ความทรมานที่นางกำนัลสาวได้รับเป็ความหฤหรรษ์ของเขานางคิดว่าทุกอย่างจะสิ้นสุดแล้วเมื่อเ้าชายถอดพระหัตถ์ออกจากส่วนลี้ลับของนางทว่าอูเซอร์คาเรกลับพลิกตัวนางให้หันหลังแล้วกดแก่นกายกระแทกใส่อย่างรุนแรงไม่สนใจเสียงกรีดร้องแห่งความเ็ปของนางมือที่จับสะโพกเพื่อรับพลังมหาศาลของเขาเลื่อนมาจับที่ลำคองามระหงมือเรียวเล็กของนางพยายามจะแกะมือของเขาออกเพื่อจะได้อากาศหายใจแต่ยิ่งพยายามเท่าไหร่นางก็รู้สึกทรมานมากขึ้น ดวงตาเหลือกโปนแทบทะลักเสียง
กร๊อก!
ดังขึ้นเพียงครั้งเดียวคอนั้นก็พับผิดรูปและไร้การดิ้นรนอีกต่อไป
“บอบบางเหลือเกิน”
อูเซอร์คาเรสบถหยาบอีกหลายคำก่อนจะเหวี่ยงร่างที่ไร้ิญญาทิ้งพื้นราวเศษซากสวะที่ไร้ค่าเ้าชายคว้าผ้าผืนหนึ่งเช็ดคราบเมือกที่เลอะกายก่อนใช้เท้าเขี่ยนางกำนัลที่บัดนี้กลายเป็ศพไปแล้ว
“ใครอยู่ข้างนอกบ้างมาเก็บกวาดเศษขยะหน่อย”
นางกำนัลรีบเข้ามาตามคำรับสั่งเ้าชายอูเซอร์คาเรเดินผิวปากอารมณ์ดีออกจากพระตำหนักของเสด็จแม่แต่เดินออกมาได้ไม่กี่ก้าวก็ได้ยินเสียงกรีดร้องของนางกำนัลอูเซอร์คาเรหัวเราะออกมา
‘ฆ่าคนนะหรือ? เื่งานนิดเดียวเท่านั้นแต่ฆ่ายังไงให้สนุกต่างหากที่ตื่นเต้นมากกว่า’
‘เ้าลูกสิงโตตัวนี้เป็ของข้า’
อูเซอร์คาเรในวัยสิบขวบประกาศด้วยน้ำเสียงกร้าว วันนี้ฟาโรห์เตติพาโอรสทั้งสองออกไปล่าสัตว์ด้วยพระปรีชาทำให้พระองค์สังหารสิงโตเพศเมียตัวหนึ่งได้ ทว่ามันมีลูกอ่อนอยู่หนึ่งตัวแม้จะเป็สิงโตอายุราวขวบปีแต่มันก็ปกป้องร่างไร้ิญญาที่มีลูกธนูหลายสิบดอกฝังอยู่บนร่าง
‘ถ้าเ้าคิดว่าสามารถควบคุมมันได้’
ฟาโรห์เตติรับสั่ง ทำให้เ้าชายอูเซอร์คาเรรีบกระโจนเข้าไปแต่เ้าสิงโตน้อยขู่คำรามเข้าใส่อย่างไม่หวาดกลัวและตั้งท่าจะทำร้ายเ้าชายอูเซอร์คาเร
‘ข้าเ้าชายอูเซอร์คาเรผู้เป็....เหวอออออ’
ยังไม่ทันที่เ้าอูเซอร์คาเรจะประกาศความเป็เ้าของเ้าสิงโตน้อยก็กระโจนเข้าใส่เหล่าทหารรีบเข้าล้อมแต่ไม่มีใครกล้าลงมือเพราะสิงโตตัวนั้นได้เหยียบอยู่บนร่างที่นอนหงายของเ้าชายอูเซอร์คาเรแส้หนังสีดำทะมึนฟาดลงพื้นอย่างแรง เ้าสิงโตถึงกับชะงักและถอยหลังไปหนึ่งก้าว เ้าชายเนเฟอร์คาเรก้าวเดินอย่างสง่างามดวงเนตรที่เต็มไปด้วยความจริงจังจ้องเขม็งไปยังสิงโตน้อยตัวนั้นจนมันถอยหลังไปทีละน้อยและหมอบลงอย่างเงียบๆ ยอมให้เนเฟอร์คาเรลูบแผงของมันเบาๆ
‘ข้า...เ้าชายเนเฟอร์คาเรจะเป็เ้าชีวิตของเ้าตลอดไป’
อูเซอร์คาเรขบฟันด้วยความโกรธแค้นแต่ไม่สามารถแสดงความรู้สึกออกไปได้เมื่อกลับมาถึงวังของตนนางกำนัลหลายคนพยายามเข้ามาปลอบประโลมเพื่อให้เ้าชายคลายความตึงเครียด
‘ทำไม!ทำไมมันถึงได้ในสิ่งที่ปรารถนาทุกครั้งไป’
‘พระทัยเย็นๆเพค่ะเ้าชายอูเซอร์คาเร’
‘เย็นเรอะ ข้าเย็นไม่ไหวแล้วนะ’
อูเซอร์คาเรหยิบกริชที่แหนบข้างเอวขึ้นจ้วงแทงนางกำนัลผู้โชคร้ายไม่ยั้งมือแม้จะมีเสียงร้องขอชีวิตของนางกำนัลคนนั้นจนนางสิ้นลมและไม่มีใครกล้าเข้าขวางเ้าชายเลยแม้แต่คนเดียว
มือเล็กยกขึ้นเช็ดคราบเืที่เรอะแก้มอูเซอร์คาเรในวัยสิบขวบเพิ่งเคยััเืจากมนุษย์เป็ครั้งแรกและนั่นทำให้เขารู้สึกว่าไฟโทสะที่เผาไหม้จิตใจลดลงการฆ่าคนช่างทำให้เขารู้สึกดีเหลือเกิน
‘ลากเอาเศษสวะไปทิ้งอย่าให้กลิ่นเหม็นเน่าของมันคลุ้งในวังของข้า’
และนับั้แ่นั้นการปลิดลมหายใจคนเป็ความหรรษาอย่างหนึ่งของเ้าชายอูเซอร์คาเรพระอนุชาต่างมารดของเ้าเนเฟอร์คาเรผู้รั้งตำแหน่งองค์รัชทายาทแห่งอียิปต์.
“ข้าจำได้ว่าบอกเ้าไปแล้วใช่ไหม ว่าอย่าทดลองพืชของเ้าส่งเดช”
“ท่านปู่เลจู....มันไม่ใช่อย่างที่ท่านคิด”
หญิงสาวผู้พรางตัวในชุดเสื้อผ้ากระสอบคล้ายหนุ่มน้อยทำหน้างอ
อังค์เนสไม่อาจบอกเล่าเหตุการณ์ได้ทั้งหมดนอกจากบุรุษแปลกหน้าผู้นี้โผล่มาในยามที่้าช่วยชีวิตเ้ากระต่ายน้อยจากบ่วงนายพรานเท่านั้นทว่าบุรุษผู้นี้ได้ขโมยจุมพิตแรกของเธอไปด้วย
“เ้าทำให้ปู่ต้องเดินทางล่าช้า”เลจูดูอาการของบุรุษผู้แสนสง่างามด้วยประสบการณ์ชีวิตทำให้มองเพียงแวบเดียวก็ลวงรู้ว่าชายหนุ่มผู้หลับใหลนี้ มีชาติกำเนิดที่ไม่ธรรมดา
“ขออภัยท่านปู่เลจู”
อังค์เนสสำนึกผิดอย่างจริงใจการรักษาชีวิตคนนั้นเป็สิ่งสำคัญยิ่ง“แต่เขาก็แค่ตัวชาไร้เรี่ยวแรงแล้วก็หมดสติไปเขาผู้นี้แค่ััถูกยางของเถาวัลย์นั่นเท่านั้นมิได้เคี้ยวกลืนลงคอเพราะฉะนั้นพิษของมันคงไม่อาจทำร้ายเขาได้มากนัก”
“ยังปากกล้าอีกนะอังค์เนส”เลจูตวาดเสียงดังจนคนในโรงหมอพากันสะดุ้งโหย่งแม้จะเคยชินกับเสียงดังของท่านหมอเลจูก็เถอะ
“พ่อหนุ่มนี่โดนเพียงเท่านั้นยังสลบได้ข้ามคืนเ้ายังว่าเล็กน้อยอีกรึ”
“แต่มันก็ทำให้เรารู้ได้ว่าควรใช้ในปริมาณใดจึงจะไม่เป็อันตรายต่อชีวิต”
แววตากระตือรือร้นของหญิงสาวทำเอาดังชีที่ยืนอยู่ใกล้ๆเผลอหัวเราะออกมา
“เ้าก็ให้ท้ายนางดีนัก ดังชี”คนเป็ปู่ไม่รู้จะเล่นงานใครจึงมาลงกับดังชีแทน “เอาละเ้าไปต้มยาที่ข้าสั่งไว้แล้วนำมาป้อนให้ชายผู้นี้ดื่มถ้าเขาไม่ตื่นฟื้นเ้าก็รับผิดชอบชีวิตของเขาไป”
“ท่านปู่เลจู!”
อังค์เนสร้องขึ้นอย่างไม่พอใจแม้จะรู้ดีว่าท่านปู่เลจูจะรักและเอ็นดูเธออย่างที่สุด แต่ในขณะนั้นเองมีคนวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาจนทำให้ทั้งสามต้องหันขวับไปดูทันทีโดยที่อังค์เนสไมลืมที่จะกระชับผ้าคลุมผืนหน้าที่มักจะโพกศีรษะพยายามซ่อนใบหน้าของตนเอง
“ช่วยทีเถิดท่านหมอ!เขาเป็บุตรชายคนเดียวของตระกูลข้า หากสิ้นเขาไป ครอบครัวของข้าคงไร้ผู้สืบสกุล”
“ใจเย็นๆ ก่อนท่าน มีเื่ใดมารึ”ดังชีปราดเข้าไปดูเด็กหนุ่มนอนหายใจรวยรินที่ถูกหามมาวางบนแคร่หน้าโรงหมอ ชาวบ้านหลายคนต่างตีวงเข้ามามุ่งดูอย่างใคร่รู้ “เด็กหนุ่มผู้นี้เป็บุตรของท่านใช่ไหม” เลจูโบกมือไล่ทุกคนออกห่างมิใช่การรังเกียจแต่เพื่อป้องกันมิให้ติดเชื้อโรค “เขาอาการเช่นไร”
“ตอนแรกเขาก็บ่นปวดหัวอย่างหนักแล้วก็ถ่ายท้องมากกว่าปกติคลื่นไส้อาเจียนอย่างรุนแรง”
“ท้องเสียรุนแรง”
อังค์เนสเอ่ยเหมือนจะบอกกับตนเองมากกว่าเธอปราดเข้าไปดูคนป่วยที่ร่างกายผายผอมซูบเซียว ตามข้อมีอาการบวมอยู่ด้วยและิัมีแผลผุผองน่ากลัว
“ทำไมถึงมีแผลเหล่านี้”ดังชียื่นมือจะััแต่อังค์เนสปัดมือของดังชีออกอย่างรวดเร็ว
“พิษเข้ากระแสโลหิต” อังค์เนสประกาศ“ต้องแยกให้เขารักษาต่างหากไม่อย่างนั้นจะแผ่กระจายเชื้อโรคไปยังผู้อื่น”
ถ้อยคำของอังค์เนสทำให้ชาวบ้านที่มุงดูถอยกรูออกห่างหญิงสาวส่ายหน้าระอาเมื่อครู่อยากรู้อยากเห็นแต่พอบอกว่าเป็โรคนี้แผ่กระจายได้ก็หวาดกลัวขึ้นทันที
“พี่ดังชี...ท่านอย่าััน้ำเหลืองชายผู้นี้โดยตรงโปรดหาผ้าัักายของเขาก่อนเคลื่อนย้ายข้าจะไปตระเตรียมห้องรักษาให้เขาที่ด้านหลังโรงหมอของเราท่านปู่เลจูท่านก็โปรดเตรียมสมุนไพรสำหรับการรักษาเถิด ชายผู้นี้ขาดน้ำอย่างรุนแรง เขาอาจจะเพ้อเห็นเทพแห่งความตายก็ได้”
พูดจบหญิงสาวในร่างหนุ่มน้อยก็วิ่งปราดไปด้านหลังโรงหมอเพื่อจัดเตรียมสิ่งที่ตน้า ท่านหมอเลจูส่ายหน้าน้อยๆเดี๋ยวนี้ผู้เป็หลานกล้าออกคำสั่งกับหมออย่างเขาแล้วเลจูหันไปพยักหน้ากับดังชีเพื่อให้เขาทำตามที่อังค์เนสสั่งแล้วตนเองจึงเดินไปเอายาสมุนไพรในห้องเก็บยามาปรุงยา
“ท่านหมอจะรักษาบุตรชายของข้าได้หรือไม่”ชายผู้นำร่างอ่อนระโหยโรยแรงของเด็กหนุ่มเอ่ยด้วยแววตามีหวังดังชีส่ายหน้าไปมาขณะเคลื่อนร่างหนุ่มน้อยไปที่พักที่ถูกจัดเตรียมเป็พิเศษซึ่งเป็ห้องขนาดเล็กและมิดชิด