แสงโออาจากมวลอนุภาคที่สอดส่องของแสงอาทิตย์ที่เฉิดฉายสาดส่องทั่วท้องนภา ตกกระทบพื้นผิวรังสรรความวิจิต ตระกาลตาทั่วทุกพื้นที่เบื้องล่างก่อนจะถูกบดบังด้วยก้อนเงาขนาดใหญ่ที่แตกตัวพร้อม โปรยปรายของเหลวแดงฉานที่เป็โลหิตชนิดพิเศษที่เกิดจากการประสานปราณเฉพาะของอสูรปักษาโลหิต ที่กระหน่ำตกลงเบื้องล่างพร้อมกับขนนกที่ถูกพลัดสยายออกไปทั่วทุกที่สนามรบพื้นผิวรอบนอกเริ่มถูกชะโลมโลหิตนี้มากขึ้นเรื่อยๆ อย่างช้าๆโดยไม่หยุดหย่อนสะเหมือนฝนพร่ำที่ก่อเกิดขึ้นมาตามธรรมชาติและตกต้องตามฤดู
ก่อนจะพลัดเส้นขนมากมายที่เมื่อหลอมรวมเข้ากับหยาดโลหิตที่ประดังตกลงมาตามแรงโน้มถ่วงแล้วก่อเกิดรูปแบบบิดม้วนเกลียวแหลมคมพร้อมทิ้งดิ่งพร้อมอนุภาพเจาะทะลวงทุกสรรพสิ่งเบื้องล่าง ภายใต้ม่านพลังปราณมหาศาลที่เหล่าบรรดาคณาจารย์ ชาวยุทธต่างพากันโหมสาดกระจายพลังปราณเข้าประสานกัน ต้านฝนโลหิตไม่ให้ถูกตัวเพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายที่ยังไม่รู้แน่ชัด ทว่าเมื่อสิ่งที่ตกลงมาก่อเกิดอนุภาพทำลายเจาะเข้าม่านพลัง ครั้งแล้วครั้งเล่าราวกับเสียงปริแตกเศษแก้วที่พลั่งพรูทั่วผิวโดมโปร่งใสที่อัดพลังปราณสายวารีที่วาดออกไปทั่วสนามรบนี้
"ปลดปล่อยทักษะคุ้มกายกันได้แล้ว ของเหลวที่ตกลงมาไม่สามารถผ่านม่านพลังได้แต่ ไม่ใช่กับเข็มประหลาดนั้น อย่าได้ลดทอนััตัวเองเด็ดขาด สิ่งใดที่ผ่านม่านมาได้ล้วนแล้วเอาชีวิตพวกเ้าได้จำเอาไว้"
ร่างาุโหญิงหนึ่งในคณาจารย์ที่ สบัดมือสร้างมวลน้ำมหาศาลไหลหลากพุ้งโพยดั่งน้ำพุเข้าเสริมม่านพลังเบื้องบนที่พร้อมจะแตกทุกเมื่อทำการเสริมพลังม่านให้คงอยู่อย่างทันท่วงที พร้อมชักนำพลังสายน้ำห่อหุ้มโอสถฟื่นฟูพร้อมบีบอัดให้แตกก่อนลำเลียงเข้าริมฝีปากของนางทันที ชาวยุทธที่ไม่โดดเด่นเื่การสร้างปราณสำหรับคุ้มกายหรือสนับสนุน ทำได้เพียงลดระดับพลังของตนให้เบาลงไม่อาจปลดปล่อยพลังได้อย่างเต็มที่ เพื่อไม่ให้ม่านพลังถูกทำลายภายใต้ของเล็กเเหลมที่ทะลุทะลวงเข้ามา จึงเข้าปัดป้องหักเหเกลื้อหนุนพวกพ้องแทน
"ชิแบบนี้ ไม่ได้การแล้วหากปล่อยเช่นนี้ พวกเราต้องเสียโอสถฟื่นฟูไปอย่างเปล่าประโยชน์ ดูเหมือนจะเป็พลังที่ปล่อยออกมาก่อกวนกระบวนทัพพวกเรา ดูนั้น ฝูงอสูรมายามาอีกแล้ว ประกาศขอกำลังเสริมจากเื้ัเร็วเข้า!
ภาพเบื้องหน้าทะลุตัวโดมที่กางโปรงใส ฝูงสัตว์อสูรจากระรอกที่เข้ามาขนาดกว้างเท่ากระดานฝึกสอนหรือคนสามสี่คนกางแขนเพียงเท่านั้น ปริมาณที่มานับร้อยตนที่ปลดปล่อยออกมา เหมือนเป็การลองเชิงพวกเค้า ทว่าครากลับไม่ใช่อีกต่อไป
ฝูงสัตว์มายานับพันๆ ตนจากสามทิศ ทั้ง ซ้าย ขวา และเบื้องหน้าต่างโหมกระหน่ำย้ำกายบุกเข้าหาอย่างไม่คิดชีวิต ขากรรไกรพร้อมหยาดน้ำลายที่ไหลกรอกปากที่อ้าค้างพร้อมกายสี่ขา หรือสองขามากมายหลายสายพันธุ์กินเหนือต่างพุ่งกัดขยำ ม่านพลังโปรงใสที่ยับเยินผิดรูปตามลักษณะกรามฟันที่กัดซึมเขี้ยวเคลือบเข้ามาในชั้นป่านกักกันนี้ ตัวแล้วตัวเล่า ชาวยุทธด้านในพุ่งเข้าใส่อย่างรีบร้อนทำได้เพียงพลักใสพวกมันให้กระเด็นออกไป ไม่กี่ย่างก้าวประวิงเวลาได้เพียงไม่กี่ลมหายใจก่อนตัวที่กระเด็นออกไปจะกลับเข้ามาซ้ำจุดเดิมและตัวอื่นๆที่เข้ามาประชิดอีกครั้ง
เื้ัของพวกมันก็ตามมาด้วยฝูงสัตว์อสูรที่ใต่ไล่เรียงเป็สะพานสัตว์เต็มพื้นโดมที่รุมขยำโดยไม่ได้สนใจ ปราณทะลวงบางส่วนที่พุ่งเจาะทะลุร่างของมันก่อนจะทะลวงดิ่งลงมาใส่เหล่าชาวยุทธอีกครั้ง เสริมแรงทำลายตัวโดมที่เริ่มบิดเบี้ยวรูปทรงและประคับประคองพลังที่เสริมเกลื้อหนุนแต่หักลบพลังทำลายที่มากกว่า ตัวโดมเริ่มเกิดรอยปริแตกขึ้นมาในที่สุด
เบื้องเหลังพวกเค้า ต่างยอมเสี่ยงปล่อยพลังเข้าใส่อสูรปักษาเบื้องบนที่พลัดใช้กระบวณท่ากับขนนกสลับไปมาอย่างบ้าคลั่งหากแต่ เบื้องล่างไม่อาจสามารถกะช่องว่างความสูงระหว่างตนกับตัวเป้าหมายได้อย่างชัดเจนอีกทั้งสัตว์มายาที่เข้ามาแทรกพลังที่เข้าหาก็ทำให้พลังทำลายลดลงทันทีหลายส่วน ทำให้พลังที่ลงเหลือไม่อาจส่งถึงได้ไกลและตกลงดิ่งเป็พลังทำลายพื้นเบื้องล่าง ณ จุดอื่นไปในทันที พวกเค้าที่อยู่ในสถานการณ์ขั้นวิกฤต
ประจวบเหมาะกับม่านพลังของลูกบาศสีดำที่มีเหล่าแม่ทัพ นายกองพลมากมายที่เข้าห่ำหั่นกับสัตว์อสูรระดับแนวหน้า ก็เริ่มออกมา ในสภาพที่ปางตาย บางก็เหนื่อยอ่อนก่อนกายของพวกเค้าจะต้องเข้ากับฝนโลหิตอย่างรวดเร็วก่อนทั่วร่างพวกเค้าจะเริ่มเปรอะเปื้อนของเหลวนี้มากขึ้นๆ
อาการเหนื่อยหอยที่มาจากศึกหนักภายในกลับเริ่มถูกแทรกแซงด้วยความรู้สึกเผาใหม้ผิวกายอย่างประหลาด แม้ไม่ได้ร้ายแรงแต่ก็เริ่มสร้างความรำคาณไม่น้อยอีกทั้งพลังที่หลงเหลือเพียงน้อยนิดกลับถูกกัดกล่อนไปด้วยหยาดโลหิตที่เริ่มฉะโลมร่างของตนสร้างความประหลาดใจแก่ผู้มาใหม่นี้ก่อนจะเริ่มตะเกียดร่างที่จะล้มแหล่ไม่ล้อมแหล่ ทำให้การขยับร่างกายนั้นเชื่องช้าแต่ก็ยังสามารถปวิงสติตัวเองรีบเข้าปะทะอสูรมายาเบื้องล่าง ที่เกาะเต็มม่านพลังที่สร้างขึ้นมาสลัดออกไปได้อย่างรวดเร็ว
"ข้าได้รับของเหลวบ้านี้โดยตรง จัดเตรียมปราณประเภทวารีชำระพร้อมตรวจสอบร่างกายข้าที! เสียงะโของ หนึ่งในนายกองหน่วย ที่เข้าต่อสู้กับสัตว์อสูรแล้วรอดชีวิตมาในสภาพที่เหนื่อยอ่อน เกราะประจำตัวตอนนี้แตกละเอียดเหลือเพียงกายเปล่าที่อาบไปด้วยฝนโลหิตครึ่งร่าง แขนที่หายไปข้างกับร่องรอยาแฉกรรจ์ปรากฏเื้ั
ก่อนจะสบัดพลังปราณเกิดแรงกรรโชกเข้าสลัดร่างสัตว์มายาให้กระเด็นออกไปก่อนจะทิ้งกายเข้าสู่เบื้องล่างที่เป็บ่อปราณวารีที่เหล่าชาวยุทธตั้งไว้พร้อมแล้ว หน่วยแพทย์ฉุกเฉินรีบเข้าตัวสอบร่างกาย พร้อมป้อนโอสถหยุดโลหิตที่ไหลไม่หยุดจากแขนที่เสียไป ก่อนจะรีบเข้าตรวจสอบโลหิตปราณที่อสูรปักษาสลัดออกมา
"ปราณพิษประเภทกัดกร่อนระดับ 1 เท่านั้น" ระดับสัตว์อสูรระดับหัวหน้าเหตุใดพิษกัดกร่อนถึงมีเพียงระดับนี้กัน......ข้าเข้าใจแล้วดูเหมือนจะสร้างมาเพื่อตบตาสิ่งเจือปนกับโลหิตที่มีสภาพของแข็งที่บิดม้วนเป็"เกลียวแหลมโลหิต"นั้นพวกมัน้าถ่วงเวลาเพื่อสถานการณ์บางอย่างแต่คืออะไร ?
เสียงหัวหน้าหน่วยแพทย์ฉุกเฉินที่เข้าทำการตรวจสอบเริ่มเชื่อมโยงความคิดของนาง สลับมองฝูงสัตว์มายาที่ปลิวว่อนกลางอากาศด้วยแรงกรรโชก หลายร้อยสายที่สร้างขึ้นจากหัวหน้ามากมายที่เริ่มเข้ามาเสริมจากเบื้องบนมากขึ้นเรื่อยๆ ก่อนท่าทางพวกเค้าจะเริ่มให้ความสนใจกับร่างปรากฏใหม่ร่างนึงที่ออกมาจาก ช่องว่างลูกบาศต์กระหลาดนั้น ด้วยความรู้สึกและััผู้มาใหม่ที่แปลกออกไปของพวกเค้าที่ััได้ทั้งหมด
ร่างที่ปรากฏกายเบื้องหน้าพวกเค้าควรเป็คนที่พวกเค้าคุ้นเคยบางคนทว่ากลับไม่ใช่เป็มนุษย์กลับเป็สัตว์อสูรหมาป่าที่ไหล่ข้างนึงแหลกละเอียดที่เห็นเป็กระดูกพร้อมก้อนเนื้อผิดรูปที่สะอิดสะเอียดยังติดอยู่ กายที่าเ็สาหัสแต่ยังคงมีสติ
ดวงตาแหลมคมมองลงมาหยั่งเบื้องล่างก่อนจะเห่าหอนออกไป ประกาศถึงผู้ชนะของมัน ให้รับรู้พร้อมโยนจี้คอที่บิ่นผิดรูปที่อาบโลหิตผู้เป็เ้าของเส้นนึงที่เป็สัญลักษณ์ตราเหยี่ยวที่จะมอบให้ผู้มีพร์ที่โดดเด่นรับหน้าที่ในการเข้าต่อสู้กับตัวตนที่แข็งแกร่งฝั่งอสูรหนึ่งในผู้กล้าที่เข้าประจันหน้ากับสัตว์อสูรระดับหัวหน้าเช่นมัน