แสงแดดสีทองของเช้าวันใหม่สาดส่องผ่านผ้าม่านโปร่งบางเบาเข้ามาในห้องนอนใหญ่ของเพนท์เฮาส์ เผยให้เห็นร่องรอยของความเร่าร้อนเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา เสื้อเชิ้ตเชิ้ตสีขาวของลินินและสูทตัวหรูของกวินทร์ยังคงพาดอยู่บนพนักเก้าอี้ปลายเตียง ลินินค่อยๆ ขยับตัวลืมตาตื่นขึ้นมาท่ามกลางความนุ่มละมุนของผ้าห่มไหม
ทันทีที่สติฟื้นคืน ลินินก็ต้องประหลาดใจกับความรู้สึกทางร่างกายของตัวเอง
ปกติแล้ว หลังจากค่ำคืนที่เหน็ดเหนื่อยหรือการทำกิจกรรมหนัก ร่างกายของเธอควรจะรู้สึกเมื่อยล้า ระบม และ้านอนหลับต่ออีกหลายชั่วโมง ทว่าเช้าวันนี้ ลินินกลับรู้สึกเบาสบายอย่างประหลาด ราวกับมีกระแสลมอุ่นหมุนเวียนอยู่ภายใต้ิั พละกำลังของเธอเต็มเปี่ยมประหนึ่งเพิ่งได้รับการนอนหลับพักผ่อนยาวนานหลายวัน ความอ่อนล้าสะสมจากการทำบ้านพักตากอากาศให้ลูกค้าตลอดสามวันก่อนหน้านี้หายเป็ปลิดทิ้ง
เธอลุกขึ้นจากเตียง ค่อยๆ ก้าวเดินตรงไปที่ห้องน้ำหรูหราที่ปูด้วยหินอ่อนสีขาวนวล เมื่อเปิดไฟส่องสว่างและมองเข้าไปในกระจกบานใหญ่ ลินินถึงกับยืนนิ่งตะลึงกับภาพสะท้อนของตัวเอง
ผิวแก้มของเธอเนียนใสอมชมพูมีน้ำมีนวลเปล่งประกายดูผุดผ่องราวกับผ่านการทำทรีตเมนต์บำรุงผิวขั้นสูง ดวงตาสีน้ำตาลเข้มกลมโตฉายประกายประกายระยิบระยับใสแจ๋วไม่มีแววเหนื่อยล้าแม้แต่น้อย ยิ่งไปกว่านั้น โสตประสาทของเธอทำงานได้เฉียบคมอย่างน่าเหลือเชื่อ เธอสามารถได้ยินเสียงนกกระจอกตัวน้อยร้องเพลงอยู่นอกกระจกแก้วหนาของตึกสูงชั้นที่ 60 และเสียงหยดน้ำจากก๊อกน้ำในห้องครัวที่ห่างออกไปได้อย่างชัดเจนและจับทิศทางได้อย่างแม่นยำ
"ร่างกายเรา... มันเปลี่ยนไปจริงๆ พลังสีทองนี้มันคืออะไรกันแน่?" ลินินพึมพำพลางทาบฝ่ามือลงบนหน้าอก รู้สึกได้ถึงพลังงานอุ่นๆ ที่แผ่ซ่านสะสมตัวอยู่ในร่าง (พลังสะสมขึ้นเป็ 15% แล้ว)
ลินินเดินกลับมาที่ห้องนอน กวินทร์ยังคงนอนหลับคว่ำหน้าอยู่บนเตียง ไม่ขยับเขยื้อน ใบหน้าคมคายราวรูปสลักนั้นบัดนี้ดูซีดเซียวลงไปเล็กน้อย รอยคล้ำจางๆ ปรากฏขึ้นใต้ตาคู่สวยของเขา ลมหายใจเข้าออกของเขาแม้จะสม่ำเสมอทว่าดูอ่อนแรงอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
ลินินนั่งลงข้างเตียง จ้องมองชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่ตอนกลางวันดูหยิ่งโสและมีอำนาจล้นฟ้า ทว่ายามนี้กลับดูเปราะบางไร้เกราะป้องกัน
กวินทร์เริ่มขยับตัวช้าๆ แพขนตาหนากระพริบขึ้นก่อนที่ดวงตาคู่คมกริบสีดำสนิทจะลืมขึ้นอย่างยากลำบาก ทันทีที่เขายันกายลุกขึ้นนั่ง ร่างสูงใหญ่กลับเอนซวนเซไปชั่วขณะจนต้องยกมือหนาขึ้นบีบขมับของตนเองอย่างทรมาน
"เกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของฉัน..." กวินทร์พึมพำเสียงต่ำ แหบแห้งและเต็มไปด้วยความอ่อนล้า
เขาลืมตาขึ้นมองลินินที่นั่งอยู่ข้างเตียง และในวินาทีนั้น ดวงตาของมหาเศรษฐีหนุ่มก็เบิกกว้างด้วยความใอย่างถึงที่สุด
ตรงหน้าของเขาคือลินินที่นอกจากจะไม่มีร่องรอยของความอ่อนเพลียหรือล้มป่วยแล้ว ผิวพรรณของเธอกลับมีออร่าผุดผ่องเปล่งประกายสีชมพูจางๆ ร่างกายดูแข็งแรงกระฉับกระเฉงมีชีวิตชีวา ยิ่งกว่าตอนที่เธอก้าวเข้ามาในเพนท์เฮาส์แห่งนี้เสียอีก
มันเป็เื่ที่เป็ไปไม่ได้!
ตามปกติแล้ว ผู้หญิงทุกคนที่เคยมีสัมพันธ์ลึกซึ้งร่วมเตียงกับเขา ทุกคนจะตื่นขึ้นมาในตอนเช้าด้วยความอ่อนเพลียอย่างรุนแรง ใบหน้าซีดเซียวไร้สีเื ผิวพรรณแห้งกร้าน และบางคนถึงกับจับไข้จนล้มป่วยลงในทันที นั่นเพราะคำสาปเงามืดในร่างของเขาได้สูบเอาพลังชีวิตของเหยื่อคู่ขาเ่าั้ไปเพื่อประทังตัวตนปีศาจของเขาเอง
ทว่ากับลินิน กฎเกณฑ์ที่ควรจะเป็กลับสลับขั้วอย่างน่ากลัว ลินินกลับดูดซับพลังงานมืดของเขาไปฟอกในตัวเธอเองจนแข็งแกร่ง ส่วนตัวกวินทร์เองกลับกลายเป็ฝ่ายถูกสูบพลังจนหมดเรี่ยวหมดแรงและเพลียลึกถึงกระดูกอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อนในชีวิต
"เธอ... เธอทำอะไรกับฉัน ลินิน?" กวินทร์เอ่ยถาม น้ำเสียงทุ้มต่ำแข็งกร้าวขึ้นเพื่อกลบเกลื่อนความระแวงสับสนในใจ สายตาคมกริบจ้องจับดวงตาของเธอเขม็ง ค้นหาคำตอบของปริศนาที่เขาคาดไม่ถึง
ลินินขมวดคิ้วสบตาตอบเขาอย่างมั่นคงและบริสุทธิ์ใจ "ฉันไม่ได้ทำอะไรเลยค่ะคุณกวินทร์ ฉันแค่อยู่ร่วมเตียงกับคุณตามเงื่อนไขข้อตกลงที่เปลี่ยนใหม่... หรือว่ามหาเศรษฐีผู้หยิ่งโสอย่างคุณ จะพ่ายแพ้ให้กับค่ำคืนแรกของเราจนลุกไม่ขึ้นเสียแล้วคะ?" คำพูดท้าทายหัวรั้นของเธอทำให้กวินทร์ต้องกัดฟันระงับความสับสนและแรงเสน่หาที่ปะทุขึ้นในใจยามเช้า
ความสัมพันธ์นี้เพิ่งเริ่มต้น แต่กฎของอำนาจที่เคยมี ดูเหมือนจะเปลี่ยนทิศทางไปอย่างถาวร
แสงแดดสีทองของเช้าวันใหม่สาดส่องผ่านผ้าม่านโปร่งบางเบาเข้ามาในห้องนอนใหญ่ของเพนท์เฮาส์ เผยให้เห็นร่องรอยของความเร่าร้อนเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา เสื้อเชิ้ตเชิ้ตสีขาวของลินินและสูทตัวหรูของกวินทร์ยังคงพาดอยู่บนพนักเก้าอี้ปลายเตียง ลินินค่อยๆ ขยับตัวลืมตาตื่นขึ้นมาท่ามกลางความนุ่มละมุนของผ้าห่มไหมทันทีที่สติฟื้นคืน ลินินก็ต้องประหลาดใจกับความรู้สึกทางร่างกายของตัวเอง
ปกติแล้ว หลังจากค่ำคืนที่เหน็ดเหนื่อยหรือการทำกิจกรรมหนัก ร่างกายของเธอควรจะรู้สึกเมื่อยล้า ระบม และต้องการนอนหลับต่ออีกหลายชั่วโมง ทว่าเช้าวันนี้ ลินินกลับรู้สึกเบาสบายอย่างประหลาด ราวกับมีกระแสลมอุ่นหมุนเวียนอยู่ภายใต้ผิวหนัง พละกำลังของเธอเต็มเปี่ยมประหนึ่งเพิ่งได้รับการนอนหลับพักผ่อนยาวนานหลายวัน ความอ่อนล้าสะสมจากการทำบ้านพักตากอากาศให้ลูกค้าตลอดสามวันก่อนหน้านี้หายเป็นปลิดทิ้ง
เธอลุกขึ้นจากเตียง ค่อยๆ ก้าวเดินตรงไปที่ห้องน้ำหรูหราที่ปูด้วยหินอ่อนสีขาวนวล เมื่อเปิดไฟส่องสว่างและมองเข้าไปในกระจกบานใหญ่ ลินินถึงกับยืนนิ่งตะลึงกับภาพสะท้อนของตัวเอง
ผิวแก้มของเธอเนียนใสอมชมพูมีน้ำมีนวลเปล่งประกายดูผุดผ่องราวกับผ่านการทำทรีตเมนต์บำรุงผิวขั้นสูง ดวงตาสีน้ำตาลเข้มกลมโตฉายประกายประกายระยิบระยับใสแจ๋วไม่มีแววเหนื่อยล้าแม้แต่น้อย ยิ่งไปกว่านั้น โสตประสาทของเธอทำงานได้เฉียบคมอย่างน่าเหลือเชื่อ เธอสามารถได้ยินเสียงนกกระจอกตัวน้อยร้องเพลงอยู่นอกกระจกแก้วหนาของตึกสูงชั้นที่ 60 และเสียงหยดน้ำจากก๊อกน้ำในห้องครัวที่ห่างออกไปได้อย่างชัดเจนและจับทิศทางได้อย่างแม่นยำ
"ร่างกายเรา... มันเปลี่ยนไปจริงๆ พลังสีทองนี้มันคืออะไรกันแน่?" ลินินพึมพำพลางทาบฝ่ามือลงบนหน้าอก รู้สึกได้ถึงพลังงานอุ่นๆ ที่แผ่ซ่านสะสมตัวอยู่ในร่าง (พลังสะสมขึ้นเป็น 15% แล้ว)
ลินินเดินกลับมาที่ห้องนอน กวินทร์ยังคงนอนหลับคว่ำหน้าอยู่บนเตียง ไม่ขยับเขยื้อน ใบหน้าคมคายราวรูปสลักนั้นบัดนี้ดูซีดเซียวลงไปเล็กน้อย รอยคล้ำจางๆ ปรากฏขึ้นใต้ตาคู่สวยของเขา ลมหายใจเข้าออกของเขาแม้จะสม่ำเสมอทว่าดูอ่อนแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ลินินนั่งลงข้างเตียง จ้องมองชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่ตอนกลางวันดูหยิ่งโสและมีอำนาจล้นฟ้า ทว่ายามนี้กลับดูเปราะบางไร้เกราะป้องกัน
กวินทร์เริ่มขยับตัวช้าๆ แพขนตาหนากระพริบขึ้นก่อนที่ดวงตาคู่คมกริบสีดำสนิทจะลืมขึ้นอย่างยากลำบาก ทันทีที่เขายันกายลุกขึ้นนั่ง ร่างสูงใหญ่กลับเอนซวนเซไปชั่วขณะจนต้องยกมือหนาขึ้นบีบขมับของตนเองอย่างทรมาน
"เกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของฉัน..." กวินทร์พึมพำเสียงต่ำ แหบแห้งและเต็มไปด้วยความอ่อนล้า
เขาลืมตาขึ้นมองลินินที่นั่งอยู่ข้างเตียง และในวินาทีนั้น ดวงตาของมหาเศรษฐีหนุ่มก็เบิกกว้างด้วยความตกใจอย่างถึงที่สุด
ตรงหน้าของเขาคือลินินที่นอกจากจะไม่มีร่องรอยของความอ่อนเพลียหรือล้มป่วยแล้ว ผิวพรรณของเธอกลับมีออร่าผุดผ่องเปล่งประกายสีชมพูจางๆ ร่างกายดูแข็งแรงกระฉับกระเฉงมีชีวิตชีวา ยิ่งกว่าตอนที่เธอก้าวเข้ามาในเพนท์เฮาส์แห่งนี้เสียอีก
มันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้!
ตามปกติแล้ว ผู้หญิงทุกคนที่เคยมีสัมพันธ์ลึกซึ้งร่วมเตียงกับเขา ทุกคนจะตื่นขึ้นมาในตอนเช้าด้วยความอ่อนเพลียอย่างรุนแรง ใบหน้าซีดเซียวไร้สีเลือด ผิวพรรณแห้งกร้าน และบางคนถึงกับจับไข้จนล้มป่วยลงในทันที นั่นเพราะคำสาปเงามืดในร่างของเขาได้สูบเอาพลังชีวิตของเหยื่อคู่ขาเหล่านั้นไปเพื่อประทังตัวตนปีศาจของเขาเอง
ทว่ากับลินิน กฎเกณฑ์ที่ควรจะเป็นกลับสลับขั้วอย่างน่ากลัว ลินินกลับดูดซับพลังงานมืดของเขาไปฟอกในตัวเธอเองจนแข็งแกร่ง ส่วนตัวกวินทร์เองกลับกลายเป็นฝ่ายถูกสูบพลังจนหมดเรี่ยวหมดแรงและเพลียลึกถึงกระดูกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในชีวิต
"เธอ... เธอทำอะไรกับฉัน ลินิน?" กวินทร์เอ่ยถาม น้ำเสียงทุ้มต่ำแข็งกร้าวขึ้นเพื่อกลบเกลื่อนความระแวงสับสนในใจ สายตาคมกริบจ้องจับดวงตาของเธอเขม็ง ค้นหาคำตอบของปริศนาที่เขาคาดไม่ถึง
ลินินขมวดคิ้วสบตาตอบเขาอย่างมั่นคงและบริสุทธิ์ใจ "ฉันไม่ได้ทำอะไรเลยค่ะคุณกวินทร์ ฉันแค่อยู่ร่วมเตียงกับคุณตามเงื่อนไขข้อตกลงที่เปลี่ยนใหม่... หรือว่ามหาเศรษฐีผู้หยิ่งโสอย่างคุณ จะพ่ายแพ้ให้กับค่ำคืนแรกของเราจนลุกไม่ขึ้นเสียแล้วคะ?" คำพูดท้าทายหัวรั้นของเธอทำให้กวินทร์ต้องกัดฟันระงับความสับสนและแรงเสน่หาที่ปะทุขึ้นในใจยามเช้า
ความสัมพันธ์นี้เพิ่งเริ่มต้น แต่กฎของอำนาจที่เคยมี ดูเหมือนจะเปลี่ยนทิศทางไปอย่างถาวร