เมื่อเกษมได้เห็นห้องที่เขาต้องใช้พักไปตลอดภาคการศึกษาเป็ครั้งแรกก็ถึงกับอึ้งไปชั่วขณะเพราะห้องนั้นกลับเป็เพียงห้องสี่เหลี่ยมสีขาวที่ว่างเปล่าไม่มีอะไรเลยนอกจากเครื่องลักษณะคล้ายแท็บเล็ตติดอยู่บนผนัง
ชายหนุ่มจึงได้ลองััที่หน้าจอนั้นดูจนมันปรากฏบางสิ่งที่เหนือจินตนาการของเขาขึ้น “อ๋อ.. มันเป็อย่างนี้นี่เอง” เกษมพูดออกมาเบาๆ พลางนึกถึงคำของคุณเวิร์ดที่บอกว่าหอพักของทางมหาวิทยาลัยมีทุกอย่างที่คุณ้า
ด้วยเครื่องนั้น เขาสามารถเลือกสรรเฟอนิเจอร์อะไรก็ได้ตามใจที่ตัวเอง้าแล้ววางมันลงตรงไหนก็ได้ราวกับหลุดเข้าไปอยู่ในเกมสร้างบ้าน หรือถ้าี้เีจัดก็สามารถเลือกห้องที่ตกแต่งมาให้เสร็จเรียบร้อยแล้วก็ย่อมได้หรือแม้แต่้าห้องที่เป็รูปแบบเดิมกับห้องที่เคยอยู่ที่บ้านก็ไม่มีปัญหา
หลังจากปรับแต่งไปได้สักพักจนพอใจเกษมก็ได้ทิ้งตัวล้มตึงลงบนเตียงก่อนจะกดโทรศัพท์หาสรณ์เพื่อเล่าเื่ราวชีวิตของเขาให้คุณพ่อได้ฟัง
และเมื่อพูดคุยถามสารทุกข์สุกดิบและเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนี้ให้พ่อฟังเสร็จแล้วเกษมก็ยังคงมีเื่หนึ่งที่ค้างคาใจอยู่ เขาจึงตัดสินใจถามขึ้น
“ป๊า..เษมสงสัยอยู่เื่หนึ่ง ทำไมป๊าถึงไม่ยอมบอกแล้วก็ไม่สอนอะไรเษมเกี่ยวกับออแกเนียนให้เษมเลย?” หนุ่มแว่นรวบรวมความกล้าหาญทั้งหมดถามพ่อของเขาในเื่ที่คับข้องใจ
ซึ่งนั่นก็ทำให้เสียงปลายสายนิ่งไปชั่วครู่..“ก็ป๊ากลัวว่าถ้าสอนไปแล้วแกจะแต่งตัวเป็ฮีโร่แล้วไปรวมกลุ่มกับยอดมนุษย์ที่รวมทีมกันปกป้องโลกเหมือนในหนังน่ะสิฮ่า ๆ ๆ ๆ ” ตู๊ด.. ตู๊ด.. สรณ์ให้เหตุผลอันแสนไร้สาระพลางขำก๊ากออกมา และสายนั้นก็ถูกตัดไปทันที
“ป๊าเนี่ย.. ชอบทำทุกอย่างเป็เื่ตลกตลอดเลย”ชายผู้มีตาสองสีบ่นพลางมองจอโทรศัพท์มือถือด้วยสีหน้าเซ็ง ๆ ก่อนจะทิ้งตัวลงนอน
จวบจนเช้าวันรุ่งขึ้น.. ในขณะที่เวลากำลังเดินเข้าใกล้แปดนาฬิกาเข้าไปทุกที
ก๊อก ๆ ๆ ๆ “เฮ้ยย!! อลัน!!โจเซฟ!! ตื่นรึยังเนี่ยย?? จะแปดโมงแล้วนะ!!” เกษมกับโสตช่วยกันเคาะประตูห้องเรียกสองพี่น้องตระกูลซีเชโญ่ที่อาศัยอยู่ให้ห้องเดียวกันอยู่พักใหญ่
เมื่อได้ยินเสียงดังโหวกเหวกโวยวาย โจเซฟก็ได้สักแต่ว่าตอบส่งๆ ไปเหมือนกับตอนกดปิดนาฬิกาปลุก “เอ่อ.. ไปกันก่อนเลย..พวกเราตามไปทันหน่า..” น้ำเสียงของเขาดูงัวเงียราวกับยังไม่ได้ลุกจากที่นอนเลยด้วยซ้ำ
“โอเค ๆ แต่ถ้าไปไม่ทันแล้วโดนคุณเวิร์ดทำโทษขึ้นมาไม่รู้ด้วยนะ”หนุ่มแว่นพยายามเตือนสติเพื่อนครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะออกเดินทางไปยังหอประชุม
บนถนนหินอ่อนเส้นเดิมที่มีต้นซากุระขนาบข้าง..แสงแดดอ่อน ๆ ยามเช้ากับความหนาวเย็นที่กำลังพอดีผสมผสานกันสร้างเป็บรรยากาศที่งดงามเกินคำบรรยายชายหนุ่มทั้งสองเหลือบไปเห็นสาวผู้ถักผมเปียอันเป็เอกลักษณ์ จึงรีบเดินปรี่เข้าไปหาทันที“เฮ้มีสท์ เดินไปหอประชุมด้วยกันไหม?” เกษมเอ่ยชวน
“อ้าวเกษม ไปสิ ๆ แล้ว.. อลันกับโจเซฟไม่ได้มาด้วยหรอ?”มีสท์ถามพลางมองหาสองพี่น้อง
“อ๋อ พวกนั้นบอกเดี๋ยวจะตามไปน่ะ”หนุ่มแว่นส่ายหัวก่อนจะเอ่ยทักถึงสาวสวยหน้าคมที่เดินตีคู่กันมากับม่านหมอก “แล้วนี่เพื่อนใหม่หรอ?”
“เอ้อ! ลืมแนะนำไปเลยนี่เป็เพื่อนข้างห้องของเราเอง ชื่อ ซีรินญ่า สไมเลส (Serinya Smiles)” มีสท์ผายมือแนะนำเพื่อนสาวชาวสเปนิชผมสีน้ำตาลอ่อนดัดลอนยาวสลวยให้กับเกษมและโสตรู้จักเธอแต่งกายด้วยเสื้อตัวสั้นสีดำคู่กับกระโปรงพองฟูสีแดงสด หรือที่รู้จักกันในนามชุดระบำเฟลมมิงโก
“เราชื่อเกษมนะ หรือเรียกว่าเษมก็ได้” ชายผู้มีตาสองสีแนะนำตัวพลางมองไปยังชุดอันอลังการของเพื่อนใหม่ก่อนจะก้มลงมองดูการแต่งกายของตัวเอง
ตัวเขาสวมเพียงแค่เสื้อยืดคอกลมสีขาวธรรมดาๆ และกางเกงนักเรียนขาสั้นสีดำที่ใส่อยู่เป็ประจำพร้อมกับรองเท้าผ้าใบสีโทนเดียวกับกางเกง“อื้อหือ.. ชุดเธอสวยมากเลย” หนุ่มแว่นเอ่ยชมสาวชาวสเปนิชก่อนที่ซีรินญ่าจะส่งยิ้มหวานกลับมาให้
“ไม่เป็ไรหน่าเกษมอย่างน้อยก็ยังมีเราเป็เพื่อน” มีสท์ที่แต่งกายมาอย่างสบาย ๆ เช่นกันพูดขึ้นปลอบใจเธอมาในชุดเสื้อสีขาวคอวีพร้อมกับกางเกงสีชมพูสีสดใสขาสั้นประมาณครึ่งต้นขา และรองเท้าซึ่งก็เป็สีชมพูเช่นกัน
“สะ..สวัสดี.. เราชื่อโสต”นายหูกางที่สวมชุดม่อฮ่อมประจำตัวของเขาก้มหน้าก้มตาทักทายซีรินญ่าด้วยความเขินอายตามสไตล์
ซึ่งสาวหน้าคมผมลอนก็ส่งยิ้มกลับให้โสตเช่นเดียวกับที่ส่งให้เกษมและทั้งหมดก็ร่วมเดินทางเพื่อไปเข้าเรียนกันต่อไป..
ณ หอประชุมแอนวู้ด ในขณะที่ใกล้จะถึงเวลาเริ่มการเรียนการสอนเข้ามาเต็มที..
“เหลือเวลาอีกสิบวินาทีก่อนจะเริ่มการเรียนการสอน”เสียงประกาศจากลำโพงดังกังวานขึ้นก่อนที่จะเริ่มนับถอยหลัง “สิบ เก้า แปด.. ..”
ซึ่งในจังหวะเดียวกันนั้นเอง! ก็ได้เกิดเหตุการณ์ที่สายตาทุกคู่ของคนทั้งหอประชุมต้องหันไปจับจ้อง!
ตึ้บ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ฟื้ดดดด!! “แฮ่ก แฮ่กแฮ่กก ทำไมตัวหนักจังเลยวะไอ้โจเซฟ!!” อลันวิ่งพุ่งมาด้วยความเร็วสูงก่อนจะเบรคภายในหอประชุมได้ทันเวลาพอดีก่อนประตูจะล็อค โดยที่มีหนุ่มผมเดรดล็อคกำลังขี่หลังของเขาอยู่
“เก่งมากอลันน้องรักสมแล้วที่เป็น้องของพี่..” โจเซฟพูดด้วยน้ำเสียงน่าหมั่นไส้พลางะโลงมาจากหลังของชายหัวเห็ด
อลันที่กำลังเหนื่อยหอบสุดขีดรีบบ่นสวนกลับอย่างไม่สบอารมณ์ “เก่งบ้าอะไรเล่า!? ปล่อยฉันนั่งรอแกตั้งนาน ก็บอกแล้วให้รีบๆ มัวแต่แต่งตัวอยู่นั่นแหละ ภาระมันมาตกอยู่ที่ฉันนะโว้ย! แฮ่กๆ ๆ ๆ ๆ ”
“วันแรกมันก็ต้องหล่อกันหน่อยดิว้าเอาหน่า.. อย่างน้อยเราก็มาทันก่อนประตูปิดพอดีไม่ใช่หรือไง?” โจเซฟยังคงใช้น้ำเสียงยียวนในการปลอบน้องอย่างไม่ค่อยใส่ใจพลางลูบทรงผมสุดเท่ของเขาและชะเง้อมองหาเพื่อน ๆ
“ถ้าแกรีบจัดการแต่งตัวให้เร็วกว่านี้ฉันคงไม่ต้องใส่ความเร็วเต็มขั้นขนาดนี้หรอก!” อลันยังคงบ่นอุบด้วยสภาพหัวฟูไม่เป็ทรงรูปเห็ดเหมือนแต่ก่อนเสื้อที่เป็เสื้อกีฬาสีแดงเืหมูตัดน้ำเงินของเขาเปียกม่อลอกม่อแลก ซึ่งเป็เพราะร่างกายที่ชโลมไปด้วยเหงื่อผิดกับโจเซฟที่เซ็ตผมทรงเดรดล็อคของเขามาอย่างเท่ พร้อมชุดเสื้อกีฬาสีขาวขลิบทองสุดโก้
“ถือซะว่าเป็การซ้อมใช้พลังก่อนเรียนไงน้องรักนั่นไงเจอเพื่อน ๆ แล้ว” ซีเชโญ่ผู้พี่พูดอย่างระริกระรี้พลางเดินไปหากลุ่มเพื่อน
ยิ่งเห็นอาการดี๊ด๊าของคนที่เขาพึ่งแบกขึ้นหลังมา มันก็ยิ่งทำให้อารมณ์ของอลันพุ่งจนถึงจุดเดือด! “เดินรอกันหน่อยดิวะไอ้โจเซฟ!! ชักจะทนไม่ไหวแล้วนะโว้ย!! โอ๊ะ ๆ ๆ .. โอ๊ยย..จะหัวร้อนไม่ได้ เดี๋ยวปวดหัวอีก โอเคใจเย็น ๆ .. หายใจเข้าลึก ๆ .. กำหนดลมหายใจ..”เมื่อเริ่มควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้บทลงโทษของเอ็ดเวิร์ดจึงเริ่มทำงานทันทีจนทำให้เขาต้องพยายามระงับอารมณ์ของตัวเองลงอย่างด่วน
“ทะเลาะกันน่ารักจังเลยนะพี่น้องคู่นี้คิคิ” มีสท์ที่เห็นเหตุการณ์ก็ได้ทีแซวเหล่าเดอะเลกออฟมิราเคิล ก่อนจะขำคิกคัก
“เอ้อ! อลันกับโจเซฟคนนี้คือเพื่อนเรา ชื่อ ซีรินญ่า สไมเลส” มีสท์ไม่ลืมที่จะแนะนำเพื่อนใหม่ให้ชายหัวเห็ดกับหนุ่มเดรดล็อคได้รู้จัก
“สวัสดี เราชื่อโจเซฟ ซีเชโญ่ ส่วนไอ้ที่หอบอยู่นี่ชื่ออลันซีเชโญ่ เป็น้องชายของเราเอง” หนุ่มลูกครึ่งไทย -ละตินอเมริกาคนพี่แนะนำตัวเองและน้องของเขาที่กำลังหอบแฮ่ก..ซึ่งหญิงสาวในชุดระบำเฟลมมิงโกก็ไม่ได้พูดอะไรก่อนจะส่งยิ้มหวานกลับไปให้ทั้งคู่เช่นเคย
หลังจากนั้นซีรินญ่าก็นำมือไปชี้ที่หัวตัวเองแล้วทำท่าเหมือนไฟกำลังไหม้หัวก่อนชี้ไปที่อลันเหมือน้าจะสื่อสารอะไรบางอย่าง
“อ๋อ.. เธอจะถามว่า คำว่าหัวร้อนแปลว่าอะไรสินะ?”โจเซฟพยายามเดาภาษากายของสาวชาวสเปนิช..
และเมื่อเห็นว่ามันเป็ไปตามที่เธอ้าจะสื่อสาวผมลอนจึงยิ้มและพยักหน้าด้วยความประทับใจที่มีคนพยายามจะสื่อสารกับเธอ
แต่หลังจากที่โสตได้ยินคำถามที่เขาสามารถให้ตอบได้พ่อหนุ่มหูกางจึงรีบชิงอธิบายขึ้นมาทันที! “หัวร้อนหมายถึง เวลาที่เราหงุดหงิด , มีอะไรไม่ได้ดั่งใจหรือโดนคนยั่วโมโหมาก ๆ อาการในหัวของเรามันจะเหมือนร้อน ๆ หวิว ๆ น่ะ”ซึ่งนั่นก็ทำให้ซีรินญ่าใเล็กน้อยกับความลนลานของชายหนุ่มทายาทตระกูลสดับฟังก่อนที่จะยิ้มหวานและทำปากอ๋อพร้อมพยักหน้าเข้าใจไปตามระเบียบ
“ว่าแต่.. เธอนี่หน้าสวยคมจังเลยนะเป็คนประเทศอะไรหรอ?” โจเซฟเริ่มหยอดคำหวานใส่สาวผมดัดลอน
ซีรินญ่าออกอาการเขินเล็กน้อยก่อนจะใบ้โดยใช้วิธีแสดงท่าทางเธอชูนิ้วชี้ทั้งสองข้างขึ้นแล้วเอาไปไว้บนหัวให้เหมือนเขาสัตว์เพื่อให้โจเซฟทาย
“อืม.. เขาหรอ? ควาย?” หนุ่มละตินพยายามทายคำใบ้ ซึ่งซีรินญ่าก็ส่ายหัวในทันทีพร้อมทำท่าขวิดขาเพิ่มเติม
“อ๋อ!กระทิง?” โจเซฟลองเดาใหม่ และในครั้งนี้สาวหน้าคมผมน้ำตาลพยักหน้าตอบรับอย่างตื่นเต้น
“กระทิง.. กระทิง.. กระทิงดุ! อ๋อ!! สเปน ใช่ไหม!?” หนุ่มเดรดล็อคทายต่ออย่างกระตือรือร้น!จนทำให้บรรยากาศในตอนนี้เหมือนรายการเกมโชว์ชิงเงินรางวัลยังไงอย่างงั้น
ซีรินญ่าพยักหน้าตอบอีกครั้งด้วยความดีใจสุดขีดหลังจากได้ฟังคำตอบของชายหนุ่มทั้งคู่จึงแท้กมือกันอย่างสะใจ ก่อนที่สาวชาวสเปนจะชี้นิ้วกลับมาที่โจเซฟ
“อ๋อ เธอก็อยากรู้ว่าเรามาจากประเทศไหนหรอ?”เดอะเลกออฟมิราเคิลถามกลับ โดยที่ซีรินญ่าก็ได้ยิ้มหวานตอบรับในทันที
“เราเป็ลูกครึ่งน่ะ แม่เราเป็คนไทยพ่อเป็คนบราซิล แต่เราเกิดและโตที่ประเทศไทยนะ” หนุ่มเชื้อสายแซมบ้าเล่า
“สเปนน่ะ.. เป็ความฝันของฉันเลยนะที่นั้นมีทีมฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่มาก ๆ เลยล่ะ! สักวันฉันต้องไปค้าแข้งที่นั่นให้ได้!” เขาเล่าต่อด้วยแววตาเปล่งประกาย
“อะแฮ่ม..ทุกคนโปรดเงียบแล้วฟังผม ผมจะเริ่มการเช็กชื่อนักศึกษาั้แ่บัดนี้” เอ็ดเวิร์ด อาเธอร์ สปีช ที่สาม กระแอม เพื่อดึงทุกความสนใจมาที่ตัวเขา