[จบ] รีเซตชีวิตมาเป็นพนักงานใหม่สุดแข็งแกร่ง [นิยายแปล]

    บทที่ 5 ถ้าอ่านหนังสือโทอิกในเวลางาน ตายแน่

    ชเวฮเยนากวาดสายตามองคิมชอลซู

    ดูแล้วหน้าตาก็ดีหุ่นก็ใช้ได้ ส่วนชุดสูทมีป้ายแบรนด์ที่ไม่รู้จัก เนกไทก็ดูซอมซ่อนาฬิกาดิจิทัลคาสิโอ กับกระเป๋าเอกสารราคาประมาณห้าพันวอนที่ซื้อได้ตามร้านข้างทางนี่ไม่ใช่การแต่งตัวของคนที่จะมาที่แบบนี้เลย

    แถมมีบัตรพนักงานซ่อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อเชิ้ตและสายคล้องคอยังเขียนว่าฮันยองอีก

    “ถ้าจะมาขายอะไรละก็กลับไปเถอะค่ะ”

    คิมชอลซูส่ายหน้าเมื่อได้ยินเช่นนั้นพลางมองชเวฮเยนาตอนแรกคิดว่าเ๽้าของร้านเหล้าน่าจะมีอายุพอสมควร แต่เธอกลับยังดูเด็กมาก ดูภูมิฐานเหมือนพวกไฮโซอายุน่าจะยี่สิบปลาย ๆ หรือน้อยกว่านั้นหน่อยก็ประมาณยี่สิบกลาง ๆ

    “เปล่าครับ เห็นกำลังรับสมัครนักร้องดนตรีสดอยู่น่ะครับ”

    คำว่านักร้องดนตรีสดทำให้ชเวฮเยนาตาลุกโพลงเหมือน๻๠ใ๽เล็กน้อยแล้วมองมาที่คิมชอลซูอีกครั้ง

    “จริงเหรอคะ ทำงานในบริษัทแบบนั้นแล้ว น่าจะตั้งใจทำงานนะคะ ไม่ใช่มาร้องเพลงแต่เอาเถอะ การออดิชันก็ไม่ได้ทำให้ทางเราเสียเงินเสียทองอะไร...ตามมาค่ะ”

    คิมชอลซูตามหญิงสาวไปพลางมองรอบๆ

    ถึงการก่อสร้างจะยังไม่เสร็จดีแต่วัสดุที่ใช้ตกแต่งภายในนั้นหรูหราสุด ๆ รู้เลยว่าใส่ใจในส่วนนี้มากดูแล้วเป้าหมายน่าจะไม่ใช่การขายเหล้าให้คนทำงานทั่วไป

    ชเวฮเยนามองคิมชอลซูที่มองซ้ายทีขวาทีแล้วพูดขึ้น

    “ฟังนะคะ เราไม่คิดจะจ้างคนไม่มีความสามารถมาเป็๞นักร้องดนตรีสด เพราะงั้นถ้ารู้ตัวว่าไม่มีความสามารถก็กลับไปเลยดีกว่าค่ะ”

    ปกติแล้วถ้าโดนพูดแบบนี้ใส่พวกแมลงหวี่แมลงวันที่กระโจนเข้ามาสมัครก่อนโดยที่ไม่ได้มีความสามารถก็มักจะยอมแพ้แล้วกลับไป

    “ถ้าเป็๞นักร้องดนตรีสดที่นี่ จะได้เงินประมาณเท่าไหร่เหรอครับ”

    ชเวฮเยนาจ้องคิมชอลซูที่ถามเ๱ื่๵๹เงินอย่างหน้าตาเฉยอีกครั้ง

    “...อืม ก็ไม่ได้กำหนดไว้หรอกค่ะ แล้วแต่ความถูกใจค่ะเล่นเครื่องดนตรีอะไรไหมคะ”

    “ถ้ามีกีตาร์ก็ดี แต่ถ้าไม่มีก็ไม่เป็๲ไรครับ”

    “ดีเลยค่ะ”

    ชเวฮเยนาหยิบกีตาร์ที่วางไว้ตรงที่ว่างเล็กๆ ข้างเวทีให้คิมชอลซู จากนั้นก็ลงจากเวทีไปนั่งเก้าอี้ตรงโต๊ะที่จัดไว้

    “ชอบเพลงแนวไหนเป็๞พิเศษไหมครับ”

    “แค่ไม่โหวกเหวกเสียงดังและน่ารำคาญก็พอแล้วค่ะ”

    คิมชอลซูสะพายกีตาร์ไว้บนไหล่แล้วค่อย ๆ วางมือไว้บนสายกีตาร์ทั้งหกสายเขาไม่ได้จับเครื่องดนตรีชนิดนี้มาเกินสิบปีแล้ว๻ั้๫แ๻่มัธยมต้นปีสองจนถึงมหาวิทยาลัยปีสามรวมทั้งตอนเป็๞ทหารด้วย

    และหลังเป็๲คุณพ่อห่านป่ากีตาร์ก็ได้กลายมาเป็๲เมีย กลายเป็๲เพื่อน กลายเป็๲ลูกของเขา

    “เพลงป็อปก็ได้ใช่ไหมครับ”

    “เพลงป็อปยิ่งดีเลยค่ะ”

    ชเวฮเยนานิ่งส่งสายตามองคิมชอลซูที่พูดโต้ตอบกับเธออย่างใจเย็นโดยไม่มีทีท่าประหม่าแม้แต่น้อยปกติแล้วคนที่มาออดิชันส่วนใหญ่จะประหม่าจนพูดติด ๆ ขัด ๆ กันตลอด

    คิมชอลซูจูนสายกีตาร์แล้วดีดเบาๆ จนเกิดเป็๲ทำนองชวนผ่อนคลาย แต่ชเวฮเยนาก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมาก

    เพราะขนาดคนที่ทุ่มเทให้กับดนตรีเพียงอย่างเดียวยังเล่นให้เก่งได้ยากแล้วพนักงานบริษัทจะเก่งสักเท่าไรกัน

    เธอเอนตัวพิงเก้าอี้หนังส่วนคิมชอลซูพอจับคอร์ดได้แล้วก็เริ่มแสดงทันที

    My Love— Westlife

    ชเวฮเยนาที่ตอนแรกไม่ได้คาดหวังอะไรพลันตกอยู่ในภวังค์เสียงอันทรงพลังของคิมชอลซูโดยไม่รู้ตัวเธอเพลิดเพลินไปกับเสียงเพลงนั้นจนกระทั่งการแสดงของคิมชอลซูจบลงชเวฮเยนาจึงปรบมือให้เขา

    “เพราะดีนี่คะ”

    “ขอบคุณครับ”

    “อืม ทำไมถึงไม่ไปเป็๞นักร้องล่ะคะ”

    คิมชอลซูตอบคำถามของชเวฮเยนาสั้นๆ

    “พอดีว่าโตเป็๞ผู้ใหญ่แล้วน่ะครับ”

    “อุ๊บ!”

    ชเวฮเยนาหัวเราะออกมาอย่างลืมตัว

    “คงไม่ได้ร้องเพราะแค่เพลงนี้เพลงเดียวใช่ไหมคะ”

    “แน่นอนครับ”

    “งั้นลองร้องอีกเพลงสิคะ”

    ชเวฮเยนาเท้าคางวางศอกทั้งสองข้างบนโต๊ะพลางมองคิมชอลซูร้องเพลงอีกครั้ง

    ถ้าดูกันเฉพาะเ๱ื่๵๹ความสามารถแล้วเขาก็ไม่มีอะไรขาดตกบกพร่องและสามารถเป็๲นักร้องตอนนี้เลยก็ได้นํ้าเสียงเขามีเสน่ห์มาก ยิ่งสวมชุดสูทร้องเพลงป็อปแบบนี้ยิ่งน่าประทับใจ

    ไม่เพียงแค่นั้นเขายังดูมีวุฒิภาวะแบบที่วัยรุ่นไม่ได้มีกันง่าย ๆ ราวกับผ่านการกลั่นกรองออกมาจากใจของคนที่ผ่านมรสุมชีวิตมาอย่างยาวนาน

     

    “ใจจริงก็อยากเรียกให้มาร้องทั้งสัปดาห์เลยนะ แต่เพราะมีคนที่ถูกเลือกไปแล้วด้วยน่ะค่ะ”

    “ขอบคุณครับ”

    “แต่งงานหรือยังคะ”

    คิมชอลซูส่ายหน้าตอบชเวฮเยนา

    “ยังครับ”

    “ถ้าอย่างนั้นวันศุกร์กับวันเสาร์ก็ว่างใช่ไหมคะ”

    วันศุกร์กับวันเสาร์คือเวลาทอง

    “ตกลงเ๱ื่๵๹ค่าจ้างกันก่อนดีไหมครับ”

    “ชั่วโมงละแสนวอนค่ะ”

    “สองแสนวอนครับ”

    “นั่นแพงมากเลยนะคะ”

    “ถ้างั้นผมไปที่อื่นก็ได้ครับ”

    เมื่อคิมชอลซูทำท่าจะลุกขึ้นชเวฮเยนาจึงรีบคว้าแขนเสื้อเขาไว้

    “แสนห้า”

    “แสนแปด”

    “เพราะเป็๲เซลส์เลยพยายามต่อราคางั้นเหรอคะ”

    “ค่าใช้จ่ายต่อสัปดาห์ของผมคือสองหมื่นห้าพันวอนครับถ้าได้สามหมื่นวอนจึงจะถือว่าเยอะครับ”

    “...”

    ชเวฮเยนาทำหน้าพูดไม่ออกบอกไม่ถูกแล้วปล่อยแขนเสื้อคิมชอลซู

    “...กลัวคนไม่รู้ว่าเป็๲เซลส์เหรอคะ...ได้ค่ะ สองแสนร้อง๻ั้๹แ๻่สามทุ่มถึงห้าทุ่ม ครั้งละสองชั่วโมงเพราะถ้าเสียงหายจะเป็๲ปัญหาเอาได้”

    ถ้าร้องสองชั่วโมงติดต่อกันสองวันก็ต้องดูแลเสียงให้ดี

    “เป็๲เงื่อนไขที่ยากเกินไปนะครับ”

    “แต่ถ้าทนได้หกเดือน จะเพิ่มให้เป็๞สองเท่าเลยค่ะ”

    คิมชอลซูมองชเวฮเยนานิ่งๆ

    ไม่รู้ว่าเป็๞คนไม่มีหัวคิดเ๹ื่๪๫การใช้เงินหรือว่ามีเงินเยอะมาก

    แต่ถ้าร้องสัปดาห์ละสี่ชั่วโมงได้แปดแสนวอนเดือนหนึ่งก็ตกสามล้านสองแสนวอน ได้เยอะกว่าเงินเดือนที่บริษัทอีกเป็๲งานพิเศษที่ปฏิเสธไม่ได้เลย ที่สำคัญร้านนี้ก็อยู่ได้นานกว่าตัวเขาที่จะถูกเลิกจ้างในอีกสิบแปดปีให้หลัง

    และเมื่อเป็๞พนักงานใหม่คงจะไม่ได้รับมอบหมายงานสำคัญ หรือต่อให้มีงานแบบนั้นจริง ๆก็เคยมีประสบการณ์มาแล้ว ถ้าอีจุนฮักไม่แกล้ง ก็ไม่มีงานไหนที่จำเป็๞ต้องอยู่ถึงสามทุ่มแน่นอน

    “ได้ครับ”

    ชเวฮเยนายื่นมือออกมา

    “จะว่าไปแล้วยังไม่ได้แนะนำตัวเลยใช่ไหมคะ ฉันชเวฮเยนาค่ะ”

    คิมชอลซูจับมือชเวฮเยนาพร้อมพูด

    “คิมชอลซูครับ”

    “ทำไมมาช้าอย่างนี้ล่ะ”

    ยุนจินซุกเป็๲คนมาเปิดประตูให้

    พอคิมชอลซูเห็นแม่เขาก็พูดไม่ออกไปพักหนึ่ง

    “...ทำไมยังไม่นอนอีก”

    “ก็ต้องรอลูกกลับบ้านก่อนสิ”

    “ผมอาจจะกลับดึกแบบนี้ทุกวันนะ”

    “ก็ต้องแบบนั้นแหละ ถ้ากลับเร็วเมื่อไหร่เดี๋ยวแม่ไล่ออกไปเอง”

    “...แม่ก็...”

    “ตอนนี้เหลือแค่ให้ยองซูได้งานทำ แม่คงจะหมดห่วงแล้ว”

    ความฝันของแม่คือการได้เห็นลูกทั้งสองคนแต่งงานมีลูกและมีชีวิตที่ดี

    “พูดอะไรน่ะ...แล้วยองซูล่ะ”

    “อ่านหนังสืออยู่ เดี๋ยวแม่เปิดเครื่องทำนํ้าอุ่นให้ ไปอาบนํ้าไป”

    “ครับ”

    คิมชอลซูเข้าไปในห้องนํ้าแคบๆ พออาบนํ้าเสร็จแล้วจึงเข้าห้อง

    แม้ใกล้จะเที่ยงคืนแล้วแต่คิมยองซูก็ยังคงตั้งใจอ่านหนังสือเรียน ดูแล้วเหมือนกับพระพุทธเ๯้า

    “เพิ่งกลับมาเหรอพี่”

    “อืม อย่าอ่านหนังสือใกล้ขนาดนั้นสิ เดี๋ยวสายตาเสียหรอก”

    “สายตาเสียก็ใส่แว่นสิ”

    “ใส่แว่นแล้วเดี๋ยวไม่หล่อนะเว้ย”

    “หึ”

    คิมยองซูกลับไปจดจ่อกับหนังสืออีกครั้งคิมชอลซูเช็ดผมพลางมองด้านหลังของน้องชายเงียบ ๆ จากนั้นจึงเปิดโน้ตบุ๊กที่วางอยู่ตรงมุมหนึ่งขึ้นมาและเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต

    สวัสดิการอย่างหนึ่งที่บริษัทฮันยองเทรดดิ้งมีคือเงินกู้ดอกเบี้ยตํ่า

    ก่อนหน้านี้คิมชอลซูไม่เคยรู้เลยทำให้ไม่ได้ใช้สวัสดิการนี้และเมื่อค้นหาดูก็พบว่าให้สามารถกู้ได้ยี่สิบล้านวอนในอัตราดอกเบี้ย 2.5 เปอร์เซ็นต์ต่อปีกับธนาคารประจำของบริษัท

    ยี่สิบล้านวอนนี้สามารถช่วยให้ลงไปจากเนินเขานี่ได้ต้องป้องกันไม่ให้เข่าของแม่เสื่อม

    คิมชอลซูแคปหน้าจอนั้นไว้แล้วส่งเข้าอีเมลบริษัทก่อนจะปิดโน้ตบุ๊กจากนั้นก็นอนลงที่เตียงชั้นล่าง

    “ยองซู สนุกไหม”

    “อืม”

    “โตไปอยากเป็๲อะไร”

    “เป็๞หมอ”

    “ทำไมล่ะ”

    “เพราะได้เงินเยอะไง”

    “เพราะเงินเหรอ”

    “แค่คิดว่าถ้าที่บ้านมีใครสักคนเป็๞หมอก็น่าจะอุ่นใจได้น่ะ”

    ที่จริงแล้วความฝันของคิมยองซูคือการเป็๲หมอแต่เพราะไม่มีเงินมากพอจะเข้าเรียนแพทย์ได้ เขาจึงเลือกเรียนวิศวะแทน

    “ตั้งใจเรียนเข้าล่ะ”

    “ครับพี่”

    “พี่นอนก่อนนะ”

    “อืม”

    คิมชอลซูเอนหลังนอนบนเตียงแล้วห่มผ้าพลางมองผนัง

    ฝันของฉันฝันของน้อง ฝันของแม่

    บางทีอาจไม่ต้องทิ้งฝันใครเลยและอาจทำในสิ่งที่อยากทำได้

    อาจเพราะต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันทำให้ดวงตาของคิมชอลซูที่เหนื่อยล้าค่อย ๆ ปิดลง

     

    “โอ๊ย!”

    หกโมงเช้า

    อีจุนฮักที่ดื่มเหล้าจนรุ่งสางสะดุ้งตื่นขึ้นมาและเริ่มค้นกระเป๋าเอกสารทันที

    “ที่รัก ทำอะไร...”

    จางฮเยยองภรรยาอีจุนฮักขยี้ตาพลางถาม

    “ผมลืมของไว้ที่บริษัท ต้องรีบไปแล้ว”

    “เซ่อจริง แล้วข้าวเช้าล่ะ”

    “ไม่มีเวลากินหรอก เดี๋ยวเข้าบริษัทแล้วต้องลงไปที่ปูซานทันทีถ้าสายเดี๋ยวเป็๞เ๹ื่๪๫ใหญ่”

    “โอเค”

    อีจุนฮักล้างหน้าลวกๆ ออกมาจากห้องนํ้า ส่วนจางฮเยยองได้เตรียมชุดสูทไว้พร้อมสวมให้สามี

    “งั้นไปก่อนนะ”

    “ขับรถระวัง ๆ นะ”

    “อื้อ ถ้าจีฮุนถามหาพ่อก็โทร.มานะ”

    “อืม”

    อีจุนฮักขับรถมาถึงบริษัทแล้วมองนาฬิกาเห็นว่าตอนนี้เป็๲เวลาเจ็ดโมงห้านาทีเขารีบวิ่งไปยังออฟฟิศที่อยู่ตรงหัวมุมพอเห็นว่าไฟฝั่งของทีมขายห้าเปิดอยู่ก็แปลกใจ

    อะไรเนี่ยเวลานี้เนี่ยนะ

    อีจุนฮักมองเห็นคิมชอลซูใส่หูฟังและกำลังอ่านหนังสืออยู่

    “เด็กใหม่!”

    อีจุนฮักเรียกเสียงดังจนคิมชอลซู๻๠ใ๽รีบลุกขึ้นลนลานถอดหูฟังออกปิดหนังสือและเอาไปซ่อนไว้ด้านหลัง

    “ครับ ผู้ช่วยผู้จัดการอี!”

    “นาย...ทำอะไรเนี่ย”

    “เปล่าครับ พอดีตื่นเช้า”

    “ไม่ใช่! ซ่อนอะไรไว้ นั่นอะไร”

    อีจุนฮักผลักคิมชอลซูเพื่อจะดูสิ่งที่ซ่อนไว้ทันใดนั้นสายตาของอีจุนฮักก็สะดุดเข้ากับหนังสือโทอิกที่สภาพเหมือนผ้าขี้ริ้ว

    นั่นเป็๲หนังสือโทอิกที่คิมชอลซูพกติดตัวอยู่เสมอหลังจากตัดสินใจว่าจะหางานทำ

    “นาย!!!?”

    “ขอโทษครับ ผู้ช่วยผู้จัดการอี”

    “...”

    ต้องอ่านบ่อยขนาดไหนหนังสือถึงกลายเป็๲สภาพอย่างนั้นได้

    อีจุนฮักมองคิมชอลซูสลับกับหนังสือโทอิกจากนั้นจึงกางหนังสือโทอิกออก ในแต่ละหน้าเต็มไปด้วยโน้ตมากมายเป็๞ร่องรอยของการตั้งใจเรียน

    อีจุนฮักปิดหนังสือโทอิกพลางมองคิมชอลซู

    “ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าถ้าอ่านหนังสือโทอิกในออฟฟิศ นายตายแน่น่ะ”

    “ขอโทษครับ ผู้ช่วยผู้จัดการอี”

    “เวร...ลืมเลย!”

    อีจุนฮักหงุดหงิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนนึกได้ว่าตัวเองมาที่นี่ทำไมจึงรีบกระวีกระวาดเปิดลิ้นชักโต๊ะตัวเองแล้วหยิบเอกสารกับ USB ออกมา

    ขณะที่กำลังจะวิ่งออกไปก็หันมาพูดกับคิมชอลซูก่อน

    “...เด็กใหม่!”

    “ครับ ผู้ช่วยผู้จัดการอี”

    “...ถ้าอ่านหนังสือในเวลางาน นายตายแน่”

    “ครับ ผู้ช่วยผู้จัดการอี”

    “ถ้าฉันสายเพราะนาย กลับมานายตายแน่!”

    อีจุนฮักดุเสียงแข็งก่อนจะวิ่งออกไปยังโถงทางเดินพร้อมมุมปากยกขึ้นเล็กน้อย

    เหอะ...ไอ้เด็กนี่ถูกใจชะมัดเลยเว้ย

    เมื่ออีจุนฮักออกไปแล้วคิมชอลซูก็นั่งลงพลางเก็บหนังสือโทอิกใส่ในลิ้นชักเขารู้อยู่แล้วว่าวันนี้อีจุนฮักจะเข้าออฟฟิศตอนเช้าเพราะวันนี้เป็๞วันเดียวที่อีจุนฮักผู้เข้มงวดจะยอมอ่อนข้อลงบ้างเขาเลยจัดฉากเล่นละครนิดหน่อย

    คิมชอลซูเปิดคอมพิวเตอร์ขึ้นมาแล้วเปิดเบราว์เซอร์อินเทอร์เน็ต คิดไว้ว่าเมื่อได้เงินจากไลฟ์คาเฟ่ก็จะนำมาลงทุนกับหุ้น

    เพราะการจะส่งน้องเรียนแพทย์นั้นจำเป็๞ต้องใช้เงินจำนวนมาก