ไม่นานนัก หลี่ซือและหวังเจี่ยนก็เดินทางมาถึงภายในตำหนักพระราชวังจางไถกงพร้อมกัน
"คารวะท่านอ๋อง!" ทั้งสองกล่าวขึ้นพร้อมกันด้วยความเคารพ
"ทั้งสองท่าน ลองดูรายงานฉบับนี้ก่อน!"
อิ๋งเจิ้งโบกมือ จ้าวเกาก็รีบนำจู๋เจี่ยนมาส่งตรงหน้าหวังเจี่ยนและหลี่ซือทันที
หลังจากอ่านอยู่ครู่หนึ่ง หวังเจี่ยนก็ถึงกับตกตะลึงอยู่กับที่ เนื้อหาในรายงานยังคงเกี่ยวข้องกับไป๋จง ไม่เพียงแต่ตรวจสอบแล้วว่าผลงานรบไม่มีปัญหา แต่ผลงานรบกลับยิ่งร้ายกาจกว่าเดิม ซึ่งทำลายความรับรู้เดิมที่เขามีต่อไป๋จงอีกครั้ง
ถึงขั้นสังหารศัตรูได้หนึ่งร้อยเก้าคน!
หวังเจี่ยนคิดในใจว่าต่อให้ให้คนจำนวนมากขนาดนี้มายืนนิ่ง ๆ ตรงหน้า แล้วปล่อยให้ตนฟันตามใจชอบ ก็อาจจะฟันจนแขนล้าเสียก่อน
ไป๋จงยังเป็มนุษย์อยู่หรือไม่?
"เป็ไปไม่ได้!"
หลี่ซือเพิ่งทราบเื่ของไป๋จงเป็ครั้งแรก จึงถามด้วยความประหลาดใจว่า "ท่านอ๋อง รายงานฉบับนี้ไม่มีปัญหาหรือพ่ะย่ะค่ะ?"
"เนื้อหาในรายงาน เป็เื่จริง!" อิ๋งเจิ้งกล่าวเรียบ ๆ
"ต่อให้สังหารศัตรูได้สิบเก้าคน ในกองทัพก็ไม่มีใครทำได้ ยิ่งเป็พลทหารใหม่ด้วยแล้ว หนึ่งร้อยเก้า... กระหม่อมเห็นว่าเป็ไปไม่ได้พ่ะย่ะค่ะ"
หลี่ซือยังคงไม่เชื่อ และกล่าวต่อว่า "แม้แต่ยอดแม่ทัพก็คงทำไม่ได้ถึงเพียงนี้กระมังพ่ะย่ะค่ะ!"
หวังเจี่ยนส่ายหน้าแล้วกล่าวว่า "ต่อให้ข้าเยาว์วัยกว่านี้ยี่สิบปี ในวัยที่ร่างกายแข็งแรงที่สุด ก็ยังห่างไกลจากเขามาก แต่ผลงานรบของผู้นี้ เป็เื่จริง"
เิอี้กล่าวว่า "หลี่ถิงเว่ยคิดว่าในกองทัพต้าฉินจะมีใครกล้ารายงานผลงานรบเท็จ และรายงานให้มากมายถึงเพียงนี้? ท่านอ๋องได้สั่งให้ข้าส่งคนไปตรวจสอบรอบหนึ่งแล้ว แม่ทัพหวนอี่และเหล่าทหารใต้บังคับบัญชาล้วนเป็พยานได้"
หลี่ซืออึ้งไปพักใหญ่ จริงอยู่ที่ไม่มีใครกล้ารายงานผลงานรบเท็จให้มากมายขนาดนั้น นอกเสียจากว่าอยากหาที่ตาย ซึ่งหมายความว่าผลงานรบที่น่าตกตะลึงเช่นนี้ ล้วนเป็เื่จริง!
ไม่เพียงแต่หวังเจี่ยนและเิอี้ที่เชื่อ แม้แต่ท่านอ๋องเองก็บอกว่าเป็เื่จริง หลี่ซือต่อให้ไม่อยากเชื่อ ก็หาเหตุผลอื่นมาโต้แย้งไม่ได้
"ถิงเว่ยคิดว่าผลงานรบเช่นนี้ ควรแต่งตั้งบรรดาศักดิ์อย่างไร?" อิ๋งเจิ้งถาม
หลี่ซือได้สติกลับมา โค้งคำนับแล้วรีบกล่าวว่า "ตามกฎหมายทหาร ผลงานการสังหารศัตรูของไป๋จง และผลงานการสังหารแม่ทัพหลักของกองทัพจ้าว สูงสุดสามารถแต่งตั้งบรรดาศักดิ์เป็กงเฉิง แต่คนผู้นี้เข้าประจำการได้เพียงไม่กี่เดือน การแต่งตั้งบรรดาศักดิ์สูงเกินไป เกรงว่าจะไม่เหมาะสมพ่ะย่ะค่ะ"
ความคิดของเขาเหมือนกับหวนอี่ คือไม่กล้ามอบรางวัลให้ไป๋จงสูงเกินไป
"ถิงเว่ยกล่าวเช่นนี้ไม่ถูกต้อง ั้แ่การปฏิรูปของซางจวิน ระบบผลงานรบคือหัวใจหลักของกองทัพต้าฉินของพวกเรา หากไม่แต่งตั้งรางวัลตามผลงาน ระบบก็จะกลายเป็เพียงสิ่งสมมติ และจะทำให้เหล่าทหารทั้งปวงเสียกำลังใจ"
"กระหม่อมเห็นว่ายอดนักรบของต้าฉินไม่มีการแบ่งแยกทหารเก่าหรือทหารใหม่ ขอเพียงสังหารศัตรูสร้างผลงานได้ ควรได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน ขอท่านอ๋องโปรดประทานรางวัลตามผลงานด้วยพ่ะย่ะค่ะ" หวังเจี่ยนก้าวไปข้างหน้าแล้วกล่าว
เิอี้กล่าวสนับสนุนว่า "กระหม่อมก็เห็นว่าควรประทานรางวัลตามผลงาน แต่งตั้งบรรดาศักดิ์ให้ไป๋จงเป็กงเฉิงพ่ะย่ะค่ะ"
"ยอดนักรบของต้าฉิน ขอเพียงสังหารศัตรูสร้างผลงานได้ ควรได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน! ยอดแม่ทัพกล่าวได้ดี! เราจะแต่งตั้งให้ไป๋จงให้ได้รับขั้นที่แปด กงเฉิง"
"จ้าวเกา จงร่างราชโองการให้เรา และรีบส่งไปยังกองทัพของหวนอี่โดยเร็วที่สุด" น้ำเสียงที่เปี่ยมด้วยอำนาจของอิ๋งเจิ้งดังก้องไปทั่วตำหนัก
จ้าวเกาโค้งคำนับแล้วกล่าวว่า "รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ!"
เขารู้ว่าชายหนุ่มที่ชื่อไป๋จงผู้นี้ ได้เข้าสู่สายตาของท่านอ๋องแล้ว หากสร้างผลงานได้อีกไม่กี่ครั้ง การจะทะยานขึ้นสู่ที่สูงก็ไม่ใช่เพียงความฝัน ในใจของเขาจึงรู้สึกอิจฉาเป็อย่างยิ่ง
.....
เมืองหานตัน
ภายในพระราชวังของแคว้นจ้าว บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียดและกดดัน กองทัพใหญ่สองสายของหวังเปินและเิอู่ ได้บุกโจมตีถึงเมืองฝานอู๋และเมืองเยี่ยเฉิงแล้ว หากรุกคืบเข้าไปอีกก็จะเป็เมืองหานตัน ข่าวนี้ได้ส่งถึงมือของจ้าวอ๋องเชียนแล้ว
เหล่าขุนนางทั้งหมดในพระราชวังต่างพากันเงียบกริบ แม้แต่ลมหายใจก็ไม่กล้าส่งเสียงดัง
จ้าวอ๋องเชียนเดินไปเดินมาด้วยความร้อนรุ่มใจ ชี้ไปยังกลุ่มขุนนางเ่าั้แล้วถามด้วยความโกรธว่า "ตกลงจะทำอย่างไร? พวกเ้าพูดอะไรบ้างสิ!"
เหล่าขุนนางยังคงเงียบ
"หากยังไม่พูด ข้าจะสั่งตัดหัวพวกเ้าให้หมด! กองทัพฉินใกล้จะบุกถึงเมืองหานตันแล้ว แต่พวกเ้ายังคงนิ่งเงียบอยู่ที่นี่ ตกลงจะต้านทานศัตรูอย่างไร? เ้าบอกข้ามา!"
จ้าวอ๋องเชียนชี้ไปยังขุนนางคนหนึ่งด้วยความโกรธและตะคอกว่า "หากเ้าบอกวิธีได้ ข้าจะเลื่อนขั้นให้เ้าสามขั้นรวด!"
"ท่านอ๋อง กระหม่อมดูแลเื่เงินทองและเสบียง เื่นี้ไม่เกี่ยวข้องกับกระหม่อม กระหม่อมจึงไม่มีวิธีใด ๆ เลยพ่ะย่ะค่ะ!"
ขุนนางผู้นั้นรีบปัดความรับผิดชอบออกจากตัวทันที
"เ้าไม่มีวิธี แล้วข้าจะมีเ้าไว้ทำไม?"
จ้าวอ๋องเชียนะเิโทสะ "ทหาร ลากตัวมันออกไปตัดหัวซะ"
"ท่านอ๋อง โปรดไว้ชีวิตด้วยพ่ะย่ะค่ะ..." ขุนนางผู้นั้นใจนคุกเข่าลง อ้อนวอนอย่างน่าเวทนา
"ท่านอ๋อง กระหม่อมมีแผนพ่ะย่ะค่ะ!"
ท่ามกลางเหล่าขุนนาง กัวไคครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วรีบก้าวออกมากล่าวว่า "จ้าว หาน เว่ย เดิมทีเป็ครอบครัวเดียวกัน หากจ้าวสิ้นสูญ หานและเว่ยก็ต้องถูกฉินทำลายอย่างแน่นอน กระหม่อมเสนอให้ด้านหนึ่งสั่งให้รักษาเมืองฝานอู๋และเมืองเยี่ยเฉิงไว้ให้มั่น อีกด้านหนึ่งขอความช่วยเหลือจากหานและเว่ยพ่ะย่ะค่ะ"
"มีเพียงการรวมกลุ่มผูกมิตรต้านแคว้นใหญ่ของสามแคว้นเราเท่านั้น จึงจะสามารถต้านทานกองทัพฉินได้ หากแคว้นใดแคว้นหนึ่งถูกทำลาย สำหรับอีกสองแคว้นที่เหลือแล้ว ย่อมเปรียบดั่งริมฝีปากหายไป ฟันย่อมหนาวเหน็บ กระหม่อมเชื่อว่าหานและเว่ยจะต้องตกลงให้ความช่วยเหลือแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ"
ดวงตาของจ้าวอ๋องเชียนเป็ประกาย ราวกับคว้าฟางเส้นสุดท้ายไว้ได้ ดินแดนซานจิ้นมาจากรากเหง้าเดียวกัน หานและเว่ยย่อมไม่นิ่งดูดายปล่อยให้จ้าวถูกทำลาย หากจ้าวสิ้นสูญ รายต่อไปก็คือพวกเขา
"รีบส่งทูตไปยังหานและเว่ยเร็วเข้า!"
จ้าวอ๋องเชียนรีบกล่าวว่า "กัวไค เื่การส่งทูตนี้ เ้าเป็ผู้รับผิดชอบ ต้องทำให้เร็วที่สุด!"
"กระหม่อมรับบัญชาพ่ะย่ะค่ะ!"
ทว่าทันทีที่กัวไคตอบรับ ที่ด้านนอกตำหนัก พลทหารนายหนึ่งก็รีบวิ่งเข้ามาอย่างเร่งรีบ
"ท่านอ๋อง มีรายงานด่วนจากกองทัพพ่ะย่ะค่ะ!" พลทหารนายนั้นะโก้อง พร้อมชูจู๋เจี่ยนขึ้นฉบับหนึ่ง
ผู้ติดตามรับจู๋เจี่ยนมาส่งถึงเบื้องหน้าจ้าวอ๋องเชียน
ยังไม่อ่านเนื้อหาจนจบ จ้าวอ๋องเชียนก็ขว้างมันลงพื้นอย่างแรง พร้อมกล่าวด้วยความโกรธแค้นว่า "เมืองชื่อลี่แตกแล้ว กองทัพฉินกำลังบุกโจมตีเมืองอี๋อัน หลี่มู่ที่อยู่ทางเหนือทำอะไรอยู่กันแน่!"
เมื่อได้ยินว่าเมืองชื่อลี่แตก เหล่าขุนนางก็ตกอยู่ในความตื่นตระหนกอีกครั้ง
"ข้าเคยบอกไว้ว่า หากเมืองชื่อลี่และเมืองอี๋อันสูญเสียไป ข้าจะตัดหัวมันแน่นอน!"
จ้าวอ๋องเชียนกัดฟันกล่าวว่า "ส่งราชโองการของข้า ให้หลี่มู่กลับมารับโทษตาย!"
"ท่านอ๋อง ไม่ได้นะพ่ะย่ะค่ะ!"
"แม่ทัพหลี่ต้องถูกพวกซยงหนูตรึงไว้จนไม่สามารถปลีกตัวมาได้แน่นอน"
"หากแม่ทัพหลี่ตายไป แคว้นจ้าวจะไม่มีใครสามารถต้านทานกองทัพฉินได้อีกแล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
กลุ่มขุนนางรีบช่วยขอชีวิตให้หลี่มู่ทันที พวกเขาจะยอมให้ท่านอ๋องตัดหัวหลี่มู่ได้อย่างไร มิเช่นนั้นแคว้นจ้าวคงต้องล่มสลาย
จ้าวอ๋องเชียนโกรธจนแทบคลั่ง แต่เมื่อนึกถึงความสำคัญของหลี่มู่ จึงกล่าวเสียงกร้าวว่า "หากเมืองอี๋อันสูญเสียไปอีก ให้หลี่มู่หิ้วหัวกลับมาพบข้า!"
.....
ข่าวการศึกระหว่างฉินและจ้าวแพร่กระจายไปยังแคว้นต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว
ทูตที่กัวไคส่งไป ได้เข้าพบหานอ๋องและเว่ยอ๋องตามลำดับ ในที่สุดทั้งสองแคว้นก็ถูกโน้มน้าวได้ และตกลงที่จะส่งกองทัพมาช่วยแคว้นจ้าว
ข่าวเหล่านี้ส่งมาถึงภายในเมืองอี๋อันเช่นกัน
"แม่ทัพ หานอ๋องและเว่ยอ๋องต่างตกลงส่งกองทัพมาช่วยแล้วขอรับ" จ้าวชงส่งรายงานการทหารล่าสุดให้ถึงมือหลี่มู่
หลี่มู่อ่านครู่หนึ่งแล้วกล่าวด้วยความเบาใจว่า "ท่านอ๋องของพวกเรา ในที่สุดก็เลิกโง่เขลาเสียที"
การขอให้หานและเว่ยส่งกองทัพมาช่วย ขอเพียงสามารถถ่วงเวลากองทัพฉินไว้ได้ รอจนเขากำจัดหวนอี่ทางเหนือเสร็จสิ้น ก็สามารถรีบกลับมาช่วย และขับไล่กองทัพฉินออกไปจากดินแดนจ้าวทั้งหมด
"แม่ทัพ โปรดระวังคำพูดด้วยขอรับ!" จ้าวชงเตือน
การวิพากษ์วิจารณ์นายเหนือหัวเป็การส่วนตัว มีโทษถึงตาย ความขัดแย้งระหว่างหลี่มู่และจ้าวอ๋องเชียนนั้นไม่น้อย หากคำพูดนี้แพร่กลับไป ผลที่ตามมาจะร้ายแรงมาก
"ข้ารู้แล้ว!" หลี่มู่ตอบอย่างไม่ใส่ใจ ขณะกำลังจะกลับไปยังค่ายทหาร กลับได้ยินเสียงกลองศึกดังมาจากทางหอสังเกตการณ์บนกำแพงเมือง
"แม่ทัพทั้งสอง กองทัพฉินบุกโจมตีเมืองอีกแล้วขอรับ!" พลทหารนายหนึ่งวิ่งเข้ามาแจ้งด้วยความร้อนรน