ชเวฮเยนากวาดสายตามองคิมชอลซู
ดูแล้วหน้าตาก็ดีหุ่นก็ใช้ได้ ส่วนชุดสูทมีป้ายแบรนด์ที่ไม่รู้จัก เนกไทก็ดูซอมซ่อนาฬิกาดิจิทัลคาสิโอ กับกระเป๋าเอกสารราคาประมาณห้าพันวอนที่ซื้อได้ตามร้านข้างทางนี่ไม่ใช่การแต่งตัวของคนที่จะมาที่แบบนี้เลย
แถมมีบัตรพนักงานซ่อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อเชิ้ตและสายคล้องคอยังเขียนว่าฮันยองอีก
“ถ้าจะมาขายอะไรละก็กลับไปเถอะค่ะ”
คิมชอลซูส่ายหน้าเมื่อได้ยินเช่นนั้นพลางมองชเวฮเยนาตอนแรกคิดว่าเ้าของร้านเหล้าน่าจะมีอายุพอสมควร แต่เธอกลับยังดูเด็กมาก ดูภูมิฐานเหมือนพวกไฮโซอายุน่าจะยี่สิบปลาย ๆ หรือน้อยกว่านั้นหน่อยก็ประมาณยี่สิบกลาง ๆ
“เปล่าครับ เห็นกำลังรับสมัครนักร้องดนตรีสดอยู่น่ะครับ”
คำว่านักร้องดนตรีสดทำให้ชเวฮเยนาตาลุกโพลงเหมือนใเล็กน้อยแล้วมองมาที่คิมชอลซูอีกครั้ง
“จริงเหรอคะ ทำงานในบริษัทแบบนั้นแล้ว น่าจะตั้งใจทำงานนะคะ ไม่ใช่มาร้องเพลงแต่เอาเถอะ การออดิชันก็ไม่ได้ทำให้ทางเราเสียเงินเสียทองอะไร...ตามมาค่ะ”
คิมชอลซูตามหญิงสาวไปพลางมองรอบๆ
ถึงการก่อสร้างจะยังไม่เสร็จดีแต่วัสดุที่ใช้ตกแต่งภายในนั้นหรูหราสุด ๆ รู้เลยว่าใส่ใจในส่วนนี้มากดูแล้วเป้าหมายน่าจะไม่ใช่การขายเหล้าให้คนทำงานทั่วไป
ชเวฮเยนามองคิมชอลซูที่มองซ้ายทีขวาทีแล้วพูดขึ้น
“ฟังนะคะ เราไม่คิดจะจ้างคนไม่มีความสามารถมาเป็นักร้องดนตรีสด เพราะงั้นถ้ารู้ตัวว่าไม่มีความสามารถก็กลับไปเลยดีกว่าค่ะ”
ปกติแล้วถ้าโดนพูดแบบนี้ใส่พวกแมลงหวี่แมลงวันที่กระโจนเข้ามาสมัครก่อนโดยที่ไม่ได้มีความสามารถก็มักจะยอมแพ้แล้วกลับไป
“ถ้าเป็นักร้องดนตรีสดที่นี่ จะได้เงินประมาณเท่าไหร่เหรอครับ”
ชเวฮเยนาจ้องคิมชอลซูที่ถามเื่เงินอย่างหน้าตาเฉยอีกครั้ง
“...อืม ก็ไม่ได้กำหนดไว้หรอกค่ะ แล้วแต่ความถูกใจค่ะเล่นเครื่องดนตรีอะไรไหมคะ”
“ถ้ามีกีตาร์ก็ดี แต่ถ้าไม่มีก็ไม่เป็ไรครับ”
“ดีเลยค่ะ”
ชเวฮเยนาหยิบกีตาร์ที่วางไว้ตรงที่ว่างเล็กๆ ข้างเวทีให้คิมชอลซู จากนั้นก็ลงจากเวทีไปนั่งเก้าอี้ตรงโต๊ะที่จัดไว้
“ชอบเพลงแนวไหนเป็พิเศษไหมครับ”
“แค่ไม่โหวกเหวกเสียงดังและน่ารำคาญก็พอแล้วค่ะ”
คิมชอลซูสะพายกีตาร์ไว้บนไหล่แล้วค่อย ๆ วางมือไว้บนสายกีตาร์ทั้งหกสายเขาไม่ได้จับเครื่องดนตรีชนิดนี้มาเกินสิบปีแล้วั้แ่มัธยมต้นปีสองจนถึงมหาวิทยาลัยปีสามรวมทั้งตอนเป็ทหารด้วย
และหลังเป็คุณพ่อห่านป่ากีตาร์ก็ได้กลายมาเป็เมีย กลายเป็เพื่อน กลายเป็ลูกของเขา
“เพลงป็อปก็ได้ใช่ไหมครับ”
“เพลงป็อปยิ่งดีเลยค่ะ”
ชเวฮเยนานิ่งส่งสายตามองคิมชอลซูที่พูดโต้ตอบกับเธออย่างใจเย็นโดยไม่มีทีท่าประหม่าแม้แต่น้อยปกติแล้วคนที่มาออดิชันส่วนใหญ่จะประหม่าจนพูดติด ๆ ขัด ๆ กันตลอด
คิมชอลซูจูนสายกีตาร์แล้วดีดเบาๆ จนเกิดเป็ทำนองชวนผ่อนคลาย แต่ชเวฮเยนาก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมาก
เพราะขนาดคนที่ทุ่มเทให้กับดนตรีเพียงอย่างเดียวยังเล่นให้เก่งได้ยากแล้วพนักงานบริษัทจะเก่งสักเท่าไรกัน
เธอเอนตัวพิงเก้าอี้หนังส่วนคิมชอลซูพอจับคอร์ดได้แล้วก็เริ่มแสดงทันที
My Love— Westlife
ชเวฮเยนาที่ตอนแรกไม่ได้คาดหวังอะไรพลันตกอยู่ในภวังค์เสียงอันทรงพลังของคิมชอลซูโดยไม่รู้ตัวเธอเพลิดเพลินไปกับเสียงเพลงนั้นจนกระทั่งการแสดงของคิมชอลซูจบลงชเวฮเยนาจึงปรบมือให้เขา
“เพราะดีนี่คะ”
“ขอบคุณครับ”
“อืม ทำไมถึงไม่ไปเป็นักร้องล่ะคะ”
คิมชอลซูตอบคำถามของชเวฮเยนาสั้นๆ
“พอดีว่าโตเป็ผู้ใหญ่แล้วน่ะครับ”
“อุ๊บ!”
ชเวฮเยนาหัวเราะออกมาอย่างลืมตัว
“คงไม่ได้ร้องเพราะแค่เพลงนี้เพลงเดียวใช่ไหมคะ”
“แน่นอนครับ”
“งั้นลองร้องอีกเพลงสิคะ”
ชเวฮเยนาเท้าคางวางศอกทั้งสองข้างบนโต๊ะพลางมองคิมชอลซูร้องเพลงอีกครั้ง
ถ้าดูกันเฉพาะเื่ความสามารถแล้วเขาก็ไม่มีอะไรขาดตกบกพร่องและสามารถเป็นักร้องตอนนี้เลยก็ได้นํ้าเสียงเขามีเสน่ห์มาก ยิ่งสวมชุดสูทร้องเพลงป็อปแบบนี้ยิ่งน่าประทับใจ
ไม่เพียงแค่นั้นเขายังดูมีวุฒิภาวะแบบที่วัยรุ่นไม่ได้มีกันง่าย ๆ ราวกับผ่านการกลั่นกรองออกมาจากใจของคนที่ผ่านมรสุมชีวิตมาอย่างยาวนาน
“ใจจริงก็อยากเรียกให้มาร้องทั้งสัปดาห์เลยนะ แต่เพราะมีคนที่ถูกเลือกไปแล้วด้วยน่ะค่ะ”
“ขอบคุณครับ”
“แต่งงานหรือยังคะ”
คิมชอลซูส่ายหน้าตอบชเวฮเยนา
“ยังครับ”
“ถ้าอย่างนั้นวันศุกร์กับวันเสาร์ก็ว่างใช่ไหมคะ”
วันศุกร์กับวันเสาร์คือเวลาทอง
“ตกลงเื่ค่าจ้างกันก่อนดีไหมครับ”
“ชั่วโมงละแสนวอนค่ะ”
“สองแสนวอนครับ”
“นั่นแพงมากเลยนะคะ”
“ถ้างั้นผมไปที่อื่นก็ได้ครับ”
เมื่อคิมชอลซูทำท่าจะลุกขึ้นชเวฮเยนาจึงรีบคว้าแขนเสื้อเขาไว้
“แสนห้า”
“แสนแปด”
“เพราะเป็เซลส์เลยพยายามต่อราคางั้นเหรอคะ”
“ค่าใช้จ่ายต่อสัปดาห์ของผมคือสองหมื่นห้าพันวอนครับถ้าได้สามหมื่นวอนจึงจะถือว่าเยอะครับ”
“...”
ชเวฮเยนาทำหน้าพูดไม่ออกบอกไม่ถูกแล้วปล่อยแขนเสื้อคิมชอลซู
“...กลัวคนไม่รู้ว่าเป็เซลส์เหรอคะ...ได้ค่ะ สองแสนร้องั้แ่สามทุ่มถึงห้าทุ่ม ครั้งละสองชั่วโมงเพราะถ้าเสียงหายจะเป็ปัญหาเอาได้”
ถ้าร้องสองชั่วโมงติดต่อกันสองวันก็ต้องดูแลเสียงให้ดี
“เป็เงื่อนไขที่ยากเกินไปนะครับ”
“แต่ถ้าทนได้หกเดือน จะเพิ่มให้เป็สองเท่าเลยค่ะ”
คิมชอลซูมองชเวฮเยนานิ่งๆ
ไม่รู้ว่าเป็คนไม่มีหัวคิดเื่การใช้เงินหรือว่ามีเงินเยอะมาก
แต่ถ้าร้องสัปดาห์ละสี่ชั่วโมงได้แปดแสนวอนเดือนหนึ่งก็ตกสามล้านสองแสนวอน ได้เยอะกว่าเงินเดือนที่บริษัทอีกเป็งานพิเศษที่ปฏิเสธไม่ได้เลย ที่สำคัญร้านนี้ก็อยู่ได้นานกว่าตัวเขาที่จะถูกเลิกจ้างในอีกสิบแปดปีให้หลัง
และเมื่อเป็พนักงานใหม่คงจะไม่ได้รับมอบหมายงานสำคัญ หรือต่อให้มีงานแบบนั้นจริง ๆก็เคยมีประสบการณ์มาแล้ว ถ้าอีจุนฮักไม่แกล้ง ก็ไม่มีงานไหนที่จำเป็ต้องอยู่ถึงสามทุ่มแน่นอน
“ได้ครับ”
ชเวฮเยนายื่นมือออกมา
“จะว่าไปแล้วยังไม่ได้แนะนำตัวเลยใช่ไหมคะ ฉันชเวฮเยนาค่ะ”
คิมชอลซูจับมือชเวฮเยนาพร้อมพูด
“คิมชอลซูครับ”
“ทำไมมาช้าอย่างนี้ล่ะ”
ยุนจินซุกเป็คนมาเปิดประตูให้
พอคิมชอลซูเห็นแม่เขาก็พูดไม่ออกไปพักหนึ่ง
“...ทำไมยังไม่นอนอีก”
“ก็ต้องรอลูกกลับบ้านก่อนสิ”
“ผมอาจจะกลับดึกแบบนี้ทุกวันนะ”
“ก็ต้องแบบนั้นแหละ ถ้ากลับเร็วเมื่อไหร่เดี๋ยวแม่ไล่ออกไปเอง”
“...แม่ก็...”
“ตอนนี้เหลือแค่ให้ยองซูได้งานทำ แม่คงจะหมดห่วงแล้ว”
ความฝันของแม่คือการได้เห็นลูกทั้งสองคนแต่งงานมีลูกและมีชีวิตที่ดี
“พูดอะไรน่ะ...แล้วยองซูล่ะ”
“อ่านหนังสืออยู่ เดี๋ยวแม่เปิดเครื่องทำนํ้าอุ่นให้ ไปอาบนํ้าไป”
“ครับ”
คิมชอลซูเข้าไปในห้องนํ้าแคบๆ พออาบนํ้าเสร็จแล้วจึงเข้าห้อง
แม้ใกล้จะเที่ยงคืนแล้วแต่คิมยองซูก็ยังคงตั้งใจอ่านหนังสือเรียน ดูแล้วเหมือนกับพระพุทธเ้า
“เพิ่งกลับมาเหรอพี่”
“อืม อย่าอ่านหนังสือใกล้ขนาดนั้นสิ เดี๋ยวสายตาเสียหรอก”
“สายตาเสียก็ใส่แว่นสิ”
“ใส่แว่นแล้วเดี๋ยวไม่หล่อนะเว้ย”
“หึ”
คิมยองซูกลับไปจดจ่อกับหนังสืออีกครั้งคิมชอลซูเช็ดผมพลางมองด้านหลังของน้องชายเงียบ ๆ จากนั้นจึงเปิดโน้ตบุ๊กที่วางอยู่ตรงมุมหนึ่งขึ้นมาและเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
สวัสดิการอย่างหนึ่งที่บริษัทฮันยองเทรดดิ้งมีคือเงินกู้ดอกเบี้ยตํ่า
ก่อนหน้านี้คิมชอลซูไม่เคยรู้เลยทำให้ไม่ได้ใช้สวัสดิการนี้และเมื่อค้นหาดูก็พบว่าให้สามารถกู้ได้ยี่สิบล้านวอนในอัตราดอกเบี้ย 2.5 เปอร์เซ็นต์ต่อปีกับธนาคารประจำของบริษัท
ยี่สิบล้านวอนนี้สามารถช่วยให้ลงไปจากเนินเขานี่ได้ต้องป้องกันไม่ให้เข่าของแม่เสื่อม
คิมชอลซูแคปหน้าจอนั้นไว้แล้วส่งเข้าอีเมลบริษัทก่อนจะปิดโน้ตบุ๊กจากนั้นก็นอนลงที่เตียงชั้นล่าง
“ยองซู สนุกไหม”
“อืม”
“โตไปอยากเป็อะไร”
“เป็หมอ”
“ทำไมล่ะ”
“เพราะได้เงินเยอะไง”
“เพราะเงินเหรอ”
“แค่คิดว่าถ้าที่บ้านมีใครสักคนเป็หมอก็น่าจะอุ่นใจได้น่ะ”
ที่จริงแล้วความฝันของคิมยองซูคือการเป็หมอแต่เพราะไม่มีเงินมากพอจะเข้าเรียนแพทย์ได้ เขาจึงเลือกเรียนวิศวะแทน
“ตั้งใจเรียนเข้าล่ะ”
“ครับพี่”
“พี่นอนก่อนนะ”
“อืม”
คิมชอลซูเอนหลังนอนบนเตียงแล้วห่มผ้าพลางมองผนัง
ฝันของฉันฝันของน้อง ฝันของแม่
บางทีอาจไม่ต้องทิ้งฝันใครเลยและอาจทำในสิ่งที่อยากทำได้
อาจเพราะต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันทำให้ดวงตาของคิมชอลซูที่เหนื่อยล้าค่อย ๆ ปิดลง
“โอ๊ย!”
หกโมงเช้า
อีจุนฮักที่ดื่มเหล้าจนรุ่งสางสะดุ้งตื่นขึ้นมาและเริ่มค้นกระเป๋าเอกสารทันที
“ที่รัก ทำอะไร...”
จางฮเยยองภรรยาอีจุนฮักขยี้ตาพลางถาม
“ผมลืมของไว้ที่บริษัท ต้องรีบไปแล้ว”
“เซ่อจริง แล้วข้าวเช้าล่ะ”
“ไม่มีเวลากินหรอก เดี๋ยวเข้าบริษัทแล้วต้องลงไปที่ปูซานทันทีถ้าสายเดี๋ยวเป็เื่ใหญ่”
“โอเค”
อีจุนฮักล้างหน้าลวกๆ ออกมาจากห้องนํ้า ส่วนจางฮเยยองได้เตรียมชุดสูทไว้พร้อมสวมให้สามี
“งั้นไปก่อนนะ”
“ขับรถระวัง ๆ นะ”
“อื้อ ถ้าจีฮุนถามหาพ่อก็โทร.มานะ”
“อืม”
อีจุนฮักขับรถมาถึงบริษัทแล้วมองนาฬิกาเห็นว่าตอนนี้เป็เวลาเจ็ดโมงห้านาทีเขารีบวิ่งไปยังออฟฟิศที่อยู่ตรงหัวมุมพอเห็นว่าไฟฝั่งของทีมขายห้าเปิดอยู่ก็แปลกใจ
อะไรเนี่ยเวลานี้เนี่ยนะ
อีจุนฮักมองเห็นคิมชอลซูใส่หูฟังและกำลังอ่านหนังสืออยู่
“เด็กใหม่!”
อีจุนฮักเรียกเสียงดังจนคิมชอลซูใรีบลุกขึ้นลนลานถอดหูฟังออกปิดหนังสือและเอาไปซ่อนไว้ด้านหลัง
“ครับ ผู้ช่วยผู้จัดการอี!”
“นาย...ทำอะไรเนี่ย”
“เปล่าครับ พอดีตื่นเช้า”
“ไม่ใช่! ซ่อนอะไรไว้ นั่นอะไร”
อีจุนฮักผลักคิมชอลซูเพื่อจะดูสิ่งที่ซ่อนไว้ทันใดนั้นสายตาของอีจุนฮักก็สะดุดเข้ากับหนังสือโทอิกที่สภาพเหมือนผ้าขี้ริ้ว
นั่นเป็หนังสือโทอิกที่คิมชอลซูพกติดตัวอยู่เสมอหลังจากตัดสินใจว่าจะหางานทำ
“นาย!!!?”
“ขอโทษครับ ผู้ช่วยผู้จัดการอี”
“...”
ต้องอ่านบ่อยขนาดไหนหนังสือถึงกลายเป็สภาพอย่างนั้นได้
อีจุนฮักมองคิมชอลซูสลับกับหนังสือโทอิกจากนั้นจึงกางหนังสือโทอิกออก ในแต่ละหน้าเต็มไปด้วยโน้ตมากมายเป็ร่องรอยของการตั้งใจเรียน
อีจุนฮักปิดหนังสือโทอิกพลางมองคิมชอลซู
“ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าถ้าอ่านหนังสือโทอิกในออฟฟิศ นายตายแน่น่ะ”
“ขอโทษครับ ผู้ช่วยผู้จัดการอี”
“เวร...ลืมเลย!”
อีจุนฮักหงุดหงิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนนึกได้ว่าตัวเองมาที่นี่ทำไมจึงรีบกระวีกระวาดเปิดลิ้นชักโต๊ะตัวเองแล้วหยิบเอกสารกับ USB ออกมา
ขณะที่กำลังจะวิ่งออกไปก็หันมาพูดกับคิมชอลซูก่อน
“...เด็กใหม่!”
“ครับ ผู้ช่วยผู้จัดการอี”
“...ถ้าอ่านหนังสือในเวลางาน นายตายแน่”
“ครับ ผู้ช่วยผู้จัดการอี”
“ถ้าฉันสายเพราะนาย กลับมานายตายแน่!”
อีจุนฮักดุเสียงแข็งก่อนจะวิ่งออกไปยังโถงทางเดินพร้อมมุมปากยกขึ้นเล็กน้อย
เหอะ...ไอ้เด็กนี่ถูกใจชะมัดเลยเว้ย
เมื่ออีจุนฮักออกไปแล้วคิมชอลซูก็นั่งลงพลางเก็บหนังสือโทอิกใส่ในลิ้นชักเขารู้อยู่แล้วว่าวันนี้อีจุนฮักจะเข้าออฟฟิศตอนเช้าเพราะวันนี้เป็วันเดียวที่อีจุนฮักผู้เข้มงวดจะยอมอ่อนข้อลงบ้างเขาเลยจัดฉากเล่นละครนิดหน่อย
คิมชอลซูเปิดคอมพิวเตอร์ขึ้นมาแล้วเปิดเบราว์เซอร์อินเทอร์เน็ต คิดไว้ว่าเมื่อได้เงินจากไลฟ์คาเฟ่ก็จะนำมาลงทุนกับหุ้น
เพราะการจะส่งน้องเรียนแพทย์นั้นจำเป็ต้องใช้เงินจำนวนมาก