ตอนที่ 10 เมดสาวพบเจอนั่นใช่คุณฟานหรือเปล่า?
ซีโร่พาชาชาเข้ามาอยู่ในสถานะ‘ไร้ตัวตนและการไม่มีอยู่’ โดยที่ชาชานั้นไม่รู้สึกตัวเลยและได้ทำการปิดผลโบนัสรักษาาแให้แก่ชาชา
[ ผู้ที่อยู่ในสถานะ ‘ไร้ตัวตนและการไม่มีอยู่’ สามารถมีปฏิกิริยา ััและจู่โจม ผู้ที่อยู่ในสถานะ ‘ไร้ตัวตนและการไม่มีอยู่’ ด้วยกันได้ตามปกติ ]
...
“พวกมนุษย์เหรอ ใจกล้าดีนิ บุกมาถึงถิ่นของพวกข้า”
ชาชาปั้นหน้ายิ้มพูดดั่งคนที่เหนือกว่า
ชาชาพูดภาษาของดวอร์ฟ...แต่ดูจากสีหน้าของมนุษย์ทั้งสามคนแล้วเหมือนพวกมันจะเข้าใจที่เขาพูด
ชาชาไม่แปลกใจเท่าไหร่ มีดวอร์ฟที่ศึกษาภาษาของมนุษย์ก็ต้องมีมนุษย์ที่ศึกษาภาษาของดวอร์ฟอยู่บ้างแหละ
“เฮ้!!!!!!!! พวกเรา!...ตรงนี้มีมนุษย์แอบเข้ามา”
ชาชาะโออกมาสุดเสียง
“เฮ้!!! พวกเรามาล่าพวกมนุษย์--- #$df2”
“พรั๊ว!!!”
ชาชาถูกตบปากด้วยคนที่สวมหน้ากาก จนเืสีแดงสดไหลออกมาจากปาก
“เงียบๆหน่อยคะะโเสียงดังไปก็ไม่มีใครได้ยินคุณหรอกคะ หนวกหูเปล่าๆ”
“แก!!!!!!”
ชาชาจ้องไปยังคนสวมหน้ากากด้วยความโกรธ
และชาชาก็คิดได้ว่าอาจจะเป็ผลที่เกิดจากสกิลบางอย่างของพวกมนุษย์อาจจะเป็สกิลประเภทกางอาณาเขตปิดกั้นเสียงเอาไว้
แต่ทว่า...ในอีกไม่นานเพื่อนของชาชาจะมาชวนเขาไปดื่มเหล้า...และต้องเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน
‘...คอยดูเถอะพวกมนุษย์ อะไรที่พวกแกอยากรู้ชั้นไม่มีทางเอ่ยปากพูดแน่นอน เดี่ยวชั้นจะให้พวกแกได้ชดใช้อย่างสาสม ฮึฮึฮึฮึ----’ชาชาส่งเสียงหัวเราะในลำคอ เขายังคงถือไพ่ที่เหนือกว่า
...
..
.
20 ทาทีต่อมา...
“ข~ขอโทษก๊าบบ!!!...ปมยอมแล้ว ยอมหมดทุกอย่าง ขอแค่อย่าทำอะไรผมไปมากกว่านี้เลย”
ชาชาที่อยู่ในสภาพที่สะบักสะบอมใบหน้าปวดบวม พูดขึ้นอย่างน่าสงสาร
“ก็แค่นี้แหละคะ”
เมดสาวซีโร่พูดพร้อมยืดอกอย่างภาคภูมิ...
“ดูเธอภูมิใจกับวิธีการที่ทำจังเนอะ”
กอนพูดแดกดันกับวิธีการแสนจะป่าเถือนของซีโร่ที่จะใช้มีดผีเสื้อของเธอ ขู่จะตัดอวัยวะเพศของชาชาทิ้งหลังจากที่ทรมานไปเท่าไหร่ชาชาก็ไม่คิดที่จะเอ่ยปากพูดเลย...และดูเหมือนว่าซี่โร่นั้นจะไม่ได้แค่ขู่ด้วย
‘โชคดีของเอ็งแล้วจริงๆดวอร์ฟน้อยชาชาที่ยอมเอ่ยปากพูด...ไม่งั้นเอ็งได้เป็หมันจริงๆแน่’
“ขอบคุณคะ”
ซีโร่พูดพลางโค้งตัวอย่างสง่างาม
“ไม่ได้ชมโว้ยย!!!”...
คิวที่ร้อนรนเขาไม่รอช้าถามคำถามตรงไปที่ชาชาทันที
“ฟานอยู่ที่ไหน!!!”
...
เมื่อชาชาฟังจบก็มีสีหน้าที่งงงวยออกมาทันที...
“ใจเย็นๆก่อนคิว เดี่ยวฉันถามเอง”
กอนนั้นต้องมาห้ามคิวที่ยังควบคุมอารมณ์ไม่ได้ก่อนที่เขาจะเป็คนถามเอง
“มนุษย์ผู้หญิงที่แกจับตัวไว้อยู่ที่ไหน”
คำถามของกอนทำให้ชาชาเข้าใจทันที
“อ่อ! มนุษย์ที่พวกเราจับมานะเหรอ...ตอนนี้เหลืออยู่คนสุดท้ายแล้วเป็เพศเมีย ขังอยู่ในที่พักของหัวหน้าเกรก”
...
“แล้วที่พักของหัวหน้าเกรกอยู่ที่ไหน”
กอนถามต่อทันทีเพื่อไม่ให้เสียเวลา
“ที่พักของหัวหน้าเกรกอยู่~~~~~เฮ้!!! ช่วยด้วยข้าอยู่นี่”
ชาชาที่กำลังจะบอกข้อมูลที่พักของหัวหน้าเกรกก็ได้ตระโกนขอความช่วยออกมาอย่างสุดเสียงทันที
----นั้นก็เพราะเพื่อนของชาชาเดินเข้ามาในที่พักของเขานั่นเอง
ชาชาเผลอยิ้มในใจ...ในที่สุดเพื่อนเขาก็มา
เพื่อนของเขานั้นเป็หนึ่งในคนที่เคยเอาชนะทีมสำรวจของพวกมนุษย์มาแล้ว
‘พวกมนุษย์เอ่ย รนหาที่ตายแล้ว...คิดจริงๆเหรอว่าชาชาผู้นี้จะยอมให้มนุษย์ที่แสนอ่อนมาทำตัวเหนือกว่าวะฮ่ะฮะๆ’
“พวกแกทั้งหมดไปตายสะ”
ชาชาพูดขึ้นด้วยสีหน้าที่ชั่วร้าย...
...แต่ดูเหมื่อนว่ามนุษย์ทั้งสามคนไม่ได้มีความเกรงกลัวหรือใอะไรเลย
.
.
----และแล้วความจริงก็กระจ่างเมื่อเพื่อนของชาชาเริ่มพูด
“ไอชาชามันหายหัวไปไหนวะ อุตสาห์มาชวน”
“เฮ้!!! กูอยู่นี่ไงอยู่ตรงหน้ามึงอะ”
ชาชาตระโกนสุดเสียงเรียกเพื่อนของเขาที่เหมือนจะแกล้งทำเป็มองไม่เห็น...
“ไปดีกว่า”
“เฮ้!!!! จะไปไหนนะกูอยู่นี่ ตามึงพังไปแล้วเหรอ”
ชาชารับรู้ได้ทันทีว่าเพื่อนของเขาไม่ได้แกล้งและเมื่อเขาหันไปมองมนุษย์ทั้งสามคน ที่ตอนนี้อยู่ในความโกรธแบบเต็มที่...ชาชาจึงหัวเราะแห้งๆออกมา
“แฮะๆ!!!”
...
“ไปตายสะเหรอ! แฮะๆเหรอ!...ขอสักป๊าบเถอะ”
“เพี๊ย!!!!”
คิวตบกระบาลของชาชาเข้าอย่างจังเสียงดังฟังชัด
.
.
เวลาผ่านไป...ชาชาถูกจี้ให้นำทางไปยังที่พักของหัวหน้าเกรก
ชาชายังคงสงสัยกับความสามารถที่พวกมนุษย์ใช้มันเป็ความสามารถอะไรกันแน่
ไม่ใช่เพียงแค่เสียงของเขาเท่านั้นที่ไม่มีใครได้ยินแต่ร่างกายของเขาก็ไม่มีใครมองเห็นเลย แม้แต่หัวหน้าเกรกที่กำลังทำความสะอาดดาบของตัวเองอยู่ภายในที่พัก...
ชาชาพาพวกมนุษย์เดินผ่านต่อหน้าเขาก็ยังมองไม่เห็นเลย...‘นี่มัน!...ความสามารถอะไรกันวะ’ ชาชางุนงงเป็อย่างมาก
.
.
ภายในที่พักของหัวหน้าเกรกเหมือนทีพักของพวกดวอร์ฟทั่วไป
คิวไม่คิดว่าที่นี่จะเป็ที่เก็บตัวประกันเหมือนที่ชาชาบอก เนื่องจากมันเล็ก และไม่มีสิงที่ดูเหมือนกรงขัง
“แก!คงไม่ได้โกหกพวกเราอยู่สินะ”
คิวที่ยังอยู่ในอารมณ์ร้อนถามชาชา
“ใจเย็นๆหน่อยมนุษย์คนสุดท้ายที่พวกเราจับมาอยู่ที่นี่แน่นอน”
ชาชาพยายามปั้นหน้ายิ้มตอบแต่ในใจนั้นคิดอีกแบบ‘ไอพวกมนุษย์! ใจร้อนกันจังวะ...รอไปก่อนเถอะชั้นเจอจุดอ่อนของสกิลพวกแกเมื่อไหร่ ล้างคอรอไว้ได้เลย’
...
“หัวหน้าเกรกนะ!ชอบดื่มเหล้ามากเลยนะ”
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเื่นี้วะ”
คิวพยายามถามถึงที่อยู่ของฟานอย่างใจร้อนแต่ทางชาชาใจเย็นเกินคาดและมีลีลาในการตอบคำถามของคิว
“อันที่จริง~ก็ไม่เกี่ยวหรอก มั้ง~~~” ...
ชาชาที่กะจะถ่วงเวลาต้องรีบบอกถึงข้อมูลของหัวหน้าเกรกทันทีเมื่อเห็นมนุษย์หน้ากากขาวแผ่ออร่าสังหารออกมา ในมือถือมีดและกำลังจะทำบางอย่างกับเขา
“เอ่อก็ได้จะพูดเดี่ยวนี้แหละ!!!”…
“โปรดอย่าทำเป็เล่นคะรีบๆบอกที่อยู่ของคุณฟานมา”
“เข้าใจแล้ว...หัวหน้าเกรกนะมีสกิลเปลี่ยนขวดธรรมดาให้เป็ขวดที่สามารถดูดสิ่งมีชีวิตเข้าไปข้างในได้นะ”
ชาชาจำเป็ต้องเผยข้อมูลสกิลบางอย่างของหัวหน้าเกรกให้พวกมนุษย์ฟัง
“แกจะบอกว่าไอหัวหน้าเกรกเนี่ยขังฟานไว้ในขวดอย่างงั้นเหรอ”
“ใช่!...แต่ไม่ต้องห่วงหรอกนะ หากพังขวด หรือเปิดฝาขวดได้ มนุษย์ที่ถูกขังอยู่ก็ออกมาได้อย่างปลอดภัย”
กอนที่ถามชาชาอยู่จี้หาที่อยู่ของฟานเพิ่ม
“แล้วไหนละขวดที่ว่า”
“ชั้นเองก็ไม่รู้เหมือนกันหัวหน้าเกรกน่าจะเก็บไว้ที่ไหนสักที่ในนี้นี่แหละ”
...
คิวที่กำลังจะพูดอะไรบางอย่างหลังจากฟังชาชาพูดจบก็ถูกห้ามเอาไว้ด้วยกอน...เพราะกอนไม่คิดว่าชาชาจะโกหกและต่อให้โกหกจริง ตอนนั้นค่อยให้ซีโร่จัดการอีกที...ถึงตอนนั้นหากจะมองว่าเขาโหดร้าย ก็อย่าได้ว่ากันเลย...
----การค้นหาขวดที่คาดว่าขังมนุษย์ไว้จึงเริ่มต้นขึ้น
พวกเขาเริ่มหาไปทั่วภายในที่พักนั้นเต็มไปด้วยขวดเหล้าอยู่มากมายมหาสาร เหมือนกับว่าไอหัวหน้าเกรกนั่นเป็พวกชอบสะสมขวด...และมันเพิ่มความยากในการหาไปอีกขั้น...
.
.
...และเวลาก็ผ่านไปเพียงไม่นานกอนก็หาเจอ
มันเป็ขวดที่ยังมีฝาปิด..และไม่มีของเหลวอยู่ด้านใน
ชาชานั้นรับประกันว่าต้องเป็ขวดนี้อย่างแน่นอน
ซีโร่ทำให้ตัวเองออกมาจากสถานะไร้ตัวตนแค่แวบเดียวและััไปยังขวด...เพื่อพาขวดเข้ามายังสถานะไร้ตัวตนพร้อมกับเธอ
แต่แค่แวบเดียวที่ซีโร่ออกจากสถานะไร้ตัวตนหัวหน้าเกรกก็ััได้ถึงตัวตนของเธอ...
แต่เธอยังโชคดีที่มันเป็เพียงแค่แวบเดียวที่ััได้เท่านั้นทำให้หัวหน้าเกรกคิดว่าตัวเขานั้นหลอนไปเอง
...
..
.
นาทีที่หัวใจเต้นแรง...กอนค่อยเปิดฝาขวด
ขวดถูกเปิดออกเกิดแสงที่ปากขวดออกมากองรวมกันตรงหน้ากลายเป็มนุษย์ผู้หญิงจริงๆ
กอนและคิวดูทึ่งเป็อย่างมากแต่ชาชาเหมือนเห็นจนชินแล้ว
...
..
.
“เอ๊ะ!!!ใครนะ...ไม่ใช่ฟานนิ”
พวกเขาต้องใหนักยิ่งกว่าเดิมเมื่อผู้หญิงตรงหน้าไม่ใช่ฟาน
ผู้หญิงตรงหน้าดูสับสนเป็อย่างมากอยู่ๆเธอก็โผล่มาในที่ประหลาด และผู้คนที่ไม่รู้จัก
...
คิวกระชากคอของชาชามาเขย่าทันที
“แกเอาฟานไปไว้ไหนกันแน่”
“ใจเย็นๆก่อน~”
“ไม่เย็นแล้วโว้ย”
คิวเขย่าคอของชาชาไม่หยุดจนกอนต้องมาห้าม
“คิวใจเย็นๆก่อน”
กอนรู้ดีว่าตอนนี้คิวรู้สึกยังไง...เพราะผู้หญิงตรงหน้านั้นไม่ใช่ฟาน
...
กอนหันไปพูดกับผู้หญิงตรงหน้า
“ไม่เป็ไรนะพวกเรามาช่วยแล้ว”
แม้ความจริงกอนไม่ได้อยากจะช่วยเธอ...
กอนยิ้มอย่างเป็มิตรผู้หญิงตรงหน้าดูสับสนและสั่นกลัว แต่เมื่อกอนหันมาพูดอย่างเป็มิตร ทำให้เธอเริ่มผ่อนคลายลงมาบ้างแล้ว...
ทางฝั่งของคิวยังคงถามชาชาด้วยอารมณ์ที่ไม่ลดละ
“โอกาสสุดท้ายแล้วบอกมาเดี่ยวนี้ว่าฟานอยู่ที่ไหน”
“ก็บอกว่าไม่รู้ไงนี่เป็มนุษย์คนสุดท้ายแล้วที่พวกเราจับมา”
ชาชาจนปัญญาที่จะหาคำมาพูดให้คิวเชื่อ
“ฟานถูกปล่อยตัวไปแล้วจริงๆคะ”
หญิงสาวตัวประกันคนสุดท้ายที่เริ่มผ่อนคลายก็พูดขึ้นมา
...
ทุกสายตานิ่งอึ้งจับจ้องไปที่เธอ
“แล้ว!ฟานอยู่ที่ไหนละ”
“เื่นั้นเองฉันก็ไม่ทราบ...เพียงแต่ว่า---”
จากนั้นหญิงสาวก็เริ่มเล่าเหตุการ์ณในตอนนั้น
...
มนุษย์ที่ถูกดวอร์ฟจับมาเป็ตัวประกันเริ่มทยายถูกปล่อยตัว...จนในที่สุดตัวประกันเหลือเพียงแค่ มนุษย์สองคน นั่นคือฟานและเธอ
การที่เหลือตัวประกันแค่สองคนนั้นทำให้พวกเขาทั้งคู่ได้ทำความรู้จักกัน ได้พูดคุยกัน
แม้เป็เพียงแค่่ระยะเวลาสั้นๆแต่มันก็มากพอที่จะทำให้เธอและฟานได้รู้จักกัน...
“ถ้าเราออกจากรูหนอนนี้ไปได้...ถึงตอนนั้นค่อยมาเจอกันนะ”
ฟานพุดด้วยรอยยิ้มเธอเป็คนที่มีความหวังเสมอ
“อื่ม!...ฉันจะไปหาเธอให้ได้เลย”
...
นั่นคือคำพูดสุดท้ายของฉันและฟาน...เมื่อ่เวลาแห่งการปล่อยตัวประกันคนต่อไปมาถึง
มนุษย์ที่เป็เกรทเทอร์มาอยู่ต่อหน้าพวกดวอร์ฟ
พวกมันทำสัญญาอะไรด้วยกันบางอย่าง...จากนั้นพวกดวอร์ฟก็เริ่มพูด
“ครั้งนี้พวกแกจะเลือกตัวประกันคนไหนไปดีละ”
เมื่อพวกเกรทเทอร์ฟังจบก็มองไปที่เธอและฟาน มองไปยังทุกส่วนของร่างกาย
...สายตาของพวกมันที่จับจ้องมาที่ร่างกายของฉันมันทำให้ฉันรู้สึกกลัวขึ้นมา
จากนั้นพวกเกรทเทอร์ก็เริ่มคิดหนัก และเถียงกันว่าจะเลือกใครดี
และสุดท้ายพวกมันก็เลือก...
“เอาคนนี้แล้วกัน”
พวกเกรทเทอร์พูดพร้อมชี้ไปที่ฟาน...จานนั้นพวกดวอร์ฟก็ปล่อยตัวฟานไปให้พวกเกรทเทอร์
แล้วพวกเกรทเทอร์ก็พาฟานกลับไป
เหลือทิ้งไว้เพียงแค่เธอคนเดียวที่ยังถูกจับเป็ตัวประกัน
... ... ...
.. .. ..
. . .
กอนฟังที่ผู้หญิงตรงหน้าเล่าจบเขาใช้เวลาคิดอยู่สักพัก
ส่วนคิวนั้นก็เริ่มพูดด้วยอารมณ์ที่ร้อนรนเช่นเดิม
“มันจะเป็ไปได้ยังไงพวกเราเคยไปเช็คในที่พักของตัวประกันแล้วนะ ไม่เห็นมีฟานอยู่เลย...เธอเป็พวกเดียวกับดวอร์ฟใช่ไหม...เธอกำลังโกหกพวกเราอยู่สินะ”
“ไม่ใช่นะ!!!”
หญิงสาวหน้าเสียขึ้นมาทันทีพยายามตอบปฏิเสธคิว...ส่วนคิวในตอนนี้ไม่มีทางเชื่อผู้หญิงแปลกหน้าตรงหน้าเลย
---กอนเริ่มคิดหนัก
...ในที่พักของพวกดวอร์ฟไม่มีวี่แววของฟานเลย ดวอร์ฟที่พวกเราจับมาอาจจะโกหกได้แต่ผู้หญิงตรงหน้ากอนคิดว่า เธอไม่น่าจะโกหกพวกเรา...แถมพวกเกรทเทอร์ก็ดูมีอะไรแปลกๆจริงๆ
----เพราะในตอนนั้นพวกเราไปเช็คแค่ที่เต็นท์ของตัวประกัน...แต่ยังไม่ได้ไปเช็คที่เต็นท์ของพวกเกรทเทอร์เลย
กอนกำลังคิดถึงสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด...มันคือการที่คุณฟานถูกพวกดวอร์ฟพาไปยังอีกฝั่งโลกของพวกมันอย่างงั้นเหรอ
....ไม่ใช่เลย สถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดที่กอนกำลังคิดอยู่...มันคือเื่นั้นต่างหาก
‘ไม่!ไม่!ไม่!ไม่!...ขอเถอะ ขออย่าให้เป็แบบที่ฉันคิดเลย’ กอนภาวนาในใจ
ในตอนนี้นั้นเขาดูร้อนรนกว่าคิวหลายเท่า...
“ไม่ได้การละ!คิวเงียบก่อน...ตอนนี้เราต้องรีบไปให้เร็วที่สุด...”
“รีบไปที่ว่าเนี่ยคือที่ไหนเหรอ”
“กลับไปยังแคมป์ที่พักของฝ่ายมนุษย์ยังไงละ”
กอนพูดคุยกับคิว...เพราะตอนนี้นั้นมีสิ่งที่พวกเขาทำผิดพลาดสิ่งที่เร่งด่วนมากๆ...ต้องรีบเดินทางกลับไปที่แคมป์ของฝ่ายมนุษย์ในทันทีโดยเฉพาะที่เต็นท์ของพวกเกรทเทอร์
“ซีโร่รีบเคลียร์เื่ตรงนี้ เราต้องรีบเดินทางไปให้เร็วที่สุด”
“ทราบแล้วคะ”
ซีโร่ควักมีดผีเสื้อออกมาฟันเบาๆไปที่บริเวณตัวและปากของชาชาเกิดลอยาแเล็กๆที่ทำให้ชาชารู้สึกคันๆ...แต่ผลในครั้งนั้นทำใหชาชารู้สึกตัวทันทีว่า ร่างกายของเขามันยังคงขยับไม่ได้เหมือนเดิม...เพิ่มเติมคือไม่สามารถส่งเสียงพูดออกมาได้
“อีกสักพักสถานะอัมพาตของคุณจะค่อยๆหายไปเองคะ”
มนุษย์สวมหน้ากากพูดขึ้นทิ้งท้าย...ก่อนที่พวกมนุษย์จะรีบร้อนหนีหายกันไปจนหมด
...
ชาชาหลุดออกจากสถานไร้ตัวตนและถูกทิ้งไว้ในที่พักของตัวเอง...แต่สถานะอัมพาตยังไม่หาย ‘บ้าเอ้ย! ไอพวกมนุษย์ข้าหลุดออกไปได้เมื่อไหร่จะตามล่าพวกเ้าไปยังอีกฝั่งของโลกแน่’
...
..
.
กอน คิว ซีโร่และผู้หญิงแปลกหน้า ที่ต่อมาได้รู้ว่าเธอชื่อ ‘หนิง’
“กอนนายแน่ใจนะว่าตอนนี้ฟานอยู่ที่แคมป์ของฝ่ายมนุษย์นะ”
“คิดว่าไม่ผิดแน่นอนตอนนี้เรารีบเดินทางกันก่อนเถอะ”
กอนดูมีสีหน้าที่เคร่งเคียดเขาดูร้อนรนยิ่งกว่าคิว
...
ด้วยผลโบนัสของสถานะไร้ตัวทำให้การเดินทางของพวกเขาสี่คนนั้น ไม่จำเป็ต้องดื่มกิน หรือพักผ่อน
ความเร่งรีบและกระวนกระวายภายในใจของกอนทำให้เขาเดินทางกลับมายังที่พักของฝ่ายมนุษย์ เร็วกว่าตอนไปที่พักของพวกดวอร์ฟเกือบเท่าตัว
...
..
.
----และในที่สุดพวกเขาก็มาถึงที่พักของฝ่ายมนุษย์
กอนรีบตรงไปบริเวณเต็นท์สุดหรูหราทันทีเขาได้ยินเสียงอันน่ารังเกียจของเกรทเทอร์ดังออกมาสู่ภายนอก กอนมีสีหน้าที่เคร่งเคียดแบบขั้นสุดหัวใจสั่นไหวเต้นแรง
กอน และพรรคพวกไม่รอช้าเข้าไปในเต็นท์ตรงหน้าทันที ภายในดูกว้าง และหรูหราเหมือนห้องจัดเลี้ยงปาร์ตี้ของโรงแรมชื่อดัง...แต่บรรยากาศนั้นชวนอ๊วกเป็อย่างมากเต็มไปด้วยสิ่งเสพติด ของมึนเมา และเหล่าเกรทเทอร์จำนวนหนึ่งที่กำลังเฮฮาสนุกสนาน
ส่วนคิวนั้นยังดูสับสน...
จนในที่สุดพวกเขาก็เจอเข้ากับร่างที่นอนแน่นิ่งร่างกายเต็มไปด้วยาแบอบช่ำไปทั่ว
----แน่นิ่งไม่ขยับเขยื้อน
และเมื่อพวกเขาสังเกตดีๆแล้วก็พบว่าเธอคนนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน... ‘เธอคือคนที่พวกเขาตามหามาโดยตลอด’
“ไม่สิ! ไม่! ไม่! ไม่!...มันต้องไม่ใช่แบบนี้!!!!”
กอนไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองเขาภาวนาขอให้ภาพตรงหน้าไม่เป็ความจริง ร่างกายกายของกอนสั่นไปทั่วหัวใจที่เต้นแรงผิดจังหวะ...มันยากเกินที่จิตใจของเขาจะรับไหว
น้ำตาของกอนเริ่มหลั่งไหลอย่างทุกทรมาน
“รีบช่วยเธอสิซีโร่!!!!!!!!”
ซีโร่เร่งรีบที่จะช่วยหญิงสาวตรงหน้าให้เร็วที่สุดจนเธอเผลอปลดทุกคนออกจากสถานะไร้ตัวตนพร้อมกับเธอ
...พวกเกรทเทอร์ใในทันทีที่จู่ๆมีมนุษย์สี่คนมาโผล่ตรงหน้า แถมจิตััของพวกเขาไม่อาจตรวจจับได้เลย นั่นยิ่งทำให้พวกเขางงหนักเข้าไปอีก
แต่ทางซีโร่นั้นไม่สนใจพวกเกรทเทอร์เลยสักนิดเธอรีบเข้าไปเช็คอาการของผู้หญิงที่นอนแน่นิ่งตรงหน้า
...
..
.
ไม่นานนั้นเธอก็ก้มหน้าด้วยความสิ้นหวัง
“ขอโทษด้วยคะเรามาสายเกินไป”
ร่างของหญิงสาวตรงหน้านั้นเสียชีวิตไปแล้วหากเธอยังมีชีวิตอยู่ ซีโร่มั่นใจว่าสามารถช่วยเธอได้แน่นอน...
และอีกอย่างร่างตรงหน้าแม้จะมีใบหน้า และรูปร่างเหมือนกับคุณฟานอย่างชัดเจน...แต่มันจะใช่คุณฟานจริงๆอย่างงั้นเหรอเธอััได้ถึงพลังงานมานาในร่างของหญิงสาวตรงหน้า...
แต่คำพูดที่นิ่งเรียบของซีโร่...มันเ็ปจนเกินจะรับไหว
หญิงสาวที่ชื่อหนิงใช่มือทั้งสองปิดปาก...แค่เธอถูกจับเป็ตัวประกันสำหรับเธอมันก็มากเกินพอแล้วเธอไม่คิดว่าต้องมาเจอกับเื่ที่โหดร้ายถึงขั้นนี้ดวงตาของเธอสั่นไหวและเริ่มหลั่งน้ำตาออกมาออกมา
กอนตัวสั่นเขาไม่มีแรงที่จะยืนมือทั้งสองจับไปที่บริเวณหน้าอก เพราะภายในนั้นมันเ็ปเกินทน
“ทำไมกัน! ทำไมต้องทำถึงขั้นนี้!!! ไอพวกสารเลว!!! พวกแกทำอะไรลงไป!!!!!!!!!!!!”
กอนะโใส่พวกเกรทเทอร์อย่างสุดเสียงด้วยเ็ปภายในใจ...น้ำตาหลั่งไหลเป็สายฝน
ซี่โร่เข้ามาโอบกอดปลอบกอนเขานั้นเป็พียงแค่เด็กที่พึ่งจบมัธยมต้น...แต่เื่ที่โหดร้ายก็มักจะถาโถมเข้ามาหาเขาเสมอ
...
...
----และคนที่อาการหนักที่สุดคนที่เ็ปหนักที่สุด และทรมานยิ่งกว่าใครๆใน่เวลานี้...
ร่างกายของคิวนั้นยืนนิ่งไม่ขยับเขยื้อนั้แ่เห็นร่างที่ไม่ขยับเขยื้อนที่แสนคุ้นเคยตรงและเมื่อได้ยินสิ่งที่ซีโร่พูด หูของเขาก็วิ้งขึ้นมาทันที ภาพโดยรอบดำมืด
ดวงตาเบิกกว้างสั่นระริกลมหายใจติดขัดเหมือนกำลังจะพูดอะไรบางอย่างแต่สิ่งที่ออกมาเป็เพียงแค่ลมเปล่า
เขายังคงยืนปากพงาบๆอยู่อย่างนั้น
มองเข้าไปภายในใจจิตใจของคิวณ เวลานี้ มันพันทลายย่อยยับชนิดที่ไม่เหลือชิ้นดี และไม่มีสิ่งใดที่จะมารักษามันได้อีกตลอดไป...ตลอดกาล
.
.
.
(่พูดคุยกับผู้เขียน)
ตอนนี้เป็ตอนที่ผมทำการปรับปรุงเนื้อหาเยอะที่สุดแล้วละครับ
หลายท่านอาจจะคิดว่าตอนนี้ปวดตับเกินจนทนอ่านต่อไม่ไหว...ความจริงแล้วอ่านไปจนถึงตอน 14 ท่านจะได้คำตอบครับว่ามันไม่ได้ปวดตับขนาดนั้น
...นั่นก็เพราะ เนื้อเื่่แรกๆผมไม่อยากให้มันหนักเกินไปครับ
.
.
ติชมผลงาน วิจารณ์ได้ตามสะดวกเลยครับผมจะปรับปรุงตัวและเเก้ไขทันที ผมอ่านทุกคอมเม้นแน่นอน
ฝากติดตามผลงานเฟสบุ๊คเพจ : https://bit.ly/3aJY2ic