ไม่นานไลก้าก็กลับมาพร้อมกับหญิงสาวที่มากกว่าสามสิบคน
ทันทีที่ชาวบ้านเห็นหญิงสาวเ่าั้ก็พากันวิ่งเข้าไปหาด้วยความตื่นเต้น
หญิงสาวเหล่านี้คือชาวบ้านของหมู่บ้านแห่งนี้และหมู่บ้านใกล้เคียงที่ถูกพวกโจรจับตัวไป
เสียงร้องไห้ดังขึ้นอีกรอบ
ไลท์และคนอื่นๆมองดูภาพนี้พร้อมกับรอยยิ้ม
“ เอาละเตรียมออกเดินทางกันต่อเถอะ ” ไลท์พูดและเดินหายไปเงียบๆโดยที่ไม่ให้ชาวบ้านรู้ตัว
พริบตาเดียวก็ผ่านไปอีกครึ่งเดือน
ในขณะที่ไลท์กำลังนอนชมวิวเครื่องสื่อสารของเขาก็สั่น
ไลท์ประหลาดใจเล็กน้อยเพราะคนที่ติดต่อมาคือเบเรียลเ้าเมืองทะเลสาบ
“ ว่าไงครับคุณเบเรียล?” ไลท์ถาม
“ ไลท์ตอนนี้นายอยู่ไหนแล้ว? ” น้ำเสียงของเบเรียลถามขึ้นด้วยความร้อนรน
ไลท์ขมวดคิ้วและถามกลับว่า “ เกิดเื่อะไรขึ้นที่เมืองหรอครับ? ”
“ เปล่าๆไม่มีอะไรเกิดขึ้นที่เมืองเพียงแต่มีคนเขา้าพบนาย ” เบเรียลตอบ
เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นที่เมืองไลท์ก็เบาใจลงก่อนที่จะถามขึ้นอย่างสงสัยว่าใครเป็คน้าพบเขา
“ หนึ่งในสิบสองผู้พิทักษ์แห่งสภาจอมเวทย์ ท่านเฟลิกซ์้าพบนาย ” เบเรียลพูดขึ้น
ไลท์ครุ่นคิดเล็กน้อยจากนั้นเขาก็พอคาดเดาเื่ได้แล้ว สาเหตุเพราะ่นี้ไลท์โดดเด่นเกินไปทางสภาจอมเวทย์จึงส่งระดับผู้พิทักษ์มาเพื่อพูดคุยกับเขาหรือไม่ก็มาทดสอบพลังของเขา นี้คือสิ่งที่ไลท์คาดเดา
“ ตอนนี้ใกล้จะถึงเมืองปาเทีย บอกเขาว่าถ้าหาก้าพบผมล่ะก็มาหาที่เมืองปาเทียได้เลย ” ไลท์ตอบ ตอนนี้เขาเองก็อยากรู้ว่าความแข็งแกร่งตอนนี้ที่เขามีพอที่จะสู้กับพวกระดับSSได้ไหม
“ ถ้าหากฉันทะลวงเข้าสู่จิตวิถีะฉันจะเอาชนะพวกระดับSSได้ไหม ” ไลท์กำหมัดแน่นด้วยความตื่นเต้น
“ เข้าใจแล้ว ” เบเรียลตอบก่อนที่จะวางสายไป
ภายในห้องทำงานของเบเรียล
เฟลิกซ์นั่งอยู่ที่โซฟาพลางดื่มน้ำชา
“ ท่านเฟลิกซ์ ไลท์บอกว่าเขาจะรอท่านอยู่ที่เมืองปาเทีย ” เบเรียลพูดขึ้น
“ สารเลวเอ้ยมันคิดว่าเป็ใครถึงให้ท่านเฟลิกซ์ต้องไปหามันด้วยตัวเอง? ” ชายหนุ่มอายุประมาณยี่สิบกลางๆะโขึ้นด้วยความเดือดดาล เขาคือเมทัล ผู้ช่วยของเฟลิกซ์และเป็จอมเวทย์ระดับA
“ ไม่เอาน่าเมทัล พวกอัจฉริยะก็แบบนี้แหละ ” เฟลิกซ์หัวเราะสบายๆและลุกขึ้นยืน
“ ขอบคุณมากสาวน้อยที่ให้ความร่วมมือ ” เฟลิกซ์ยิ้มและเดินออกจากห้องทำงานของเบเรียลไป เมทัลเองก็เดินตามออกไป
เมื่อเฟลิกซ์เดินออกจากห้องไปแล้วเบเรียลก็ถอนหายใจ เธอรู้สึกกดดันอย่างมากเมื่อเวลาเฟลิกซ์อยู่ในห้องทำงานของเธอ
“ หวังว่าไลท์จะไม่เป็อะไรนะ ” เบเรียลรู้สึกกังวลขึ้นมา
ไลท์ที่รู้ว่าผู้พิทักษ์แห่งสภาจอมเวทย์กำลังมาหาเขาจึง้ารู้ข้อมูลของเฟลิกซ์ทันที
“ ใครมีข้อมูลของสิบสองผู้พิทักษ์บ้าง? ” ไลท์ะโถามทุกๆคนบนเรือ
“ ผมพอมีนิดหน่อยไม่รู้ว่าจะช่วยอะไรได้ไหมนะลูกพี่ ” ไลก้าะโตอบ
“ ฉันขอข้อมูลของคนที่ชื่อเฟลิกซ์หน่อย ” ไลท์ถาม
“ ผู้พิทักษ์เฟลิกซ์? ” ไลก้าครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนที่จะตอบว่า “ ลูกพี่ผู้พิทักษ์เฟลิกซ์ถูกนับว่าแข็งแกร่งเป็อันดับห้าจากบรรดาผู้พิทักษ์ทั้งสิบสอง เขามีความเชี่ยวชาญธาตุไฟและธาตุสายฟ้า นอกจากนี้เขายังเชี่ยวชาญการต่อสู้ด้วยมือเปล่าอีกด้วย จนได้รับฉายาจอมป่าเถื่อนเฟลิกซ์ ”
“ จอมเวทย์ที่ใช้ธาตุไฟและสายฟ้า นอกจากนี้ยังเชี่ยวชาญด้านการต่อสู้ด้วยมือเปล่า ” ไลท์พึมพำเบาๆก่อนที่จะเข้าใจอะไรบางอย่าง
ไม่ใช่แค่พลังเวทย์ที่ทรงพลังยังมีร่างกายที่แข็งแกร่งอีกด้วยสินะ จอมเวทย์โดยปกติแล้วส่วนมากจะฝึกฝนแต่พลังเวทย์จนละเลยที่จะฝึกฝนร่างกาย เพราะงั้นจุดอ่อนของจอมเวทย์ส่วนมากคือพลังกาย
“ น่าสนใจจริงๆ ” ไลท์ยิ้มขึ้น หลังจากที่สู้กับราชันออร์คแอลโบลแล้วต่อมาก็คือจอมเวทย์ระดับSSเลยงั้นหรอ แค่คิดเขาก็รู้สึกตื่นเต้นแล้ว ในโลกนี้มีคนแข็งแกร่งไปหมดเหมือนกับโลกในความฝันเลย
“ ทำไมหรอลูกพี่? ” ไลก้าสงสัย
ไลท์คิดว่าถึงอย่างไงพวกนี้ก็ต้องรู้อยู่ดีเลยบอกถึงเื่ที่เฟลิกซ์้ามาพบเขาดีกว่า
“ ลูกพี่จะบอกว่าเฟลิกซ์คนนั้น้ามาพบลูกพี่? ” ไลก้ากลืนน้ำลายด้วยความหวาดกลัว
เดซี่และเวโรนิก้าเมื่อรู้ว่าจะมีตัวตนระดับผู้พิทักษ์แห่งสภาจอมเวทย์มาหาไลท์ก็รู้สึกกังวล
“ ไม่ต้องเป็ห่วงหรอกแม้ว่าฉันจะไม่ชนะแต่ก็ฆ่าฉันไม่ได้ง่ายๆหรอกนะ ” ไลท์หัวเราะ
แม้ว่าคนอื่นจะได้ยินที่ไลท์พูดแต่พวกเขาก็ยังคงรู้สึกกังวลอยู่ดี
หลังจากนั้นทุกๆคนก็พากันขยันฝึกฝนตัวเองให้แข็งแกร่งขึ้น พวกเขาไม่อยากที่จะเป็ภาระของไลท์
บนดาดฟ้าเรือ
ไลก้ากำลังแสดงสีหน้าตื่นเต้นเพราะลูกพี่บอกว่าวันนี้เขาจะถ่ายทอดทักษะลมปราณให้กับเขา
“ นายพร้อมแล้วใช่ไหมไลก้า? ” ไลท์ถามขึ้น
“ พร้อมแล้วลูกพี่! ” ไลก้าะโขึ้น
“ งั้นก็ทำตัวสบายๆ ” ไลท์พูดก่อนที่จะทำการถ่ายทอดทักษะต่อสู้บางอย่างให้กับไลก้า
ผ่านไปไม่นานไลก้าก็ลืมตาขึ้นด้วยท่าทีตื่นเต้น
“ สุดยอดเลยลูกพี่!! ” ไลก้าะโพร้อมกับะโโลดเต้น
“ จากนี้ไปนายก็ขยันฝึกฝนล่ะ ” ไลท์พูดขึ้น
“ เข้าใจแล้วลูกพี่ ผมจะไม่ทำให้ลูกพี่ผิดหวังอย่างแน่นอน ขอเอาหัวของผมเป็ประกัน!! ” ไลก้าพูดขึ้นอย่างมั่นใจจากนั้นก็หายตัวไปทันที
ก่อนที่จะออกจากเมืองทะเลสาบ ไลท์บอกให้ไลก้าซื้อคริสตัลมานาเตรียมเอาไว้เป็จำนวนมากทำให้ไลก้าพอได้ทักษะบ่มเพาะมาแล้วเขาก็จะได้ทะลวงระดับได้อย่างรวดเร็ว
ไม่นานพวกไลท์ก็มาถึงเมืองเปาเทีย
หลังจากที่จอดกริมรีปเปอร์แล้วพวกไลท์ก็หาที่พัก แม้ว่าทุกคนจะกังวลเื่เฟลิกซ์แต่เมื่อเห็นว่าไลท์ไม่ได้กังวลขนาดนั้นก็ทำให้ทุกๆคนเริ่มผ่อนคลาย
หลังจากหาที่พักเสร็จแล้ว ไลท์ก็ให้ทุกคนเที่ยวตามสบายถึงอย่างไงก็ต้องใช้เวลาอีกนานกว่าเฟลิกซ์จะมาถึงเมืองปาเทีย
ทุกคนเองก็ตอบรับก่อนที่จะเที่ยวตามสบาย
เมืองปาเทียนเป็เพียงเมืองเล็กๆที่ไว้สำหรับการเติมเสบียงเพราะฉะนั้นจึงไม่ค่อยมีสถานที่ท่องเที่ยวเท่าไรนักส่วนมากภายในเมืองจะมีร้านค้ามากมาย ร้านอาหารและโรงแรมเพียงเท่านั้น
ไลท์ไปที่สมาคมนักผจญภัยก่อนที่จะซื้อคริสตัลมานามาเป็จำนวนมากและกลับมาดูดซัพเพื่อเพิ่มพลังอย่างต่อเนื่อง
ครึ่งเดือนผ่านไป
ที่ด้านนอกของเมืองปาเทีย
เรือรบขนาดใหญ่ ด้านข้างเรือมีรูปสัญลักษณ์ของสภาจอมเวทย์คือรูปคนถือคฑาสีทองและชูขึ้นฟ้า
เฟลิกซ์ที่กำลังนอนเล่นอยู่ในห้องก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
“ เข้ามา ” เฟลิกซ์พูด
เมทัลเข้ามาและรายว่าตอนนี้พวกเราถึงเมืองปาเทียแล้ว
“ ในที่สุดก็ถึงสักที ” เฟลิกซ์ลุกขึ้นบิดี้เีและเดินออกมาด้านนอกทันที
เมื่อท่าจอดเรือยนต์เห็นว่าเป็เรือรบของสภาจอมเวทย์พวกเขาก็รีบส่งคนไปติดต่อเ้าเมืองทันที หากพวกเขาสร้างความไม่พอใจให้กับคนบนเรือพวกเขาอาจจะถูกไล่ออกหรือไม่ก็ถูกฆ่าได้เพราะฉะนั้นพวกเขาจึงให้เ้าเมืองมาต้อนรับด้วยตัวเอง อีกอย่างคนที่จะสามารถเคลื่อนเรือรบของสภาจอมเวทย์ได้จะต้องอยู่ในตำแหน่งที่สูงเอามากๆในระดับจอมเวทย์ศักดิ์สิทธิ์ขึ้นไป
เมื่อเ้าเมืองปาเทียรู้ข่าวก็รีบวิ่งมาที่ท่าจอดเรือยนต์อย่างรวดเร็ว
เ้าเมืองปาเทียเป็ชายวัยกลางคนรูปร่างเตี้ยเล็กน้อยแต่ดูกำยำ ชื่อของเขาคือพาสม่า
เมื่อพานม่าเห็นเฟลิกซ์ลงจากเรือรบก็ตัวสั่นเทาและรีบวิ่งไปหาทันที
“ ท่านผู้พิทักษ์ ” พาสม่ารีบมาหยุดต่อหน้าเฟลิกซ์พร้อมกับแสดงสีหน้าประจบประแจงในทันที
ชุดคลุมของระดับผู้พิทักษ์จะมีความพิเศษกว่าระดับอื่นก็คือชุดคลุมของผู้พิทักษ์จะมีสีขาวผสมทองดูมีออร่า ส่วนชุดคลุมของระดับจอมเวทย์ศักดิ์สิทธิ์จะมีสีขาว ส่วนระดับอื่นๆจะมีเพียงแค่สีเทาเท่านั้น
“ นายคือ? ” เฟลิกซ์มองไปยังพาสม่าด้วยความสงสัย
“ กระผมพานม่าเป็เ้าเมืองแห่งนี้ครับ ไม่ทราบว่าท่านผู้พิทักษ์้าสิ่งใดขอเพียงแค่บอกแก่กระผมได้ทันที ” พานม่าพูดขึ้น
เฟลิกซ์พยักหน้าและพูดขึ้นว่า “ จัดหาที่พักให้พวกเราสักสองสามวันแล้วกัน ”
พาสม่าตอบรับและรีบสั่งการลูกน้องทันที
“ นายไปหาพวกกลุ่มนักผจญภัยเดธปาร์ตี้แล้วพาพวกเขามาที่ที่พักของเ้าเมืองแล้วกัน ” เฟลิกซ์หันไปคุยกับเมทัล
เมทัลตอบรับและพาคนของสภาจอมเวทย์ไปอีกสามคน
ส่วนทางด้านเฟลิกซ์ก็เดินตามพาสม่าไปยังที่พัก
ทางด้านไลท์ที่กำลังกินข้าวอยู่ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งเขาก็สังเกตว่ามีนักผจญภัยหลายคนกำลังวิ่งวุ่นวายกันทั่วเมืองและยังะโคล้ายๆกันว่า “ ท่านไลท์อยู่ที่ไหนครับ! ” “ ท่านไลท์ตอบด้วยครับ ” ประมาณนี้
ไลท์ที่กำลังเคี้ยวข้าวอยู่ถึงกับสำลักทันที ส่วนทางด้านคนอื่นๆก็มองมาที่ไลท์ด้วยแววตาสงสัย
“ อาจารย์ไปทำอะไรมาหรอทำไมเขาถึงถามหาอาจารย์? ” เดซี่ถามขึ้นพร้อมกับมองมาที่ไลท์ด้วยแววตาคาดคั้น
“ ลูกพี่สุดยอดไปเลย ” ไลก้าที่ไม่รู้ว่าไลท์ไปทำเื่อะไรมาแต่ก็ยกนิ้วให้กับไลท์
แม้แต่เวโรนิก้าก็มองมาที่ไลท์พร้อมกับรอยยิ้มเ้าเล่ห์
ไลท์ : ….!!
“ ฉันจะไปรู้เหรอว่าพวกเขาตามหาฉันทำไม? ” ไลท์เองก็ยังรู้สึกสงสัย เขาเองก็ไม่ได้ไปทำอะไรผิดสักหน่อยทำไมพวกนักผจญภัยถึงได้ตามหาตัวเขากัน
ไม่นานก็เห็นว่ามีนักผจญภัยคนหนึ่งวิ่งเข้ามาภายในร้านอาหารก่อนที่เขาจะะโว่า “ ท่านไลท์อยู่ที่นี้ไหมครับ? ”
“ ฉันอยู่นี้ ” ไลท์ะโและยกมือ
เมื่อนักผจญภัยคนนั้นเห็นไลท์ แววตาของเขาก็เปร่งประกายก่อนที่จะรีบวิ่งไปหาไลท์ทันที
“ ท่านไลท์ ”
“ นายเป็ใครแล้วมีธุระอะไรกับฉัน? ” ไลท์ถามขึ้นด้วยความสงสัย
“ ผมชื่อเจิร์ส เมื่อสักครู่ทางสภาจอมเวทย์ได้ตามหาตัวท่านไลท์ พวกเขาจึงมาจ้างให้นักผจญภัยอย่างพวกเราตามหาตัวท่าน ” เจิร์สตอบ
ทันทีที่ทุกคนได้ยินคำตอบของเจิร์สพวกเขาก็เข้าใจได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น
สีหน้าของทุกคนพากันเคร่งเครียดผิดกับไลท์ที่ดูเหมือนจะตื่นเต้นเสียมากกว่า
“ ดูเหมือนว่าเฟลิกซ์จะมาแล้วสินะ ” ไลท์หัวเราะหึหึ
“ อาจารย์จะไหวไหม? ” เดซี่อดไม่ได้ที่จะถามออกมา
“ สบายๆ ไปกันเถอะพวกเราไม่ควรทำให้ผู้พิทักษ์เขารอนานนะ ” ไลท์หัวเราะก่อนที่จะลุกขึ้นยืน ส่วนคนอื่นๆก็เดินตามไป
ไม่นานไลท์ก็มาถึงตึกสมาคมนักผจญภัย
ไลท์และคนอื่นๆก็เห็นคนของสภาจอมเวทย์ยืนอยู่ ซึ่งชุดของพวกเขาจะเป็แบบทางการเพียงแค่มองก็รู้ได้ทันที
เมทัลเห็นกลุ่มคนมาใหม่เขาก็หรี่ตาลงและเดินไปหา
“ ตามฉันมา ” เมทัลพูดจบก็เดินนำทันที คนของสภาจอมเวทย์เองก็เดินตามไปด้วย
เพียงแต่ไม่นานเมทัลก็รู้สึกถึงแปลกๆก่อนที่จะหันหลังกลับมามอง
“ ทำไมพวกแกถึงไม่ตามมา? ” เมทัล
“ แล้วทำไมพวกเราต้องตามแกไปด้วย? มาถึงก็บอกให้ตามไปแกคิดว่าใครจะโง่ตามไป ” ไลท์หัวเราะเยาะก่อนที่จะส่ายหน้า
“ สารเลวแกเป็แค่นักผจญภัยแล้วจะมามีปัญหากับพวกเราสภาจอมเวทย์ได้งั้นเรอะ!! ” เมทัลคำรามด้วยความโกรธ
“ ฉันเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าพวกแกจะมีปัญญาพาพวกเราไปไหม ” ไลท์หัวเราะก่อนที่จะมองไปยังเดซี่
เดซี่เข้าใจความหมายของไลท์ทันทีจากนั้นเธอก็หัวเราะขึ้นมาอย่างตื่นเต้น
“ ฉันเองก็อยากจะรู้ว่าสภาจอมเวทย์จะแข็งแกร่งแค่ไหน เรามาทดสอบฝีมือกันหน่อยไหม? ” เดซี่พูดพร้อมเดินออกมา
“ เหอะ ก็ได้ในเมื่อพวกแกอยากเจ็บตัวขนาดนั้นฉันก็จะสนองให้ ” เมทัลกัดฟันก่อนที่จะสั่งให้ลูกน้องคนหนึ่งเป็คนจัดการ
“ เข้ามา ” เดซี่ชี้ดาบไปด้านหน้าเพื่อเป็การท้าทาย
ชายหนุ่มที่อายุประมาณยี่สิบปีนิดๆหยิบหอกออกมาและพูดขึ้นว่า “ ฉันชื่อคาห์น แม้ว่าฉันจะไม่ค่อยชอบต่อสู้กับผู้หญิงสักเท่าไร แต่ในเมื่อเป็หน้าที่ฉันก็หวังว่าเธอจะเข้าใจฉัน ”
“ นายนี้พูดมากจังเลยน้าเอาชนะฉันให้ได้ก่อนแล้วค่อยพูดเถอะ ” เดซี่หยอกล้อจนทำให้คาห์นหน้าเสีย
“ ก็ได้ในเมื่อเป็อย่างนี้ฉันก็จะจัดการเธอในกระบวนท่าเดียว ” คาห์นแสดงท่าทีจริงจังจับหอกในมือแน่น ดวงตาของเขามองไปยังเดซี่แบบไม่กระพริบตา
เพียงแต่เสี้ยววินาทีเดียวเขาก็เห็นว่าเดซี่ได้หายไปจากสายตาของเขาแล้ว และเขาก็ได้ยินเสียงของหญิงสาวดังขึ้นที่ข้างหูของเขา
“ นายแพ้แล้วละ ” เดซี่พูดด้วยรอยยิ้ม
คาห์นและคนอื่นๆต่างก็รู้สึกอึ้ง เพราะพวกเขาเห็นว่าดาบของเดซี่ได้ทิ่งอยู่ตรงด้านหลังของคาห์นโดยจุดตรงนั้นคือตรงบริเวณหัวใจพอดี
เหงื่อไหลเต็มใบหน้าและแผ่นหลังของคาห์น
“ ฉันแพ้แล้ว ” คาห์นถอนหายใจและเดินกลับไปด้วยสีหน้าอับอาย
“ คนต่อไป ” เดซี่พูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม
เพียงแต่รอยยิ้มของเดซี่ทำให้กลุ่มของเมทัลขนลุก
“ หัวหน้าดูเหมือนว่าพวกเราจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเธอ เห็นทีหัวหน้าคงต้องจัดการให้พวกเราแล้ว ” คาห์นเป็คนพูดพร้อมกับมองไปยังเมทัลด้วยแววตาจริงจัง
เมทัลตัวสั่นเพราะแม้แต่เขาก็ยังมองการเคลื่อนไหวของหญิงสาวคนนี้ไม่ทันแล้วจะให้เขาไปสู้กับเธอได้อย่างไง
เมทัลมองไปยังไลท์และคนอื่นๆด้วยแววตาหงุดหงิด
“ ฉันจะบอกอะไรให้ ฉันคือผู้ติดตามของท่านเฟลิกซ์เพราะฉะนั้นพวกนายควรที่จะมากับฉันแต่โดยดี ” เมทัลพูดขึ้น
“ ฉันบอกนายแล้วไงว่าถ้าหากนายมีปัญญาทำให้พวกฉันไปได้ก็ลองทำดูสิ ” ไลท์ยิ้มก่อนที่จะเดินไปหาที่นั่ง
“ แก!! ” เมทัลกัดฟัน ั้แ่เขาอยู่ในสภาจอมเวทย์มาไม่เคยโดนเหยียดหยามแบบนี้มาก่อน แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ทำอะไรไม่ได้เพราะอีกฝ่ายดูเหมือนจะแข็งแกร่งกว่ามันมาก เกรงว่ามีแต่ตัวตนระดับSขึ้นไปจึงจะสามารถเอาชนะพวกนี้ได้
“ ฉันก็ว่าทำไมถึงได้นานขนาดนี้ที่แท้เกิดเื่นี้เอง ” เสียงที่ดูเฉยเมยดังขึ้นจากด้านหลัง