ลิขิตหงสาเหนือปฐพี [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 บทที่ 54 ความลำบากใจ

            "เฟิงไป๋อวี้ เจ้าทำแบบนี้หมายความว่าอย่างไร?"

            "ผู้น้อยไม่เข้าใจสิ่งที่องค์ชายกล่าวมา"จวินหวงพยายามใจเย็นอย่างที่สุดราวกับว่าคนที่ถูกจับข้อมือจนกระดิกไม่ได้มิใช่ตนเอง มิใช่แม้แต่คนที่ตนเองรู้จัก

            ครู่หนึ่งหลังจากนั้น หนานจี๋หานก็รู้ตัวว่าตนเองเสียมารยาทแล้วจึงปล่อยข้อมือของจวินหวง หายใจลึกๆ เฮือกหนึ่งแล้วจึงกล่าวว่า"ในเมื่อเจ้ากับข้ามีพันธสัญญากันแล้ว เช่นนั้นพบกันจะเป็นอันใดไปหรือ? ไยเจ้าต้องหลบหน้าข้าด้วย?"

            จวินหวงปิดปากหัวเราะขึ้นเบาๆ ราวกับได้ยินเรื่องขำขันอย่างที่สุดดวงตางดงามเป็นประกายสว่างเจิดจ้า "องค์ชายกล่าวเช่นนี้ผู้น้อยมิอาจรับได้หากผู้น้อยคิดจะหลบเลี่ยงจริงๆ ก็คงไม่มาปรากฏตัวที่นี่แล้ว"

            หลังสิ้นวาจานั้น ทั้งสองก็ตกอยู่ในความเงียบงันไปชั่วขณะด้านหนึ่งของพวกเขาเป็นสระน้ำ ปลาจิ๋นหลี่[1] สัญลักษณ์แห่งความมั่งคั่งส่ายหางริกๆแหวกว่ายอยู่ในสระด้านข้างอย่างเริงร่าต้นหลิวริมทะเลสาบโอนเอนพลิ้วไหวไปตามลมที่โชยเอื่อยทั้งยังโน้มกิ่งก้านลงไปในน้ำเกิดเป็นระลอกคลื่นเล็กๆ ที่อ่อนโยนไม่นานนักในหัวของจวินหวงก็มีความคิดเกิดขึ้น

            ยามที่ได้มองบุรุษผู้สุขุมคัมภีรภาพที่อยู่ตรงหน้าหนานจี๋หานรู้สึกวาบหวามในหัวใจอย่างไม่อาจหยุดได้ ความคิดนี้น่ากลัวเกินไปเขาอยากจะลืมแต่ก็ทำไม่ได้ เขาไม่ได้ดื่มเหล้าแท้ๆเหตุใดจึงยังรู้สึกหวั่นไหวกับบุรุษผู้หนึ่งได้อีก?

            จวินหวงเป็นผู้เชี่ยวชาญในการอ่านสีหน้าและวาจาของผู้อื่นเป็นที่สุด ไม่นานนางก็รู้สึกถึงสายตาแปลกๆของหนานจี๋หาน ย้อนคิดไปถึงเรื่องราวต่างๆ ในคืนนั้น หัวคิ้วพลันขมวด และค่อยๆถอยหลังมาก้าวหนึ่งอย่างไร้สุ้มเสียงเพื่อรักษาระยะห่างที่ปลอดภัยขณะสนทนากันระหว่างนางกับหนานจี๋หาน

            หนานจี๋หานเดินก้าวเข้าไปก้าวหนึ่ง เอ่ยปากจริงจังผิดปกติ"คุณชายไม่คิดจะพิจารณาเงื่อนไขของเปิ่นหวางจริงๆ หรือ? สิ่งที่พวกเขาให้เจ้าข้าก็ให้ได้ ขอเพียงแค่คุณชายยอมช่วยข้าสาวงามในหนานมู่มีเท่าไรข้ายินดียกให้คุณชายทั้งหมดเลย"

            "องค์ชายก็ทราบความปรารถนาของผู้น้อยดีอยู่แล้วไยจึงต้องถามซ้ำแล้วซ้ำเล่า? คำตอบของผู้น้อยมีแต่จะทำให้องค์ชายเสียใจหรือขุ่นเคืองใจอีกเท่านั้น"จวินหวงตอบอย่างสุภาพ หลุบตาลงทอดมองไปยังทิวทัศน์ในอุทยานบุปผาหลวง

            ฝั่งตรงข้ามมีนางกำนัลในวังหลวงยกสุราเดินไปยังสถานที่จัดงานเลี้ยง กระโปรงสีเหลืองอ่อนของนางพลิ้วไหวบรรยากาศที่เห็นอยู่ในสายตาให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในสระหยกแห่งแดนเทพอยู่หลายส่วน

            ตอนนี้ความสนใจของนางอยู่ที่อื่น จึงไม่เห็นหนานจี๋หานที่เข้ามาใกล้และยื่นมือเข้ามาหมายจะจับตัวนาง แต่มือของเขายังไม่ได้สัมผัสถูกตัวจวินหวงก็ถูกหนานสวินคว้ามือเอาไว้ได้เสียก่อน

            แววตาของหนานสวินคมกริบราวกับจะสังหารคนได้หนานจี๋หานเป็นเพียงองค์ชายที่หนักบุ๋นเบาบู๊[2] ไม่เคยเจอสายตาที่เต็มไปด้วยกลิ่นไอสังหารเช่นนี้มาก่อน ก็ตกใจลนลานจนทำพัดในมือหล่นลงไปในบ่อปลาจิ๋นหลี่

            เขาไม่ได้เอื้อนเอ่ยแม้แต่คำเดียว แต่กลับเหมือนกล่าวจนสิ้นแล้วนับพันวาจาหนานจี๋หานสะบัดมือสุดแรงให้หลุดออกจากมือหนานสวินมองหนานสวินแวบหนึ่งอย่างตื่นตะลึงสายตาเยียบเย็นกร้านกร้าวของหนานสวินทำให้เขารู้สึกหวาดกลัวในที่สุดก็มองจวินหวงอีกครั้ง ก่อนจะกัดฟันเดินจากไป

            รอจนกระทั่งหนานจี๋หานจากไปแล้วหนานสวินจึงหันมามองจวินหวงที่อยู่ข้างหลัง คิ้วเข้มขึงขมวด แล้วถามขึ้น"ที่แท้แล้วเกิดอะไรขึ้น?"

            จวินหวงเหมือนตื่นขึ้นมาจากความฝัน นางจ้องหนานสวินตาปริบๆดวงตาใสกระจ่างดูน่ารักชวนให้ใจสะดุด หนานสวินเอื้อมมือเข้าไปปิดตาของนางเสียก่อนจะหายใจลึกๆ "บอกข้ามา"

            ท่าทีเช่นนี้ของหนานสวินทำให้จวินหวงรู้สึกสนุก นางยิ้มอย่างซุกซนรอยยิ้มที่เจิดจ้าภายใต้ดวงตาที่สดใส ให้ความรู้สึกราวกับไม่มีอยู่จริงหนานสวินรู้สึกว่าลมหายใจถูกช่วงชิงไป

            "หนานจี๋หานต้องการให้ข้าไปทำงานรับใช้เขาที่แคว้นหนานมู่"

            "ทำงานรับใช้? เจ้ารู้จักกับเขาได้อย่างไร?" หนานสวินถามต่อทันที

            จวินหวงเบ้ปาก ตอนนี้คิดๆดูแล้วก็รู้สึกว่าการกระทำของหนานจี๋หานช่างน่ารังเกียจจริงๆไม่น่าเชื่อว่าเขาจะทำเรื่องลักพาตัวออกมาได้ "เดิมทีก็ไม่รู้จักแต่วันงานสมรสของฉีเฉิน ไม่รู้ว่าเขาเห็นข้าได้อย่างไรตอนค่ำข้าเมาเลยอยากออกไปเดินเล่น ก็เลยถูกคนที่เขาส่งมาพาตัวไป"

            หนานสวินดวงตาเย็นเยียบแข็งกร้าวขึ้นในฉับพลันเขานึกขึ้นมาได้ว่าสองวันก่อนตนเองแอบเข้าไปหาจวินหวงแต่ไม่พบ และช่วงนั้นมีข่าวลือว่ามีผู้พบคราบเลือดปริศนาพอเอาเรื่องทั้งหมดมาเชื่อมโยงกัน เขายิ่งรู้สึกตื่นกลัวเขาเข้าไปจับไหล่ทั้งสองข้างของนางอย่างลนลาน ทำเอาจวินหวงตกใจแทบกระโดดหนี

            "เจ้าได้รับบาดเจ็บหรือไม่?" ในดวงตาพญาเหยี่ยวของเขาเผยให้เห็นความห่วงใยอย่างชัดเจนโดยที่แม้แต่ตัวเขาเองก็อาจจะไม่เคยสังเกต แต่จวินหวงกลับเห็นทุกอย่างอย่างชัดเจนในหัวใจคล้ายได้รับการปลอบประโลมอย่างอ่อนโยน ริมฝีปากคลี่ยิ้มออกมาทันที

            "ไม่ได้หนักหนา เขามีเจตนาจะดึงข้าไปเป็นพวก จะทำร้ายข้าได้อย่างไร?" จวินหวงตอบเสียงแผ่วเบา เมื่อครู่ดื่มสุราไปเล็กน้อยตอนนี้เริ่มรู้สึกปวดที่ขมับ หน้าอกราวกับมีอาชานับหมื่นควบตะบึงผ่านไป

            หนานสวินฟังจวินหวงกล่าวเช่นนี้ก็ค่อยคลายความกังวลใจตอนนี้เพิ่งจะเห็นว่าตนเองกับจวินหวงอยู่ใกล้ชิดกันมากราวกับว่าเสียงลมหายใจของจวินหวงอยู่ที่ข้างหู จึงรีบปล่อยมืออย่างลนลานใบหน้าเห่อร้อนแดงขึ้น จวินหวงก็รู้สึกกระอักกระอ่วน ไม่กล้าสบตาหนานสวินเบนหน้าไปมองทางอื่น

            ทั้งสองคนอยู่ในความเงียบไปชั่วระยะเวลาหนึ่งในอากาศราวกับจะมีเพียงความอึดอัดหลงเหลืออยู่เท่านั้น เวลาผ่านไปนานพอดูก็มีสตรีงดงามอ่อนช้อยนางหนึ่งเดินเข้ามา นางแต่งกายแบบนางรำชุดไหมปักดิ้นคลุมด้วยแพรโปร่งสีขาวทำให้นางดูนุ่มนวลราวกับเทพธิดาใบหน้าขาวเกลี้ยงเกลาแม้ไม่ถึงกับงามล่มบ้านล่มเมืองกลับชวนให้รู้สึกสบายตาอย่างน่าประหลาดเพียงแต่ว่าสตรีเช่นนี้ไม่นานผู้คนก็ลืมเลือน

            "หวางเหย่ องค์ฮ่องเต้กำลังรอพบท่านอยู่" สตรีผู้นั้นค่อยๆเอ่ยวาจา ความอบอุ่นอ่อนโยนในแววตาของนางทำให้จวินหวงรู้สึกกินน้ำส้ม[3]ขึ้นมาเล็กน้อยนางเบ้ปากมองไปที่หนานสวิน อยากจะเห็นว่าหนานสวินจะปฏิกิริยาอย่างไรบ้าง

            ท่าทางการแสดงออกของหนานสวินเฉยชาราวกับน้ำแข็ง เขาเพียงพยักหน้า"แม่นางโปรดล่วงหน้าไปกราบทูลก่อน ว่าข้าจะไปเดี๋ยวนี้"

            สตรีผู้นั้นพยักหน้า สะบัดแขนเสื้อเบาๆ แล้วเดินจากไปตอนที่หนานสวินหันกลับมามองจวินหวง ก็เห็นนางหรี่ตามอง มุมปากยกยิ้มอย่างมีเลศนัย"ไม่คิดว่าหวางเหย่จะมีดวงเรื่องสตรีเช่นนี้"

            หนานสวินทำหน้าลำบาก "นี่เจ้ากล่าวอันใด..."

            "ใต้ฝ่าพระบาทกำลังตามหาท่านอยู่ ท่านก็รีบไปเถอะ"จวินหวงไม่ฟังคำพูดประโยคหลังของหนานสวินสักนิด เพียงแค่เตือนขึ้นเสียงเรียบๆ

            ความในใจนับหมื่นพันวาจาของเขาต้องถูกเก็บกลับไปด้วยคำพูดง่ายๆเพียงประโยคเดียวของจวินหวง หากยังยืนกรานจะพูดก็คงจะแปลกเกินไปหนานสวินเป็นเพียงแม่ทัพทื่อๆ คนหนึ่ง ไหนเลยจะมีความคิดละเอียดลออปานนั้นได้ผ่านไปครู่หนึ่งเขาก็พยักหน้า "งั้นข้าไปก่อนล่ะเจ้าก็รีบกลับจวนเฉินอ๋องเร็วหน่อย ตอนนี้เขายังคุ้มครองเจ้าได้อยู่"พูดจบก็หมุนกายกลับไป แต่ดูเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงหันศีรษะกลับมา"เจ้าวางใจได้ เรื่องหนานจี๋หานมอบให้ข้าจัดการเถอะ"

            จวินหวงยืนมองเงาร่างของหนานสวินที่ค่อยๆ ห่างออกไปหัวใจของนางมีความรู้สึกนับร้อยที่ไม่อาจอธิบายได้ ไม่ขมไม่หวานแต่ให้ความรู้สึกชุ่มชื่นในหัวใจ และนางก็ปล่อยให้ความรู้สึกนี้เติบโตขึ้นเรื่อยๆ

            ผ่านไปชั่วครู่ก็มีนางกํานัลเดินเข้ามา ถามขึ้นด้วยความนบนอบ"ขอเรียนถาม ท่านใช่คุณชายเฟิงหรือไม่เจ้าคะ"

            จวินหวงนิ่งงันไปชั่วครู่ถึงพยักหน้า รอให้นางกำนัลพูดต่อ

            "เช่นนั้นก็ถูกคนแล้ว รัชทายาทสั่งให้บ่าวมาตามคุณชายบอกให้ท่านรีบไปโดยเร็วเจ้าค่ะ"

            "อื้อ" จวินหวงพยักหน้า แล้วเดินตามหลังนางกำนัลผู้นั้นไป

            ตอนที่งานเลี้ยงสิ้นสุด โคมไฟดวงแรกได้ถูกจุดขึ้นผู้ที่ทำหน้าที่จุดโคมไฟได้จุดโคมทุกดวงในวัง มองดูจากไกลๆดูเป็นความฟู่ฟ่าและฟุ่มเฟือยที่มองเห็นมาแต่ไกลหนานสวินยืนอยู่เพียงลำพังนอกตำหนัก ขุนนางชั้นสูงเข้ามาทักทายเขาเขาก็เพียงแค่พยักหน้าเล็กน้อย ไม่มีกล่าวเกินหนึ่งประโยคท่าทางเย็นชาปฏิเสธผู้คนให้อยู่ห่างๆ

            สายตาของเขาทอดมองไปยังคนที่ยืนอยู่ด้านล่างของบันไดหินใบหน้าของจวินหวงมีรอยยิ้มบางๆ แขวนอยู่นางเดินตามฉีเฉินที่เข้าไปทักทายกับคนอื่นๆมือที่อยู่ภายใต้แขนเสื้อหลวมกำหมัดแน่น เขาคิดว่าสตรีเช่นจวินหวงใสบริสุทธิ์อยู่เหนือราคีคาวไม่ควรจะเข้าไปเกลือกกลั้วกับบุคคลที่มีอำนาจและอิทธิพลเหล่านั้นนางควรจะมีชีวิตอยู่อย่างสุขสบายไร้กังวล  แต่...เหตุใดเขาจะไม่รู้ถึงความทุกข์ระทมในใจของจวินหวงเล่า

            รอจนคนเหล่านั้นไปกันหมดแล้ว เขาถึงเห็นหนานจี๋หานที่ถูกคนรุมล้อมก็แค่องค์ชายแคว้นเล็กๆ จำเป็นต้องไปสอพลอด้วยหรือ หนานสวินยิ้มหยันในใจเขารู้สึกอายแทนเมื่อเห็นคนเหล่านั่นยกยอหนานจี๋หานราวกับจะเทิดทูนให้ไปถึงฟ้า

            ขุนนางใหญ่ทุกคนล้วนประจบประแจงเก่งเป็นเลิศ ไม่เพียงแต่กับฮ่องเต้และองค์ชายตอนนี้ยังมีองค์ชายแคว้นหนานมู่อีกพระองค์พวกเขาทำเช่นนี้เพื่อแสดงตนให้เป็นที่รู้จัก และแสดงถึงคุณค่าของตนเองแต่ก็ไม่รู้ว่าพวกเขามีแผนการอะไรอยู่กันแน่ และได้เหลือทางถอยอะไรให้กับตนเองบ้าง

            หนานสวินมองดูอยู่เงียบๆ ไม่ได้เข้าไปให้หนานจี๋หานเดินผ่านหน้าตนเองไปก่อน รอจนเหลือเพียงแค่เขากับประตูวังแล้วเขาถึงยิ้มออกมาแล้วเดินตามไป

            มืดเป็นที่อำพรางตัวอย่างดี วันนี้หนานจี๋หานไม่ได้พาคนรับใช้ติดตามมาด้วยหนานสวินเป็นผู้มีทักษะยุทธ์เป็นเลิศหนานจี๋หานจึงไม่รู้ว่าหนานสวินอยู่ห่างจากเขาเพียงไม่กี่ก้าว และไม่คาดคิดว่าหนานสวินผู้องอาจสง่างามจะแอบสะกดรอยตามตนเองมาราวกับวิญญาณผีเช่นนี้

            เมืองหลวงในยามราตรีมีลมกระโชกแรงตอนที่หนานจี๋หานออกมาเขาสวมเพียงชุดบางๆ ตอนนี้จึงรู้สึกหนาวขึ้นมาเขาหดคอลงกระชับเสื้อผ้าให้แน่นหนาเร่งฝีเท้าและใช้เส้นทางลัดเพื่อให้ถึงที่พักเร็วขึ้นแต่นั่นยิ่งเป็นโอกาสในการลงมือของหนานสวิน

            ท่ามกลางความมืด หนานสวินเดินออกมาช้าๆเท้าของเขาคงจะเหยียบกับกิ่งไม้บนพื้น จึงเกิดเสียงดังแกรบหนานจี๋หานตกใจหันกลับมามองด้วยความหวาดกลัวก็เห็นหนานสวินยืนตระหง่านอยู่ภายใต้แสงจันทร์ที่ทอทาบลงมา

            เขาอยู่ในชุดแพรต่วนสีขาวทั้งตัว ปักลายซับซ้อนเพิ่มความงดงามหรูหราอวัยวะทั้งห้าบนใบหน้าคมสันราวกับหยกแกะสลักขึ้นมาดวงตาพญาเหยี่ยวเย็นเยียบราวกับเหมันต์ ริมฝีปากบางแสยะยิ้มเย็นชาน่าขนลุก

            หนานจี๋หานเกิดความกลัวขึ้นมาในใจ กลืนน้ำลายเอื้อก ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นเสียงตะกุกตะกัก"จะ… เจ้าจะทำอะไร?"

            "แค่มาสั่งสอนเจ้าเสียหน่อย" หลังจากกล่าวจบหนานสวินก็เดินเข้ามาใกล้ แล้วพุ่งหมัดเข้าไปที่ใบหน้าหล่อเหลาของหนานจี๋หานทันทีจนหนานจี๋หานร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด

            หมัดนั้นนับว่ารุนแรงมาก ปรารถนาเดียวของเขาคือทำให้หนานจี๋หานร่วงลงไปกองที่พื้นดวงตาของเขาเย็นเยียบราวกับถูกย้อมด้วยแสงจันทร์ชวนให้คนรู้สึกสั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุมหนานจี๋หานไม่มีโอกาสพูดแม้เพียงประโยคเดียวเขานอนกุมดวงตาข้างที่ถูกหนานสวินปล่อยหมัดชกเข้ามาพลางร้องโอดโอยอย่างหมดท่าหมดศักดิ์ศรี

            คนทุกคนย่อมมีสิ่งที่ตนเองหวาดกลัวไม่ต้องสงสัยว่าสิ่งที่หนานจี๋หานหวาดกลัวมากที่สุดในเวลานี้ก็คือเทพสงครามไร้พ่ายนามว่าหนานสวินผู้นี้นี่เอง

            องครักษ์ลาดตระเวนยามกลางคืนผ่านมาได้ยินเสียงร้องของหนานจี๋หานจึงเดินเข้าไปทางที่มีเสียงร้องโอดโอยดังลั่นออกมาหนานสวินหูไวได้ยินเสียงเท้าคนเดินสบายๆ เข้ามา ก็ปล่อยคอเสื้อของหนานจี๋หานจ้องเขาด้วยสายตาเย็นเยียบอีกครั้งหนึ่ง ก่อนจะหายไปในความมืด

            กว่าองครักษ์ลาดตระเวนจอมขี้เกียจเหล่านั้นจะมาถึงหนานสวินก็หายไปไม่เหลือร่องรอยแล้วเห็นเพียงหนานจี๋หานเอามือปิดตาข้างหนึ่งยืนอยู่ที่นั่นกำลังยืนมองไปในทิศทางที่หนานสวินหายตัวไป แววตาของเขาเย็นยะเยือกดูน่ากลัว

            หนานจี๋หานคิดอยู่ในใจด้วยความเคียดแค้น สักวันเขาจะต้องเหยียบหนานสวินไว้ใต้ฝ่าเท้าให้ได้ดูซิว่าเขาจะแสดงอำนาจบารมีอะไรได้อีก

            องครักษ์จำผู้ที่ยืนอยู่ในตรอกเล็กๆ ได้ ก็ขมวดคิ้วแล้วถามขึ้น"เกิดอะไรขึ้นหรือพ่ะย่ะค่ะ องค์ชาย?"

            หนานจี๋หานถลึงตากระฟัดกระเฟียดใส่บุรุษผู้นั้น แล้วกล่าวอย่างหงุดหงิด"ข้าแค่หกล้ม ไม่จำเป็นต้องทำเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนั้น"กล่าวจบก็ปัดฝุ่นบนบนร่างกายตนเอง สูดลมหายใจลึกๆ เฮือกหนึ่ง กำหมัดแน่นแล้วเดินไป

     

     

     

    ..........................................................................................................

            [1] ปลาจิ๋นหลี่ คือปลาคาร์ปแฟนซี

            [2] หนักบุ๋นเบาบู๊ หมายถึง เก่งด้านวิชาการ ไม่ชำนาญด้านการต่อสู้

            [3] กินน้ำส้ม หมายถึง หึงหวง

    คล้ายกับเรื่องลิขิตหงสาเหนือปฐพี [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592