพี่มันด้วยความรู้สึกซาบซึ้งใจ
"ไม่เป็ไร" ไทเกอร์ก็ยังตอบด้วยสีหน้าเดิมเหมือนที่เขาชอบทำจากนั้นก็เดินออกจากห้องโดยมีก้าวเดินตามอยู่ด้านหลังไม่ห่าง เมื่อเห็นว่าเป็โอกาสดีที่จะได้ทำความรู้จักกันเพิ่มมากขึ้น ก้าวจึงฉวยโอกาสรีบวิ่งไปดักหน้าไทเกอร์
"เอ่อ ผมชื่อก้าวหน้าครับ เรียกแบบสนิทว่าก้าวก็ได้ เรียนคณะนิเทศศาสตร์ชั้นปีที่หนึ่ง" ผมแนะนำตัวเสร็จก็ส่งยิ้มกว้างให้พี่มันด้วยแอบหว่านเสน่ห์เนียนๆ
"หืม?" พี่มันทำหน้ามึนงงเหมือนไม่เข้าใจในสิ่งที่ผม้าจะสื่อเลยสักนิด ให้ตายเถอะผมต้องจีบคนแบบนี้จริงๆเหรอ
"ก็ผมแนะนำตัวอย่างเป็ทางการไง เราจะได้รู้จักกันมากขึ้น"
"อ๋อ" พี่มันพยักหน้าเข้าใจแล้วเอ่ยถามผม "กูต้องแนะนำตัวด้วยไหม"
"ผมรู้พี่ชื่อไทเกอร์ แล้วอนาคตก็จะเป็แฟนผมคนนี้เอง"ผมชี้นิ้วมาที่ตัวเองแล้วก็ยิ้มหวานให้เขาด้วยความมั่นใจ
"เป็หมอดูเหรอ ถึงทำนายอนาคตได้" แต่รอยยิ้มผมก็ไม่สามารถทำลายหน้านิ่งๆของเขาได้อยู่ดี
"ไม่ได้เป็หรอกครับ แต่ผมมั่นใจยังไงพี่ก็ต้องตกเป็ของผมแน่นอน" เขาไม่ตอบอะไรออกมาเลยครับอึ้งล่ะซิที่ว่าที่แฟนหล่อและมีความมั่นใจขนาดนี้ ของดีนะบอกเลยหาที่อื่นไม่ได้แล้ว^^
"ผมหล่อขนาดนี้ พี่ต้องหลงชอบผมเข้าสักวันแหละ" มั่นหน้าเข้าไว้ไอ้ก้าว
"ไร้สาระนะมึง จีบกูให้ติดก่อนไหม?" พี่มันยื่นมือมาจิ้มหน้าผากผมแล้วก็เดินเลี่ยงออกไปเดินไปหยิบของบางอย่างที่วางอยู่บนโต๊ะดูเหมือนจะเป็กุญแจรถนะพอได้ของที่้าแล้วก็หันหน้าหล่อกลับมาถามผม
"จะไปไหม"
"ไปไหนครับ" ผมถามกลับด้วยความสงสัย
"กลับไงหรือจะไม่กลับแล้ว" เขากระตุกยิ้มแล้วเลิ้กคิ้วถามผม
"อ๋อ หมายถึงพี่จะไปส่งผมน่ะเหรอ"
"อืม" พี่มันตอบสั้นมากใบหน้าก็ดูไร้อารมณ์สุดๆถ้าไม่หล่อนะไอ้ก้าวไม่พูดด้วยให้เสียเวลาเลย แต่ตอนนี้พึ่งพาใครไม่ได้นอกจากเขานี่หว่า
"ดีเลย ผมไม่มีเงินติดกระเป๋าพอดี" ผมตอบเขาแล้วยกมือขึ้นเกาท้ายทอยแก้เขิน เมาก็เมาไหนจะเกือบถูกข่มขืนในห้องน้ำอีก จะกลับบ้านก็ลืมไปว่าไม่ได้หยิบอะไรติดตัวมาเลยโทรศัพท์ก็ดันแบตหมดอีกกรรมแท้ๆ
แต่จะว่าไปดูๆแล้วพี่มันก็ไม่ได้แย่นะครับ หมายถึงนิสัยนะดูเป็คนใจดีแบบนี้พอคุยกันได้แต่ถ้าให้ชอบจริงๆแบบนั้นคงไม่ไหวเพราะผมยังชอบผู้หญิงและไม่เปลี่ยนใจแน่นอนพอเราสื่อสารกันรู้เื่แล้ว พี่มันก็เดินนำลงมาด้านล่างแล้วพาขึ้นรถเพื่อไปส่งผมที่หอพัก
"หออยู่ไหน?" พี่มันหันหน้ามาถามผมก่อนที่จะขับรถออกไป
"ซอย 7 ขับรถตรงไปถึงสี่แยกแล้วเลี้ยวซ้ายนะ"
"อืม" พี่มันพยักหน้ารับแล้วหันไปตั้งใจขับรถ ทำให้บรรยากาศในรถมันเงียบเหงามากครับ ผมพยายามชวนคุยแล้วแต่เขาก็ยังถามคำตอบคำพูดน้อยจนผมเกรงใจที่จะถามแล้ว แต่สำหรับผมก็ยังถือว่าเป็ข้อดีเลยนะ เพราะผมพูดมากพี่มันมีหน้าที่นั่งฟังผมอะถูกแล้ว
"พี่ผมเปิดเพลงได้ไหมครับ"
"ได้"
"ในลิสต์พี่มีเพลงแนวไหนบ้างอะ" นั่งรถคนแปลกหน้าจะหลับก็ไม่กล้าหลับเลยหาเื่ชวนคุยเพื่อจะได้ตีสนิทเขา
"ทุกแนว...อยากฟังเพลงไหนก็เลือกเอา"
"งั้นผมฟังพี่ร้องเพลงแทนได้ไหม^^" พี่มันหันมามองหน้าผมแล้วก็เงียบ ‘อีกแล้วนะพ่อคุณพูดบ้างก็ได้ ดอกพิกุลไม่ร่วงหรอก’
‘เหอะ เมินผม ไม่อยากพูดกับผมดีนัก เดี๋ยวจะอ่อยจนกว่าจะพูดเลยคอยดูเถอะ’
"พี่ร้องเพลงเพราะนะยิ่งร้อง ก็ยิ่งหล่อ มีเสน่ห์สุดๆ" ผมชมเขาพร้อมกับส่งยิ้มหวานให้แต่ดูเขาก็ปกติดีไม่มีอาการเขินเลยสักนิด ก็ไหนไอ้นทีมันชอบชมว่าผมมีเสน่ห์กับเพศเดียวกันไงไม่เห็นจะจริงเลย
"แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังหล่อน้อยกว่าผมนะฮ่าๆ" เมื่อเขาไม่เขินผมก็ใช้มุขตลกกลบเกลื่อนแล้วกัน
"นี่คือจีบเหรอ?"
ไทเกอร์หันหน้ามาถามคนข้างๆที่ั้แ่ขึ้นรถมาเขาก็ยังพูดคนเดียวไม่ยอมหยุด
"ทำไมถามงั้นอะครับ" ผมเอียงหน้าถามด้วยความสงสัยทำขนาดนี้ยังไม่รู้ตัวเหรอ
"คนจีบต้องชมคนที่โดนจีบ ไม่ใช่ชมตัวเองนะ"
"อ่าหะ ก็ข้อดีผมนี่ไง ผมเป็คนจริงใจพี่รับพิจารณาไหมครับ" หยอดหนึ่งกรุบแล้วยิ้มอ่อยแบบเนียนๆ
"หึหึ" เขาไม่ยอมตอบคำถามผมแค่หันมาหัวเราะในลำคอเบาๆ แล้วก็จ้องถนนตั้งใจขับรถเหมือนเดิม ทำเหมือนผมไร้ตัวตนเสียอย่างนั้น ผมเลยหันมานั่งฟังเพลงแล้วสงบปากสงบคำดีกว่า เดี๋ยวเขารำคาญไล่ผมลงจากรถขึ้นมาล่ะยุ่งเลย
10 นาทีต่อมา
"ถึงแล้วๆหอนี้แหละครับ" ผมชี้นิ้วไปที่หอสีฟ้าที่อยู่ฝั่งซ้ายมือพร้อมกับะโเสียงดังบอกไอ้คนหน้าหล่อที่ตั้งใจขับรถอยู่
เอี๊ยด เสียงเบรกรถดังขึ้นเมื่อรถมาถึงหน้าหอพักของผมเห็นหน้านิ่งแบบนี้รุนแรงเหมือนกันนะเนี่ย
"เอ่อ ขอบคุณมากนะครับที่มาส่ง" ผมยกมือไหว้ขอบคุณคนข้างๆอย่างนอบน้อม ถ้าไม่ได้เขาช่วยไว้ผมคงจะแย่แน่เลยพระคุณนี้ก้าวหน้าจะไม่มีวันลืมเด็ดขาด
"ไม่เป็ไร" พี่ไทเกอร์หันมาพยักหน้าให้ผมแล้วตอบประโยคสั้นๆออกมาจนผมเริ่มทำตัวไม่ถูก
"งั้นผมลงนะ ถ้าผมว่างผมจะทักไปจีบ พี่เองก็อย่าลืมดูมือถือด้วยนะ" พูดจบผมก็ยื่นมือไปเปิดประตูเพื่อลงจากรถนั่งนานกลัวเขารำคาญ แต่ยังไม่ทันได้ก้าวขาลงเขาก็ถามขึ้นมาเสียก่อน
"ถ้าว่าง?" เขาจ้องหน้าผมแล้วเลิกคิ้วถามผมเลยได้โอกาสนั่งคุยต่ออีกนิดหน่อย
"ผมจะนอนพักผ่อนวันนี้วันเสาร์ด้วย บางทีก็อาจจะเล่นเกม บางทีก็ไปเตะบอลคืออีเว้นท์ผมเยอะ ถ้าผมไม่ว่างพี่ก็อย่างอนนะ"
"หึหึ"
ไทเกอร์หัวเราะในลำคออย่างชอบใจเขาคิดไม่ถึงว่าก้าวหน้าจะพูดเก่งและคิดเองเออเองได้ขนาดนี้ และแทนที่เขาจะรำคาญกลับรู้สึกว่าก้าวหน้าดูสดใสร่าเริงและน่าเอ็นดูอย่างอธิบายไม่ถูก
"ยังไงผมก็ไม่เปลี่ยนใจหรอก พี่สบายใจได้นะ"
"อืม…ลงไปเถอะ" คนหน้าหล่อเอ่ยเสียงเรียบให้ผมลงจากรถ ผมเลยหมดโอกาสโฆษณาตัวเองจำใจปลดเข็มขัดแล้วก้าวลงจากรถแบบหงอยๆนิดหนึ่งครับ อ่าแบบเสแสร้งให้ดูน่าสงสารเผื่อเขาจะเห็นในความน่ารักของผมแล้วใจอ่อนบ้างแต่ไม่เป็ผลครับพอผมลงจากรถเรียบร้อยแล้วเขาก็ขับรถออกไปทันที
‘เฮ้อ ทำไมผมต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วย ทำไมไอ้นทีมันไม่ท้าให้ผมไปจีบสาวๆสวยๆบ้างคนหล่อเซ็งโว้ย’
ผมเอาเื่นี้ออกจากหัวไม่ได้เลยขนาดเดินขึ้นบันไดก็ยังต้องคิดหาวิธีว่าผมจะต้องทำอย่างไรถึงจะได้ไอ้หน้าหล่อมาเป็แฟน โอ้ย!โอกาสของผมแทบจะเป็ศูนย์ยิ่งคิดก็ยิ่งเครียด…
พอเปิดประตูเข้ามาในห้องก็นึกขึ้นได้ว่าโทรศัพท์แบตหมดยังไม่ได้ชาร์ทเลยจึงรีบหยิบโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกง แล้วนำไปชาร์ทแบตเพื่อโทรหานทีกับสายฟ้าป่านนี้คงห่วงผมแย่แล้ว
โอ้โห เปิดมาก็ต้องใ!
’20 สายที่ไม่ได้รับ’เยอะเหมือนกันนะเนี่ยว่าแล้วก็โทรรายงานมันสักหน่อยดีกว่า
ก้าวหน้ารีบกดเบอร์โทรหานทีทันทีเขารอสายอยู่ครู่หนึ่ง ปลายสายก็กดรับแล้วตะคอกเสียงดังกลับมา
[ไอ้ก้าว! มึงหายหัวไปไหนมา]
“โอ้ย! มึงจะะโใส่หูกูทำไมเนี่ย”ผมยกโทรศัพท์มือถือออกจากหูอย่างเร็ว
[มึงหายไปไหนมา กูกับไอ้สายฟ้าเป็ห่วงมึงแทบแย่] นทีบ่นน้ำเสียงดูร้อนรน แต่ก็ลดระดับเสียงให้เบากว่าครั้งแรกที่รับสาย
“โทษที กูมีเื่นิดหน่อย”
[เื่อะไร ใครทำอะไรมึง] จะเื่อะไรก็เื่ที่มึงเตือนกูว่าจะโดนฉุดนั่นแหละ!คิดแล้วโมโหอย่าให้เจอหน้านะมึง
“ก็นิดหน่อยอ่ะ ไม่มีอะไรหรอก”
[แน่นะ มึงไม่เป็ไรนะ] นทีเสียงเข้มขึ้นดูมันเป็ห่วงผมไม่น้อยเลย
“เออ กูยังสบายดีหล่อเหมือนเดิม”
[เฮ้อ…กูค่อยโล่งอกหน่อยกูแทบไม่ได้นอนไอ้สายฟ้าปลุกกูมาด่าทั้งคืน]
“สมน้ำหน้า...ฝากมันบอกมันด้วยกูโอเคสบายดี”
[เออ]
“แค่นี้นะกูง่วงขอนอนเอาแรงก่อน”
[เออๆกูก็จะนอนเหมือนกัน]
ตู้ด ตู้ด
ดูมันทำครับไม่คิดจะบอกลากันก่อนเลย คิดจะวางสายก็วางไปเสียดื้อๆไร้มารยาทสุด
เพี้ยง!
ขอให้โดนสายฟ้าด่าอีกรอบนะมึง…
ก้าวหน้าบ่นให้เพื่อนเสร็จก็วางโทรศัพท์ไว้บนหัวเตียงจากนั้นเขาก็ทิ้งตัวนอนบนเตียงอย่างเหนื่อยล้าก่อนจะยกมือขึ้นมาก่ายหน้าผากอย่างคิดไม่ตก
ทำยังไงให้ได้พี่มันมาแฟนแฟนวะ…