ฉันยืนมือสั่นระริกขณะค่อยๆ เอียงซองกระดาษใบเล็ก เทผงยาสลบสีขาวนวลละเอียดลงในแก้วน้ำชาสมุนไพรอุ่นๆ ควันสีขาวลอยม้วนตัวกรุ่นชวนให้หัวใจเต้นกระหน่ำสั่นระทึกอย่างยากจะควบคุม สองมือของฉันเย็นเฉียบจนแทบไม่รู้สึกถึงความร้อนจากกาน้ำชาที่เพิ่งต้มเดือดพล่าน ผงยาบางเบาค่อยๆ ละลายหายไปในน้ำชาสีทองเข้มจนกลายเป็เนื้อเดียวกันอย่างรวดเร็ว กลิ่นหอมสมุนไพรอ่อนๆ ผสมกับกลิ่นอายราคะดิบของกามารมณ์ที่เพิ่งจะมอดดับลงไปหมาดๆ ยังอบอวลอยู่ในบรรยากาศแคบๆ ของห้องครัว เสื้อคลุมผ้าไหมสีชมพูตัวสั้นบางเบาที่ฉันคว้ามาสวมใส่อย่างลวกๆ แทบไม่ได้ช่วยปิดบังเรือนร่างอวบอัดสะบึมอันเย้ายวนได้เลย หน้าอกเต้าคัพ E แท้ธรรมชาติของฉันยังคงขึ้นสีระเรื่อ ขยับะเืโยนตัวตึงรัดจากบทลงทัณฑ์สามเส้าอันดุเดือดเมื่อครู่ ยอดปทุมถันสีหวานชูชันระบมตึง ยามขยับร่างกายทีไรหยาดน้ำรักที่เอ่อล้นช่องทางสวาทด้านหน้าและร่องรักด้านหลังก็ไหลเยิ้มอาบต้นขาด้านในจนชื้นแฉะเฉอะแฉะทุกย่างก้าว
หัวใจของฉันบีบรัดตัวแน่นจนแทบหายใจไม่ออก ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีตีรวนกับความ้าเอาชีวิตรอดและความเสียวซ่านที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในร่างกายนี่มันทำให้ฉันรู้สึกละอายใจสุดแสน นี่ฉันกำลังร่วมมือกับบอดี้การ์ดั์ที่เป็ชู้รักลอบวางยาสลบเ้านายอาหรับผู้ทรงอิทธิพลเพื่อหนีไปหาอิสรภาพอย่างนั้นหรือ? แผนการทรยศครั้งนี้จะนำพาฉันไปสู่ชีวิตใหม่จริงๆ หรือมันคือการก้าวเข้าสู่กรงขังบ่วงราคะที่ลึกหนาและโหดร้ายป่าเถื่อนยิ่งกว่าเดิมกันแน่?
"ทำให้มันเร็วเข้า มะนาว... อย่าชักช้าเด็ดขาด" เสียงทุ้มต่ำดุดันของทาริกดังกระซิบแ่มาจากเงามืดข้างซุ้มประตูห้องครัว ร่างั์กำยำของเขายืนสงบนิ่งคอยคุมเชิงอยู่ แววตาสีเข้มดิบเถื่อนคู่นั้นที่เคยเฝ้ามองฉันผ่านกล้องแอบถ่ายและบานกระจกเงาด้านเดียวในห้องนอน บัดนี้เต็มไปด้วยความตึงเครียดและกดดันระวังภัยสูงสุด
ฉันสูดลมหายใจลึกเพื่อระงับความตื่นตระหนก ประคองถาดเงินขัดเงาที่มีแก้วน้ำชาสมุนไพรอุ่นร้อนก้าวเดินออกไปจากห้องครัวอย่างเงียบเชียบ เสียงฝีเท้าของฉันหายไปกับพรมขนสัตว์หนานุ่มราคาแพงที่ปูลาดตามระเบียงทางเดินในวิลล่าป้อมปราการอันโอ่อ่า บนเก้าอี้ไม้แกะสลักสีเข้มตัวใหญ่กลางโถงพักผ่อน ชีคคาริม อัล-ฟาร์ฮาน นอนเอนกายพิงพนักเก้าอี้ในสภาพเปลือยท่อนบนที่แข็งแกร่งกำยำ แผ่นอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามและไรขนสีดอกเลาตามวัย 52 ปีสะท้อนขึ้นลงสม่ำเสมอ ร่างสูงใหญ่สง่ากว่า 188 เิเของเ้านายอาหรับยังคงแผ่ไอความน่าเกรงขามดุดัน แม้ว่าเขาจะเพิ่งเสร็จสิ้นศึกรักอันทรหดกับฉันมาก็ตาม บนผิวเนื้อคร้ามแดดของเขายังมีรอยเล็บแดงๆ ของฉันที่ขูดข่วนฝากไว้เป็อนุสรณ์แห่งความกระสันเสียวซ่านยามถูกเขารังแก
ฉันทรุดตัวคุกเข่าลงข้างกายเขาอย่างอ่อนน้อมถ่อมตัว มือที่ยกถาดน้ำชาสั่นระริกจนถ้วยกระเบื้องเคลือบส่งเสียงคลิกๆ เบาๆ กลิ่นเหงื่ออ่อนผสมกลิ่นอายบุรุษเพศและอำนาจเหนือกว่าของเขาทำให้ฉันรู้สึกเย็นวาบไปตามแนวสันหลัง
คาริมค่อยๆ ลืมตาปรือปรอยดุจเหยี่ยวคู่นั้นขึ้นช้าๆ แววตาสีเข้มคมปลาบจ้องเขม็งเข้ามาในดวงตากลมหม่นแสงของฉัน แววตาคู่นั้นดูลึกลับและดุดันจนฉันแทบอยากจะมุดดินหนี เขากวาดสายตาโลมเลียหน้าอกคัพ E ที่โผล่พ้นสาบเสื้อคลุมไหมเบียดแน่นเป็ร่องลึก ก่อนจะหยุดลงที่ถ้วยชาสมุนไพรในมือฉัน
"มือสั่นขนาดนี้เลยเหรอ มะนาว..." คาริมเอ่ยน้ำเสียงแหบพร่าเนือยๆ พลางยื่นฝ่ามือหนาหยาบกร้านมาจับกุมมือฉันไว้ ััอุ่นร้อนกระตุ้นความรู้สึกรัญจวนใจและหวาดกลัวตีรวนกันในท้องน้อย "เพิ่งผ่านบทลงโทษไปแค่ครั้งเดียว ร่างกายของเธอกลับสั่นเทาไม่ต่างจากนกปีกหัก หรือแท้จริงแล้ว... เธอยังโหยหาและอยากได้รับการสอดใส่กระแทกกระทั้นจากฉันกับทาริกบนเก้าอี้ตัวนี้ต่ออีกรอบ?"
"มะ... มะนาวแค่เหนื่อยค่ะคุณคาริม น้ำชาร้อนๆ นี้จะช่วยให้คุณคาริมพักผ่อนได้สบายขึ้นนะคะ..." ฉันพยายามบังคับน้ำเสียงไม่ให้สั่นเครือ แสร้งทำเป็ส่งยิ้มอ่อนหวานชดช้อยแบบสาวไทยที่ยอมจำนนต่อราคะและเอื้อนเอ่ยประจบ ทั้งที่ในอกมันร้อนรุ่มราวกับมีไฟแผดเผา
คาริมแสยะยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจ แววตาดุร้ายป่าเถื่อนอ่อนแสงลงเพราะความเหนื่อยสะสมทางกาย เขาปล่อยมือฉันแล้วหยิบถ้วยชาสมุนไพรขึ้นมาจ่อริมฝีปากหยักลึก ควันอุ่นลอยปะทะใบหน้าคมดุดันของมหาเศรษฐีวัยกลางคน เขาสูดกลิ่นหอมก่อนจะยกแก้วขึ้นดื่มชาสมุนไพรผสมยาสลบนั้นรวดเดียวจนหมดเกลี้ยงไม่เหลือแม้แต่หยดเดียว
เมื่อถ้วยชาเปล่าถูกวางกลับลงบนถาดเงิน ฉันก็ลอบถอนหายใจยาวเหยียดในอก ทว่ายังไม่ทันที่ฉันจะลุกเดินหนี ร่างสูงใหญ่ของชีคคาริมก็เริ่มสั่นโงนเงน แววตาคมดุเริ่มเลื่อนลอยและปรือปิดลง ศีรษะที่เต็มไปด้วยหนวดเคราสีแซมเทาเอียงวูบลงต่ำ ก่อนที่ร่างกำยำหนาของเ้านายอาหรับจะฟุบหน้าลงกระแทกกับโต๊ะไม้เสียงดังปัง! ร่างของเขานอนแน่นิ่ง ลมหายใจที่เคยหนักหน่วงสม่ำเสมอเปลี่ยนเป็ยาวลึก บ่งบอกว่าพิษยานอนหลับชนิดรุนแรงพิเศษที่ทาริกเตรียมมาได้ออกฤทธิ์ปิดประสาทััของเขาโดยสมบูรณ์แล้ว
"รีบไปเร็ว! ยามีฤทธิ์แค่ไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น!"
เสียงกระซิบเฉียบขาดดังขึ้นพร้อมกับร่างั์ของทาริกที่ก้าวพรวดออกมาจากเงามืดหลังเสาหินขนาดใหญ่ เขาพุ่งตรงเข้ามาคว้าข้อมือของฉันไว้แน่น แรงบีบจากนิ้วมือหนาใหญ่ทำให้ฉันนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ ทาริกกระชากร่างอวบอัดของฉันให้ลุกขึ้นยืนพลางลากจูงกึ่งกระชากให้เดินตามเขาไปทางประตูด้านหลังป้อมปราการอย่างรวดเร็ว
"ทาริก... ฉันเจ็บ..." ฉันประท้วงแ่เบาพลางสาวเท้าวิ่งตามร่างั์ที่สูงใหญ่เกือบสองเมตรอย่างทุลักทุเล เสื้อคลุมผ้าไหมตัวบางปลิวสยายเปิดเผยต้นขาอวบแน่นสีน้ำผึ้งและสะโพกผาย 38 นิ้วที่ส่ายไปมาตามจังหวะก้าวเดิน ความรู้สึกเหนอะหนะอุ่นชื้นที่ระลอกหลังและร่องรักเปียกชุ่มทำให้ทุกย่างก้าวยามวิ่งผ่านโถงทางเดินมืดมิดเต็มไปด้วยความทารุณปนเสียวซ่านชวนให้ขนลุกซู่
ทาริกพาย่องเลาะเลียบไปตามซอกมุมทึบแสงของป้อมปราการวิลล่าทะเลทรายแห่งนี้อย่างชำนาญการ เขารู้จักระบบรักษาความปลอดภัยทุกตารางนิ้ว รวมถึงมุมอับสายตาของกล้องวงจรปิดมุมสูงที่ติดตั้งอยู่รอบรั้วเหล็ก ทาริกใช้แท็บเล็ตส่วนตัวกดปุ่มตัดกระแสไฟของกล้องวงจรปิดในโซนทิศใต้ชั่วคราว ทำให้ไฟสีแดงที่เคยกะพริบจับจ้องเงียบงันดับลงทันใด
เราสองคนวิ่งตัดผ่านลานทรายแห้งกรังหลังป้อมปราการ ลมทะเลทรายยามค่ำคืนพัดกระโชกแรงหอบเอาเม็ดทรายสากๆ ปะทะผิวกายเนียนระเรื่อของฉันจนรู้สึกหนาวสะท้านและเจ็บแสบไปหมด เสื้อผ้าไหมตัวเดียวไม่ได้ช่วยบดบังความหนาวเย็นะเืของราตรีกลางทะเลทรายได้เลย หัวใจของฉันเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนหวาดกลัวอย่างขีดสุด ทุกอย่างรอบตัวดูมืดมิดและกว้างใหญ่ไพศาลราวกับจะกลืนกินร่างของฉันให้หายสาบสูญไปตลอดกาล
ที่ซอกหุบเขาดินทรายแห้งแล้งหลังเนินหินใหญ่ รถจี๊ปทหารสี่ล้อคันโตสีทึบจอดซ่อนตัวอยู่ในความเงียบ ทาริกดึงเปิดประตูฝั่งผู้โดยสารแล้วอุ้มร่างอวบสะบึมของฉันเหวี่ยงขึ้นไปบนเบาะนั่งหนาด้านหน้าอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เขาจะก้าวขึ้นนั่งฝั่งคนขับ สตาร์ตเครื่องยนต์ที่ได้รับการปรับแต่งท่อไอเสียให้ส่งเสียงคำรามแ่เบาราวเสียงกระซิบของสายลม แล้วเหยียบคันเร่งบึ่งรถจี๊ปทะยานฝ่าผืนทรายที่เวิ้งว้างมืดมิดออกไปทันที
แสงไฟหน้าของรถจี๊ปสาดส่องผืนทรายสีทองเหลืองอร่ามปนหม่นหมองในความมืด เนินทรายสูงต่ำสลับซับซ้อนดูราวกับเกลียวคลื่นั์ในมหาสมุทรที่หยุดนิ่ง รถโยกคลอนโคลงเคลงอย่างรุนแรงเมื่อต้องแล่นลุยผ่านระลอกทรายนุ่มเหนียวและเนินทรายลาดชัน บรรยากาศภายในห้องโดยสารแคบๆ ตึงเครียดเงียบงันจนได้ยินเพียงเสียงเครื่องยนต์และเสียงลมพัดกระหน่ำปะทะตัวถังรถด้านนอก
ฉันนั่งขดตัวอยู่บนเบาะหนัง มือสองข้างโอบกอดร่างกายตัวเองไว้แน่นท่ามกลางความหนาวเหน็บที่แผ่ซ่านมาจากภายนอก ความเงียบและความใกล้ชิดในพื้นที่จำกัดทำให้ฉันอึดอัดระคนเสียวซ่านแปลกๆ ร่างกายั์ใหญ่กำยำของทาริกที่นั่งจับพวงมาลัยอยู่ข้างๆ แผ่รังสีความดิบเถื่อนและกลิ่นอายชายฉกรรจ์ที่รุนแรง กลิ่นเหงื่อที่ปะปนกับกลิ่นยาสูบฉุนเฉียวลอยมาเตะจมูกทุกครั้งที่รถโยกคลอน ตัวของฉันจะเอียงไปเบียดเสียดแนบชิดกับหัวไหล่และต้นขาแกร่งของเขาอย่างเลี่ยงไม่ได้
หน้าอก E คัพล้นทะลักเบียดเสียดกับต้นแขนหนาปูดโปนของบอดี้การ์ดั์ ความร้อนผ่าวของผิวกายเขาที่ััผ่านเนื้อผ้าไหมบางๆ ปลุกเร้าให้ความรู้สึกกระสันเสียววาบหวามในท้องน้อยที่เพิ่งสงบลงเริ่มปะทุขึ้นมาอีกครั้ง ร่องรักที่ยังเปียกนองไปด้วยหยาดน้ำรักบีบตัวตอดขมิบตุบๆ ยามตัวรถกระแทกเนินทราย ความละอายใจเกาะกุมจิตใจแต่ร่างกายกลับตอบสนองต่อกลิ่นอายความดุร้ายของชายผู้ร่วมทรยศอย่างน่ารังเกียจ
"ทาริก..." ฉันตัดสินใจเอ่ยปากถามทำลายความเงียบ น้ำเสียงเบาหวิวราวกับจะถูกลมทะเลทรายกลบเกลื่อน "เรา... เรากำลังจะไปที่ไหนกันแน่? แล้วคุณซาเมียร์... เขาจะมารับฉันจริงๆ ใช่ไหม?"
ทาริกไม่ได้หันมามอง ใบหน้าเข้มดิบเถื่อนยังคงจ้องมองทางเบื้องหน้าในความมืด มือหนาควบคุมพวงมาลัยรถจี๊ปหลบหลีกร่องทรายลึกอย่างคล่องแคล่ว แสงไฟสลัวจากหน้าปัดรถส่องให้เห็นโครงหน้าเหลี่ยมคมและั์ตาสีเข้มคมกริบของเขาที่วาววับ
"ไปจุดนัดพบลับกลางทะเลทรายห่างจากวิลล่าประมาณสามสิบไมล์ ซาเมียร์จอดรถรออยู่ที่นั่นพร้อมกับเงินห้าล้านดอลลาร์ตามที่ตกลงกันไว้" ทาริกตอบเสียงต่ำเรียบเฉย "เขาจะพาสายการบินส่วนตัวมารับเธอออกนอกประเทศดูไบ ส่วนฉันจะได้ส่วนแบ่งก้อนโตไปตั้งตัวใหม่"
"แล้วคุณคาริมล่ะ..." หัวใจของฉันหล่นวูบเมื่อคิดถึงเ้านายอาหรับคนแรกที่กักขังฉันไว้ในกรงทองเสน่หา "ถ้ายาสลบหมดฤทธิ์แล้วเขาตื่นขึ้นมา... เขาจะต้องรู้แน่ว่าทาริกเป็คนหักหลัง และฉันเป็คนวางยาเขา... เขาจะไม่ส่งคนตามล่าพวกเราเหรอ? คาริมมีอำนาจล้นฟ้าขนาดนั้น เขาไม่มีทางปล่อยฉันไปง่ายๆ แน่"
ทาริกเค้นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะดุดันไร้ความกลัวเกรงทำให้ฉันขนลุก "ท่านชีคคาริมอาจจะมีอำนาจล้นฟ้าในดูไบ แต่นี่คือทะเลทรายที่รกร้างและเวิ้งว้าง ไร้ร่องรอย ไร้สัญญาณติดต่อ สภาพแวดล้อมที่มืดมิดและโหดร้ายป่าเถื่อนนี้คือกรงขังธรรมชาติที่ไม่มีใครค้นพบได้ง่ายๆ กว่าคนสนิทคนอื่นจะเอะใจว่าท่านชีคเงียบหายไป ก็คงผ่านไปเป็วันๆ ถึงเวลานั้น ซาเมียร์ก็พาเธอข้ามพรมแดนไปไกลแล้ว ส่วนฉันก็หายตัวไปพร้อมกับเงินกองโตไม่มีวันตามตัวเจอ"
ฉันพยักหน้ารับคำเบาๆ แต่ความกังวลไม่ได้ลดน้อยลงเลย ความรู้สึกขัดแย้งในใจเริ่มทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนสมองตื้อไปหมด ในหัวสมองของฉันสับสนระหว่างทางเลือกที่น่ากลัวทั้งสองทาง ทางแรกคือหากแผนการล้มเหลว คาริมตื่นขึ้นมาล่ากะทันหัน ฉันจะได้รับบทลงโทษที่โเี้ป่าเถื่อนยิ่งกว่าความตายอย่างไม่ต้องสงสัย ส่วนทางเลือกที่สองคือการก้าวไปเผชิญหน้ากับซาเมียร์...
ซาเมียร์ นักธุรกิจลูกครึ่งอาหรับ-ฝรั่งเศสรุ่นน้องที่มีสายตาเชื่อมหวานระคนหิวกระหายกามารมณ์ไม่ต่างจากคาริม เขายอมจ่ายเงินถึง 5 ล้านดอลลาร์เพื่อซื้อตัวผู้หญิงไร้ค่าอย่างฉันไปต่อหน้าคาริม มันหมายความว่าฉันจะต้องกลายเป็ "ของเล่นชิ้นใหม่" ของเขาอย่างเต็มตัวใช่ไหม? สัญญามาดามเสน่หาของซาเมียร์จะโหดร้ายป่าเถื่อนกี่เท่าพันทวี? หรือฉันควรจะหนีไปกับทาริก บอดี้การ์ดั์ที่เป็ชู้รักข้างเตียงชีคคนนี้ดี?
ทาริกมองดูมีจิตใจที่ซับซ้อนและลึกลับ เขาร่วมมือกับฉันเพราะ้าเงิน 5 ล้านดอลลาร์และแอบเล่นเสียวกับฉันด้วยความใคร่ส่วนตัว หรือแท้จริงแล้วเขามีความรู้สึกรักใคร่และอยากปกป้องฉันจริงๆ กันแน่? ััที่กระแทกกระทั้นอย่างป่าเถื่อนในมุมมืดของห้องนิรภัยยังคงทำให้ฉันสั่นเทิ้มด้วยความกลัวผสมผสานกับความสยิวรัญจวนใจ ทว่าสายตาดุจผู้ลอบสังเกตที่เขาเคยใช้มองฉันผ่านกล้องแอบถ่ายทำให้ฉันไม่สามารถไว้วางใจผู้ชายร่างั์คนนี้ได้เต็มร้อย
"เธอคิดอะไรอยู่ มะนาว" ทาริกเอ่ยถามขึ้นมาดื้อๆ ั์ตาคมเข้มชำเลืองมองผิวกายอวบชื้นเหงื่อรักของฉันที่เปิเผยออกมาพ้นเสื้อคลุมผ้าไหม
"ฉัน... ฉันแค่กลัว..." ฉันตอบความจริงพลางกระชับเสื้อคลุมปิดทรวงอก E คัพให้มิดชิดขึ้น ทว่าความกว้างใหญ่และเวิ้งว้างของทะเลทรายนอกหน้าต่างรถกลับยิ่งเน้นย้ำความโดดเดี่ยวและไร้หนทางของฉัน ลมพายุทรายเริ่มพัดแรงขึ้นเป็ระยะๆ หอบเอาฝุ่นผงทรายสีเหลืองละอองปลิวฟุ้งตัดผ่านลำแสงไฟหน้ารถจี๊ป บรรยากาศรอบข้างดูราวกับดินแดนแห่งความตายที่พร้อมจะสะกดิญญาผู้บุกรุกให้สูญสลาย
"ไม่ต้องกลัว..." ทาริกเอื้อมมือหนาใหญ่และร้อนผ่าวข้างหนึ่งละจากพวงมาลัยมากดทับลงบนหัวเข่าอวบแน่นของฉัน แรงบีบเค้นเบาๆ ทำให้เนื้อตัวของฉันสะดุ้งวาบ ความร้อนจากฝ่ามือหนาแผ่ซ่านซึมลึกเข้าสู่ผิวเนื้อสร้างกระแสเสียวซ่านแล่นพล่านไปยังท้องน้อย ร่องสวาทขมิบตอดรัดกลืนกินน้ำรักเก่าหนืดเหนียวจนเปียกแฉะเพิ่มขึ้น "เมื่อไปถึงจุดนัดพบ... ทุกอย่างจะจบลง เงินห้าล้านจะเป็ตัวการันตีชีวิตใหม่ของฉันและเธอ... เชื่อใจฉันสิ"
ฉันจ้องมองมือใหญ่ของทาริกที่กุมเข่าฉันไว้ แสงสีส้มสลัวส่องให้เห็นขนดกดำตามแขนและเส้นเืปูดโปนขึงตึง มันช่างเป็มือที่ทรงพลังและอันตรายดุจคีมเหล็ก ฉันไม่ได้ปฏิเสธััของเขา ทำเพียงพยักหน้าเงียบงัน ยอมปล่อยให้ฝ่ามือร้อนของชู้รักลูบไล้ขึ้นมาตามต้นขาอวบแน่นสีน้ำผึ้งสูงขึ้นเรื่อยๆ จนเกือบจะถึงขอบสามเหลี่ยมรักที่ชุ่มชื่นเฉอะแฉะ ความเสียวซ่านและความกลัวปะปนกันในอกจนใจสั่นสะท้าน
เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมงที่รถจี๊ปแล่นฝ่าเนินทรายอันมืดมิดและหนาวเหน็บ ในที่สุด ทาริกก็แตะเบรกชะลอความเร็วของรถจี๊ปและปิดไฟหน้าลงทันที เหลือเพียงแสงดาวระยิบระยับบนท้องฟ้าอันเวิ้งว้างที่พอจะนำทางเลือนราง
เบื้องหน้าห่างออกไปประมาณร้อยเมตร ท่ามกลางแอ่งกระทะทรายดินแห้งกรังที่โอบล้อมด้วยเนินทรายสูงชัน มีรถยนต์อเนกประสงค์คันใหญ่สีดำมันปลาบสองคันจอดเคียงคู่กันอยู่ แสงไฟหรี่สีเหลืองนวลจากตัวรถส่องสว่างพอให้เห็นเงาร่างของกลุ่มคนหลายคนยืนคุมเชิงอยู่ในความมืด
"ถึงแล้ว... จุดนัดพบ" ทาริกพูดสั่งเสียงเบา ท่าทีกลับมาเคร่งเครียดเยือกเย็นและแฝงความน่ากลัวระวังภัยขีดสุด เขาดึงมือกลับไปกุมพวงมาลัย ดับเครื่องยนต์สนิท แล้วเปิดประตูรถก้าวลงไปทันที ก่อนจะหันมาสั่งฉัน "ลงมา มะนาว... เดินตามหลังฉันไว้ อย่าออกห่างเด็ดขาด"
ฉันเปิดประตูรถฝั่งตนเองลงมา ััแรกกับอากาศภายนอกทำให้ฉันตัวสั่นสะท้าน ลมทะเลทรายหนาวจัดพัดผ่านเสื้อคลุมผ้าไหมบางจนผ้าแนบชิดกับเนื้อตัว เผยให้เห็นทรวดทรงอวบอัดเว้าโค้งและเต้า E คัพโตชูชันสู้ลมหนาวอย่างชัดเจน ผืนทรายยวบยาบใต้ฝ่าเท้าเปลือยเปล่าทำให้ฉันเดินลำบากจนต้องเอื้อมมือไปเกาะชายเสื้อทหารของทาริกไว้แน่นเพื่อพยุงตัว
เงาร่างของชายคนหนึ่งเดินก้าวออกมาจากเงามืดระหว่างรถยนต์สีดำทั้งสองคัน แสงไฟสีเหลืองอ่อนส่องกระทบใบหน้าเรียวคมรูปงามตามแบบฉบับลูกครึ่งอาหรับ-ฝรั่งเศส ดวงตาสีน้ำตาลเชื่อมหวานที่มักจะเต็มไปด้วยความนึกสนุกแฝงแววตาหิวกระหายกามารมณ์จับจ้องมองตรงมาที่ฉันทันที นั่นคือ คุณซาเมียร์... แขก VIP คนสำคัญของคาริม
ซาเมียร์สวมชุดสูทลำลองราคาแพงสีเทาเข้ม ท่าทางดูดีและผ่อนคลายขัดกับบรรยากาศทะเลทรายอันน่าสะพรึงกลัว ข้างกายของเขามีบอดี้การ์ดร่างั์ติดอาวุธปืนกลเบาครบมือคุ้มกันอยู่สองคน แววตาของบอดี้การ์ดทั้งสองจับจ้องความปลอดภัยรอบตัวเข้มงวด
"ฮะฮะ... มาตรงเวลาดีนี่ ทาริก" ซาเมียร์เอ่ยทักทายน้ำเสียงเรียบนุ่มหยิ่งยโสอันเป็เอกลักษณ์ พลางก้าวเท้าเดินเข้ามาใกล้พวกรถจี๊ปของเรา แววตาของเขาไม่ได้มองทาริกเลย แต่กลับโลมเลียไปตามเรือนร่างอวบอัดสะบึมสีน้ำผึ้งของฉันในชุดเสื้อคลุมไหมตัวสั้นบางเบา สายตาหิวกระหายจับจ้องยอดปทุมถันคัพ E ที่กระเพื่อมไหวสู้แรงลมและท่อนขาอ่อนกลมกลึงเปียกชื้นของฉันอย่างโจ่งแจ้งกระหายตัณหา "และเธอก็ยังงดงามเย้ายวนชวนฝันเหมือนเคยนะ มะนาว... ร่างกายสะบึม E คัพของเธอมันช่างเหมาะกับทะเลทรายคืนนี้เสียจริง"
ฉันหวาดกลัวสายตาของซาเมียร์จนต้องขยับตัวหลบไปอยู่เื้ัแผ่นหลังกว้างใหญ่ของทาริก หัวใจเต้นรัวด้วยความกังวลว่าชะตากรรมของฉันหลังจากนี้จะเป็อย่างไร
"ของอยู่ไหน ซาเมียร์" ทาริกเอ่ยเสียงทุ้มห้วนดุดัน ใบหน้าไร้รอยยิ้ม แววตาสีเข้มคมปลาบจับจ้องไปที่ซาเมียร์และบอดี้การ์ดทั้งสองอย่างระแวดระวัง
ซาเมียร์หัวเราะเบาๆ ในลำคอชอบใจท่าทางของทาริก "ใจร้อนจริงๆ นะบอดี้การ์ดั์... เงินห้าล้านดอลลาร์สหรัฐตามสัญญา ฉันไม่เคยตระบัดสัตย์เื่ข้อตกลงธุรกิจและของสวยๆ งามๆ อยู่แล้ว"
ซาเมียร์หันไปส่งสัญญาณมือให้บอดี้การ์ดคนหนึ่งเปิดประตูด้านหลังรถอเนกประสงค์สีดำ บอดี้การ์ดคนนั้นก้มลงหยิบกระเป๋าโลหะนิรภัยสีเงินใบใหญ่ออกมาวางลงบนฝากระโปรงรถและเปิดตัวล็อกเหล็กออก แสงไฟหรี่สาดส่องให้เห็นปึกธนบัตรดอลลาร์จำนวนมหาศาลที่เรียงรายอัดแน่นกันแน่นขนัดเต็มกระเป๋า
ปึกเงินดอลลาร์สีเขียวสดจำนวน 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐส่องประกายยั่วยวนจิตใจในความมืดกลางผืนทราย
ซาเมียร์กางแขนออกกว้าง แสยะยิ้มเ้าเล่ห์หิวกระหายพลางหันมากวักมือเรียกฉันด้วยน้ำเสียงทุ้มหวานปนข่มขู่ในที "เงินห้าล้านดอลลาร์วางอยู่ตรงนี้แล้ว... มาหาฉันสิ มะนาว... ก้าวเดินออกมาจากหลังบอดี้การ์ดั์นั่น แล้วมาเป็มาดามคนใหม่ในกรงทองของฉันั้แ่วินาทีนี้เป็ต้นไป..."
คำชวนของคุณซาเมียร์ทำให้ฉันยืนตัวแข็งทื่อ สมองสับสนและหวาดกลัวสุดขีด ร่างกายอวบอัดสั่นเทาใต้เสื้อคลุมผ้าไหมบางเบา ฉันรู้ดีว่าเมื่อก้าวไปหาเขา ฉันจะไม่มีวันได้รับอิสรภาพจริงๆ แต่จะกลายเป็เพียงสัตว์เลี้ยงกามารมณ์คนใหม่ของมหาเศรษฐีหนุ่มเ้าเล่ห์คนนี้แทนชีคคาริมเท่านั้น ทว่ามันเป็ทางเลือกเดียวที่จะรอดพ้นจากการตามล่าของคาริมในคืนนี้
ฉันกำลังจะขยับเท้าก้าวออกไปตามแรงกดดันของสถานการณ์...
ทว่า... ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง จังหวะที่ทุกคนกำลังเพ่งความสนใจไปที่กระเป๋าเงินและตัวของฉัน...
*ฟุบ!*
ปฏิกิริยาของทาริกกลับรวดเร็วและกะทันหันเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด! มือขวาหนาใหญ่ปูดโปนของบอดี้การ์ดั์สะบัดล้วงเข้าไปใต้เอวกางเกงทหาร ดึงเอาอาวุธปืนพกกระบอกสั้นสีดำทึมที่ซ่อนไว้ออกมาอย่างแม่นยำและฉับไวขีดสุด
ปากกระบอกปืนชี้ตรงไปยังหน้าผากของบอดี้การ์ดคนสนิทของซาเมียร์ที่ยืนอยู่ใกล้ฝากระโปรงรถจี๊ปทันควันโดยไม่มีการตั้งเตือนล่วงหน้า!
*ปัง!!!*
เสียงปืนนัดแรกดังสนั่นหวั่นไหวกึกก้องไปทั่วเนินทรายอันเวิ้งว้างมืดมิด ประกายไฟสีส้มสว่างวาบจากปากกระบอกปืนส่องสว่างใบหน้าดิบเหี้ยมของทาริกแวบหนึ่ง แรงสะท้อนของปืนปะทะความเงียบงันจนเกิดเสียงดังก้องสะท้อนไปมาตามหุบเขาทะเลทราย
ะุปืนความเร็วสูงพุ่งเจาะทะลวงเข้าแสกหน้าหน้าผากของบอดี้การ์ดของซาเมียร์อย่างจังรวดเดียวมิดด้าม! แรงปะทะของะุทำให้บอดี้การ์ดร่างั์คนนั้นเบิกตาค้าง สะดุ้งตัวโยน ก่อนที่ร่างกำยำหนาจะล้มตึงหงายหลังลงไปนอนกองจมกองทรายสีขาวเนียนทันที เืสีแดงฉานอุ่นๆ พุ่งกระเซ็นสาดกระจายเลอะเม็ดทรายสลัวในความมืด กลิ่นคาวเืสดฉุนกึกโชยละลอยปะทะจมูกอย่างรวดเร็ว
"กรี๊ดดดดดด!!!"
ฉันกรีดร้องออกมาด้วยความใและหวาดกลัวสุดขีดจนเสียงดังก้องไปทั่วทะเลทราย สองมือยกขึ้นปิดหู ร่างอวบสะบึมทรุดฮวบลงนั่งกองกับพื้นทรายยวบยาบตัวสั่นระริกด้วยความช็อกสุดขีดต่อภาพเหตุนองเืที่เกิดขึ้นห่างไปไม่กี่ก้าวตรงหน้า
ดวงตาของซาเมียร์เบิกกว้างด้วยความตกตะลึงและกราดเกรี้ยวสุดขีด รอยยิ้มเ้าเล่ห์หิวกระหายสลายหายไปจากใบหน้าคมรูปงามทันที ใบหน้าของมหาเศรษฐีหนุ่มซีดเผือดลงอย่างไม่คาดคิดขณะจ้องมองบอดี้การ์ดคนสนิทที่นอนแน่นิ่งไร้ิญญาจมกองทรายต่อหน้าต่อตา!
ท่ามกลางเสียงสะท้อนปืนและลมพายุทะเลทรายที่กรีดร้องหวีดหวิวอย่างน่าสยดสยองรอบด้าน!